พิมพ์หน้านี้
|
พระ กับ ผู้หญิง (ข่าวจาก เว็บไซต์ไทยรัฐ) เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ได้มีการประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะเขต เจ้าคณะแขวง และเลขานุการ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด ซึ่งต่อมาพระธรรมสุธี อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ฝ่ายมหานิกาย เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือเพื่อเตรียมการรับมือคนที่จะเข้าบรรพชา หรือบวชในพระพุทธศาสนา เนื่องจากใกล้เทศกาลสำคัญคือวันเข้าพรรษา ซึ่งในปีนี้ได้กำชับให้เข้มงวดกวดขันกับคนที่จะเข้ามาบวชให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะเกรงว่าจะมีคนเข้ามาหากินกับพระพุทธศาสนาจนทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย ประกอบกับปัจจุบันปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรง อาจจะทำให้คนหนีปัญหาแล้วเข้ามาบวช ซึ่งไม่ได้เป็นการบวชจากศรัทธา แต่เพราะความจำเป็น ดังนั้นอาจจะมีการใช้ผ้าเหลืองไปในทางไม่ถูกต้อง เจ้าคณะกรุงเทพฯกล่าวอีกว่า ที่สำคัญช่วงนี้ยิ่งต้องระวัง เพราะยังเป็นช่วงฤดูร้อน ยังไม่ทำนา ต้องรอให้ เข้าสู่ฤดูฝนก่อน ทำให้คนต่างจังหวัดเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ จำนวนมาก และมีไม่น้อยที่จะเข้ามายึดอาชีพ เป็นนักบวชเพื่อทำมาหากิน เพราะถือว่าเป็นวิธีการที่หาเงินได้ง่ายที่สุด และอีกส่วนหนึ่งที่ต้องระวังคือ นักโทษที่เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำ ยังไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้แล้วหันมาบวชเป็นพระออกเรี่ยไรเงิน ซึ่งการกระทำเช่นนี้มีมากขึ้น เพราะบทลงโทษตามกฎหมายไม่รุนแรง โทษปลอม บวชจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ทางที่ดีต้องเพิ่มโทษให้หนักฐานทำลายความมั่นคงประเทศด้วย “ขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจรุนแรง คนไม่มีจะกิน ไม่มีอาชีพ ทำให้หนีตายหนีเข้ามาบวชเพื่อหากินกับผ้าเหลืองมากขึ้นเพราะได้เงินง่าย มีคนเคารพบูชา จับได้ทุกวัน พอบวชแล้วก็เรี่ยไรด้วยการออกบิณฑบาต ไม่ เอาข้าว เอาแต่เงิน บางคนปลอมเข้ามาบวชเป็นพระเพื่อ ทำมาหากิน ตั้งตัวเป็นพระหมอดู พระรดน้ำมนต์ ทำเสน่ห์ เป็นต้น บางคนไม่มีวัดไหนบวชให้ก็ซื้อผ้าเหลืองมาแล้วเข้าห้องน้ำใช้โถส้วมเป็นพระอุปัชฌาย์ก็มี” เจ้า คณะกรุงเทพฯกล่าว พระธรรมสุธีกล่าวอีกว่า อีกเรื่องที่ได้กำชับให้ เจ้าคณะเขตเจ้าคณะแขวงเฝ้าระวัง คือขณะนี้กำลังมีกลุ่มบุคคลไปจ้างคนให้ปลอมเข้ามาบวช เพื่อทำลายพระพุทธศาสนา เข้ามาทำให้วงการเสื่อมเสีย อาศัยผ้าเหลืองหากิน ทำให้ประชาชนที่มองเข้ามาและไม่ทราบความจริง ไม่รู้ต้น สายปลายเหตุ เหมารวมว่าพระสงฆ์ไม่ดีเสียไปทั้งหมด ดังนั้น ต้องเข้มงวดอย่างหนัก เพื่อขจัดมารศาสนาให้หมดไป “พระสงฆ์ที่กระทำผิด เท่าที่ได้รับรายงานมีอยู่เรื่อยๆ เดือนหนึ่งๆหลายสิบรูป เฉพาะใน กทม.อย่างเดียว พอทำผิดแล้วถูกจับสึกถูกยึดใบสุทธิพระ ก็หนีไปบวชใหม่ตามต่างจังหวัด แล้วก็เข้ามาหากินใน กทม.อีก ส่วนหนึ่งต้องโทษพระอุปัชฌาย์ โทษเจ้าอาวาสที่ไม่พิจารณาคัดกรองคนที่จะเข้ามาบวช ยิ่งเวลานี้ยิ่งต้องระวัง รัฐบาลปราบปรามยาเสพติดมากๆ คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแอบเข้าไปบวชเพื่อหลบภัยกันมาก วัดต้องกวดขัน คุมเข้ม ตรวจประวัติให้ดี” พระธรรมสุธีกล่าวและว่า แต่อย่างไรก็ตาม ภัยศาสนาและความมั่นคงของคณะสงฆ์ที่น่ากลัวที่สุดคือ เรื่องของนารีพิฆาต มีพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจำนวนมาก จะถูกแก๊งนารีพิฆาตพยายามเข้าไปตีสนิท มอมยาแล้วขอถ่ายรูปแบล็กเมล์ บางทีนำหนังโป๊ หนังสือโป๊มาเสนอขาย ใครหลวมตัวก็เสร็จ มีพระดีๆหลายรูปที่ต้องสึกไป ...................................................................................... พระ กับ ผู้หญิง (ข้อเขียนของ ท่านจันทร์) ขอได้โปรดพิจารณาข้อความส่วนหนึ่งจากการให้สัมภาษณ์ของ “พระธรรมสุธี” เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ดังนี้ “...ภัยศาสนาและความมั่นคงของคณะสงฆ์ที่น่ากลัวที่สุดคือ เรื่องของนารีพิฆาต มีพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจำนวนมาก จะถูกแก๊งนารีพิฆาตพยายามเข้าไปตีสนิท มอมยาแล้วขอถ่ายรูปแบล็กเมล์ บางทีนำหนังโป๊ หนังสือโป๊มาเสนอขาย ใครหลวมตัวก็เสร็จ มีพระดีๆหลายรูปที่ต้องสึกไป” (จากเว็บไซต์ไทยรัฐ) เราไม่ต้องเสียเวลาโต้เถียงในเรื่องแผนนารีพิฆาตที่กล่าวขานมีจริงหรือไม่ แม้จะมีการพูดถึงมานานแล้วก็ตาม ประเด็นที่ควรกล่าวถึงก็คือ ถ้าแผนนารีพิฆาตมีจริงตามนั้น จะมีผลให้ “พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ” ต้องถูกเข้าถึง ตีสนิท ถ่ายรูปแบล็กเมล์ จนถึงขั้นนำหนังโป๊ หนังสือโป๊มาเสนอขาย กระทั่งลาสิกขาเลยเชียวหรือ เพราะเท่าที่ทราบตามพระธรรมวินัย พระสงฆ์จะไม่เปิดโอกาสให้มีการอยู่สองต่อสองกับสตรีเพศอยู่แล้ว ถ้ามีการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจริง ก็จะไม่มีหญิงใดมากระทำการดังกล่าวได้เลย การปล่อยตัว-ปล่อยใจไปจนถึงขั้นนั้น แสดงว่าไม่ใช่พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแต่อย่างใดเลย โดยจริงแล้ว ผู้หญิงเป็น “มาตุคาม” แปลว่า มีความเป็นไปเช่นเดียวกับมารดา แสดงว่า พระพุทธศาสนามองผู้หญิงในฐานะอันสูงส่ง มองแบบให้เกียรติในระดับสูง และในความเป็นจริง ผู้หญิงก็ช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนามิใช่น้อย พระที่ออกบิณฑบาตในยามเช้า ส่วนมากจะมีผู้หญิงเป็นผู้ใส่บาตร และการช่วยงานวัดวาอารามต่างๆ ก็ได้แรงงานผู้หญิงนี่แหละคอยช่วยเหลือเป็นหลัก แม้กระทั่งการเข้าบวช ถือศีล ปฏิบัติธรรม ผู้หญิงก็เป็นสมาชิกส่วนใหญ่ ในขณะที่ผู้ชายกลายเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ในเรื่องนี้ ภาษิตจีนสอนว่า “น้ำ ทำให้เรือลอยได้ แต่น้ำ ก็ทำให้เรือจมได้ด้วยเหมือนกัน” ผู้หญิงเปรียบเสมือนน้ำ พระ เปรียบเสมือนเรือ ถ้าเรือมีสภาพดี ไม่ใช่เรือรั่วน้ำ ก็จะสามารถลอยอยู่เหนือน้ำได้ โดยที่น้ำนั้นจะช่วยอุ้มเรือให้ลอยลำ แต่ถ้าเรือนั้นมีรูรั่ว น้ำก็จะเข้าเรือ กระทั่งเรือล่มไปในที่สุด นั่นไม่ใช่ความผิดของน้ำ แต่เป็นความไม่สมประกอบของเรือ แทนที่จะกล่าวโทษแผนนารีพิฆาต พระน่าจะหันกลับมาโทษความหย่อนยานในการปฏิบัติตนตามพระธรรมวินัย เช่นเดียวกับเจ้าของเรือที่ต้องหันมาดูแลรูรั่วในตัวเรือ ดีกว่าจะไปกล่าวโทษน้ำ พระพุทธเจ้ามักสอนอยู่เสมอว่า “จงเตือนตนด้วยตนเอง – จงพิจารณาตนด้วยตนเอง การเพ่งโทษผู้อื่น อาสวะเจริญยิ่ง การเพ่งโทษตนเอง กุศลธรรมเจริญยิ่ง การตั้งตนอยู่บนความลำบาก กุศลธรรมเจริญยิ่ง การตั้งตนอยู่บนความสบาย อกุศลธรรมเจริญยิ่ง” จากคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าพระสงฆ์ลดการบริโภคความสบายลงบ้าง
ก็จะช่วยให้มีความอ่อนแอทางจิตใจน้อยลง การใช้ชีวิตแบบเดียวกับชาวบ้านผู้ครองเรือน
ขาดการบำเพ็ญศีลสังวร สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ
ย่อมทำให้ประตูเมืองใจไม่แน่นหนา
ง่ายที่ข้าศึกศัตรูจะเข้ามาจู่โจมโรมรันทุกวันทุกคืน เช่นเรือรั่วน้ำนั่นแล |
| "กล้า" | ||
กล้าจน กล้าจริง กล้าทิ้ง กล้าทำ กล้าฝืน กล้าคว่ำ กล้าย่ำ กล้าย่าง กล้าเจ็บ กล้าตาย กล้าวาย กล้าวาง กล้าแตก กล้าต่าง กล้าอย่าง จำลอง |
||
|
View All |
||
| วิถีธรรม 16 สิงหาคม 2551 | ||
ออกอากาศทาง ททบ.5 วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2551 |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |