พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการขึ้นค่ารถโดยสาร ตามมติคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำกลุ่มรถร่วม ได้รวมตัวกันประท้วงหยุดวิ่งทันที พร้อมกับนำรถไปปิดกระทรวงคมนาคม อ้างว่า "น้ำมันแพง วิ่งไม่ได้จริงๆ"
การหยุดวิ่งครั้งนี้ ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งได้รับความเดือดร้อน ไปทำงานไม่ทันบ้าง ไปโรงเรียนไม่ทันบ้าง จึงหาทางออกให้ตัวเองด้วยการใช้เรือ ใช้แท๊กซี่ ใช้มอเตอร์ไซด์รับจ้าง ใช้รถไฟฟ้าบ้าง และทาง ข.ส.ม.ก.แก้ปัญหาด้วยการระดมรถที่มีอยู่ รวมถึงระดมรถจากเอกชนเข้ามาช่วยวิ่งรับส่งผู้โดยสารแก้ปัญหากันชั่วคราวไปก่อน ในเมื่อรถร่วมก่อม็อบประท้วงกระทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันได้ถึงขนาดนี้ คงต้องมาคิดทบทวนย้อนหลังกันดูว่า "รถร่วมบริการ"เหล่านี้เคยสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมากันอย่างไรบ้าง จนต้องร้องเรียนไปยัง ข.ส.ม.ก. หรือบางคนทนไม่ได้ ร้องสื่อ และรายงานออกอากาศสดๆ ผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงต่างๆ ก็มี ข้อร้องเรียนที่เราได้ยินกันประจำนั้นเริ่มจาก "มารยาทในการขับรถยอดแย่" หลายคันขับด้วยความเร็วสูง โดยเฉพาะรถมินิบัส สีเขียว ขับโฉบไป เฉี่ยวมา และมีหลายครั้งพลาดพรั้งทับคนตายก็มี "สภาพรถไม่สมบูรณ์เหมือนเศษเหล็กวิ่งได้" หลายคันที่เกิดอุบัติเหตุนั้น เพราะสภาพรถไม่มีความพร้อม มีเพียงเบรกกับพวงมาลัยเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาได้เท่านั้น บางครั้งเครื่องยนต์เสียงดังกระหึ่ม ไม่สมควรที่จะนำมาวิ่งบนท้องถนนเลย ซึ่งรถเหล่านี้ไม่มีใครบังคับให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ได้เลย "คนขับ-กระเป๋ารถพูดจาไม่ไพเราะ" ดูเหมือนว่า เรื่องนี้จะถูกร้องเรียนออกอากาศทางสถานีวิทยุมากที่สุด ก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นไปใช้บริการพูดจาดีมาก เมื่อขึ้นรถไปเก็บค่าโดยสารได้แล้ว จะไม่สนใจผู้โดยสารเลย ไล่เดินหน้าถอยหลังให้เบียดเสียดยัดเยียดกันเป็นปลากระป๋องด้วยซ้ำไป "ควันดำ" รถร่วมแถบชานเมืองวิ่งระยะไกลนั้น มักจะมีปัญหาเรื่องควันดำ แล้วไม่ได้รับการแก้ไขให้เห็นเสมอ ประชาชนร้องเรียนไปหลายครั้งก็แก้ปัญหากันไม่ได้ "ส่งผู้โดยสารไม่ถึงปลายทางไล่ลงก่อน" ตลอดระยะทางที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารนั้น คนขับและกระเป๋ารู้ดีว่า ระยะไหนจะมีผู้โดยสารขึ้นมาก ขึ้นน้อย รถร่วมหลายคัน มีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวผู้รักษากติกา จึงมักไล่ผู้โดยสารลงจากรถ เพื่อวนรถกลับไปรับผู้โดยสารที่รออยู่ ประชาชนหลายคนต้องมารับชะตากรรมกับเหตุการณ์เช่นนี้ประจำในเวลากลางคืนดึกๆ "คนขับสูบบุหรี่" ผู้โดยสารเต็มคันรถสูบบุหรี่หน้าตาเฉย คนขับจะใช้นิ้วคีบบุหรี่ยื่นออกมานอกหน้าต่าง เมื่อถึงเวลาอัดบุหรี่ก็จะดูดเข้าไปเต็มปอด แล้วพ่นออกมาเต็มรถโดยไม่สนใจผู้โดยสารเลย "เจ้าเล่ห์" ในการเก็บค่าสารสารพัดวิธีโกง เช่น รถวิ่งพ้นกทม.สู่ชานเมืองจะขอเก็บค่าโดยสารเพิ่มอีก โดยเฉพาะในรอบดึกๆ ทั้งๆ ที่มีป้ายเขียนบอกว่า ค่าโดยสารตลอดสายระบุเอาไว้อย่างชัดเจน "แกล้งทำรถเสีย" เป็นอีกกลยุทธหนึ่ง ที่ไม่ต้องการวิ่งไปให้ถึงปลายทาง แต่ไม่รู้จะนำเหตุผลอะไรมาอ้างกับผู้โดยสาร จึงแกล้งทำเป็นรถเสีย และไม่ได้คืนค่าโดยสาร เมื่อผู้โดยสารลงจากรถหมดแล้ว สตาร์ทเครื่องยนต์วิ่งวนกลับไปรับผู้โดยสารอีกครั้ง พูดง่ายๆ การใช้วิธีการนี้ สามารถเก็บค่าโดยสารได้ 2 เท่าเลยทีเดียว "สกปรก"รถร่วมโดยสารบางคันมีกลิ่นเหม็นเต็มรถ ไม่ว่าจะเป็นรถธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ แต่ประชาชนอยู่ในภาวะจำยอม ต้องสูดดมความเหม็นไปจนถึงปลายทาง ปัญหาเหล่านี้ ถึงเวลากันได้แล้วหรือยังที่ "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม"ต้อง"ปฏิวัติ"รถร่วมบริการกันใหม่เสียที อย่าให้ประชาชน"เสียเงินค่าโดยสาร"แล้ว ยังต้องอยู่ในภาวะจำยอมทนทุกข์ทรมาน ให้รถร่วมหลายคันเอารัดเอาเปรียบประชาชนกันต่อไปอีกเลย ควรจะให้เอกชนที่มีความพร้อม มีความสำนึกในหน้าที่บริการใหม่มารับใช้ประชาชนเสียดีกว่า ++++++++++++++++++++++ |
| นาทีจี้แบงก์"นครหลวงไทย"กวาด3.5 แสน | ||
นาทีจี้แบงก์"นครหลวงไทย"กวาด3.5 แสน ตำรวจแกะรอยจาก"โลโก้"เสื้อคลุม |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |