วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม 2551
จัดงาน หรือ จัดใจ
Posted by
ท่านจันทร์
,
ผู้อ่าน : 202
, 08:46:50 น.
พิมพ์หน้านี้
|

ในช่วงเทศกาลวิสาขบูชา เป็นช่วงเวลาของการจัดงานใหญ่หลายแห่ง เพื่อเฉลิมฉลองวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยแต่ก่อนแต่ไรไหนมา ได้มีการจัดงานใหญ่ที่ท้องสนามหลวง แต่ปีนี้ได้เปลี่ยนไปจัดที่วัดสระเกศฯ - วัดยานนาวา และในค่ายทหารราบ ๑๑ ใกล้วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน
มีการมอบรางวัลแด่นักบวชและฆราวาสผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา ในช่วงเทศกาลวิสาขบูชาทุกปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ โดยไม่แน่ใจนักว่าดุลยพินิจของคณะกรรมการผู้คัดเลือกบุคคลที่สมควรรับรางวัลนั้นมีมากน้อยแค่ไหน และใช้หลักพิจารณาใดเป็นเกณฑ์ เห็นได้ว่ากลุ่มชาวพุทธนอกกระแสหลักไม่เคยได้รับรางวัลเลยแม้สักคนเดียว หรือว่าผู้ทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาโดยแท้จริง ก็ได้รับความสุข-สงบ-สบายใจเป็นรางวัลตอบแทน และเป็นรางวัลจากพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว
การจัดงานเพื่อพระพุทธศาสนาในช่วงวิสาขบูชาตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ ก็ยังเป็นการพายเรือวนอยู่ในอ่างอยู่นั่นเอง ไม่ไปถึงแก่นแท้แห่งพุทธธรรม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของเปลือกนอกหลอกตา เน้นการนำเสนอรูปแบบอามิสบูชาเป็นประเด็นสำคัญ โดยพยายามจัดงานให้หรูหราใหญ่โตโชว์หน้าตา มากกว่าจะเป็นงานที่นำคนให้เข้าถึงความสงบเงียบเรียบง่ายตามแนวทางแห่งพุทธธรรม แม้การใส่ชุดขาวจนกลายเป็นเครื่องแบบสำเร็จรูปของชาวพุทธ ก็เป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถามกันว่าเป็นความถูกต้องเหมาะควรแล้วหรืออย่างไร ด้วยชุดขาวแท้จริงแล้วเป็นของพราหมณ์ มิใช่พุทธ การเดินเวียนเทียนนั้นเล่าก็เป็นพิธีกรรมที่ไม่ให้อะไรมากไปกว่าไฟและควัน โดยเฉพาะที่พุทธมณฑล รอบองค์พระยืนเด่นเป็นสง่า ควันจากธูปเทียนฟุ้งไปหมด เป็นมลภาวะทางระบบหายใจของคนที่ไปร่วมงานมิใช่น้อย รวมความว่า โดยส่วนใหญ่ที่ทำกันอยู่ เป็นการจัดงาน มากกว่า การจัดใจ ทำแต่เรื่องภายนอก ไม่เน้นเข้าหาภายใน ไม่ต้องกล่าวไปถึงการจัดงานที่อิงรูปแบบเทวนิยมเข้ามาเรียกคน-เรียกเงิน อาทิเช่น การกวนข้าวทิพย์ และการแหล่พระเวสสันดร ที่พระผู้สวดทำนองแหล่มักจะเรียกร้องเร่งเร้าให้โยมผู้ฟังบำเพ็ญบุญบารมีเป็นพระเวสสันดร เพื่อที่พระเองก็จะสมาทานปฏิปทาของชูชกงกเงิน พบว่าการจัดงานแบบพุทธเราเท่าที่เห็นเป็นการจัดงานแบบอิงอาศัยการเรี่ยไรรับบริจาค หรือเป็นการแบมือขอเงิน มากกว่าจะเป็นการจัดงานที่มุ่งไปสู่การให้-การเสียสละอย่างแท้จริง ถ้าเราชาวพุทธไม่ตระหนักในเรื่องนี้ ก็จะดึงคนดีมีปัญญามาร่วมงานได้ยากมาก เพระเห็นเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายเอือมระอา
สมควรที่ศาสนจักร จะต้องร่วมมือกับอาณาจักร เพื่อให้มีการจัดงานด้วยการจัดใจ เว้นการเรี่ยไรรับบริจาค แต่ต้องเป็นช่วงแห่งการให้ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ชาวพุทธทั่วประเทศ เป็นช่วงเวลาแห่งการถือศีลแปดในวันพระ และถือศีลห้าในวันธรรมดา ทั้งเป็นช่วงเวลาแห่งการบำเพ็ญภาวนาเพื่อการอบรมจิตและปัญญาให้สะอาด สว่าง สงบ
ท่านจันทร์ WWW.PRAJAN.COM
|