พิมพ์หน้านี้
|
หลายคนคงสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมประชาชนที่มาชุมนุมรวมตัวกันในนามของ"พันธมิตร" หลายหมื่นคน ทำไมฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจเฉียดหมื่นไปยังทำเนียบรัฐบาลได้อย่างง่ายดาย
คอการเมืองคงไม่อยากเชื่ออีกเหมือนกันว่า แผน"กรกฏ 50"ของตำรวจที่ประกาศใช้ในการรับมือ"พันธมิตร"ครั้งนี้ แสดงศักยาภาพได้เท่านี้เอง โดยพ่ายแพ้ "ยุทธการสงคราม 9 ทัพ" ปล่อยให้เข้าไปยึดเป้าหมายได้ง่ายดายขนาดนี้ แถมยังด้วยผู้บาดเจ็บเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ผิดคาดไปจากการประกาศของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน ที่อออกมาอย่างเข้มแข็ง ยกกติกามาอ้างเพื่อเอาผิด หากกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนฝ่าแนวกั้น โดยเฉพาะ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น.ได้ออกประกาศถึง 3 ฉบับ ห้ามประชาชนผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้นของตำรวจเป็นเด็ดขาด มิฉะนั้นจะต้องถูกจับกุมดำเนินคดี แต่บทสรุปสุดท้ายอย่างที่รู้รู้กันอยู่ เหตุการณ์การเคลื่อนพลยึดทำเนียบในครั้งนี้ จนต้องมีการตั้งข้อสังเกตุกันให้เห็นชัดๆ ในการปฏิบัติงานของตำรวจขึ้นมาดังต่อไปนี้ "ใช้ตำรวจหญิง-ตำรวจสูงอายุ" ตามยุทธวิธีในการปราบจราจลกันแล้ว จะต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มชายฉกรรจ์ เพื่อใช้แรงถือโล่ปะทะผลักดันประชาชนที่พยายามจะเข้ามาในเขตหวงห้าม ไม่ว่าประเทศไหนๆ ก็ทำกันอย่างนี้หมด แต่เชื่อหรือไม่ การปราบจราจลในครั้งนี้ ใช้"ตำรวจหญิง" แถมด้วย"ตำรวจสูงอายุ"ใกล้เกษียณหลายนาย มาถือโล่เป็นทัพหน้าคอยผลักดัน"พันธมิตร" หากมองถึงความแข็งแกร่งของผู้หญิง-ผู้สูงอายุบางคนนั้น จะปะทะกับชายฉกรรจ์ที่เรียกว่า "นักรบศรีวิชัย"ซึ่งมีเป็นจำนวนมากได้อย่างไร ..?? หากจะอ้างว่า "ม็อบ"ครั้งนี้มีผู้หญิงเป็นจำนวนมาก เกรงว่าจะเกิดปัญหาเรื่องการแจ้งความกล่าวหาว่าตำรวจลวนลาม นั้นคงจะฟังไม่ขึ้นเหมือนกัน เพราะการปราบจราจลนั้น มือข้างหนึ่งถือโล่ อีกข้างหนึ่งถือกระบอง จึงไม่มีโอกาสไปลวนลามใครได้อยู่แล้ว หรือเป็นยุทธวิธีใหม่ จะต้องใช้ตำรวจหญิงโจมตีก่อน หรือเกรงว่า ตำรวจชาย จะถูก "ม็อบ" ใช้อาวุธมือ "บีบไข่" เหมือนอดีตรองผู้บังคับการคนหนึ่งเคยโดนบีบมาแล้วยังงั้นหรือ ..?? "ม็อบทำลายอุปกรณ์ปิดกั้น-เขย่ารถตำรวจยืนดูนิ่งเฉย" การชุมนุมประท้วงกันครั้งนี้ มีการถ่ายทอดกันตลอด 24 ชั่วโมง ทาง ASTV จึงทำให้เห็นบรรยากาศทุกแง่ ทุกมุม ในขณะเดียวกันการเคลื่อนพล"พันธมิตร"มาปิดล้อมทำเนียบในครั้งนี้ ผู้ที่อยู่ในอาชีพสื่อมวลชนถือว่า "เรื่องใหญ่ที่สุด"ของวันนั้น ทีมงานข่าวไม่ว่า จะฝ่ายเป็นกลาง ฝ่ายไม่เป็นกลาง ต่างระดมทีมเข้ามาถ่ายทอดสดตลอดเวลาอีกเช่นกัน ทำให้เห็นการกระทำของ"พันธมิตร" ไข้ไปทำลาย "เครื่องกีดขวาง"ของตำรวจสารพัดวิธี เช่น การตัดโซ่ การทำลายแผงกั้น นำแผงกั้นมาดัดแปลงเข็นชนแนวกั้นของตำรวจ เป็นต้น แต่ไม่มีตำรวจคนใด ดำเนินการจับกุมเลย ทั้งๆ ที่ยืนห่างผู้ชุมนุมไม่ถึงเมตร "ฝ่าแนวกั้นตำรวจเร็วผิดปกติ" ตามแผน "กรกฏ 50" นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดล้อมทุกทิศ เพื่อไม่ให้ม็อบ"พันธมิตร"เข้าไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล แต่ละด่านกั้นนั้น จะมีกำแพง"ตำรวจ" ที่ใช้ตั้งแต่รถบรรทุก ใช้ตำรวจถือโล่ บางคนถืออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้สำหรับการสลายม็อบ เช่น ปืนยิงแก๊สน้ำตา ตั้งแถวหน้ากระดานยืนจังก้าใส่หน้ากากกันแก๊สพิษปักหลักกันอยู่หลายชั้น เชื่อหรือไม่ เมื่อม็อบ"พันธมิตร"มาประชิดผลักดันกันไป ดันกันมาได้ไม่กี่นาที ก็สามารถหลุดผ่านด่านมาได้อย่างสะดวกสบาย "ม็อบทะลักเขตหวงห้ามตำรวจยังไม่ตามสกัด" หากประชาชน เคยติดตามข่าวการสลายการชุมนุมในต่างประเทศกันแล้ว ต้องเห็นภาพผู้ชุมนุมฝ่าวงล้อมตำรวจไปได้ จะต้องมีตำรวจจำนวนหนึ่งตามไปใช้กระบองไล่ตี หรือใช้อุปกรณ์สกัดกั้นให้ออกไปจากเขตหวงห้ามจนให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตีด้วยกระบอง การใช้แก๊สพิษ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้กลับตรงกันข้าม ตำรวจหลายคนปล่อยทำเหมือนว่าตัวเองหมดหน้าที่แล้ว "บาดเจ็บมีไม่กี่คน" การประกาศอย่างเอาจริง เอาจัง ของตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เหมือนจะปราบปรามอย่างเข้มแข็ง หากมีใครฝ่าแนวกั้นของตำรวจมายังทำเนียบรัฐบาล บางคนคาดการณ์กันว่า "นองเลือด"แน่ แต่สุดท้ายมีตำรวจบาดเจ็บเพียง 4 คนเท่านั้น ในขณะที่ประชาชนก็ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากเปรียบเทียบกับจำนวนตำรวจ กับผู้ชุมนุมซึ่งมีหลายหมื่นคน "อุปกรณ์เสียหายเล็กน้อย" ประชาชนหลายหมื่นคนที่ปะทะกับตำรวจ จนฝ่าแนวกั้นไปได้นั้น ความจริงแล้วจะต้องมีอุปกรณ์เป็นจำนวนมากได้รับความเสียหายโดยเฉพาะ แผงกั้น โล่ป้องกันตัว หมวก แต่เชื่อหรือไม่ มีเพียงเล็กน้องเท่านั้นได้รับความเสียหาย บางคนไม่ได้ใช้อุปกรณ์ที่นำมาปราบจราจลที่เตรียมมากันเลย "เสียแก๊สน้ำตา 2-3 ลูก" ตอนหนึ่งของการปะทะกันระหว่างตำรวจ กับ"พันธมิตร"นั้น ขั้นตอนที่ตื่นเต้นมากที่สุด คงเป็นช่วงเวลาที่นายตำรวจระดับสูงนายหนึ่ง สั่งการให้ตำรวจชายฉกรรจ์ทำเหมือนเป็นทัพหลังตำรวจหญิง สวมชุดปราบจราจล"ทำเท่ห์" ถูกสั่งให้สวมหน้ากากกันแก๊สพิษ ไม่นานนักได้มีตำรวจถือปืนลั่นกระสุนยิงแก๊สน้ำตาออกไป 2-3 ลูก หลังจากนั้นก็ไม่มีการใช้อุปกรณ์ชุดนี้อีกเลย ทำให้ม็อบแห่ทะลักถึงทำเนียบไปอย่างง่ายดาย "แกนนำแห่เชียร์ลั่นเวที" เสียงที่ประชาชนได้ยินหลังม็อบ"พันธมิตร" ผ่านด่านสกัดของตำรวจไปได้เแล้ว แกนนำพันธมิตรได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีชื่นชมตำรวจ ขอบคุณ ขอบใจ ไปตามๆ กัน ทั้งๆ ก่อนหน้านี้ เคยด่าทอเสียดสีตำรวจอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อผ่านเข้ามาอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาลได้แล้ว กลับชื่นชม ทั้งหมดคงเป็นไปตามคาดคือ ไม่มีการใช้ความรุนแรง มีเพียง"การขู่" ด้วยการ "เขียนเสือให้วัวกลัว"หลากหลายรูปแบบ พอถึงเวลาจริงๆ ได้มีการแสดงละครฉากใหญ่กันให้เห็น แต่เรื่องนี้คงจะจบลงด้วยคำถามที่ว่า ใครจะกล้า"สั่งสลายม็อบ" เมื่อมีประชาชนมากันเป็นจำนวนมากขนาดนี้ หากเกิดการ "นองเลือด"ขึ้นมาแล้วใครจะรับผิดชอบนั่นเอง ...!!! ///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////// |
| เปิดคุก"คลองเปรม"คุยกับ"พล.ต.ท.ชลอ"นักโทษบงการฆ่า 2 แม่ลูกตระกูล"ศรีธนขัณฑ์(ตอน2) | ||
พล.ต.ท.ชลอ"สิงห์เหนือ"พูดถึง พล.ต.อ.สล้าง"เสือใต้"ไม่เห็นด้วย กับแนวคิดใช้กำลังลุย"พันธมิตร"และจุดจบ"ไทย-ซาอุ"ทำไปแล้วถึง 70 % แต่เรื่องเงียบอีกแล้ว |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||