พิมพ์หน้านี้
|
ก่อนที่ไมเคิลแองเจโล แอนโตนิโอนี่ ผู้กำกับชั้นครูชาวอิตาลีจะเสียชีวิตลงในช่วงเย็นของวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา เช้าตรู่ของวันเดียวกันนั้นเอง อิงมาร์ เบิร์กแมน อีกหนึ่งตำนานของคนสร้างหนังก็ลาลับไปอย่างสงบ ซึ่งสิ่งที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังคือชิ้นงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย ที่เห็นได้ชัดเจนก็เช่น วู้ดดี้ อัลเลน โดยหนังเกือบทั้งหมดของผู้กำกับที่หลงใหลในดนตรีแจ๊สเป็นชีวิตจิตใจผู้นี้ล้วนได้รับอิทธิพลสำคัญมาจากภาพบนแผ่นฟิล์มของเบิร์กแมนทั้งสิ้น นอกจากจะเป็นตัวขับเคลื่อนจินตนาการให้กับคนรุ่นหลังแล้ว งานของผู้กำกับชาวสวีเดนยังก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงกันในหลายๆด้าน ทั้งนี้หนังที่สร้างโจทย์ให้ตีความกันอย่างไม่จบสิ้นก็คือ Persona ภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานระดับมาสเตอร์พีชของเบิร์กแมน ซ้ำยังถูกเยินยอให้เป็นหนึ่งในงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 20 อีกด้วย หนังในปี 1966 เล่าเรื่องราวของอลิซาเบธ วอจเลอร์ นักแสดงสาวที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็เงียบ และไม่ปริปากพูด เธอจึงถูกส่งมารักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ซึ่งอัลม่า พยาบาลสาวเข้ามารับหน้าที่ดูแล แพทย์หญิงที่ทำการเยียวยาลงความเห็นให้พาดาราสาวไปพำนักที่บ้านพักริมทะเล หญิงสาวทั้งสองจึงต้องไปใช้เวลาช่วงฤดูร้อนด้วยกันที่นั้น ระหว่างที่วันคืนดำเนินไป อลิซาเบธยังคงไม่เอ่ยวาจาใดๆ แต่กลับเป็นอัลม่าเสียเองที่พูดถึงเรื่องราวต่างๆในชีวิตของตัว บีบี แอนเดอร์สัน และ ลิฟ อุลมานน์ คือนักแสดงสาว 2 คนที่มารับบทเป็นพยาบาลและนักแสดงสาวตามลำดับ ในปี 1972 นิตยสาร Sight and Sound ได้ทำการสำรวจเพื่อจัดอันดับหนัง 10 เรื่องที่ดีที่สุดตลอดกาล และ Persona ก็ติดอยู่ในลำดับที่ 5 ดูเหมือนว่าไม่มีใครปฏิเสธความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้เลยMulholland Drive และ คำว่า Persona นั้น มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน หมายความถึง หน้ากาก หรือไม่ก็ ตัวละคร แต่ทั้งนี้ในทางวรรณกรรมแล้วนั้น นักวิจารณ์ต่างอ้างอิงคำๆนี้ว่าตีความถึง ตัวตนที่สอง (Second Self) หรือหมายถึง หน้ากากที่ผู้คนสวมเข้าหากันในชีวิตประจำวัน หน้ากากล่องหนเราต่างก็มีกันคนละใบ เมื่อใส่แล้วเราจะเป็นอีกคนหนึ่ง เป็นอีกบุคลิกหนึ่งที่เราอยากให้คนในสังคมสัมผัสและรู้จัก ฉากเปิดตัวของหนังกลายเป็นภาพที่ติดตาของใครหลายคน ภาพสั้นๆของสิ่งต่างๆทั้ง แมงมุมตัวใหญ่, มือที่ถูกตะปูตอก และภาพจากหนังการ์ตูน ถูกนำมาเรียงร้อยต่อกัน มีการตีความไปต่างๆนานาถึงถึงภาพเหล่านั้น ส่วนใหญ่แล้วบอกว่าเป็นความฝันของเด็กชาย คนที่ตื่นขึ้นมาแล้วนั่งลูบใบหน้าของหญิงสาวในตอนจบของฉากเปิดเหล่านั้น ในคำถามที่ตามมาว่า เด็กชายคนนั้นคือลูกที่อลิซาเบธไม่ต้องการใช่หรือไม่ หนังเล่นอยู่กับลักษณะของความคลุมเครือระหว่างความจริงและสิ่งลวงตา จะว่าไปก็พูดถึงสิ่งที่ใกล้เคียงกับ Blowup ผลงานน่าทึ่งของไมเคิลแอนเจโล แอนโตนิโอนี่ ซ้ำยังเปิดตัวปีเดียวกันซะอีก บางช่วงบางตอนเราก็รู้สึกว่านี่เป็นหนังซ้อนหนัง บางครั้งบางทีเราก็คิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการของอัลม่า และอีกเช่นกันกับบางแง่บางมุมที่เราคิดไปว่าตัวละครหญิงทั้งสองนั้นเป็นคนๆเดียวกัน โดยเฉพาะฉากที่ตัดต่อภาพใบหน้าครึ่งเสี่ยวของตัวละครทั้งสองมาต่อกัน อิงมาร์ เบิร์กแมน กล่าวถึงผลงานชิ้นสำคัญของเขาว่า ในบางคราวผมก็พูดได้ว่า Persona ช่วยชีวิตผมเอาไว้ และนั่นไม่ใช่การพูดเกินไปกว่าความเป็นจริง ถ้าผมไม่ได้รับการสนับสนุนให้ทำหนังเรื่องนี้อย่างอิสรเสรี ผมคงไม่มีโอกาสสัมผัสความลับที่ภาพยนตร์เท่านั้นจะสามารถค้นหาเจอ ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าใครจะตีความหนังเรื่องนี้ไปในทิศทางใด Persona คือหนึ่งในภาพยนตร์ที่คุณควรจะหามาชมสักครั้งอย่างไม่ต้องหาข้อโต้แย้ง
|