|
ภาวะโลกร้อนในปัจจุบันทำให้อากาศแปรปรวนไปทั่วโลก ธรรมชาติถูกมนุษย์ทำลายไปจนเสียสมดุล ฉันเองก็คงเป็นอีกคนหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติด้วยเหมือนกัน เพราะฉันไม่เคยสนใจธรรมชาติเลยจนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงปิดเทอมได้ไปรับลูกสาวมาอยู่ด้วย ลูกสาวของฉันอยากไปดูต้นไม้ดูสัตว์แต่ที่พักของเรานั้นไกลจากสวนสัตว์มาก แต่อยู่ใกล้กับป่าและภูเขา
พอดีช่วงนั้นเป็นปลายเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่น่าท่องเที่ยวป่าและภูเขามากที่สุด เพราะเป็นช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ต้นไม้จะเป็นสีเขียวขจี ฉันและครอบครัวซึ่งมีจำนวนสมาชิกแค่สามคนตัดสินใจที่จะไปเดินป่ากัน
ฉันกับลูกสาววัยเจ็ดขวบ ยังไม่เคยเดินป่าเลย ส่วนสามีของฉันชอบการเดินป่ามากเขาเคยไปเดินป่าเขาใหญ่และภูกระดึงมาแล้ว สำหรับป่าสะแกราช เขาบอกว่าเดินง่ายมาก เพราะมีถนนลาดยางเหมาะสำหรับเด็กและคนที่ยังไม่เคยเดินป่า
ฉันและครอบครัว เลือกไปเดินป่ากันที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช พวกเราทั้งสามคน เริ่มออกเดินทางจากที่พักใน อำเภอครบุรี เวลาประมาณสิบเอ็ดโมงเช้า ไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่ ร้านขนมจีนแม่ประภาศรี ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว ร้านขนมจีนแห่งนี้เป็นร้านที่มีชื่อเสียง เพราะมีรสชาติอร่อยมากของอำเภอวังน้ำเขียว มีน้ำยาหลายชนิดแต่ที่ฉันกับครอบครัวชอบกินมากที่สุด คือ น้ำยาแกงไก่ใส่เห็ดหอม
ช่วงวันหยุดที่ร้านแห่งนี้คนจะแน่นมาก นอกจากรสชาติอร่อยแล้วราคายังถูกมากรับประทานกันจนอิ่ม และซื้อกลับบ้าน ยังไม่ถึงสองร้อยบาทเลย เมื่ออิ่มท้องแล้วก็เดินทางย้อนกลับไปที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เพราะว่าร้านขนมจีนร้านนี้อยู่เลยออกไป ถ้าเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา
สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชตั้งอยู่ในเขตตำบลวังน้ำเขียว และ ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 300 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองนครราชสีมา ประมาณ 60 กิโลเมตร หรือ กม.ที่ 79 ตามทางหลวงหมายเลข 304 มีเนื้อที่ประมาณ 78 ตารางกิโลเมตร ( ประมาณ 48,750 ไร่)
นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา จัดกิจกรรมเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ และ สิ่งแวดล้อมของโรงเรียนต่างๆ ซึ่งจะจัดตามความเหมาะสมของระดับนักเรียน
สถานีวิจัยแห่งนี้มีป่าดิบแล้งและป่าเต็งรังที่มีความอุดมสมบูรณ์คงความเป็นธรรมชาติ มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักวิจัย และผู้มาเยือนที่พร้อมจะให้บริการ ทั้งทางด้านที่พักถ้ามาเที่ยวกันเป็นกลุ่ม ตั้งแต่ สิบคนขึ้นไป ต้องโทรศัพท์ติดต่อทางสถานีก่อนล่วงหน้า

ฉันและครอบครัวเดินทางมาถึงสถานีวิจัยแห่งนี้ประมาณบ่ายโมง สามีของฉันไปลงทะเบียนเข้าชม แล้วนำเอกสารแผนที่การเดินป่ามาเดินกันเอง เนื่องจากมากันแค่สามคน เจ้าหน้าที่จะให้เดินป่ากันเองตามแผนที่ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายเส้นทาง ถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่จะมีเจ้าหน้าที่ให้สำหรับนำทางเดินป่า
เส้นทางที่ฉันและครอบครัวเลือกเดิน คือ เดินไปตามทางลาดยางจนสุดแล้วค่อยเดินกลับ ระยะทางไปกลับรวมกันประมาณ 4 กิโลเมตร เพราะเป็นเส้นทางที่เดินง่ายที่สุด โดยพกน้ำดื่มไปคนละขวด
สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชตั้งอยู่ในเขตภูเขา ภูเขาที่สำคัญได้แก่ เขาเคลียด เขาเขียว และเขาสูง ปกคลุมด้วยป่าไม้สำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) และป่าเต็งรัง ( Dry Dipterocarp Forest ) พันธุ์ไม้ที่สำคัญของป่าดิบแล้งชนิดนี้ประกอบด้วย ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง กระเบากลัก เป็นต้น ป่าทั้งสองชนิดครอบคลุมเนื้อที่ประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่สถานี นอกนั้นเป็นป่าชนิดอื่น เช่นป่าไผ่ ป่าปลูก ทุ่งหญ้า เป็นต้น

สัตว์ป่าที่สำรวจพบในเขตสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช มีทั้งหมดประมาณ 430 ชนิด เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประมาณ 79 ชนิด เช่น เก้ง หมูป่า เป็นต้น สัตว์ปีกประมาณ 238 ชนิด ได้แก่ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า นกชนิดต่าง ๆ เป็นต้น สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก จำนวน 87 ชนิด ในจำนวนสัตว์ดังกล่าว เป็นสัตว์หายากใกล้สูญพันธ์และสัตว์เฉพาะถิ่น ได้แก่ เสือโคร่ง กวางป่า พญากระรอกดำ นกยูง ไก่ฟ้าหลังขาว จิ้งเหลนด้วงปักธงชัย และตุ๊กแกป่าดงพญาเย็น
ฉันและครอบครัวเริ่มเดินป่ากันประมาณบ่ายโมงกว่า ก่อนจะเดินตามเส้นทางที่ตั้งใจไว้ พวกเราทุกคนยกมือไหว้ศาลพระภูมิที่อยู่ริมทางเดินขึ้น เมื่อเริ่มเดินตามเส้นทางสัตว์ชนิดแรกที่ฉันได้เห็น ลักษณะเหมือนกับกระรอก แต่ตัวใหญ่กว่าที่เคยเห็น หางเป็นพวงยาวสวยงามมาก และสีก็แปลกกว่าด้วย ตัวแรกมีสีดำสนิท ส่วนตัวที่สองนั้นสีขาวสนิท เห็นอยู่บนยอดไม้ที่อยู่ริมทางเดิน
ในระหว่างทางเจอกลุ่มที่เดินนำหน้าเรามาก่อนและมีเจ้าหน้าที่นำทางในกลุ่มนั้นเป็นเด็กอายุประมาณระหว่างแปดถึงสิบขวบ จำนวนหกเจ็ดคน และมีผู้ปกครองเดินตามหลังจัดว่าเป็นกลุ่มใหญ่ มีอุปกรณ์เดินป่า กล้องดูนกครบครันเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าครอบครัวของฉันจะไม่มีเจ้าหน้าที่นำทางและคอยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับป่า แต่ที่สถานีวิจัยแห่งนี้จะมีป้ายบอกชื่อต้นไม้ที่สำคัญติดไว้ตามลำต้นของต้นไม้ มีป้ายอธิบายบอกรายละเอียดเกี่ยวกับป่าแห่งนี้ ในทุกจุดที่มีพืชสำคัญ และมีสัตว์ป่าที่หายากบางชนิดอยู่อาศัยบริเวณนั้น
ป้ายที่ฉันเห็นได้แก่ป้ายของไก่ฟ้าพญาลอ ทำให้ฉันและครอบครัวอยากเห็นเป็นอย่างมาก แค่ชื่อก็แปลกไม่เคยได้ยิน ในใจคิดว่าน่าจะเป็นสัตว์ที่หายาก ในการเดินป่าครั้งนี้ขอให้ได้เจอตัวจริงด้วยเถิด จะถ่ายรูปไว้ดูเป็นที่ระลึก
ฉันและครอบครัวเดินป่าชมความงามของธรรมชาติกับอากาศที่เย็นสบายไม่ร้อนเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาบ่ายจนลืมเหนื่อย เดินขึ้นเขากันไปเรื่อยเรื่อย พอใกล้จะสุดทางลาดยาง ฉันกับครอบครัวได้ยินเสียงน้ำตก ซึ่งในแผนที่ไม่ได้บอกว่ามีน้ำตกบอกเพียงแต่ว่ามีเขื่อนอยู่ใกล้กับเส้นทางที่พวกเราเดิน
เมื่อเดินกันมาสุดทางลาดยางจะมีลักษณะคล้ายกับวงเวียนมีต้นไม้ที่ลำต้นใหญ่และก็สูงมากอยู่ตรงกลาง และทางขวามือจะเป็นทางลาดลงไปสันเขื่อน พวกเราเดินลงไปดูเห็นเป็นเวิ้งน้ำที่สวยงามมาก

ตอนพวกเราเดินลงไปดูสันเขื่อนรีบเดินกันไปอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้น แต่ตอนเดินขึ้นสิลำบากมาก เมื่อขึ้นมาได้ก็ต้องมานั่งพักดื่มน้ำกันตรงวงเวียนต้นไม้ใหญ่ สามีกับลูกสาวของฉันเขาอยากจะเดินต่อไปดูหอคอย
ฉันบอกเขาสองคนให้ดูนาฬิกา ตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายสามโมงเย็นแล้ว ฉันบอกว่าให้รีบกลับกันเลย เพราะกว่าจะเดินลงไปถึงที่ตั้งสถานีต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง พวกเราเลยรีบกลับกัน
ระหว่างทางที่จะเดินกลับ ในใจนึกว่าเดินเหยียบใบไม้แห้งให้มีเสียงดังสัตว์บางชนิดจะได้หนีไป สัตว์บางชนิดที่ว่านั้นก็คืองูนั้นเอง ฉันตกใจกลัวมาก บอกให้สามีและลูกสาวหยุดเดิน ส่วนงูก็คงตกใจกลัวเช่นเดียวกัน รีบเลื้อยหนีไปอย่างรวดเร็ว งูที่ฉันเห็นมีสีทองสวยงามมาก ฉันไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย

พวกเราทั้งหมดรีบเดินกลับกันอย่างรวดเร็ว ในระหว่างทางเดินก็มองดูทางกันอย่างดีกลัวว่าจะเจอสัตว์เลื้อยคลานที่เจอไปแล้ว พอเดินมาได้สักระยะหนึ่งพวกเราทุกคนต้องหยุดแทบไม่อยากจะขยับตัว เพราะเจอกับฝูงไก่ฟ้าพญาลอประมาณเกือบสิบตัวได้ อยู่บนถนนลาดยาง

ฉันตื่นเต้นมากพยายามจะถ่ายรูปไว้ แต่ได้แค่ในระยะไกลพอเดินเข้าไปใกล้ พวกไก่ฟ้าก็จะส่งเสียงขู่บางตัววิ่งตรงจะมาจิกฉันด้วยซ้ำไป ฉันตกใจมากรีบเดินหนี ด้วยความกลัว ส่วนไก่ฟ้าก็เดินหนีลงข้างทางเหมือนกัน ส่งแต่เสียงขู่ให้พวกเราได้ยิน ภาพที่ถ่ายเอาไว้เลยออกมาไม่ค่อยชัดสมใจอยาก
ฉันและครอบครัวเดินมาถึงที่ตั้งสถานีเป็นเวลาสี่โมงเย็นพอดี ก่อนจะถึงสถานีเจอกับกลุ่มเด็กที่เดินนำหน้าพวกเราไปเดินออกมาจากเส้นทางแนวกันไฟที่สี่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เดินนำทางไปคงจะเป็นเส้นทางในป่า
สามีของฉันเขาเคยมาเดินแล้วบอกว่าถ้าเดินเข้าไปตามเส้นทางแนวกันไฟที่สี่ จะมีลานต้นพะยอมอยู่กลางป่า ถ้ามาเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่จะจัดอาหารกลางวันไว้ตอนรับให้พวกเด็กเด็กได้พักรับประทานอาหารกันกลางป่า

ฉันกับลูกตั้งใจกันไว้ว่าถ้ามีโอกาสได้มาเดินป่าที่สถานีแห่งนี้อีก จะต้องเดินเส้นทางตามแนวกันไฟเพื่อไปศึกษาธรรมชาติในป่าให้มากกว่านี้ โดยจะแต่งตัวและเตรียมอุปกรณ์ เช่น ไม้ที่ใช้สำหรับเดินป่าไว้คอยกันงู กล้องส่องดูนก และหนังสือสำหรับดูนก เพราะป่าที่สถานีแห่งนี้มีนกมากมายหลายชนิด การเดินป่าครั้งนั้นสำหรับฉันและลูกสาวรู้สึกประทับใจมาก นอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม แล้วยังได้รับความสงบฝึกสมาธิฝึกสติไปด้วยพร้อมกัน
ในขณะที่เรากำลังเดินทางกลับกันนั้น กระรอกสีขาวตัวใหญ่หางเป็นพวงสวยงามมาก มาหยุดกินผลไม้อยู่บนถนนขวางหน้ารถของพวกเรา เสียดายที่ถ่ายรูปไว้ไม่ทัน หนีไปเสียก่อน
ระหว่างทางที่ ฉันและครอบครัว กำลังเดินทางกลับที่พัก ในอำเภอครบุรี ซึ่งเป็นเวลาเกือบจะหกโมงเย็น บรรยากาศสองข้างทางที่เป็นทุ่งนาและไร่อ้อย เต็มไปด้วยหมอกลงจัด เป็นภาพที่สวยงามมากไม่เคยเห็นมาก่อน เสียดายที่ไม่ได้เก็บภาพเอาไว้อีกเช่นกันเพราะกล้องถ่ายรูปถ่านแบตตารี่หมด
การเดินป่าในครั้งนั้นเป็นการท่องเที่ยวที่คุ้มค่ามาก ได้ชื่นชมกับความงามของธรรมชาติ ทำให้รู้สึกรักและหวงแหนอยากจะอนุรักษ์ไว้ให้อยู่นานนาน นอกจากนั้นยังเป็นการได้ออกกำลังกายได้สูดอากาศบริสุทธิ์ และได้เที่ยวอย่างสนุกสนานได้ความรู้ แต่เสียค่าใช้จ่ายเพียงนิดเดียว เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่อยู่ในขณะนี้พอดี
-จบ-
|