*/
  • praputtamon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2015-03-17
  • จำนวนเรื่อง : 261
  • จำนวนผู้ชม : 207751
  • จำนวนผู้โหวต : 36
  • ส่ง msg :
  • โหวต 36 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน 2560
Posted by praputtamon , ผู้อ่าน : 682 , 02:46:39 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรื่องพระอรหันต์ก็ไม่พ้นจากอกุศลที่ฆ่าสัตว์ได้

 

เรื่องพระมหาโมคคัลลานเถระ

          พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภพระมหาโมคคัลลานเถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า " โยทณฺเฑนอทณฺเฑสุ "เป็นต้น

 

พวกเดียรถีย์คิดหาอุบายฆ่าท่าน

          ความพิสดารว่า ในสมัยหนึ่ง พวกเดียรถีย์ประชุมกัน คิดว่า " ท่านผู้มีอายุ ท่านทั้งหลายทราบหรือ ? ด้วยเหตุไร ลาภสักการะ จึงเกิดขึ้นเป็นอันมากแก่พระสมณโคดม ? เดียรถีย์พวกหนึ่งกล่าวว่า " พวกข้าพเจ้าไม่ทราบ ส่วนพวกท่านทราบหรือ ? " เดียรถีย์ที่รู้เรื่องก็พากันตอบว่าขอรับ พวกข้าพเจ้าทราบ ลาภและสักการะเกิดขึ้นเพราะอาศัยพระเถระรูปหนึ่ง ชื่อมหาโมคคัลลานะ เพราะพระเถระนั้น ไปเทวโลก ถามกรรมที่พวกเทวดาทำแล้ว ก็กลับมาบอกกับพวกมนุษย์ว่า ' ทวยเทพทำ กรรมชื่อนี้ ย่อมได้สมบติเห็นปานนี้' แม้ไปนรก ก็ถามกรรมของหมู่ สัตว์ผู้เกิดในนรกแล้วกลับมาบอกพวกมนุษย์ว่า 'พวกเนรยิกสัตว์ทำกรรมชื่อนี้ ย่อมเสวยทุกข์เห็นปานนี้' พวกมนุษย์ได้ฟังถ้อยคำของพระเถระนั้นแล้ว ย่อมนำลาภสักการะเป็นอันมากไป (ถวาย) ถ้าพวกเราจักสามารถฆ่าพระเถระนั้นได้ไชร้ ลาภและสักการะนั้น ก็จักเกิดแก่พวกเรา "

 

เดียรถีย์จ้างพวกโจรฆ่าพระเถระ

          เดียรถีย์เหล่านั้นต่างรับรองว่า " อุบายนี้ใช้ได้ " ทุกคนเป็นผู้มีฉันทะอันเดียวกัน ตกลงกันว่า " พวกเราจักทำกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งฆ่าพระเถระนั้นเสีย " ดังนี้แล้ว ชักชวนพวกอุปัฏฐากของตนได้ทรัพย์พันกหาปณะ ให้เรียกหมู่โจรผู้เที่ยวทำกรรมคือฆ่าบุรุษมาแล้ว สั่งว่า" พระเถระชื่อมหาโมคคัลลานะอยู่ที่กาฬสิลา พวกเจ้าไปในที่นั้นแล้ว จงฆ่าพระเถระนั้น " ดังนี้แล้ว ก็ได้ให้กหาปณะ (แก่พวกโจร) พวกโจร รับคำเพราะความโลภในทรัพย์ ตั้งใจว่า " พวกเราจัก ฆ่าพระเถระ " ดังนี้แล้ว ไปล้อมที่อยู่ของพระมหาโมคคัลลานเถระนั้นไว้

 

พระเถระถูกพวกโจรทุบ

          พระเถระทราบความที่ตนถูกพวกโจรเหล่านั้นล้อมแล้ว จึงออกไปทางช่องลูกกุญแจหลีกไปเสีย ในวันนั้น พวกโจรนั้น มิได้เห็นพระเถระ วันรุ่งขึ้น จึงไปล้อม (อีก)   พระเถระทราบแล้ว ก็ทำลายมณฑลช่อฟ้าเหาะไปสู่อากาศ เมื่อเป็นเช่นนี้ ในเดือนแรกก็ดี ในเดือนท่ามกลางก็ดี พวกโจรนั้น ก็มิได้อาจจับพระเถระได้ แต่เมื่อมาถึงเดือนสุดท้าย พระเถระทราบภาวะคือการชักมาแห่งกรรมอันตนทำไว้เเล้ว จึงมิได้หลบเลี่ยง พวกโจรไปจับพระเถระได้แล้ว ทุบกระดูกทั้งหลายของท่านให้ แตกยับเป็นชิ้นน้อย มีประมาณเท่าเมล็ดข้าวสารหัก ทีนั้น พวกโจร เหวี่ยงท่านไปที่หลังพุ่มไม้เเห่งหนึ่ง ด้วยสำคัญว่า ' ตายแล้ว' ก็หลีกไป

 

พระเถระประสานกระดูกแล้วไปเฝ้าพระศาสดา

          พระเถระคิดว่า " เราเฝ้าพระศาสดาเสียก่อนแล้วจักปรินิพพาน " ดังนี้แล้ว จึงประสานอัตภาพด้วยเครื่องประสานคือฌาน ทำให้มั่นคงแล้ว ไปสู่สำนักพระศาสดาโดยอากาศ ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว

กราบทูลว่า " ข้าพระองค์จักปรินิพพาน พระเจ้าข้า " พระผู้มีพระภาคเจ้า เธอจักปรินิพพานหรือ ? โมคคัลลานะ พระเถระ จักปรินิพพาน พระเจ้าข้า พระศาสดา เธอจักปรินิพพาน ณ ที่ไหน ? พระเถระ ข้าพระองค์จักไปสู่ประเทศชื่อกาฬสิลาแล้วปรินิพพาน พระเจ้าข้า

          พระศาสดา โมคคัลลานะ ถ้ากระนั้น เธอกล่าวธรรมแก่เราแล้วจึงค่อยไป เพราะบัดนี้ เราไม่พบเห็นสาวกผู้เช่นเธอ (อีก)

 

พระเถระแสดงฤทธิ์แล้วปรินิพพาน

          พระเถระกราบทูลว่า " ข้าพระองค์จักทำอย่างนั้น พระเจ้าข้า " ดังนี้แล้ว ถวายบังคมพระศาสดา เหาะขึ้นไปในอากาศ แสดงฤทธิ์มีประการต่าง ๆ อย่างพระสารีบุตรแสดงฤทธิ์ในวันปรินิพพาน แล้วกล่าวธรรม ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว ไปสู่ดงใกล้กาฬสิลาประเทศ ปรินิพพานแล้ว ถ้อยคำ (เล่าลือ) แม้นี้ว่า " ข่าวว่า พวกโจรฆ่าพระเถระเสียแล้ว " ดังนี้ ได้กระฉ่อนไปทั่วชมพูทวีป

 

พวกโจรถูกจารบุรุษจับได้

          พระเจ้าอชาตศัตรู ทรงแต่งจารบุรุษไป เพื่อต้องการสืบเสาะหาพวกโจร เมื่อโจรแม้เหล่านั้น ซึ่งกำลังดื่มสุราอยู่ในโรงดื่มสุรา, โจรคนหนึ่ง ก็ทุบหลังโจรคนหนึ่งให้ล้มลง โจรที่ถูกทุบนั้น ขู่ตะคอกโจรนั้นแล้ว พูดว่า " เฮ้ย อ้ายหัวดื้อ ทำไมจึงทุบหลังกูเล่า"

โจรผู้หนึ่ง. เฮ้ย อ้ายโจรชั่วร้าย ก็พระมหาโมคคัลลานะ มึง (ลงมือ) ตีก่อนหรือ ?

โจรอีกผู้หนึ่ง. มึงไม่รู้ว่าพระโมคัลลานะถูกตีดอกหรือ ? เมื่อพวกโจรเหล่านั้นพากันกล่าว (อวดอ้าง) อยู่ว่า "พระโมค-คัลลานะ กูเองตีแล้ว ๆ" จารบุรุษเหล่านั้นได้ยินแล้ว จึงจับโจรเหล่านั้นไว้ทั้งหมดแล้ว กราบทูลแด่พระราชา

พระราชาทรงมีรับสั่งให้เรียกพวกโจรมาแล้ว ตรัสถามว่า "พวกเจ้าฆ่าพระเถระหรือ ? " พวกโจร. เป็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า  พระราชา. ใครใช้พวกเจ้าเล่า ? พวกโจร. พวกสมณะเปลือย พระเจ้าข้า

 

พวกเดียรถีย์และพวกโจรถูกลงโทษ

          พระราชา ทรงมีรับสั่งให้จับสมณะเปลือยประมาณ ๕๐๐ แล้วให้ฝังไว้ในหลุมประมาณเพียงสะดือที่พระลานหลวง รวมกับโจรทั้ง ๕๐๐ คน ให้กลบด้วยฟางแล้ว ก่อไฟ (เผา) ครั้นทรงทราบว่าพวกเหล่านั้นถูกไฟไหม้แล้ว จึงรับสั่งให้ไถด้วยไถเหล็ก ทำพวกนั้นทั้งหมดให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย รับสั่งให้ทำการเสียบหลาวไว้ ในโจร ๔ คน

 

พระเถระถึงมรณะสมควรแก่กรรมของตน

          ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมว่า "น่าสังเวชจริง พระมหาโมคคัลลานะมรณภาพไม่สมควรแก่ตน" พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า " ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งประชุมกันด้วยกถาอะไรหนอ ? " เมื่อภิกษุเหล่านั้น กราบทูลว่า " ด้วยกถาชื่อนี้ พระเจ้าข้า " ดังนี้แล้วตรัสว่า " ภิกษุทั้งหลาย โมคคัลลานะ มรณภาพไม่สมควรแก่อัตภาพนี้เท่านั้น, แต่เธอถึงมรณภาพสมควรแท้ แก่กรรมที่เธอทำไว้ในกาลก่อน " อันภิกษุทั้งหลายทูลถามว่า " ก็บุรพกรรมของท่านเป็นอย่างไร ? พระเจ้าข้า " ได้ตรัส (อดีตนิทาน) อย่างพิสดาร (ดังต่อไปนี้)

 

บุรพกรรมของพระมหาโมคคัลลานะ

          ดังได้สดับมา ในอดีตกาล กุลบุตรผู้หนึ่ง เป็นชาวเมืองพาราณสีทำกิจต่าง ๆ มีตำข้าวและหุงต้มเป็นต้นเองทั้งนั้น ปรนนิบัติมารดาบิดา

          ต่อมา มารดาบิดาของเขา พูดกะเขาว่า " พ่อ เจ้าผู้เดียวเท่านั้น ทำงานทั้งในเรือน ทั้งในป่า ย่อมลำบาก, มารดาบิดาจักนำหญิงสาวคนหนึ่งมาให้เจ้า," ถูกเขาห้ามว่า ' คุณแม่และคุณพ่อ ผมไม่ต้องการด้วยหญิงสาวเห็นปานนั้น, ผมจักบำรุงท่านทั้งสองด้วยมือของผมเอง ตราบเท่าท่านทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ " ก็อ้อนวอนเขาแล้ว ๆ เล่า ๆ แล้วนำหญิงสาวมา (ให้เขา)

 

หญิงชั่วยุยงผัวฆ่ามารดาบิดา

          หญิงนั้นบำรุงแม่ผัวและพ่อผัวได้เพียง ๒-๓ วันเท่านั้น ภายหลังก็ไม่อยากเห็นท่านทั้งสองนั้นเลย จึงบอกสามีว่า " ฉันไม่อาจอยู่ในที่แห่งเดียวกับมารดาบิดาของเธอได้ " ดังนี้แล้ว ติเตียน (ต่างๆ นาๆ) เมื่อสามีนั้นไม่เชื่อถ้อยคำของตน, ในเวลาสามีไปภายนอก ถือเอาปอ ก้านปอและฟองข้าวยาคู ไปเรี่ยรายไว้ในที่นั้น ๆ (ให้รกรุงรังเลอะเทอะ) สามีมาแล้ว ก็ถามว่า " นี้ อะไรกัน " ก็บอกว่า " นี่ เป็นกรรมของคนแก่ผู้บอดเหล่านี้, แกทั้งสองเที่ยวทำเรือนทั่วทุกแห่งให้สกปรก ฉันไม่อาจอยู่ในที่แห่งเดียวกันกับแกทั้งสองนั้นได้

 

เชื่อเมียต้องเสียพ่อแม่

          เมื่อหญิงนั้นบ่นพร่ำอยู่อย่างนั้น สัตว์ผู้มีบารมีบำเพ็ญไว้แล้วแม้เห็นปานนั้น ก็แตกกับมารดาบิดาได้ เขาพูดว่า
" เอาเถอะ, ฉันจักรู้กรรมที่ควรทำแก่ท่านทั้งสอง " ดังนี้แล้ว เชิญมารดาบิดาให้บริโภคแล้ว ก็ชักชวนว่า " ข้าแต่พ่อและแม่ พวกญาติในที่ชื่อโน้น หวังการมาของ ท่านทั้งสองอยู่ ผมจัก (พา) ไปในที่นั้น " ดังนี้แล้ว ให้ท่านทั้งสองขึ้น สู่ยานน้อยแล้วพาไป ในเวลาถึงกลางดงลวงว่า " คุณพ่อขอรับ ขอพ่อ จงถือเชือกไว้ โคทั้งสองจักไปด้วยสัญญาแห่งปฏัก, ในที่นี้มีพวกโจรซุ่มอยู่, ผมจะลงไป " ดังนี้แล้ว มอบเชือกไว้ในมือของบิดา ลงไปแล้ว ได้เปลี่ยนเสียงทำให้เป็นเสียงพวกโจรซุ่มอยู่

 

มารดาบิดาสิเนหาในบุตรยิ่งกว่าตน

          มารดาบิดาได้ยินเสียงนั้น ด้วยสำคัญว่า " พวกโจรซุ่มอยู่ " จึงกล่าวว่า " ลูกเอ๋ย แม่และพ่อแก่แล้ว, เจ้าจงรักษาเฉพาะตัวเจ้า (ให้พ้นภัย)เถิด" เขาทำเสียงดุจโจร ทุบตีมารดาบิดา แม้ผู้ร้องอยู่อย่างนั้นให้ตายแล้ว ทิ้งไว้ในดง แล้วกลับไป

ผลของกรรมชั่วตามสนอง

          พระศาสดา ครั้นตรัสบุรพกรรมนี้ของพระมหาโมค-คัลลานะนั้นแล้วตรัสว่า " ภิกษุทั้งหลาย โมคคัลลานะ ทำกรรมประมาณเท่านี้ไหม้ในนรกหลายแสนปี, ด้วยวิบากที่ยังเหลือ จึงถูกทุบตีอย่างนั้นนั่นแล ละเอียดหมด ถึงมรณะ สิ้น ๑๐๐ อัตภาพ, โมคคัลลานะ ได้มรณะอย่างนี้ ก็พอสมแก่กรรมของตนเองแท้ พวกเดียรถีย์ ๕๐๐ กับโจร ๕๐๐ ประทุษร้ายต่อบุตรของเราผู้ไม่ประทุษร้าย ก็ได้มรณะที่เหมาะ (แก่กรรมของเขา)เหมือนกัน, ด้วยว่า บุคคลผู้ประทุษร้ายต่อบุคคลผู้ไม่ประทุษร้าย ย่อมถึงความพินาศฉิบหายด้วยเหตุ ๑๐ ประการเป็นแท้ " ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงได้ทรงภาษิตพระคาถาเหล่านี้ว่า

 โยทณฺเฑนอทณฺเฑนสุอปฺปทุฏฺเฐสุทุสฺสติ

 ทสนฺนมญฺตรํานํขิปฺปเมวนิคจฺฉติ

 เวทนํผรุสํชานึ  สรีรสฺสเภทนํ

 ครุกํวาปิอาพาธํจิตฺตกฺเขปํปาปุเณ

 ราชฺโตวาอุปสคฺคํอพฺภกฺขานํทารุณํ

 ปริกฺขยํญาตีนํ  โภคานํปภงฺคุณํ

 อถวาสฺสอคารานิอคฺคิฑหติปาวโก

 กายสฺสเภทาทุปฺปญฺโญนิรยํโสอุปปชฺชติ.

        " ผู้ใด ประทุษร้ายในท่านผู้ไม่ประทุษร้ายทั้งหลาย ผู้ไม่มีอาชญา ด้วยอาชญา ย่อมถึงฐานะ ๑๐ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งพลันทีเดียว คือ ถึงเวทนากล้า ๑ ความเสื่อมทรัพย์ ๑ ความสลายแห่งสรีระ ๑ อาพาธหนัก ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑ ความขัดข้องแต่พระราชา ๑ การถูกกล่าวตู่อย่างร้ายแรง ๑ ความย่อยยับแห่งเครือญาติ ๑ ความเสียหายแห่งโภคะทั้งหลาย ๑ อีกอย่างหนึ่ง ไฟป่าย่อมไหม้เรือนของเขา, ผู้นั้นมีปัญญาทราม เพราะกายแตกตายไป ย่อมเข้าถึงนรก."


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน