*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-04-26
  • จำนวนเรื่อง : 220
  • จำนวนผู้ชม : 535013
  • จำนวนผู้โหวต : 257
  • ส่ง msg :
  • โหวต 257 คน
<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2552
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 5734 , 11:52:22 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

-


.
1) ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม คือระบบเศรษฐกิจตามธรรมชาติของมนุษย์ ทำมาหากิน เพื่อมีกินมีใช้ มีเครื่องนุ่งห่ม มียารักษาโรค มีที่อยู่อาศัย สะสมเผื่อขาดแคลน และสะสมเพื่อให้มั่งคั่ง เพื่อความสุขสบายส่วนตัว และความมีหน้ามีตา เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีการกักตุน มีการเก็งกำไร พยายามให้ได้กำไรมาก มีการเอารัดเอาเปรียบ
-


2) ระบบเศรษฐกิจบุญนิยม สาธารณะโภคี คือระบบที่นำ "แรงงาน และ เงินทุน" มารวมกัน "ผลิตผลและผลิตภัณฑ์" ที่ได้ เป็นของส่วนกลาง นำมาใช้และนำมาหาประโยชน์ร่วมกัน อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ ยารักษาโรค ก็เป็นของส่วนกลาง เครื่องนุ่งห่มเบิกได้ปีละ 2 ชุด เสื้อผ้าไม่ได้มีมากสีและมากแบบ เรียกระบบนี้ว่า "ระบบสาธารณะโภคี" ไม่มีใครมีสมบัติเป็นของตัวเอง บ้านกับวัดอยู่ด้วยกัน เป็นวัดวาอาราม
-
ชุมชนบุญนิยม สาธารณะโภคี ใช้ชีวิตตามสัมมามรรค เลือกระดับศีลที่จะปฏิบัติตามทิฏฐิของตน ว่าจะปฏิบัติตามศีล 5 ศีล 8 หรือศีล 10 สมถะ ประหยัด มัธยัสถ์ กินน้อยใช้น้อย อาหารเป็นมังสะวิรัติ ส่วนใหญ่รับประทานอาหารวันละ 2 มือ สมณะ สิกขมาตุฉันอาหารวันละมื้อ ทำให้มีเวลาในการทำงานมาก ร้านอาหารมังสวิรัติ ที่ซอยนวมินทร์ 44 ตักข้าวและกับข้าวเอง กับข้าวกี่อย่างก็ได้ จานละ 15-20 บาท บางวันมีผู้มาทำบุญ ก็กินฟรีทั้งร้าน เมื่อก่อนนี้ข้าวเปล่าซื้อกลับบ้านแพ็คละ 2 บาท ราคาถูกมาก คนนอกซื้อไปให้สุนัขกิน ก็เลยขึ้นราคามาเป็นแพ็คละ 5 บาท 
-
ระบบเงินเดือน และค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล  
คนในชุมชนมีความจำเป็นในการใช้เงินไม่เหมือนกัน สามารถตั้งเงินเดือนได้เอง แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน บางคนขอรับเงินเดือน 1,000 บาท 2,000 บาท

ส่วนใหญ่ทำงานไม่เอาเงินเดือน โดยเฉพาะผู้รับใช้ ทุกคน ทุกระดับ ปฏิบัติตนแบบเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครรวยหรือจนกว่าใคร กล่าวได้ว่ามีฐานะทางเศรษฐกิจเท่ากันทุกคน ฐานะทางเศรษฐกิจไม่ได้แตกต่างกัน หรือมีความเสมอภาคทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
-
คิด เป็น อยู่ คือ ด้วยความเสียสละ ไม่แก่งแย่งชิงดี ทำให้ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนมีความอบอุ่น มีความสุข  "การเอา" คือบาป "การให้" คือบุญ จะเป็นอยู่ด้วยการให้ ให้ทั้งแรงกาย แรงใจ ให้ความเอื้ออาทร ให้โอกาส ให้ความเมตตา เด็ก คนชรา คนเจ็บไข้ได้ป่วย จะได้รับการดูและจากคนในชุมชน
-
การปกครอง
เรียกผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบงานสูงว่า "ผู้รับใช้" ยิ่งสูงยิ่งเสียสละ ผู้จัดการร้านอาหารมังสวิรัติ ก็ต้องเก็บกวาดพื้น เช็ดโต๊ะ ล้างจาน เหมือนคนในชุมชนเช่นเดียวกัน ต่างกันจากระบบทุนนิยม ที่มีตำแหน่งใหญ่เล็ก ระดับสูงเงินเดือนสูง ระดับต่ำเงินเดือนต่ำ คนตำเแหน่งสูง จะเป็นคนชี้นิ้วสั่งงาน
-
การศึกษา
คุรุ หรือครู ของโรงเรียนสัมมาสิกขา สอนหนังสือโดยไม่มีค่าตอบแทน นักเรียนก็เรียนฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน ตั้งแต่ระดับประถม ถึงมัธยมปลาย และระดับอาชีวะ คำขวัญของโรงเรียน "ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา" เอาศีลและเป็นงานเป็นตัวนำ ส่วนวิชาทางโลกให้ความสำคัญรองลงไป
-
การเงิน
"กองทุน" ที่เรียกว่า "กองบุญ"
แต่จะไม่เป็นไปเพื่อการสะสม พยายามสะพัดออก นำไปหมุนเวียนให้เกิดผลผลิต นำไปช่วยเหลือคนในชุมชน และสังคม 
-
"ดอกเบี้ย" เรียกว่า "ดอกบุญ" การกู้ยืมเงินกันระหว่างชุมชน ไม่มีดอกเบี้ยระหว่างกัน ส่วนที่ไม่คิดเป็นดอกเบี้ย ถือว่าเป็นบุญ หรือ "ดอกบุญ"
-
ต้นทุนทางการเงิน = 0 (ศูนย์) ไม่มีดอกเบี้ย "การรวมเงินไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดทุนกองใหญ่"

ค่าเงิน รายได้ของคนที่ต้องการมีรายได้อย่างมากเดือนละ 3,000 บาท หรือปีละประมาณ 36,000 บาท เปรียบเทียบกับรายได้ของกรรมการรัฐวิสาหกิจไทย ไม่รวมค่าตอบแทนประจำปี ปีละ 15-30 ล้านบาท หลายคนเป็นกรรมการ 3-6 แห่ง คนชุมชนกินน้อยใช้น้อย อยู่อย่างประหยัดมัธยัสต์ ไม่ฟุ้งเฟ้อไม่ฟุ่มเฟือย งานตลาดอาริยะที่ราชธานีอโศกช่วงปีใหม่ 3 วัน 3 คืน ชุมชนอโศกทั่วประเทศตั้งใจนำสินค้ามาขายให้ชาวบ้านต่ำกว่าทุน ขาดทุนรวมกัน 3 ล้านบาท กลุ่มกสิกรรมไร้สารพิษจากอำเภอวังน้ำเขียวขาดทุน 8 หมื่นบาท ราคาอาหารที่ขายในงานตลาดอาริยะจานละ 1 บาท หากรับประทานวันละ 3 มื้อ ก็ตกวันละ 3 บาท มีเงินอยู่ในกระเป๋า 10 บาทอยู่ที่งานได้ 3 วัน คนชุมชนเองส่วนใหญ่รับประทานอาหารวันละ 2 มื้อ 

เงินบาทของชุมชนจึงมีค่าสูงมาก สกุลเงินบาทอันเดียวกัน ค่าเงินบาทของในชุมชนสูงกว่านอกชุมชนประมาณ 2-4 เท่า(งงไหม?) แสดงถึงเศรษฐกิจของชุมชนแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งมากที่สุดในโลก

แรงงาน
ต้นทุนแรงงาน = 0 (ศูนย์) ทำงานให้ชุมชนโดยไม่คิดค่าแรง ไม่ค่าจ้างรายวัน รายเดือน หรือรายปี ไม่มีค่าเบี้ยประชุมกรรมการ "การรวมแรงงานไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดแรงงานจำนวนมาก" เป็นแรงงานที่ไม่มีต้นทุน เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ

เงินทุนกองโตและแรงงานจำนวนมาก ก็คือทุนที่สำคัญ เป็นทุนที่มีคุณภาพ เป็นต้นทุนที่ต่ำ นำไปทำให้เกิดการสร้างงานได้มาก ได้ใหญ่ และได้ต่อเนื่อง คนของชุมชนไม่เคยตกงาน มีงานล้นมือ ไม่เคยว่าง เรียกว่าทำงานหนักได้ เป็นสัมมาชีพ การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ชุมชนไม่เป็นภาระของทางการ มีแต่ช่วยเหลือทางการ เป็นตัวอย่างให้ทางการ สังคมเจริญ ร่มรื่น อบอุ่น และเป็นสุข
-
แท้จริงแล้วชุมชนอโศกเป็นชุมชนที่มั่นคง ชุมชนไม่ใช้คำว่ามั่งคั่ง ปี 2548-2549 ทางชุมชนซื้อที่ดินที่อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เนื้อที่ไร่ 140 ไร่ ราคาประมาณ 10 ล้านบาท กาญจนบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยว  ไม่ได้ซื้อมาสร้างกาสิโน แต่ซื้อมาให้ชุมชนดำนาเกษตรอินทรีย์ ใช้น้ำคลองชลประทานที่มาจากเขื่อน ทำนาปีละ 2 ครั้ง
-
ทางชุมชนมีที่ดินที่รับบริจากมาก มีสินทรัพย์หรือทุนด้านที่ดินเยอะมาก แต่คนมีน้อย ชุมชนทั่วประเทศมีประมาณ 10 ชุมชน มีสมาชิกชุมชนรวมกัน 6,300 ท่าน ทำให้เข้าไปทำประโยชน์จากการใช้ที่ดินได้ไม่หมด
-
ต้นทุนความเป็นอยู่ต่ำทุกด้าน ไม่มียาเสพติด ไม่มีขโมย ไม่มีโจร จะทำให้ไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีอัยการ และไม่ต้องมีตำรวจ "ไม่ต้องเปลืองงบประมาณ" ตำรวจในพื้นที่ มีไว้เอาไว้ไล่วัวควาย ที่มากินข้าวและพืชผักของชาวบ้าน หากได้มีการปรับปรัชญาชุมชนบุญนิยมมาใช้ในสังคมหลัก จะทำให้ไม่เปลืองงบประมาณกับตำรวจ อัยการและศาล ที่นับว่าสูงขึ้นตลอดเวลาได้
-
คำทักทาย จะใช้คำว่า "เจริญธรรม สำนึกดี" แทนคำว่า สวัสดี หรือ ฮัลโหล 

ต้นทุนการผลิตของเศรษฐกิจบุญนิยมต่ำทุกขั้นตอน ไม่มีการบวกกำไรเป็นทอดๆเหมือนในระบบทุนนิยม ทำให้สามารถขายผลิตผลและผลิตภัณฑ์สุดท้าย ที่ราคาต่ำได้ เช่น ขายเท่าทุน ขายต่ำกว่าทุน หรือแจกฟรี ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนตลอดเวลา ประกอบการการประหยัด มัธยัสต์ กินน้อย ใช้น้อย ไม่มีอบายมุข ทำให้ "สภาพคล่องของกองบุญ"ไม่เคยมีปัญหา มีแต่แข็งแกร่งมั่นคงเพิ่มขึ้นตลอดเวลา 

การพาณิชย์ทุนนิยมระดับท้องถิ่นที่ศีรษะเกษ สู้ชุมชนบุญนิยมไม่ได้ มีการตอบโต้โดยเผาโกดังสินค้าของชุมชนศีรษะเกษ 

ต้นทุนการผลิตในระบบทุนนิยมสูง เนื่องจากมีการบวกกำไรเป็นทอดๆ ยกตัวอย่างเช่นในอุตสาหกรรมพลังงาน ที่ผลิตน้ำมันและปิโตรเคมี มีบริษัท 3 ระดับ 1) บริษัทนำเข้าน้ำมันดิบ 2) บริษัทโรงกลั่น 3) บริษัทการตลาด
-
บริษัทนำเข้าน้ำมันดิบบวกกำไรในการขายน้ำมันดิบให้โรงกลั่น บริษัทโรงกลั่นน้ำมันบวกค่าการกลั่น บริษัทการตลาดก็บวกค่าการตลาดในการขายผลิตภัณท์สำเร็จรูป
-
บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น ต้องทำกำไรให้ผู้ถือหุ้น ตามกฎของตลาดหลักทรัพย์ ยิ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ผูกขาดการผลิต สามารถตั้งราคาได้ตามใจชอบอีก ยิ่งทำให้ราคาผลิตภัณฑ์สุดท้ายราคาสูงมาก
-
ปี 2540 เอกชนในระบบทุนนิยม ทั้งภาคการเงินและภาคการผลิต ล้มกันทั้งประเทศ แต่ชุมชนบุญนิยม ไม่ได้ล้มตายตามพวกเขาแต่อย่างใด เศรษฐกิจบุญนิยมเข้มเข็งและแข็งแกร่งมาก

"เศรษฐกิจพอเพียง" ของพ่อหลวงดีมาก แต่ทางการทำมาส่งเริมแบบผิดทิศทาง "เศรษฐกิจพอเพียง" ต้องนำมาให้คนระดับบนใช้ ไม่ใช่มาโฆษณาชวนเชื่อ ส่งเสริมให้ชาวบ้านทำแต่อย่างเดียว

"เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจเข้มแข็ง" ของรัฐบาล มีแต่โฆษณาชวนเชื่อ ทำมา 20-30 ปีแล้ว สิ้นเปลืองงบประมาณค่าโฆษณาแต่ละปีมาก ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่เดินหน้าทรุดลงแต่อย่างเดียว

จะทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง มั่นคง ไม่ต้องไปดูที่ไหน ไม่ต้องเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาชวนเชื่อ ตัวอย่างมีที่ชุมชนอโศก ทั่วประเทศ ในระบบเศรษฐกิจบุญนิยม
-
THAITANIC ของประเทศไทย จมใต้มหาสมุทร ยากที่จะกอบกู้ขึ้นมาได้ มีแต่ดำดิ่งลึกลงเรื่อยๆ  อาชีพของคนระดับสูง เช่น อาชีพข้าราชการ-นักวิชาการระดับสูง อาชีพพ่อค้า-นายทุน อาชีพนักการเมือง และอาชีพสื่อ ล้วนรุมกันเอารัดเอาเปรียบประเทศชาติประชาชน เอารัดเอาเปรียบสิ่งแวดล้อม เอารัดเอาเปรียบระบบ      
-
ระบบเศรษฐกิจบุญนิยม สามารถนำมากอบกู้ เศรษฐกิจที่ตกต่ำไปกองที่ก้นเหวได้ เช่น..
ปิดตลาดหลักทรัพย์ ที่คอยเอารัดเอาเปรียบระบบ ฉ้อฉลระบบ ปล้นระบบ และนำพาระบบล่มสลาย ปิดกองสลาก ปิดสนามม้า ปิดบ่อนการพนัน ปิดสถานบริการอาบอบนวด ปิดโรงเหล้า โรงเบียร์ ปิดโรงงานยาสูบ เศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ และจะอยู่ได้ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข และเข้มแข็งได้ ระบบเศรษฐกิจบุญนิยม เป็นระบบที่ "ฝืน" ความรู้สึกของสามัญมนุษย์ ที่อยากมั่งมี อยากสะสมสมบัติเป็นของตน จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ แต่หากทำได้ ประเทศมั่นคง ร่มเย็นเป็นสุข  

ระบบบุญนิยม ..ระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองระดับสูง
-
3) ระบบคอมมูนิสต์ เป็นระบบที่ลอกเลียนระบบสาธารณะโภคีของพระพุทธเจ้า เพียงแต่มีการแบ่งระดับการปกครองเป็นชั้นๆ ทำให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบกัน ทำให้ไม่เกิดการจูงใจหรือกระตุ้นให้มีส่วนร่วมในการผลิต หากผู้ปกครอง ทำตัวมาเป็น "ผู้รับใช้" ระบบคอมมูนิสต์ก็จะกลายเป็นระบบสาธารณะโภคีที่สมบูรณ์ได้
-
ระบบเศรษฐกิจบุญนิยม เป็นระบบเศรษฐกิจระดับสูง พระพุทธเจ้า เป็นนักเศรษฐศาตร์สุดยอดของโลก ที่โนเบิลไพร๊ชทางเศรษฐศาสตร์ทั้งโลกรวมกัน ก็เทียบพระพุทธเจ้าไม่ได้ 
-
หากคิด ระบบสาธารณะโภคีในเชิงพาณิชย์ ประเทศใดก็สู้ไม่ได้ แม้แต่ประเทศจีนที่บอกว่าต้นทุนการผลิตต่ำ เป็นเรื่องที่น่าทึ่ง ทำให้สามารถเกิดการแข่งขันได้ดี แข่งได้กับทุกประเทศทั่วโลก ทั้งนี้เพราะต้นทุนการผลิตสิ่งของและสินค้าที่ต่ำมากนั่นเอง


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

การลอกคราบเป็นการเมืองใหม่ ตอนที่ 1
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/09/20/entry-4

การลอกคราบเป็นการเมืองใหม่ ตอนที่ 2
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/09/20/entry-3

การลอกคราบเป็นการเมืองใหม่ ตอนที่ 3
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/09/20/entry-2

ชุมชนโลกุตระ ที่สะพานมัฆวานฯ (ภาพ)
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/11/entry-1

หนังสือแจก ..ในชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/07/19/entry-1

บุญนิโยมิคส์ ศักดิโนมิคส์ ทักษิโณมิกซ์
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/05/03/entry-1

....................................................................................................

ทีวีสีขาว ไม่มีพิษภัย ..ทีวีชุมชนอโศก

http://www.fm-tv.tv/

http://www.boonniyom.net/livestream.html

....................................................................................................

เรื่องเดียวกันนี้..

ที่เมเนเจอร์ออนไลน์..

ที่เอ็มไทย..

ที่ขบวนการเสรีไทย..

-
@@@
(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
siriwonjane วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 10.31 น.

ขอบคุณสำหรับข้อมูลเชิงวิจัย ใช้อ้างอิงได้
สังคมชาวอโศก ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของวิถีชีวิต
ที่ท้าทาย เพราะอยู่ท่ามกลางกระแสโลกและกระแสโลภ
ผู้ที่จะมีความสุขได้ต้อง "ถึงธรรม-มีศีล" ก็นับว่าดีมากๆ
ที่มีสังคมทางเลือกเป็นหมู่เหล่าเข้มแข็ง ดีกว่าสิ้นหวังเพราะผู้คนส่วนใหญ่ห่วงแต่กอบโกย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สมดุล วันที่ : 11/11/2009 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

บริษัทมหาชนขนาดใหญ่กำลังเปิดให้มีการใช้เงินทำงานแบบ SME ที่คืนทุนไว ความเสี่ยงต่ำมีรายได้ยั่งยืน เดือนละ 2 ล้านบาทต่อหน่วยการลงทุน เร่งศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.ainews1.com

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นิระนาม วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 01.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kobdesign
เสรี การเมือง เศรษฐกิจ สังคม

เป็นแนวคิดที่ดีนะครับ แต่สงสัยว่าเราจะแข่งขันกับประชาคมโลกได้อย่างไร หรือว่าเราไม่แข่งขันก็ปิดประเทศ เพราะยังงัยเราไม่แข่งขัน เราก็เป็นส่วนหนึ่งในสนามแข่งขันอยู่ดี เพราะทุกวันนี้มัน Globalization โดยไม่ตั้งใจอยู่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 03.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

มองอีกด้านนึง ประเทศจีนที่ต้นทุนการผลิตต่ำ และการกดค่าเงินให้ถูกๆ ก็คือระบบทาสบวกกับระบบไร้มาตรฐาน สินค้ามหาภัยจากจีนเช่นเมลามีนในนมผง อาหารสุนัข สีตะกั่วในของเล่นเด็ก ยางเรเดียลที่ลดจำนวนเส้นลวด(ระเบิดก่อนสองหมื่นกิโล) สร้างชื่อเสียไปทั่วโลก
ระบบคอมมูน/คอมมิวนิสท์ที่ล่ม ก็เพราะเกิดการเอารัดเอาเปรียบกัน ระบบทุนนิยมที่เอาเปรียบกันมากกว่า(ถึงขั้นโกง)ก็ต้องล้มครืนเช่นกัน เพียงแต่อัดเงินอนาคตเข้าไปกู้ไว้
ขนาดข้าวเปล่าแพ็คละสองบาท ยังมีคนเอาเปรียบ ซื้อไปให้สุนัขกิน...สะท้อนอะไรได้รึเปล่าครับ
สังคมบุญที่ไม่ใช้เงิน ช่วยลดอัตราเงินเฟ้อ ผ่านตัวกลางที่เรียกว่าเงิน อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ เช่นไก่สามพันตัวแลกวัวหนึ่งตัว แต่ทุกคนต้องกลับมาเป็นผู้ผลิตแทนการรับจ้าง และไม่เหมาะกับสังคมกิเลสหนา มั๊ง...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
วัฒนวิช วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bwat

ระบบเศรษฐกิจแบบบุญนิยมจะคงอยู่ หรือทำได้ คนจะต้องมีศีลธรรม มักน้อยและเสียสละ ถ้าเป็นระบบเศรษฐกิจทางเลือกและมีการส่งเสริม ขยายตัวออกเป็นวงกว้างสัก 1 ใน 10 ของระบบเศรษฐกิจคงจะดีไม่น้อย
-แต่ในการที่จะใช้เป็นระบบเศรษฐกิจหลักของสังคมใหญ่หรือประเทศนั้น มันจะยากมากเพราะมันขัดกับธรรมชาติของคนที่ยังมีกิเลสเยอะ
-ถ้าสมมตินำระบบเศรษฐกิจบุญนิยมไปบังคับใช้ทั่วประเทศ การปฏิบัิติตามคงมีปัญหาหลายอย่าง จากความไม่พร้อมของคนส่วนมาก อีกอย่างการบังคับให้ทำจึงน่าจะผิดหลักเศรษฐกิจแบบบุญนิยม ระบบเศรษฐกิจบุญนิยมจะแพร่หลายแค่ไหนคงอยู่ที่จำนวนคนที่พร้อมและสมัครใจ ซึ่งก็คือพร้อมที่จะเสียสละ มักน้อย มีศีลธรรมสูง ทำนองนี้ ซึ่งคงมีในคนส่วนน้อยเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

ระบบเศรษฐกิจบุญนิยม เป็นระบบเศรษฐกิจระดับสูง พระพุทธเจ้า เป็นนักเศรษฐศาตร์สุดยอดของโลก ที่โนเบิลไพร๊ชทางเศรษฐศาสตร์ทั้งโลกรวมกัน ก็เทียบพระพุทธเจ้าไม่ได้

เห็นด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เหมินท์ วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 18.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemint

เศรษฐกิจทุนนิยม ที่เน้นสะสมกำไร เพิ่มความมั่งคั่ง ใช้จ่ายของฟุ่มเฟือย ให้กับตัวเอง ทำให้ประชาชนชั้นกลางและล่างถูกสูบทั้งทรัพยากรและเงินไปจนแทบมองไม่เห็นอนาคต
ไม่มีทางที่สังคมจะถูกพัฒนาให้ดีได้ตราบใดที่ระบบนี้ยังมีอยู่ในโลก

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
24086 วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/24086

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
[email protected] วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

แปลงผักที่บ้าน ก็ใช้มูล..สัตว์จ้า

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สายฟ้าขี้สงสัย วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligthning
มีบางอย่างอยู่ในสายฟ้า ที่มักจะออกมาถามคุณเพื่อคลายสงสัย

สูง จนต้องอ่านทำความเข้าใจอีกหลายรอบ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เรื่องนี้ต้องใช้เวลา อ่าน เวลาทำความเข้าใจหน่อยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Diaphragm วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/diaphragm
Thank You

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 12.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด[email protected]

ฉุบไว้ก่อนนะครับ..
แล้วจะกลับไปอ่านที่แฟลตตำรวจ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน