• Pornthip
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vlardie@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-10
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 8129
  • จำนวนผู้โหวต : 17
  • ส่ง msg :
1001 Movie You Must See Before Die
Love Movie if You Dare
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pornthip
วันจันทร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550
Days of Glory คนจริงที่โลกลืม
Posted by Pornthip , ผู้อ่าน : 54 , 11:27:32 น.  
พิมพ์หน้านี้


บ็อบ ดีแลน นักร้องผู้เป็นตำนานบอกกว่า “วีรบุรษคือคนที่รู้ว่าความรับผิดชอบนั้นมาพร้อมกับอิสรภาพ” ขณะเดียวกันกับที่ คริสโตเฟอร์ รีฟส์ ผู้รับบทเป็นซูเปอร์แมนกล่าวว่า “ฮีโร่คือคนธรรมดาที่มีความอุตสาหะและมีชัยเหนือความคิดที่ชั่วร้ายต่างๆ”

 ในสังคมปัจจุบันการที่ใครสักคนจะก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักของคนหมู่มาก เปลี่ยนจาก Nobody มาเป็น Somebody จากคนเดินดินกลายมาเป็นฮีโร่ของปวงชน ช่างเป็นเรื่องที่ง่ายดาย

ดังเช่นวรรณกรรมคลาสสิกเรื่องที่เห็นและเป็นอยู่ ของ เจอร์ซี โคซินสกี ซึ่งว่าด้วยเรื่องราวของคนทำสวนที่กลายมาเป็นที่นับน่าถือตาของคนหมู่มากได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันวัน ทั้งๆที่เขาคนนี้ไม่มีการศึกษา วันๆเอาแต่ทำสวนและนั่งดูโทรทัศน์ แต่สื่อก็ทำให้ชายที่แสนจะธรรมดาคนหนึ่งกลายมาเป็นฮีโร่ของชาวอเมริกันได้เพียงข้ามคืน ผิดกับในหนังเรื่อง Days of Glory ที่ทหารชาวแอฟริกันซึ่งมีส่วนอย่างมากต่อชัยชนะเหนือเยอรมันของฝ่ายสัมพันธมิตร แต่พวกเขากลับถูกลืมเลือนและไม่เคยได้รับการยกย่องมาจนถึงปัจจุบัน

หนังสัญชาติอัลจีเรียเรื่องนี้พูดถึงเหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อฝรั่งเศสสูญเสียทหารในการต่อสู้ไปมากมายจนแทบจะไม่มีนักรบเหลืออยู่ พวกเขาจึงหันมาหาทหารยังประเทศที่อยู่ภายใต้อาณานิคม ซาอิด, อับเดลกาเดอร์, เมสซาด และ ยัสเซอร์ ต่างคนต่างที่มาและมีจุดมุ่งหมายในการเข้าสู่สงครามต่างกัน บางคนมาเพื่อแสวงหาสิ่งที่ดีกว่า บางคนมาเพราะรักชาติ และขณะเดียวกันกับที่บางคนมาเพื่อพิสูจน์อุดมการณ์ของตน

ทั้ง 4 ถูกเกณฑ์มาเพื่อเข้าร่วมรบในกองทัพพร้อมกับคนอื่น ๆ อีก 130,000 คน เพื่อปลดปล่อยดินแดนพ่อจากการยึดครองของนาซี ทั้งๆที่ทหารเหล่านี้ไม่เคยเห็นและเหยียบย่างพื้นแผ่นดินของฝรั่งเศสมาก่อน แต่ทั้งหมดก็รบด้วยความรักและภักดีต่อดินแดนน้ำหอมโดยไม่มีข้อกังขา ซึ่งความหาญกล้าดังกล่าวกลับถูกประวัติศาสตร์ลืมเลือนโดยตั้งใจ

นี่คือหนัง 1 ใน 5 เรื่องสุดท้ายที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมครั้งล่าสุด และได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ โดยเป็นผลงานการกำกับการแสดงของราชิด โบชาเร็บ ผู้กำกับซึ่งเคยฝากผลงานไว้ในเรื่อง Little Senegal

สิ่งหนึ่งที่หนังสงครามเรื่องนี้พยายามนำเสนออยู่ตลอดก็คือ ความไม่เท่าเทียมกันและการไม่ได้รับการยอมรับของทหารแอฟริกัน ทั้งถูกมองข้ามจากการเลื่อนตำแหน่ง แม้ว่าจะรบอย่างหนักกว่าคนฝรั่งเศสแต่ยศถาบรรดาศักดิ์กลับตกไปเป็นของทหารชาวเมืองน้ำหอม หรือจะกินมะเขือเทศสักลูกยังต้องประท้วงเพื่อให้ได้มา รวมถึงจดหมายที่ส่งหาคนรักก็ถูกเปิดอ่าน ไม่ถูกส่งต่อและโดนกีดกันไม่ให้ได้ลงเอยกับหญิงชาวฝรั่งเศส

ฉากที่ซาอิดทะเลาะกับเมสซาด แล้วอับเดลกาเดอร์เข้ามาห้ามพร้อมทั้งพูดว่า ทุกคนที่อยู่ในกองทัพล้วนเท่าเทียมกัน ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีเชื้อชาติ สะท้อนให้เห็นแนวคิดของอับเดลกาเดอร์ที่ค่อนข้างเชื้อมั่นถึงความเท่าเทียมกันในสังคมและสิทธิที่ตนเองพึ่งจะได้รับ ทั้งยังเป็นเหมือนการเสียดสีฝรั่งเศสกลายๆถึงพฤติกรรมที่ทหารของพวกเขาปฏิบัติต่อคนที่มาจากชาติที่ด้อยกว่า

นอกจากนี้หนังยังแสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในกันและกันของผู้บังคับบัญชากับผู้อยู่ใต้อำนาจ รวมไปถึงสะท้อนความแตกต่างทางวัฒนธรรมและการเอาตัวเองเป็นใหญ่ของฝรั่งเศส ฉากหนึ่งที่ชัดมากๆก็คือตอนที่มีการประกาศว่าคืนนี้จะมีการแสดงมาให้ชม ทหารต่างพากันส่งเสียงยินดี แต่ปรากฏว่าโชว์ที่นำมาแสดงกลับเป็นการเต้นบัลเล่ย์ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ชาวแอฟริกันไม่เข้าใจ ไม่เคยรู้จักมาก่อน และเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คุ้นเคยจนพาลกันเดินออกมาร้องรำทำเพลงตามแบบของตน

แต่ละฉากที่ปรากฎขึ้นมาราวกับจะบอกให้โลกรู้ว่าการรบในคราวนั้นฝรั่งเศสทำประหนึ่งว่าทหารอาณานิคมที่ถูกเกณฑ์มาเป็นเหมือนทาสที่มาทำงานรับใช้เจ้านายโดยที่ไม่มีสิทธิมีเสียงใดๆทั้งสิ้น หนังทำขึ้นมาเหมือนเป็นการเสียดสีฝรั่งเศส ยกย่องทหารจากชาติอาณานิคมและเพื่อเรียกร้องความเสมอภาคให้กับทหารเหล่านั้นด้วยทางหนึ่ง

เมื่อมาถึงตอนจบ เราจะทราบว่าฝรั่งเศสยุติการให้เงินบำนาญกับทหารจากชาติอาณานิคมที่เข้าร่วมสงคราม แม้จะมีการเรียกร้องหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เกิดผล และเรื่องนี้ยังคงไม่มีข้อยุติมาจนถึงปัจจุบัน

หนังเล่าเรื่องไปตามช่วงเวลาและสถานที่ตามหน้าประวัติศาสตร์อย่างเป็นขั้นตอน เหมือนการนำสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆมาวางต่อกันให้เป็นเรื่องเป็นราว ที่น่าสนใจก็คือในการเปลี่ยนสถานที่เกิดเหตุการณ์ ในแต่ละครั้งจะใช้ภาพขาว-ดำของวิวทิวทัศน์มุมสูงเหมือนเรามองจากบนท้องฟ้าจากนั้นก็จะมีเงาของเมฆลอยมาและภาพก็จะค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นภาพสี

 สำหรับผู้ที่หวังว่าจะได้เห็นฉากสงครามที่มีระเบิดตูมตามบู๊ล้างผลาญดุเดือดรวมไปถึงการตัดต่อที่ฉับไหวตามแบบฮอลีวู้ดคงต้องผิดหวัง เพราะแม้ว่าจะขึ้นชื่อว่าเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับสงคราม แต่ด้วยความที่ Days of Glory เล่าเรื่องตามแบบยุโรปและประเด็นหลักก็ไม่ได้พูดถึงการฆ่าฟันกัน หากแต่มุ่งไปที่เรื่องราวของตัวละครและความคิดของทหารที่มารบเพื่อแผ่นดินที่พวกเขาไม่เคยได้เห็นมากกว่า

เราคงบอกไม่ได้ว่าหนังเรื่องนี้จะคว้ารางวัลออสการ์แน่ๆ แต่การที่สามารถผ่านเข้าชิงได้นั้น พอที่จะทำให้คิดไปได้ว่าเพราะเนื้อหาว่าด้วยการยกย่องฮีโร่ที่ถูกลืม แถมวีรบุรุษเหล่านั้นยังเป็นมุสลิม ซึ่งเหมาะกับภาวะตึงเครียดระหว่างศาสนาที่อเมริกากำลังเผชิญหน้ากับผู้นับถือศาสนาอิสลาม บางทีการได้เข้าชิงของหนังเรื่องนี้อาจจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาดีขึ้นมาบ้างก็ได้

Days of Glory ช่วยให้เราเห็นความจริง และความเหลื่อมล้ำที่ยังคงปรากฎอยู่บนโลกใบนี้ โลกที่ความเท่าเทียมกันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ ความดีงามเป็นเรื่องที่ถูกลืม ทั้งยังเป็นโลกที่ฮีโร่เกิดมาจากหน้าหนังสือพิมพ์และจอโทรทัศน์ หาใช่มาจากการสิ่งที่ทำและสิ่งที่เป็นจริงๆ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
bubujung วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 15.15 น.

พวกตาน้ำข้าวก็แบบเนี้ยชอบดูถูกคนผิวสี.....พยายามอ้างสิทธิมนุษยชนแต่พวกมันกลับรุกรานไปทั่วทุกทวีป อ้างสารพัดเรื่องที่จะรุกรานประเทศอื่น ถิอว่ามีกำลังและอาวุธเหนือกว่า เมืองไทยก็เคยโดนนะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28