พิมพ์หน้านี้
|
คงมีคนเขียนไว้ในที่ต่าง ๆ แล้ว ว่าดนตรีคลาสสิกคืออะไร แต่คนอ่านอาจจะอ่านแล้วอยากฟังหรือไม่เห็นจะอยากฟังก็เป็นได้ เลยลองเขียนบล็อกนี้ พูดคุยกันตามประสาชาวบ้าน แบบไม่ต้องดัดจริต คุณ ๆ ทั้งหลายก็ไม่ต้องตัวเกร็งเสียก่อนละครับ
ตามที่ขึ้นต้นไว้ว่ามาปีนบันไดฟังดนตรีคลาสสิกนั้น ก็เป็นคำเชิญชวนธรรมดาแหละครับ เพียงแต่ไม่อยากให้เข้าใจบางอย่างผิด เพราะบางคนที่อยู่ในแวดวงดนตรี เขาก็อาจจะพูดว่า ไม่ต้องปีนบันไดหรอก ดนตรีคลาสสิกไม่ได้ฟังยากอย่างนั้น แต่แหม คำพูดนี้มีทั้งถูกและไม่ถูกนะครับ ที่ผมบอกว่าต้องปีนบันไดนั้น ไม่ได้ต้องการจะยกฐานะของดนตรีให้เป็นของไฮโซสำหรับพวกไฮซ้อหรอกครับ ดนตรีมันก็ของธรรมดาให้เรา ๆ ท่าน ๆ ฟังกันนี่ละ คนแต่งมันก็คนธรรมดา ไม่ใช่เทวดามาจากที่ไหน เพียงแต่ว่ามันมีหลักมันมีเกณฑ์อยู่บ้าง แล้วก็เป็นการแสดงออกในทางศิลปะแบบหนึ่งเท่านั้น ทีนี้พอเป็นเรื่องศิลปะ คุณ ๆ ก็คงเข้าใจได้ใช่ไหมครับว่า ศิลปะก็จะมีรูปแบบหรือแนวคิดต่าง ๆ กันไป ยกตัวอย่างเช่นภาพเขียนดีกว่านะครับ คิดว่าคงทำให้มองเห็นภาพ อันว่ารูปภาพมันก็เป็นสิ่งที่มีอยู่ทั่วไปใช่ไหมครับ หนังสือการ์ตูนก็เป็นรูปภาพ โฆษณาก็เป็นรูปภาพ ข้าวของเครื่องใช้บางทีก็มีตัวการ์ตูนติดอยู่ ภาพแบบนี้ก็เป็นภาพ ทั่วไป ดีบ้างน่าเกลียดบ้างก็แล้วแต่ แต่ก็จะมีภาพอีกประเภทหนึ่งที่มีคุณค่าทางศิลปะ เป็นภาพที่ผู้เขียนตั้งใจจะแสดงออกซึ่งบางสิ่งบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการวาด อารมณ์ของภาพ เรื่องราวที่ต้องการเสนอ ฯลฯ ภาพเหล่านี้ถ้ามีโอกาสดีก็ได้แสดงในแกลอรี่ ถ้าไม่มีโอกาสก็อาจจะต้องรอคอยเวลาที่จะมีใครสักคนมองเห็นคุณค่า แต่ก็อีกนั่นแหละ ของธรรมดาทั่วไปก็กลายเป็นของมีค่าได้ ภาพโฆษณาเก่า ๆ ก็กลายเป็นของที่มีคุณค่าทางศิลปะได้ ดังนั้น ความเป็นศิลปะจึงอยู่ที่คนมอง เพียงแต่ในชั้นต้นเราแยกออกคร่าว ๆ ว่าอะไรเป็นศิลปะ อะไรไม่เป็น ซึ่งต่อมาก็สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นอีกอย่างหนึ่งได้ ดนตรีก็เหมือนกันละครับ มีทั้งแบบฟังกันเพลิน ๆ ดิ้นกันมัน ๆ หรือฟังกันซึ้ง ๆ ตอนอกหัก ก็มีทั้งนั้น เหมือนกับอ่านนิตยสารหรือเรื่องบันเทิงเริงรมย์นั่นแหละครับ คุณค่าของดนตรีนี้ก็ได้ตอบสนองโดยทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ ทีนี้ในร้านหนังสือ (ที่ดี ๆ) ยังมีมากกว่านั้นอีก จะเอาอะไรละครับ นิยายแปล ตำรา ดิกชันนารี สารคดี คู่มือการจัดสวน ศาสนา หนังสือเด็ก หรือหนังสือปรัชญาหนัก ๆ ดนตรีคลาสสิกก็เหมือนกันกับภาพเขียนหรือหนังสือนี่แหละครับ ทุกคนอ่านหนังสือกันทั้งนั้น ตื่นเช้ามาก็อ่านหนังสือพิมพ์แล้ว เด็กก็อ่านการ์ตูน แต่ไม่ได้เป็นการอ่านเอารส หรือเรียกว่าเป็นการอ่านแบบนักอ่าน ดนตรีก็เหมือนกัน ฟังเพลิน ๆ สบายใจ ไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรกับมันนัก ก็คงเป็นป๊อปหวาน ๆ อยากขยับร่างกายก็ต้องแนวแดนซ์หน่อย แต่ถ้าคุณจะฟังอย่าง นักฟัง เช่นเดียวกับนักอ่านที่อ่าน เอาเรื่อง จะอ่านดอสโตเยฟสกี้, เฮมิ่งเวย์ หรือจะ ป.อินทรปาลิต ก็ตาม นี่ละครับ เรากำลังจะก้าวเข้าสู่โลกคลาสสิกแล้ว (ต่อภาคสอง)
|
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |