วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม 2551
อาหารถวายพระ
Posted by
ท่านจันทร์
,
ผู้อ่าน : 182
, 14:02:16 น.
พิมพ์หน้านี้
|

ในช่วงนี้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ราคาข้าวและอาหารอื่นๆถีบตัวสูงขึ้นแบบพรวดพราด และมีแนวโน้มว่าไม่นานนี้จะเกิดปัญหาข้าวยากหมากแพงทุกแห่งหน
พระสงฆ์สามเณรต้องดำรงชีพอยู่ด้วยการบริจาคอาหารจากผู้ใจบุญสุนทรทาน และมักเป็นอาหารที่ปรุงรสอย่างดีเลิศที่สุดแล้ว เมื่อรวมกันหลายรายก็ทำให้อาหารในวัดมีมากชนิด กระทั่งเหลืออาหารในปริมาณไม่น้อย จากที่เคยเป็นเด็กวัดถึง ๔ ปี เห็นว่ามีอาหารถูกเททิ้งแทบทุกวัน หลายครั้ง เด็กวัดแอบเทออกจากปิ่นโตตั้งแต่อยู่ในระหว่างเดินตามพระยามออกบิณฑบาตตอนเช้า เพื่อให้มีปิ่นโตว่างพอจะรับอาหารเจ้าต่อไป
คนไทยใจบุญ ชอบใส่บาตร เป็นเรื่องที่ดี น่าอนุโมทนา แต่ไม่ควรประเดประดังใส่บาตรกันในวันสำคัญทางศาสนาเพียงเท่านั้น เพราะจะทำให้อาหารเหลือทิ้งอย่างน่าเสียดาย ทางที่ดีน่าจะสร้างค่านิยมใส่บาตรวันเกิด เช่นเกิดวันอาทิตย์ก็ใส่บาตรทุกวันอาทิตย์ ในบ้านหนึ่งมีสมาชิกกี่คนก็เฉลี่ยใส่บาตรให้ตรงกับวันเกิดของแต่ละคน
เมื่อเห็นพระสงฆ์รูปใดรับอาหารมากเหลือหลายแล้ว ไม่ควรใส่บาตรด้วยอาหารให้เป็นภาระแก่ท่านอีก และก็ไม่ควรนำเงินใส่บาตรพระด้วยความคิดแบบมักง่ายว่าท่านจะได้นำไปซื้ออาหารและสิ่งจำเป็นอื่นๆในวันต่อไป ทั้งนี้เพราะนักบวชพุทธที่แท้จริงนั้นรับเงินเป็นของตนมิได้ ซื้อขายสิ่งใดก็มิได้โดยประการทั้งปวง เป็นอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
ในกรณีที่ไม่อาจใส่บาตรได้ ขอแนะนำให้นำเงินในจำนวนเท่าที่ใช้เตรียมอาหารใส่บาตรนั่นแหละใส่ลงไปในขันข้าวใส่บาตรที่วางไว้หน้าหิ้งพระ อธิษฐานจิตว่าขอใส่บาตร ทำเช่นนี้ได้ทุกวัน หรือในวันเกิดประจำสัปดาห์ และทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวบรวมเงินทำบุญมากพอสมควร ก็นำเงินนั้นไปบริจาคโรงครัวประจำวัดที่เห็นสมควร เพื่อให้มีการทำอาหารถวายพระในวันที่ขาดแคลน หรือจะใช้เงินเป็นค่าน้ำค่าไฟ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆที่สมควรก็ได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่า ต้องนำเงินถวายวัด ไม่นำเงินถวายพระ โดยที่วัดนั้นก็ต้องมีระบบจัดการเงินที่ดีด้วย
อาหารที่จะนำใส่บาตร หรือ อาหารที่จะนำไปถวายพระนั้น ไม่ควรเน้นความอร่อย เพราะอาหารอร่อยมักเป็นผลเสียแก่สุขภาพ โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงด้วยรสจัดจ้าน อุดมไปด้วยน้ำมันและน้ำตาล ซึ่งเป็นที่มาแห่งโรคภัยนานาชนิด และทำให้พระฉันอาหารไปแล้วมีร่างกายอ้วนเทอะทะเป็นภาระแท้
น้ำพริกผักสด-ผักลวก-ผักต้ม เป็นอาหารที่น่าจะนำไปถวายพระสงฆ์สามเณร เพราะเป็นอาหารสุขภาพ และมีคนฉุกคิดที่จะถวายอาหารประเภทนี้ไม่มากนัก ยิ่งเป็นพืชผักไร้สารพิษด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นอาหารวิเศษ ถือว่าเป็นอาหารอันประณีตแท้เทียว
ในแต่ละวัดจะต้องเรียนรู้เรื่องบริหารจัดการอาหารมิให้เหลือทิ้งอีกต่อไป รวมไปถึงทุกภาคส่วนของสังคมก็ต้องทำเรื่องนี้กันอย่างจริงจังตั้งใจด้วย ที่ศูนย์ปฏิบัติพุทธเมตตาธรรม ในซอยเพชรเกษม ๘๗ เด็กๆตั้งสัจจะอธิษฐานกันว่า จะไม่เหลือข้าวติดจานแม้สักเม็ดเดียว ถ้าเหลือ เด็กแต่ละคนจะปรับตนเองตามจำนวนเม็ดข้าว เม็ดละสิบบาท แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็เสียค่าปรับให้ตนเองเม็ดละ ๒๐ บาท แล้วนำเงินค่าปรับไปทำบุญอะไรที่ไหนก็ได้ นับว่าน่าสนใจนัก
ท่านจันทร์ WWW.PRAJAN.COM 
|