• pradin
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pradinu@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-01
  • จำนวนเรื่อง : 108
  • จำนวนผู้ชม : 16197
  • จำนวนผู้โหวต : 66
  • ส่ง msg :
classical music & films & good books
พูดคุยเรื่องดนตรีคลาสสิกยุคโบราณถึงสมัยใหม่ หนังคลาสสิก หนังดี หนังสือดี (ปลอดการเมือง)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pradin
วันพุธ ที่ 4 มิถุนายน 2551
Pelle the Conqueror หนังเศร้าที่ทำให้เต็มอิ่มในหัวใจ
Posted by pradin , ผู้อ่าน : 219 , 20:41:04 น.   | หมวดหมู่ : ภาพยนตร์  
พิมพ์หน้านี้


เพลเล่ผู้พิชิต  เป็นหนังในปี ๑๙๘๗ ของเดนมาร์ค  กำกับโดยบิลลี่ ออกุสต์ (Billie August)  มักซ์ ฟอน ซีโดว์ (Max von Sydow) รับบทเป็นพ่อของเพลเล่  ส่วนเด็กชายเพลเล่ แสดงโดย เพลเล่ เวเนการ์ด

เป็นเรื่องของพ่อลูกสวีเดนคู่หนึ่งที่ลงเรือเดินทางมาหางานทำในเดนมาร์ค ซึ่งในขณะนั้นเป็นประเทศที่ร่ำรวยกว่า  หลังจากที่แม่ของเพลเล่เสียชีวิตลง จึงทำให้พ่อตัดสินใจออกจากประเทศมาแสวงหาอนาคตที่ดีขึ้น  แต่เมื่อมาถึงท่าเรือในเดนมาร์ค  พ่อกลับพบว่าไม่มีใครสนใจแรงงานชราผู้นี้เลย  สุดท้ายก็มีเพียงข้อเสนอให้ไปทำงานรับจ้างในไร่ปศุสัตว์ชานเมือง ด้วยค่าแรงต่ำ ๆ  พ่อไม่มีทางเลือก จึงรับข้อเสนอนี้

สภาพภายในไร่เต็มไปด้วยความลำบาก และถูกกดขี่ข่มเหงจากคนคุมงานในไร่  โดยเฉพาะตัวหัวหน้าคนงาน ที่พร้อมจะเอาเรื่องกับใครก็ตามที่ร้องทุกข์ถึงความอยุติธรรมหรือความต่ำต้อย  พ่อต้องทำงานหนักเยี่ยงคนงานคนอื่น  ส่วนเพลเล่นั้นเล่า ก็ถูกพวก "เด็กคุมงาน" แกล้งเอาแบบหยาบโลน  พ่อได้แต่รับปากกับเพลเล่ว่า เด็กพวกนั้นจะต้องถูกสั่งสอนเสียบ้าง  แต่เมื่อพ่อเผชิญหน้ากับพวกนั้น  ยังไม่ทันได้เอ่ยปากร้องทุกข์  เพลเล่เห็นพ่อถูกเด็กคราวลูกตวาดใส่  พ่อได้แต่ยืนฟัง ไม่ได้ปกป้องเพลเล่ดังที่พ่อลั่นวาจาไว้  เพลเล่ล้มตัวลงนอนร้องไห้บนเตียงนอนที่มีแต่กองฟาง

แม้สองสามีภรรยาผู้ดีที่เป็นเจ้าของไร่ จะมิได้กดขี่ข่มเหงหรือดูถูกเหยียดหยามคนงาน  ทั้งยังแสดงออกเมื่อเห็นเพลเล่ว่าให้ความเอ็นดู  แต่สภาพของการทำงานและความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่นี้  นี่หรือคือจุดหมายปลายทางที่อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาด้วยความลำบาก  พ่อของเพลเล่ให้ของขวัญวันเกิดแก่เพลเล่ เป็นมีดพับอันเล็ก ๆ  พ่อมองดูเพลเล่ค่อย ๆ แกะห่อกระดาษซอมซ่อออกทีละชั้น  บอกกับเพลเล่ว่า "มันเป็นของขวัญของคนจน ๆ นะลูก"  เพลเล่เข้าไปกอดพ่อด้วยความรัก

ความสุขของพ่อดูจะมีแต่เพียง ขอให้ได้ในสิ่งธรรมดา ๆ อย่างคนจน ๆ คนอื่นเขา  พ่อบอกกับเพลเล่ว่า "พ่อแอบเอาต้นสตรอว์เบอรี่มาจากสวีเดนด้วย  เป็นพันธุ์ป่าแท้ ๆ ของสวีเดนเชียวละ เราจะปลูกมัน จะได้มีไว้กินกัน" 

ครั้งหนึ่งเพลเล่หลบพายุฝนที่บ้านของนางโอลเซ่น ริมชายฝั่งทะเล  ไม่ไกลจากไร่นัก  จึงรู้ว่านางโอลเซ่นเป็นหญิงม่าย  สามีของนางออกทะเลไปเป็นปีแล้วไม่กลับมาอีกเลย  พ่อของเพลเล่จึงเข้าไปทำความรู้จักกับนาง และนางก็ไม่ปฏิเสธความสัมพันธ์  พ่อกลับมาบอกกับเพลเล่ว่า "ต่อไปนี้ เราจะได้มีกาแฟกินกันที่เตียงนอน ในตอนเช้าวันอาทิตย์แล้วละลูก"  เท่านี้ก็คงเป็นความสุขแล้ว ของคนจน ๆ อย่างพ่อ 

แต่โชคไม่เข้าข้างคนอาภัพเอาเสียเลย  จู่ๆ สามีของนางโอลเซ่นก็กลับมา  เพลเล่บอกพ่อ  พ่อได้แต่ยืนทำสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตามเต็มไปด้วยความปวดร้าว 

แต่สำหรับเพลเล่แล้ว เขาเกิดความฝันว่าจะเดินทางไปแสวงโชคในอเมริกา  โดยคนงานผู้ทำตัวเป็นกบฎคนหนึ่งในไร่ บอกเล่าความฝันลมๆ แล้งๆ ของตัวเขาเองให้เพลเล่ฟัง  มันคงเป็นความฝันที่เป็นจริงได้ยาก  แต่สำหรับเพลเล่แล้ว ดูมันเป็นความฝันที่ไม่ไกลจากจินตนาการในวัยเยาว์ของเขาเสียเลย  เขาบอกกับพ่อถึงความฝันของเขา  เขาและพ่อตกลงว่าจะออกไปเผชิญชีวิตในที่ใหม่อีกครั้ง

เพลเล่ได้รับการเลื่อนขึ้นมาเป็นเด็กคุมงาน  แต่ก็มิได้ทำให้ความฝันของเพลเล่ดับลง  เพลเล่ตัดสินใจที่จะทำตามฝันของตน  โดยออกไปจากที่นี่เสียที  แต่เมื่อถึงวันที่จะต้องไปจริงๆ จังๆ  เพลเล่กลับพบพ่อผู้ชรานั่งร้องไห้อยู่ในคอกวัวด้วยน้ำตานองหน้า  พ่อไปไหนต่อไม่ไหวแล้ว หากแต่เพลเล่ ลูกจงไปเถิด  ดูดังกับว่าพ่อหมดแรงที่จะต่อสู้ชีวิตแล้ว  ยอมรับชะตากรรม ยอมรับความพ่ายแพ้ในชีวิต  ฉากจบ พ่อยืนโบกมืออำลาเพลเล่ เด็กน้อยที่กำลังเดินจากไปด้วยความฝัน  พ่อได้แต่ขอให้เพลเล่โชคดี  ชีวิตของเพลเล่นั้นอีกยาวไกล ส่วนพ่อนั้นได้แต่ร่วงโรยลงไปทุกวัน 

ชื่อเพลเล่ผู้พิชิตนั้น  คงหมายถึงเพียงความหวังเล็กๆ ในคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น  คนที่ยังเยาว์วัยที่ยังมิได้แพ้ชีวิต  แต่ชะตาชีวิตของเพลเล่จะเป็นอย่างไร  หนังได้จบลงอย่างไม่มีคำตอบ  จบลงด้วยช็อตสวยงามของการลาจาก  ของความหวัง ของความฝัน และสุดท้าย ความจำนนต่อชีวิตของผู้ที่หมดเรี่ยวแรงจะดิ้นรนต่อไป

 (บิลลี่ ออกุสต์  ผู้กำกับ)

หนังเรื่องนี้ต้องบอกว่าถ่ายภาพสวยงามมาก ราวกับภาพทิวทัศน์สีน้ำมัน  ดนตรีประกอบเนิบเศร้า  แต่ต้องเตือนคุณๆ ก่อนว่าสไตล์ของหนังยุโรปนั้น ต่างจากฮอลลีวู้ดโดยสิ้นเชิง  ไม่มีการ "บิ้วท์" อารมณ์ หรือทำอะไรจนเกินงาม  หนังบอกเล่าผ่านภาษาภาพที่สวยงาม  เป็นภาษาภาพยนตร์ที่แท้จริง  หนังออกในทางเอื่อยๆ เนือยๆ  แต่ด้วยความงามดุจดังกำลังละเลียดนวนิยายชั้นดีเล่มหนึ่ง  ก็ทำให้ต้องน้ำตาไหลในฉากที่ผู้พ่อ ยอมจำนนต่อชีวิต ร้องไห้เหมือนเด็กด้วยน้ำตานองหน้า  ใครที่ชอบหนังฮอลลีวู้ดแบบเอาสนุกเข้าว่า คงไม่เหมาะกับหนังเรื่องนี้ซึ่งมีความยาวเกือบ ๓ ชั่วโมง 

หนังได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม  มักซ์ ฟอน ซีโดว ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงดารานำชาย  และผู้กำกับยังได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์  กับหนังได้รางวัลอีกหลายรางวัล


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
pradin วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 21.14 น.
http://www.oknation.net/blog/pradin
โลกสวยงามด้วยดนตรีและศิลปะ

ขอบคุณครับ
คุณ Dogstar Panurat และ Pook !
ดูทีไรน้ำตาไหลทุกครั้งครับ ขนาดรู้เรื่องจนปรุหมดแล้ว ก็ไม่ทำให้หายซึ้ง ที่ผมเล่ามาหมดนี้ รับรองครับ ว่าคุณๆ ไม่เสียอรรถรสแต่อย่างใดแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 5
panurat2000 วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 16.05 น.

ต้องไปหามาดูอีกแล้ว...

ป.ล. รายการ World Music

ตอนที่พูดถึงหนังเรื่องเดอะชินเลอส์ลิสต์วิจารณ์ได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ...

แต่รู้สึกว่ามันจะไม่ใช่หนังขาวดำทั้งเรื่องนะ...

เพราะมีอยู่ฉากนึงมันดันมีหนูน้อยหมวกแดง (รึเปล่า) โผล่มาด้วยนะคะ...


ความคิดเห็นที่ 4
Dogstar วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 05.50 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

เคยดูค่ะ เศร้าจนนําตาร่วง
ตอนนั้นไม่เข้าใจว่าพ่อถึงเห็นแก่ตัวปล่อยลูกไปตามลำพังน่าจะอยู่ด้วยกันแต่คนข้างๆของด็อกสตาร์เป็นเดนมาร์กค่ะ
อธิบายว่าเมื่อก่อนอดหยากมากและเป็นเรื่องธรรมดา
ของชีวิตเพื่อเอาตัวรอดเหมือนความเห็นคุณเรือรบค่ะ
หดหู่
ความคิดเห็นที่ 3
pook วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 01.12 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
   Revenge Is A Dish Best Served Cold ..  

น่าดูมากๆๆๆๆ

เห็นแค่รูปพ่อ ใจก็จะขาดแล้วววว
ความคิดเห็นที่ 2
pradin วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 21.01 น.
http://www.oknation.net/blog/pradin
โลกสวยงามด้วยดนตรีและศิลปะ

โอว์ แต่ภาพสวยมากๆครับ ผมดูหลายรอบเลยแหละ เห็นหนังเนือยๆ อย่างนี้น่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 20.59 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

เคยดูครั้งหนึ่งครับ ทางวิดีโอของไรท์พิคเจอร์หรือหนังเดโมเทปก็จำไม่ได้แล้ว จำได้ว่าประทับใจแม็กซ์ ฟอน ซีโดว์มาก เล่นได้สุดยอดจริงๆ แต่ให้ดูอีกก็ไม่เอาครับ เพราะถึงแม้เรื่องนี้ไม่ได้บีบคั้นหนัก แต่สภาพคนจนนั้นหดหู่ยังไงไม่รู้

แต่ถ้าหนังแบบ babette feast นั้นอยากดูอีกครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



ของธรรมดาที่กลายเป็นของคลาสสิก คุณว่าคืออะไร?
หนังสือการ์ตูนเล่มละบาท
1 คน
ของเล่นสังกะสี (ไม่ได้ทำเลียนแบบ)
2 คน
เพลงไทยสมัยคุณปู่ชอบฟัง
0 คน
หนังไทยที่เฉลยตอนท้าย"ผมร้อยตำรวจเอกไชยันต์...!"
0 คน
สปอตโฆษณาเก่า ๆ
0 คน
ตำราต่าง ๆ รุ่นคุณพระเขียนเอง
0 คน
บ้านเรือนไม้ บ้านขนมปังขิง
0 คน
ชามตราไก่ ใส่ก๋วยเตี๋ยวอร่อย
1 คน
รถบุโรทั่ง ที่คุณลุงทั้งหลายขับผ่านช้า ๆ ให้เห็น
1 คน
ปอบหยิบ !!!
0 คน

  โหวต 5 คน