*/
  • praputtamon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2015-03-17
  • จำนวนเรื่อง : 261
  • จำนวนผู้ชม : 207751
  • จำนวนผู้โหวต : 36
  • ส่ง msg :
  • โหวต 36 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 21 กันยายน 2560
Posted by praputtamon , ผู้อ่าน : 644 , 07:03:27 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

แต่ก่อนทำอกุศล ต่อมาเจริญกุศล

บางคนแต่ก่อนคบบาปมิตร จึงได้สร้างอกุศลกรรม หนักบ้างเบาบ้าง ต่อมาภายหลังได้พบกับบัณฑิต ผู้เป็นกัลยาณมิตร เช่นพระพุทธเจ้า เกิดศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย และสมาทานศีล แสดงตนว่าเป็นอุบาสกหรืออุบาสิกาในพระพุทธศาสนา ตั้งแต่นั้นมาก็เจริญกุศล งดเว้นจากอกุศล บาปอกุศลที่ตัวเองเคยทำมาแต่ก่อน ทำให้หนักเป็นเบาได้, ถ้าเป็นโลกุตรกุศลอันเป็นกุศลสูงสูด สามารถทำกรรมนั้นๆ ให้เป็นอโหสิกรรมได้

ดังเรื่องของพระเจ้าอชาตศัตรู พระองค์เชื่อคำยุยงของพระเทวทัตแล้ว ได้ปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นพระราชบิดา อกุศลคือการปลงพระชนม์พระราชบิดานั้น เป็นอนันตริยกรรมให้ผลเกิดในอเวจีมหานรก ต่อมาพระเจ้าอชาตศัตรู อาศัยหมอชีวกมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้ฟังธรรม เกิดความเลื่อมใส เข้าถึงไตรสรณคมณ์ และสมาทานศีล ๕

หลังจากพระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานได้ ๓ เดือน ๔ วัน พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทรงอุปถัมภ์การทำสังคายนาพระไตรปิฏกและอรรถกถา ที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา ใกล้เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ มีพระมหากัสสปเป็นประธานพร้อมพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ตลอด ๗ เดือน

ด้วยบุญที่พระเจ้าอชาตศัตรูได้ถึงพระรัตนตรัย มีศีลและอุปถัมภ์การทำสังคายนานั้น ทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูไปเกิดในขุททกนรกคือโลหกุมภีนรก เสวยทุกข์ทรมานในนรกนั้น ๖ หมื่นปี

ที่จริงแล้วพระเจ้าอชาตศัตรู ต้องไปเกิดในอเวจีมหานรก เพราะทรงทำอนันตริยกรรมคือปลงพระชนม์พระราชบิดา แต่เพราะกุศลที่พระองค์ได้อุปถัมภ์การทำสังคายนาเป็นต้น จึงไปเบียดเบียนอกุศล ทำให้ได้รับผลน้อยลง และพระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ พระเจ้าอชาตศัตรูไว้ว่า หลังจากพระองค์พ้นจากโลหกุมภีนรกแล้ว จะได้มาเกิดเป็นมนุษย์ ได้ออกบวช ตรัสรู้อริยสัจ ๔ เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้ารูปหนึ่ง ชื่อชีวิตวิเสส

          อีกเรื่องหนึ่ง โจรองคุลิมาลฆ่าคนมากมาย แล้วตัดเอานิ้วมือมาร้อยเป็นพวงมาลัย คนทั้งหลายตั้งชื่อให้ว่า องคุลิมาล ดังมีเรื่องใน งคุลิมาลสูตร ว่า

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้นแล ในแว่นแคว้นของพระเจ้าปเสนทิโกศล มีโจรชื่อว่าองคุลิมาล เป็นคนหยาบช้า มีฝ่ามือเปื้อนเลือด ปักใจมั่นในการฆ่าตี ไม่มีความกรุณาในสัตว์ทั้งหลาย โจรองคุลิมาลนั้น กระทำบ้านไม่ให้เป็นบ้านบ้าง กระทำนิคมไม่ให้เป็นนิคมบ้าง กระทำชนบทไม่ให้เป็นชนบทบ้าง เขาเข่นฆ่าพวกมนุษย์แล้ว เอานิ้วมือร้อยเป็นพวงมาลัยทรงไว้

ครั้งนั้นแล ในเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตรและจีวร เสด็จเข้าไปบิณฑบาต ยังพระนครสาวัตถี ครั้นแล้วในเวลาปัจฉาภัต เสด็จกลับจากบิณฑบาตแล้ว ทรงเก็บเสนาสนะ ทรงถือบาตรและจีวร เสด็จดำเนินไปตามทางที่โจรองคุลิมาลซุ่มอยู่ พวกคนเลี้ยงโค พวกคนเลี้ยงปศุสัตว์ พวกชาวนาที่เดินมา ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จดำเนินไปตามทางที่โจรองคุลิมาลซุ่มอยู่ ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่สมณะ อย่าเดินไปทางนั้น ที่ทางนั้นมีโจรชื่อว่าองคุลิมาล เป็นคนหยาบช้า มีฝ่ามือเปื้อนเลือด ปักใจในการฆ่า ไม่มีความกรุณาในสัตว์ทั้งหลาย

โจรองคุลิมาลนั้น กระทำบ้านไม่ให้เป็นบ้านบ้าง กระทำนิคมไม่ให้เป็นนิคมบ้าง กระทำชนบทไม่ให้เป็นชนบทบ้าง เขาเข่นฆ่าพวกมนุษย์แล้ว เอานิ้วมือร้อยเป็นพวงมาลัยทรงไว้  ข้าแต่สมณะ พวกบุรุษสิบคนก็ดี ยี่สิบคนก็ดี สามสิบคนก็ดี สี่สิบคนก็ดี ย่อมรวมเป็นพวกเดียวกันเดินทางนี้ แม้บุรุษผู้นั้นก็ยังถึงความพินาศ เพราะมือของโจรองคุลิมาล เมื่อคนพวกนั้นกราบทูลอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนิ่ง ได้เสด็จไปแล้ว  

แม้ครั้งที่สอง ... แม้ครั้งที่สาม ... ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนิ่ง ได้เสด็จไปแล้ว

ทรงบันดาลอิทธาภิสังขาร

 โจรองคุลิมาล ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จมาแต่ไกล ครั้นแล้ว เขาได้มีความดำริว่า น่าอัศจรรย์จริงหนอ ไม่เคยมีเลย พวกบุรุษสิบคนก็ดี ยี่สิบคนก็ดี สามสิบคนก็ดี สี่สิบคนก็ดี ก็ยังต้องรวมเป็นพวกเดียวกันเดินทางนี้ แม้บุรุษพวกนั้นยังถึงความพินาศเพราะมือเรา เออก็สมณะนี้ผู้เดียว ไม่มีเพื่อนชรอยจะมาข่ม ถ้ากระไร เราพึงปลงสมณะเสียจากชีวิตเถิด ครั้งนั้น โจรองคุลิมาลถือดาบและโล่ผูกสอดแล่งธนู ติดตามพระผู้มีพระภาคเจ้าไปทางพระปฤษฏางค์

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบันดาลอิทธาภิสังขาร โดยประการที่โจรองคุลิมาลจะวิ่งจนสุดกำลัง ก็ไม่อาจทัน พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เสด็จไปตามปกติ ครั้งนั้น โจรองคุลิมาลได้มีความดำริว่า น่าอัศจรรย์จริงหนอ ไม่เคยมีเลย ด้วยว่าเมื่อก่อน แม้ช้างกำลังวิ่ง ม้ากำลังวิ่ง รถกำลังแล่น เนื้อกำลังวิ่ง เราก็ยังวิ่งตามจับได้ แต่ว่าเราวิ่งจนสุดกำลัง ยังไม่อาจทันสมณะนี้ ซึ่งเดินไปตามปกติดังนี้ จึงหยุดยืนกล่าวกะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “จงหยุดก่อนสมณะ จงหยุดก่อนสมณะ”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “เราหยุดแล้ว องคุลิมาลท่านเล่า จงหยุดเถิด”

 ครั้งนั้น โจรองคุลิมาลดำริว่า สมณศากยบุตรเหล่านั้นมักเป็นคนพูดจริง มีปฏิญญาจริง แต่สมณะรูปนี้เดินไปอยู่เทียว กลับพูดว่าเราหยุดแล้วองคุลิมาล ท่านเล่าจงหยุดเถิด ถ้ากระไร เราพึงถามสมณะรูปนี้เถิด ครั้งนั้น โจรองคุลิมาลได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถา ความว่า

ดูก่อนสมณะท่านกำลังเดินไปยังกล่าวว่าเราหยุดแล้วและท่านยังไม่หยุดยังกล่าวกะข้าพเจ้าผู้หยุดแล้วว่าไม่หยุดดูก่อนสมณะข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนี้กะท่านท่านยุดแล้วเป็นอย่างไร?ข้าพเจ้ายังไม่หยุดแล้วเป็นอย่างไร?

พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า ดูก่อนองคุลิมาลเราวางอาชญาในสรรพสัตว์ได้แล้วจึงชื่อว่าหยุดแล้วในกาลทุกเมื่อส่วนท่านไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลายเพราะฉะนั้นเราจึงชื่อว่าหยุดแล้วท่านยังไม่หยุด

โจรองคุลิมาลทูลว่า ดูก่อนสมณะท่านอันเทวดามนุษย์บูชาแล้วแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่มาถึงป่าใหญ่เพื่อจะสงเคราะห์ข้าพเจ้าสิ้นกาลนานหนอข้าพเจ้านั้นจักประพฤติละบาปเพราะพึงกล่าวคาถาอันประกอบด้วยธรรมของท่านโจรองคุลิมาลกล่าวดังนี้แล้วได้ทิ้งดาบและอาวุธลงในเหวลึกมีหน้าผาชันโจรองคุลิมาลได้ถวายบังคมพระบาททั้งสองของพระสุคตแล้วได้ทูลขอบรรพชากพระสุคตที่นั้นเอง

ก็แลพระพุทธเจ้าผู้ทรงประกอบด้วยพระกรุณาทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่เป็นศาสดาของโลกกับทั้งเทวโลกได้ตรัสกะโจรองคุลิมาลในเวลานั้นว่าท่านจงเป็นภิกษุมาเถิดอันนี้แหละเป็นภิกษุภาวะของโจรองคุลิมาลนั้น ดังนี้

ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระองคุลิมาลเป็นปัจฉาสมณะ เสด็จจาริกไปทางพระนครสาวัตถี เสด็จจาริกไปโดยลำดับ เสด็จถึงพระนครสาวัตถีแล้ว

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้แสดงธรรมจนองคุลิมาลสำนึกรู้สึกตัว ทิ้งอาวุธลงไปในเหว เข้าไปหาพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบทูลขอบวชเป็นพระภิกษุ พระผู้มีพระภาคตรวจดูบุญกุศลที่จะให้เกิดอัฏฐบริขารได้ด้วยบุญฤทธิ์ของท่านองคุลิมาลแล้ว จึงทรงเหยียดพระหัตถ์ตรัสว่า เอหิ ภิกฺขุ ฺเธอจงเป็นภิกษุ มาเถิด ธรรมที่ตถาคตสอนไว้แล้วงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง และงามในที่สุด เธอจงประพฤติพรหมจรรย์ในธรรมวินัยนี้แล้ว จักกระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งทุกข์ได้

หลังจากที่พระผู้มีพระภาคตรัสเช่นนี้แล้ว โจรองคุลิมาล กลายเป็นพระภิกษุรูปหนึ่ง ถึงพร้อมด้วยอัฏฐบริขาร มีอากัปกิริยาเหมือนพระมหาเถระ ๖๐ พรรษา ต่อมาพระองคุลิมาล อยู่ในที่วิเวกคนเดียว เจริญวิปัสสนา ได้ตรัสรู้อริยสัจ ๔ บรรลุมรรคผลนิพพาน ประหาณกิเลสทั้งปวงโดยไม่เหลือเป็นพระอรหันต์รูปหนึ่งในโลก เมื่อพระองคุลิมาลเกิดปีติปราโมทย์ขึ้น จึงได้กล่าวคาถานี้ว่า

 

โย จ ปุพฺเพปมชฺชิตฺวา     ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ
โสมํ โลกํ ปภาเสติ          อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา

บุคคลใดเคยประมาทแล้วในกาลก่อน ภายหลังก็
ไม่ประมาทปฏิบัติในมหาสติปัฏฐาน ๔ บุคคลนั้นก็มีชีวิตสว่างไสว เหมือนดวงจันทร์ที่พ้นจากหมู่เมฆในอากา ฉะนั้น

          เมื่อองคุลิมาลเถระปรินิพพาน ดับกองทุกข์ พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในโลก ๓ กำเนิด ๔ ในขณะนั้น อกุศลและกุศลทั้งปวงกลายเป็นอโหสิกรรม ไม่มีโอกาสที่จะให้ผลอีก เพราะไม่มีการเกิดในชาติต่อไป นั่นเป็นความพิเศษ ของหมู่สาวกทั้งหลายของพระพุทธเจ้าผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน