• มนต์อักษรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 1620
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
ประภัสสร
บันทึกเรื่องราวจากสิ่งที่ได้พบเห็น มีทั้งเรื่องที่ให้ความสุขสนุกสนาน น่าประทับใจ หรือให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์
Permalink : http://www.oknation.net/blog/prapassorn
วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม 2551
เดินป่าสะแกราชชมไก่ฟ้าพญาลอ
Posted by มนต์อักษรา , ผู้อ่าน : 177 , 11:41:14 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภาวะโลกร้อนในปัจจุบันทำให้อากาศแปรปรวนไปทั่วโลก  ธรรมชาติถูกมนุษย์ทำลายไปจนเสียสมดุล ฉันเองก็คงเป็นอีกคนหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติด้วยเหมือนกัน  เพราะฉันไม่เคยสนใจธรรมชาติเลยจนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงปิดเทอมได้ไปรับลูกสาวมาอยู่ด้วย  ลูกสาวของฉันอยากไปดูต้นไม้ดูสัตว์แต่ที่พักของเรานั้นไกลจากสวนสัตว์มาก แต่อยู่ใกล้กับป่าและภูเขา

พอดีช่วงนั้นเป็นปลายเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่น่าท่องเที่ยวป่าและภูเขามากที่สุด เพราะเป็นช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ต้นไม้จะเป็นสีเขียวขจี   ฉันและครอบครัวซึ่งมีจำนวนสมาชิกแค่สามคนตัดสินใจที่จะไปเดินป่ากัน

ฉันกับลูกสาววัยเจ็ดขวบ ยังไม่เคยเดินป่าเลย  ส่วนสามีของฉันชอบการเดินป่ามากเขาเคยไปเดินป่าเขาใหญ่และภูกระดึงมาแล้ว สำหรับป่าสะแกราช  เขาบอกว่าเดินง่ายมาก เพราะมีถนนลาดยางเหมาะสำหรับเด็กและคนที่ยังไม่เคยเดินป่า

ฉันและครอบครัว  เลือกไปเดินป่ากันที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช   พวกเราทั้งสามคน เริ่มออกเดินทางจากที่พักใน อำเภอครบุรี เวลาประมาณสิบเอ็ดโมงเช้า   ไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่ ร้านขนมจีนแม่ประภาศรี  ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว ร้านขนมจีนแห่งนี้เป็นร้านที่มีชื่อเสียง เพราะมีรสชาติอร่อยมากของอำเภอวังน้ำเขียว  มีน้ำยาหลายชนิดแต่ที่ฉันกับครอบครัวชอบกินมากที่สุด คือ น้ำยาแกงไก่ใส่เห็ดหอม

ช่วงวันหยุดที่ร้านแห่งนี้คนจะแน่นมาก นอกจากรสชาติอร่อยแล้วราคายังถูกมากรับประทานกันจนอิ่ม และซื้อกลับบ้าน ยังไม่ถึงสองร้อยบาทเลย เมื่ออิ่มท้องแล้วก็เดินทางย้อนกลับไปที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เพราะว่าร้านขนมจีนร้านนี้อยู่เลยออกไป ถ้าเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา

สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชตั้งอยู่ในเขตตำบลวังน้ำเขียว และ ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 300 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองนครราชสีมา ประมาณ 60 กิโลเมตร หรือ กม.ที่ 79 ตามทางหลวงหมายเลข 304 มีเนื้อที่ประมาณ 78 ตารางกิโลเมตร ( ประมาณ 48,750 ไร่)

นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา จัดกิจกรรมเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ และ สิ่งแวดล้อมของโรงเรียนต่างๆ ซึ่งจะจัดตามความเหมาะสมของระดับนักเรียน

สถานีวิจัยแห่งนี้มีป่าดิบแล้งและป่าเต็งรังที่มีความอุดมสมบูรณ์คงความเป็นธรรมชาติ มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักวิจัย และผู้มาเยือนที่พร้อมจะให้บริการ ทั้งทางด้านที่พักถ้ามาเที่ยวกันเป็นกลุ่ม ตั้งแต่ สิบคนขึ้นไป ต้องโทรศัพท์ติดต่อทางสถานีก่อนล่วงหน้า




ฉันและครอบครัวเดินทางมาถึงสถานีวิจัยแห่งนี้ประมาณบ่ายโมง สามีของฉันไปลงทะเบียนเข้าชม แล้วนำเอกสารแผนที่การเดินป่ามาเดินกันเอง เนื่องจากมากันแค่สามคน เจ้าหน้าที่จะให้เดินป่ากันเองตามแผนที่ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายเส้นทาง ถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่จะมีเจ้าหน้าที่ให้สำหรับนำทางเดินป่า

เส้นทางที่ฉันและครอบครัวเลือกเดิน คือ เดินไปตามทางลาดยางจนสุดแล้วค่อยเดินกลับ ระยะทางไปกลับรวมกันประมาณ 4 กิโลเมตร เพราะเป็นเส้นทางที่เดินง่ายที่สุด โดยพกน้ำดื่มไปคนละขวด

สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชตั้งอยู่ในเขตภูเขา ภูเขาที่สำคัญได้แก่ เขาเคลียด เขาเขียว และเขาสูง ปกคลุมด้วยป่าไม้สำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) และป่าเต็งรัง ( Dry Dipterocarp Forest ) พันธุ์ไม้ที่สำคัญของป่าดิบแล้งชนิดนี้ประกอบด้วย ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง กระเบากลัก เป็นต้น ป่าทั้งสองชนิดครอบคลุมเนื้อที่ประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่สถานี นอกนั้นเป็นป่าชนิดอื่น เช่นป่าไผ่ ป่าปลูก ทุ่งหญ้า เป็นต้น



สัตว์ป่าที่สำรวจพบในเขตสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช มีทั้งหมดประมาณ 430 ชนิด เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประมาณ 79 ชนิด เช่น เก้ง หมูป่า เป็นต้น สัตว์ปีกประมาณ 238 ชนิด ได้แก่ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า นกชนิดต่าง ๆ เป็นต้น สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก จำนวน 87 ชนิด ในจำนวนสัตว์ดังกล่าว เป็นสัตว์หายากใกล้สูญพันธ์และสัตว์เฉพาะถิ่น ได้แก่ เสือโคร่ง กวางป่า พญากระรอกดำ นกยูง ไก่ฟ้าหลังขาว จิ้งเหลนด้วงปักธงชัย และตุ๊กแกป่าดงพญาเย็น

ฉันและครอบครัวเริ่มเดินป่ากันประมาณบ่ายโมงกว่า ก่อนจะเดินตามเส้นทางที่ตั้งใจไว้ พวกเราทุกคนยกมือไหว้ศาลพระภูมิที่อยู่ริมทางเดินขึ้น เมื่อเริ่มเดินตามเส้นทางสัตว์ชนิดแรกที่ฉันได้เห็น ลักษณะเหมือนกับกระรอก แต่ตัวใหญ่กว่าที่เคยเห็น หางเป็นพวงยาวสวยงามมาก และสีก็แปลกกว่าด้วย ตัวแรกมีสีดำสนิท ส่วนตัวที่สองนั้นสีขาวสนิท เห็นอยู่บนยอดไม้ที่อยู่ริมทางเดิน

ในระหว่างทางเจอกลุ่มที่เดินนำหน้าเรามาก่อนและมีเจ้าหน้าที่นำทางในกลุ่มนั้นเป็นเด็กอายุประมาณระหว่างแปดถึงสิบขวบ จำนวนหกเจ็ดคน และมีผู้ปกครองเดินตามหลังจัดว่าเป็นกลุ่มใหญ่ มีอุปกรณ์เดินป่า กล้องดูนกครบครันเลยทีเดียว




ถึงแม้ว่าครอบครัวของฉันจะไม่มีเจ้าหน้าที่นำทางและคอยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับป่า แต่ที่สถานีวิจัยแห่งนี้จะมีป้ายบอกชื่อต้นไม้ที่สำคัญติดไว้ตามลำต้นของต้นไม้ มีป้ายอธิบายบอกรายละเอียดเกี่ยวกับป่าแห่งนี้ ในทุกจุดที่มีพืชสำคัญ และมีสัตว์ป่าที่หายากบางชนิดอยู่อาศัยบริเวณนั้น

ป้ายที่ฉันเห็นได้แก่ป้ายของไก่ฟ้าพญาลอ ทำให้ฉันและครอบครัวอยากเห็นเป็นอย่างมาก แค่ชื่อก็แปลกไม่เคยได้ยิน ในใจคิดว่าน่าจะเป็นสัตว์ที่หายาก ในการเดินป่าครั้งนี้ขอให้ได้เจอตัวจริงด้วยเถิด จะถ่ายรูปไว้ดูเป็นที่ระลึก

ฉันและครอบครัวเดินป่าชมความงามของธรรมชาติกับอากาศที่เย็นสบายไม่ร้อนเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาบ่ายจนลืมเหนื่อย เดินขึ้นเขากันไปเรื่อยเรื่อย พอใกล้จะสุดทางลาดยาง ฉันกับครอบครัวได้ยินเสียงน้ำตก ซึ่งในแผนที่ไม่ได้บอกว่ามีน้ำตกบอกเพียงแต่ว่ามีเขื่อนอยู่ใกล้กับเส้นทางที่พวกเราเดิน

เมื่อเดินกันมาสุดทางลาดยางจะมีลักษณะคล้ายกับวงเวียนมีต้นไม้ที่ลำต้นใหญ่และก็สูงมากอยู่ตรงกลาง และทางขวามือจะเป็นทางลาดลงไปสันเขื่อน พวกเราเดินลงไปดูเห็นเป็นเวิ้งน้ำที่สวยงามมาก



ตอนพวกเราเดินลงไปดูสันเขื่อนรีบเดินกันไปอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้น แต่ตอนเดินขึ้นสิลำบากมาก เมื่อขึ้นมาได้ก็ต้องมานั่งพักดื่มน้ำกันตรงวงเวียนต้นไม้ใหญ่ สามีกับลูกสาวของฉันเขาอยากจะเดินต่อไปดูหอคอย

ฉันบอกเขาสองคนให้ดูนาฬิกา ตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายสามโมงเย็นแล้ว ฉันบอกว่าให้รีบกลับกันเลย เพราะกว่าจะเดินลงไปถึงที่ตั้งสถานีต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง พวกเราเลยรีบกลับกัน

ระหว่างทางที่จะเดินกลับ ในใจนึกว่าเดินเหยียบใบไม้แห้งให้มีเสียงดังสัตว์บางชนิดจะได้หนีไป สัตว์บางชนิดที่ว่านั้นก็คืองูนั้นเอง ฉันตกใจกลัวมาก บอกให้สามีและลูกสาวหยุดเดิน ส่วนงูก็คงตกใจกลัวเช่นเดียวกัน รีบเลื้อยหนีไปอย่างรวดเร็ว งูที่ฉันเห็นมีสีทองสวยงามมาก ฉันไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย




พวกเราทั้งหมดรีบเดินกลับกันอย่างรวดเร็ว ในระหว่างทางเดินก็มองดูทางกันอย่างดีกลัวว่าจะเจอสัตว์เลื้อยคลานที่เจอไปแล้ว พอเดินมาได้สักระยะหนึ่งพวกเราทุกคนต้องหยุดแทบไม่อยากจะขยับตัว เพราะเจอกับฝูงไก่ฟ้าพญาลอประมาณเกือบสิบตัวได้ อยู่บนถนนลาดยาง



ฉันตื่นเต้นมากพยายามจะถ่ายรูปไว้ แต่ได้แค่ในระยะไกลพอเดินเข้าไปใกล้ พวกไก่ฟ้าก็จะส่งเสียงขู่บางตัววิ่งตรงจะมาจิกฉันด้วยซ้ำไป ฉันตกใจมากรีบเดินหนี ด้วยความกลัว ส่วนไก่ฟ้าก็เดินหนีลงข้างทางเหมือนกัน ส่งแต่เสียงขู่ให้พวกเราได้ยิน ภาพที่ถ่ายเอาไว้เลยออกมาไม่ค่อยชัดสมใจอยาก

ฉันและครอบครัวเดินมาถึงที่ตั้งสถานีเป็นเวลาสี่โมงเย็นพอดี ก่อนจะถึงสถานีเจอกับกลุ่มเด็กที่เดินนำหน้าพวกเราไปเดินออกมาจากเส้นทางแนวกันไฟที่สี่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เดินนำทางไปคงจะเป็นเส้นทางในป่า

สามีของฉันเขาเคยมาเดินแล้วบอกว่าถ้าเดินเข้าไปตามเส้นทางแนวกันไฟที่สี่ จะมีลานต้นพะยอมอยู่กลางป่า ถ้ามาเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่จะจัดอาหารกลางวันไว้ตอนรับให้พวกเด็กเด็กได้พักรับประทานอาหารกันกลางป่า


ฉันกับลูกตั้งใจกันไว้ว่าถ้ามีโอกาสได้มาเดินป่าที่สถานีแห่งนี้อีก จะต้องเดินเส้นทางตามแนวกันไฟเพื่อไปศึกษาธรรมชาติในป่าให้มากกว่านี้ โดยจะแต่งตัวและเตรียมอุปกรณ์ เช่น ไม้ที่ใช้สำหรับเดินป่าไว้คอยกันงู กล้องส่องดูนก และหนังสือสำหรับดูนก เพราะป่าที่สถานีแห่งนี้มีนกมากมายหลายชนิด การเดินป่าครั้งนั้นสำหรับฉันและลูกสาวรู้สึกประทับใจมาก นอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม แล้วยังได้รับความสงบฝึกสมาธิฝึกสติไปด้วยพร้อมกัน

ในขณะที่เรากำลังเดินทางกลับกันนั้น กระรอกสีขาวตัวใหญ่หางเป็นพวงสวยงามมาก มาหยุดกินผลไม้อยู่บนถนนขวางหน้ารถของพวกเรา เสียดายที่ถ่ายรูปไว้ไม่ทัน หนีไปเสียก่อน

ระหว่างทางที่ ฉันและครอบครัว กำลังเดินทางกลับที่พัก ในอำเภอครบุรี ซึ่งเป็นเวลาเกือบจะหกโมงเย็น บรรยากาศสองข้างทางที่เป็นทุ่งนาและไร่อ้อย เต็มไปด้วยหมอกลงจัด เป็นภาพที่สวยงามมากไม่เคยเห็นมาก่อน เสียดายที่ไม่ได้เก็บภาพเอาไว้อีกเช่นกันเพราะกล้องถ่ายรูปถ่านแบตตารี่หมด

การเดินป่าในครั้งนั้นเป็นการท่องเที่ยวที่คุ้มค่ามาก ได้ชื่นชมกับความงามของธรรมชาติ ทำให้รู้สึกรักและหวงแหนอยากจะอนุรักษ์ไว้ให้อยู่นานนาน นอกจากนั้นยังเป็นการได้ออกกำลังกายได้สูดอากาศบริสุทธิ์ และได้เที่ยวอย่างสนุกสนานได้ความรู้ แต่เสียค่าใช้จ่ายเพียงนิดเดียว เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่อยู่ในขณะนี้พอดี

-จบ-


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
Supawan วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 16.41 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

กิจกรรมดีค่ะ.. อยากทำบ้าง
ความคิดเห็นที่ 6
safarisunset วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 13.44 น.
http://www.oknation.net/blog/safarisunset

เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ได้ประโยชน์ และน่ารักมากๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
นาราด้า วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 12.00 น.
http://www.oknation.net/blog/tarot
Seeress

อ่านแล้วอยากไปเดินป่าเลยค่ะ...แต่ต้องรอให้เจ้าตัวเล็กโตกว่านี้ก่อนนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ แม่หมอนาราด้า
ความคิดเห็นที่ 4
numouse_2007 วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 11.56 น.
http://www.oknation.net/blog/numouse


ดีจังเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 11.54 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาอ่านครับ..
ความคิดเห็นที่ 2
แมนบางไทร วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 11.47 น.
http://www.oknation.net/blog/558855

อยากไป จัง
ความคิดเห็นที่ 1
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 11.45 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ยินดีด้วยครับ ได้เจอไก่ฟ้าตั้งสิบตัว แต่ก็เจองูด้วย เดินป่าแบบนี้ต้องระวังมองที่เท้าด้วยนะครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน