• pradin
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pradinu@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-01
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 6053
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
classical music & films & good books
พูดคุยเรื่องดนตรีคลาสสิกตั้งแต่ยุคโบราณถึงสมัยใหม่ หนังคลาสสิก หนังดี หนังสือดี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pradin
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม 2551
ดนตรีคลาสสิก ในภาพยนตร์ของคูบริค
Posted by pradin , ผู้อ่าน : 227 , 22:29:26 น.   | หมวดหมู่ : ภาพยนตร์  
พิมพ์หน้านี้


สแตนลี่ คูบริค ผู้กำกับอเมริกันระบือนามผู้นี้  หนังที่เป็นเสมือนลายเซ็นของเขาก็คือ 2001 Space Odyssey นี้เอง  ความคลาสสิกของหนังเรื่องนี้คงไม่ต้องสาธยายกันมาก  สิ่งที่จะพูดถึงก็คือ  นอกจากภาษาภาพ ภาษาหนัง คือทั้งบท ความคิด การถ่ายภาพ และการกำกับแล้ว  สิ่งที่ทำให้หนังของคูบริคทุกเรื่อง มีคุณค่าก็คือ การนำเอาเพลงคลาสสิกมาใช้  เรียกว่าไม่ต้องจ้างนักประพันธ์เพลงเลยละ

ที่ผมคิดว่าคูบริคน่าจะถูกพูดถึงในแง่นี้ด้วยนั้น  เนื่องจาก การนำเอาดนตรีคลาสสิกมาใช้นั้น  แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย  เพราะมีเพลงเป็นร้อยเป็นพันให้เลือกใช้อยู่แล้ว  แต่ว่า เพลงเหล่านั้น คีตกวีเขาแต่งเอาไว้ก่อนเนิ่นนานแล้ว  และแรงบันดาลใจที่คีตกวีทั้งหลายแต่งขึ้นมา  ก็มิใช่เป็นภาพหรือเหตุการณ์แบบใด ๆ ในหนังของคูบริคเลย แม้แต่น้อย  แต่คูบริคฉลาดที่จะเลือกใช้ 

ยกตัวอย่างเช่น ๒๐๐๑ นี้  เขาใช้เพลงวอลซ์ของโยฮัน สเตราส์ ชื่อว่า Blue Danube ที่สเตราส์เขียนเพื่อหมายถึงแม่น้ำดานูบที่ไหลผ่านออสเตรีย  แต่คูบริคนำเอาจังหวะเนิบสวยนี้ มาใช้ประกอบภาพยานอวกาศกำลังเดินทางล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันดำมิด  ความจริงหนังเรื่องนี้ และทุกเรื่องที่ผมจะพูดต่อไป  ใช้เพลงคลาสสิกหลายบทด้วยกัน  แต่ผมจะเขียนถึงแต่ละเรื่องโดยละเอียดอีกทีหนึ่ง

หนังเรื่อง Clockwork Orange ก็เป็นหนังในโลกอนาคตแช่นกัน  หากแต่ไม่ใช่การเดินทางในอวกาศ  กลับเป็นเรื่องของแก๊งค์อันธพาลในลอนดอน  ที่วันๆ เอาแต่หาเรื่องชาวบ้านเขาไปทั่ว  และด้วยวิธีการที่รุนแรงจนถึงขั้นอาชญากรรม  เมื่อตัวหัวโจกถูกจับได้  เขามิได้รับโทษทัณฑ์ แต่ได้รับโอกาสให้บำบัดด้วยการล้างสมอง  จากคนที่นิยมความรุนแรง  เลยเป็นต้องสะอิดสะเอียดจนถึงกับรากแตก  เมื่อได้เห็นความรุนแรงอยู่ตรงหน้า  แม้เพียงแต่เห็นภาพ

หนังแสดงให้เห็นโลกอนาคต ปนกับโลกแห่งแฟนตาซี ที่มีสีสันฉูดฉาด  แต่ก็พร้อมที่จะบาดตาบาดใจ ให้เกิดความรุนแรงในลักษณะต่าง ๆ   คูบริคใช้ดนตรีคลาสสิกประกอบภาพการประกอบอาชญากรรม เช่น การฉุดกระชากลากถูอนงค์นางหนึ่งเพื่อเตรียม "ลงแขก"  ก็คือเพลงโหมโรงจากอุปรากรเรื่อง The Barber of Seville ของ Rossini  กับฉากที่หัวโจกปฏิบัติกามกิจในหลาย ๆ ท่าทาง ด้วยการเร่งสปีดของหนังให้เร็วจี๋  ผลที่ได้คือ ภาพการสมสู่ที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอุจาด  ประกอบกับเพลงโหมโรงจากอุปรากรเรื่อง วิลเลี่ยม เทล ของรอสซี่นี่อีกเช่นกัน  ที่ถูกนำมาเร่งสปีดให้เร็วจี๋ตามไปด้วย

ที่สำคัญคือ นายหัวโจกของเราคนนี้  ที่คลั่งความรุนแรงนักหนา  ศิลปินคนโปรดในดวงใจของเขาก็คือ เบโธเฟ่น  แสบไหมละครับ

เรื่องต่อมาก็เป็นหนังออกไปในทางเขย่าขวัญ ซึ่งก็มีฉากรุนแรงอยู่เช่นกัน  เรื่องของเรื่องก็คือ เกิดขึ้นในโรงแรมไกลปืนเที่ยงแห่งหนึ่ง  ที่เมื่อถึงฤดูหนาวจะต้องปิดทำการชั่วคราวหลายเดือน  เพราะเหตุหิมะท่วมจนสูง  แต่ว่าโรงแรมก็ต้องจ้างคนมาดูแลในช่วงที่ "ร้างผู้คน"  เช่นนี้  เพื่อให้คอยดูแลความเรียบร้อยและทำความอบอุ่นให้ห้องพักแต่ละห้อง สลับสับเปลี่ยนกันไป

นายแจ็ค นิโคลสัน นักประพันธ์ไส้แห้ง  ผู้หาโอกาสที่จะได้อยู่ในที่สงบเงียบเช่นนี้  ตกลงรับจ้างงานนี้ด้วยความยินดี  พร้อมกับพาเมียที่หน้าตาดูเหมือนหวาดผวาอยู่ตลอดเวลามาด้วย (เล่นโดย เชลลี่ ดูวาล)  และลูกชายตัวน้อยที่มีสัมผัสพิเศษ (shining) เลยทำให้เห็นอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ควรเห็น  รวมถึงภาพอดีตอันน่าสยดสยองของโรงแรมแห่งนี้  อดีตและอาถรรพ์ที่ทำให้นายแจ็ค สติแตกในที่สุด

คูบริคใช้ดนตรีของบาร์ต็อค คีตกวีชาวโรมาเนีย คือ Music for Strings, Percussions and Celesta ซึ่งเหมาะเหม็งกับบรรยากาศของเรื่องอย่างมาก  น่าสนใจจริง ๆ ที่คูบริคเลือกใช้เพลงนี้  เพราะแม้จะมีความลึกลับดำมืด  แต่บาร์ต็อคไม่ได้แต่งให้คูบริค นำมาใช้ในภาพยนตร์แบบนี้แน่ ๆ

เรื่องต่อมาเป็นเรื่องราวย้อนยุค คือ แบรี่ ลินดอน  อันเป็นเรื่องราวของกระทาชายสามัญชนคนธรรมดา ชื่อ เร็ดมอนด์ แบรี่  อันโชคชะตาที่ผกผันเริ่มมาจากจุดเพียงนิดเดียว  จากการดวลปืนระหว่างเขาและทหารอังกฤษคนหนึ่ง  เหตุเพียงเพราะความรักที่มีต่อหญิงคนเดียวกัน  และการดวลปืนกันแบบ "โอละพ่อ"  คราวนี้  ส่งผลต่อชะตาชีวิตของเขาทั้งชีวิต  เขาต้องระหกระเหินหนึอาญาไปยังแดนไกล  กลายเป็นทหารอังกฤษ แต่ไป ๆ มา ๆ ก็กลับกลายไปเป็นทหารปรัสเซียเสียอีก

ชีวิตมาตกถังข้าวสารเมื่อเขามาได้กับเคาน์เต็ส ซึ่งเป็นม่ายสาว  ชีวิตเขาขึ้นสู่จุดสูงสุด ทั้งเงินทอง และได้บรรดาศักดิ์เป็น แบรี่ ลินดอน  แต่ว่านิสัยไพร่ก็คงเป็นไพร่อยู่ดีละกระมัง  ก็เลยทำให้เขาได้กระทำการหลาย ๆ อย่าง  ที่นำความวิบัติมาให้ในชีวิต  จนชีวิตตกต่ำลงถึงขีดสุด  และเขาได้บทเรียนชีวิตอย่างเจ็บปวด

คูบริคใช้ดนตรีคลาสสิกโบราณ ที่ไม่ทราบชื่อคนแต่ง คือ La Folia  ใช้ประกอบตลอดทั้งเรื่อง โดยเรียบเรียงไปในแนวทางต่าง ๆ หลายแนว  น่าสนใจที่เขาเลือกใช้เพลงนี้  เพราะว่าเพลงคลาสสิกในยุคบาโรค ซึ่งเป็นยุคโบราณยุคหนึ่งของดนตรีคลาสสิกนั้น  มีหลายร้อยเพลง  แต่เขาก็เลือกใช้เพลงนี้  ซึ่งให้อารมณ์และพลังต่อหนังเรื่องนี้อย่างประหลาด

หนังเรื่องสุดท้ายที่จะพูดถึง และเป็นเรื่องสุดท้ายในชีวิตของคูบริค ก็คือ Eye Wide Shut  เพราะพอกำกับเสร็จก็หัวใจวายตายไปเสียก่อนที่หนังจะฉาย  หนังเรื่องนี้คงไม่ต้องพูดมากอีกเช่นกัน  เพราะตอนฉายก็ฮือฮาพอสมควร  เนื่องจากได้ ทอม ครูซ และนิโคล คิดแมน คู่ผัวตัวเมียในขณะนั้น  มาแสดงเป็นผัวเมียกันในเรื่อง 

หนังแสดงให้เห็นความอยาก ความดำมืด  ความต้องการภายในจิตใจ ซึ่งรนหาที่จนเกือบจะได้เรื่อง  ดนตรีที่ใช้ เขานำดนตรีคลาสสิกหลาย ๆ บท  เปิดเรื่องด้วย วอลซ์ ของชอสตาโควิช  ซึ่งมีความโรแมนติก แต่แฝงความลึกลับไว้อย่างประหลาด  อีกบทที่น่าสนใจก็คือ เพลงเปียโนที่มีโน้ตง่าย ๆ ไม่กี่โน้ต ของจอร์จี้ ลิเกติ (Ligeti) คีตกวีสมัยใหม่ชาวฮังกาเรียน  น่าสนใจมาก ๆ เพราะลิเกติ ไม่ใช่คีตกวีในกระแสนิยม  แต่คูบริคก็รู้จักเลือกและนำมาใช้  งานเปียโนง่าย ๆ ชิ้นนี้  ให้ความรู้สึกถึงความดำมืดของจิตใจอย่างประหลาด

ผมจะพูดถึงหนังแต่ละเรื่องโดยละเอียดอีกทีหนึ่ง  ว่าใช้เพลงคลาสสิกเพลงใดบ้าง  ส่วนที่กำลังได้ยินอยู่นี้  ก็คือ แจ๊ส สวีท ของชอสตาโควิช  ที่นำมาประกอบเรื่อง Eye Wide Shut นี้เอง






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16
TheQueenofNostalgia วันที่ : 01/08/2008 เวลา : 00.13 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
 

สรุปว่าหนูยังไม่ได้ดูเลยเรื่องนี้
ดองไว้อีกแล้ว
ความคิดเห็นที่ 15
pradin วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 22.05 น.
http://www.oknation.net/blog/pradin
โลกสวยงามด้วยดนตรีและศิลปะ

ลินดอน ไม่ใช่ บินดอน พิมพ์ผิดครับ
ส่วน ๒๐๐๑ นั้น ไม่มีเพลงชองโฮลซ์ครับ (Gustav Holst)
มีแต่เพลงของริชาร์ด สเตราส์ ตอนเปิดเรื่อง กับโยฮัน สเตราส์ ตอนฉากยานบิน
สเตราส์ ๒ คนนี้ ไม่ได้เป็นญาติกันนะครับ แต่ชื่อสเตราส์มันค่อนข้างโหล
ความคิดเห็นที่ 14
pradin วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 21.59 น.
http://www.oknation.net/blog/pradin
โลกสวยงามด้วยดนตรีและศิลปะ

ขอบคุณครับ ไม่ว่าหรอกครับ ต่างคนต่างจิตต่างใจ
ส่วนผมนั้น คูบริคไม่ว่าจะทำอะไร เป็นถูกใจผมไปหมด
แบรี่ บินดอนนั้น ผมก็ชอบเนื้อเรื่องนะครับ คลาสสิกดี
ส่วนมัลคอล์ม แมคโดเวลล์ นั้น ก็มาเล่นหนังอื้อฉาวสุดๆๆๆ ในประวัติศาสตร์หนัง ก็คือ Caligula
แหม ใครได้ดู Caligula บ้างครับ อยากทราบจัง ผมดูแล้วก็ไม่ได้รังเกียจอะไร กลับนึกชมว่า ไอ้คนสร้างกับผู้กำกับอิตาเลี่ยน คือ Tinto Brass เจ้าพ่อหนังโป๊นั้น บ้าโดยแท้จริง อิอิ สนุกดีครับ
ความคิดเห็นที่ 13
Dogstar วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 20.36 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

ชอบเรื่องแบรี่ ลินดอน ที่มาริสา บาเรนสันมาก
ฉากย้อนยุคสวยงามค่ะแต่ไม่ค่อยชอบเนื้อเรื่องค่ะ
ส่วนสเปซดอดิสซี่ตอนนั้นชอบดนตรีมากค่ะ
ไม่แน่ใจว่ามีของHolt ด้วยหรือเปล่า
ส่วน clockwork orange ทำให้เกลียด malcom macdowaldไปเลยค่ะ อีตานี่ตอนหลังชอบเล่นหนังโรคจิต
โดยทำตาโตๆสีฟ้าลอยเคว้งคว้างเลยเกลียดเป็นการส่วนตัว
(คงไม่ว่านะคะ) สรุปแล้วชอบหนังของคูบริคทุกเรื่องที่ได้ดูค่ะ ดีใจที่คุณเขียนบล็อกและได้อ่านในวันนี้
ความคิดเห็นที่ 12
pradin วันที่ : 27/07/2008 เวลา : 11.52 น.
http://www.oknation.net/blog/pradin
โลกสวยงามด้วยดนตรีและศิลปะ

แหม จำได้สิครับ
แต่ละเรื่องของคูบริคนั้น ผมดูแล้วดูอีกหลายรอบ
มีสเน่ห์อย่างประหลาดครับ สำหรับหนังของเขา
แม้ความหยาบคาย หรือภาษาหยาบ ๆ ยังมีสเน่ห์เลยครับ มันทำให้หนังสมจริงสมจังน่าดู ซึ่งไม่เหมือนกับความหยาบคายในแบบหนังไทย โดยเฉพาะหนังตลก
ประเด็นนี้ น่าคิดนะครับ
ความคิดเห็นที่ 11
pook วันที่ : 27/07/2008 เวลา : 06.35 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
เค้าไปแว้ว เหลือแต่แฟกซ์

มี่กล่าวมาทั้งหมดนั้น
เคยดูเรื่องเดียว
คือ
2001 Space Odyssey
ซึ่ง
ดูม่ายรู้เรื่องค่า
ความคิดเห็นที่ 10
Cat@ วันที่ : 27/07/2008 เวลา : 05.58 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler

หนังเค้าสร้างได้ดี มั๊กๆๆๆ
เก่งจริงๆ จำได้ หมด
โหวตให้ค่ะ
วงเล็บ ยังไม่ลืม ก๋วยเตียวนะค่ะ
แต่อิๆๆ ใจเย็นๆๆ
ความคิดเห็นที่ 9
pradin วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 16.42 น.
http://www.oknation.net/blog/pradin
โลกสวยงามด้วยดนตรีและศิลปะ

ดู Colour me Kubrick แล้วละครับ
หนังน่าจะดีนะครับ แต่ว่าไม่มีคำแปลเลย ซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษก็ไม่มีเสียนี่ เลยเข้าใจแต่พล็อตเรื่อง แต่รายละเอียดเก็บไม่ได้เลย
ไม่ได้เกิดเป็นฝรั่งเสียด้วย
ความคิดเห็นที่ 8
TheQueenofNostalgia วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 15.47 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
 


ขออนุญาตนอกเรื่อง
พอดีซื้อเรื่องนี้มา ว่าจะดูวีคเอนด์นี้ค่ะ
ก็เลยรีบมาบอกคนที่ชอบ คูบริคและมัลโควิชไว้ก่อน
ความคิดเห็นที่ 7
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 11.36 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ชอบครับ..ชอบฟัง
ความคิดเห็นที่ 6
pradin วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 10.39 น.
http://www.oknation.net/blog/pradin
โลกสวยงามด้วยดนตรีและศิลปะ

ส่วนบทก็ยียวนกวนประสาทมาก ๆ แต่ว่าสมจริงสมจัง
ผมชอบดู Full Metal Jacket มาก โดยเฉพาะคำพูดสุดห่ามของครูฝึก ได้อารมณ์จริง ๆ
เขาจบหนังได้อย่างสวยมาก ๆ ครับ เช่น นิโคล คิดแมน พูดกับทอม ครูซ ในไดอะล็อกจบของเรื่องว่า "ชั้นคิดว่าเราควรไป...กัน"
ความคิดเห็นที่ 5
pradin วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 10.36 น.
http://www.oknation.net/blog/pradin
โลกสวยงามด้วยดนตรีและศิลปะ

ดีใจครับ ที่มีคนชอบคูบริคเหมือนผม
ผมดูทุกเรื่อง ยกเว้นสามเรื่องแรกของเขา ที่เป็นงานหนังขาวดำสั้น ๆ
แต่เอ ... ภาษาภาพผมว่าไม่เพี้ยนนะ เรียกว่าอาร์ตมาก ๆ มากกว่า
เฟลลีนี่ผมก็ชอบมากครับ
ผมว่าหนังของคูบริคเป็นความลงตัวระหว่างภาพ บท เพลง และอะไรหลายๆ อย่าง รวมทั้งความเป็นศิลปะที่สูงอีกด้วย
คราวหน้าผมจะมาพูดถึงสารคดีเกี่ยวกับคูบริค ที่มีโอกาสได้ดูมาครับ
ขอบคุณทุกความเห็น คุณ freeman & มนู
ความคิดเห็นที่ 4
พี่มนู วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 23.22 น.
http://www.oknation.net/blog/peemanoo

คูบริกเป็นผู้กำกับที่รสนิยมทางภาษาภาพมากคนหนึ่งในโลก พอพอกับ เฟลีนี่ ฮิทช์ค็อค kieslowski และอื่นๆที่ไม่ได้พูดถึงอีก โดยส่วนตัวผมหลงรักไสตล์หนังของคูบริคมาก อาจเป็นเพราะการเข้าใจ moment ของหนัง ที่มักสอดผสานกันทั้งภาพและเสียงกันอย่างกลมกลืน ส่วนบทภาพยนตร์บางครั้งดูเพี้ยนๆหรือไม่ค่อยเข้าท่าเข้าที แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะถ้าหากมองภาพยนตร์เป็นศิลปะที่สื่อผ่านภาพ (Visual Communication) แล้วละก็องค์ประกอบอื่นๆก็ไม่จำเป็น

ผมบอกได้เลยว่า ภาพยนตร์ไม่ใช่หนังสือ และหนังสือก็ไม่ใช่ภาพยนตร์ ต่างสื่อต่างวาระครับ อย่างที่แม็คโลฮานพูด สื่อก็คือสารครับผม (Medium is the Message) คับ

ขอให้สนุกกับคิวบริคครับ ยังงัยว่างๆแวะไปทักทายกันบ้างคับ
ความคิดเห็นที่ 3
freeman วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 23.16 น.
http://www.oknation.net/blog/hanako

มาทันเวลาพอดี
สุดยอดเลยครับ นานๆผมจะมีโอกาสฟังแนวนี้
ก่อนเคยฟังบ่อยโดยเฉพาะจากคุณพิชัย วาสนาส่ง
ฟังแล้วเย็นสบาย เหลือหลาย
ความคิดเห็นที่ 2
pradin วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 22.47 น.
http://www.oknation.net/blog/pradin
โลกสวยงามด้วยดนตรีและศิลปะ

ผมชอบทุกเรื่องครับ Clockwork ก็ชอบมาก ๆ แต่ว่าหนังเรื่องนี้โดนต่อต้านเยอะ มีคนไม่ชอบเยอะครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 22.45 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ดูใหมดทุกเรื่อง แต่ชอบเรื่องเดียวมากๆ คือ Barry Lyndonที่สอนใจว่าชีวิตคนเรามีขึ้นสูงมากๆและลงต่ำมากๆ จากการตัดสินใจผิดนิดเดียว
Clockwork Orange เป็นความพยายามสร้างหนังแนวกุ๊ยๆเพี๊ยนๆ เอาตะตะ ตะต่า ของบีโธเฟ่นมากระชากอารมณ์ ไม่ได้ความสุนทรีย์อะไรเลยครับ
ส่วน The Shining ก็สะท้อนว่าความคิดที่แล่นผ่านหัวคนนั้น อาจจะน่าตกใจถ้ารู้ ดนตรีสไตล์ discordant ของบาร์ตอก ก็คงสร้างความตึงเครียด ได้คล้ายในเรื่องExorcist
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



ความชอบ-ไม่ชอบ ดนตรีคลาสสิก
ชอบ เพราะมีทำนองที่ไพเราะ
13 คน
ชอบ เพราะมีการแสดงออกของความคิด และศิลปะ
4 คน
ชอบ เพราะผ่อนคลายความเครียด
1 คน
ไม่ชอบ เพราะ ฟังเข้าใจยาก
0 คน
ไม่ชอบ เพราะน่าเบื่อ ชวนง่วงนอน
0 คน
ไม่ชอบ เพราะ ยืดยาว
0 คน
ไม่แน่ใจ เพราะไม่รู้จัก
0 คน
ไม่แน่ใจ เพราะหาฟังไม่ค่อยได้
0 คน
ไม่แน่ใจ เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นฟังอย่างไร
0 คน

  โหวต 18 คน