• ปรีชา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s.pree@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-14
  • จำนวนเรื่อง : 339
  • จำนวนผู้ชม : 195156
  • จำนวนผู้โหวต : 276
  • ส่ง msg :
[ Crime_Police ]
วิจารณ์คนมีสี : แฉทุจริต : เจาะลึกอาชญากรรมเรื่องราวในคุก : แกะรอยวงสวิงกอล์ฟคนดัง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/preecha
วันอาทิตย์ ที่ 13 กรกฎาคม 2551
โจรจี้แบงก์"นครหลวงไทย"ตร.ทำได้แค่ดมกลิ่น"โลโก้"เสื้อคลุม (ตอน2)
Posted by ปรีชา , ผู้อ่าน : 561 , 14:24:03 น.  
พิมพ์หน้านี้


           การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ธนาคารนครหลวงไทย สาขาสามย่าน ยังเดินหน้าต่อไป "บริษัทประกันภัย" เป็นเป้าหมายหลัก ที่เชื่อว่า จะสามารถช่วยคลี่คลายเหตุการณ์คนร้ายจี้ชิงทรัพย์ธนาคารนครหลวงไทยแห่งนี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

            ตำรวจได้รับการอธิบายจากบริษัทประกันภัยแห่งนั้นว่า เสื้อคลุมชุดนี้ตัดมาทั้งหมด 7,000 ตัว แจกจ่ายให้กับคนหลายกลุ่ม ตั้งแต่ "ลูกค้า-พนักงานในบริษัท" โดยเฉพาะแผนกเครมประกันได้สวมใส่ขณะวิ่งไปหาลูกค้า

             ตำรวจได้สอบถามด้วยว่า พนักงานที่ได้รับไปทั้งหมดประมาณกี่ตัว บริษัทประกันภัย แจ้งว่า ประมาณ 3,000 ตัว นอกนั้น เป็นการแจกลูกค้าเป็นหลัก

             ตำรวจมีงานหนักอีกครั้ง พยายามหาคนร้ายด้วยการสอบสวนในบริษัทประกันภัยอย่างละเอียด แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะควานหากันได้ง่ายๆ

            "เจ้าหน้าที่เครมประกัน-พนังงานส่งเอกสาร" ตำรวจมาพุ่งเป้าหมายที่จุดนี้ เนื่องจากลักษณะ"การแต่งกาย" ในภาพวงจรปิด ประกอบกับคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ "คาวาซากิ" ในการหลบหนี (มาพบจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงในภายหลัง)  และ"ถุงดำ"ที่คนร้ายสะพายมานั้น จึงเชื่อได้ว่า น่าจะเป็น "พนักงานเครม"หรือ"พนักงานส่งเอกสาร"เสียมากกว่า

             จากการสอบสวนผู้บริการของบริษัทประกันภัยที่ดูแลด้านนี้ บอกว่า "พนักงานเครม"หรือ"พนักงานส่งเอกสาร" จะได้รับเสื้อคุมชุดนี้ไปประมาณ 1,000 คน  แนวทางการสืบสวนเพื่อให้สั้น รวดเร็ว และง่ายมากขึ้นนั้น ตำรวจต้องพยายามตัดผู้ไม่เกี่ยวข้องออกไปให้มากที่สุดเสียก่อน

               การสอบสวนขั้นตอนนี้ มี 2 คำถามคือ ใครบ้างได้รับเสื้อคุมไป..?? และ "ใครบ้างใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ"คาวาซากิ"กันบ้าง ..??

              คำตอบที่ได้รับในตอนแรกนั้น มีเป็นจำนวนมากเหมือนกัน ตำรวจจึงเร่งรีบนำลักษณะของ"พนักงานเครม-เจ้าหน้าที่ส่งเอกสาร" มาเปรียบเทียบกับภาพวงจรปิดที่เห็น เช่น เช่น เปรียบเทียบว่า สีรถ ลักษณะรูปร่าง ตั้งแต่ทรงผม ท่าทางการเดิน รองเท้าที่สวมใส่ จึงทำให้ตัดผู้ไม่เกี่ยวออกไปได้หลายคน และเหลือจำนวนผู้ที่ต้องสงสัยเพียงไม่กี่คน

              เมื่อได้จำนวนผู้ต้องสงสัยมาแล้ว ตำรวจจึงพยายามเฝ้าดูพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้เงิน การหยุดงาน การติดต่อญาติที่ต่างจังหวัด การใช้เครื่องมือสื่อสารติดต่อกับใครบ้าง เพื่อจะเจาะให้ถึงคนร้ายตัวจริงให้ได้

              การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงตอนนี้ สามารถเข้าไปประกบผู้ต้องส่งสัยได้แล้วไม่เกิน 5 คน ในที่สุดจึงต้อง "ขอความร่วมมือ" กับพนักงานส่งเอกสารจำนวน 2 คน มาให้ปากคำ แต่เมื่อสอบสวนอยู่ระยะหนึ่ง ปรากฏว่า "ผิดเป้าหมาย" จึงขอบคุณพนักงานคนนั้น และปล่อยตัวไป แต่ยังตามดูพฤติกรรมอยู่ห่างๆ

             เมื่อถามว่า หากไม่ใช่พนักงานกลุ่มนี้ จะเป็นอย่างไร ..??

           เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ได้วางสายสืบไว้หลายกลุ่ม พร้อมกับประสานงานกับตำรวจกันทั่วประเทศ หากท้องที่ใดพบผู้ต้องสงสัยในลักษณะตามที่เผยแพร่ตามสื่อต่างๆ แล้ว จะต้องแจ้งมายังเจ้าของท้องที่ที่เกิดเหตุทันที

                 ในขณะเดี่ยวกันประชาชนที่ได้ติดตามข่าวจากสื่อต่างๆ นั้น ตำรวจยังเชื่อว่า จะต้องมีพลเมืองดีแจ้งข้อมูลมาให้ตำรวจอีกเช่นกัน

                   เมื่อได้รับข้อมูลมาแล้ว ตำรวจสืบสวนจะต้องแกะรอยในลักษณะเดียวกับกับกรณีที่กล่าวมาข้างต้นเช่นกัน
 อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับข้อมูลเบาะแสใดๆ ที่มากไปกว่านี้ เรื่องของ "โจรจี้ธนาคาร"คงต้องเงียบเหมือนคดีที่ผ่านมา จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงแต่คาดเดาว่า เป็นคนกลุ่มนั้น เป็นคนกลุ่มนี้เท่านั้น จึงทำให้คนร้ายตัวจริงยังลอยนวลอยู่ได้

                   เหมือนในกรณีเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2549 โจรควงปืนบุกเดี่ยวจี้ธนาคาร"ทหารไทย" กลางห้างฯสยามดิสคัฟเวอรี่กวาดเงินไป 5 แสนบาท ตำรวจได้หลักฐานสำคัญที่สุด เป็น"ภาพจากวงจรปิด" ตาม"ดมกลิ่น"กันมาจนถึงทุกวันนี้ยังจับตัวไม่ได้ สุดท้ายสรุปว่า "น่าจะเป็นคนต่างชาติ"

                    เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2550 โจรควงปืนบุกเดี่ยวจี้ธนาคาร"ออมสิน" สาขาสามย่าน ถ.พระราม 4 ห่างจากธนาคารนครไหลวงไทยที่เพิ่งถูกจี้ไปประมาณ 50 เมตร คนร้ายได้เงินไป 4 แสนบาท พื้นที่รับผิดชอบของ สน.ปทุมวัน ไม่มีภาพวงจรผิด ไม่มีเบาะแสอะไรเพิ่มเติมเลย จึงสรุปว่า "มืดแปดด้าน" คนร้ายยังหนีลอยนวลอีกเหมือนกัน

                เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2551 โจรควงปืนบุกเดี่ยวจี้ธนาคารออมสิน สาขาย่อยลาดพร้าว 1/1 คนร้ายได้เงินไปจำนวน 2 แสนบาท พื้นที่ สน.พหลโยธิน ตำรวจทำได้ดีที่สุด แค่การสเก็ตภาพ"หมวกกันน๊อค" จึงไม่ได้เบาะแสคนร้ายหนี้ได้อีกเช่นกัน  คงต้องลุ้นอีกเช่นกันว่า การจี้ชิงทรัพย์ 3.5 แสนบาทในธนาคารแห่งนี้ ผลงานของตำรวจจะออกมาเช่นไร


    ++++++++++++


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ตาเรน วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 17.06 น.
http://www.oknation.net/blog/sammaapii
หากท่านเป็นผู้ทำธุรกิจอินเตอร์เน็ตและเกมส์  ขอเชิญแวะเยี่ยมเราที่   >>> www.tscclub.org   มีสาระมากมาย..ให้คำปรึกษาฟรี

ตำรวจต้องสอบเข้า..
โจร..ไม่ต้องสอบเข้า...
ทำงานคล้ายกัน...

โจรปล้น...ได้ไปเท่าที่เรามีขณะนั้น...
ตำรวจปล้น...หมดเนื้อหมดตัว...
ความคิดเห็นที่ 1
hasanai วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 14.43 น.
http://www.oknation.net/blog/hasanai
หัสนัย #พันตาหมายถึงพระอินทร์

ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

นาทีจี้แบงก์"นครหลวงไทย"กวาด3.5 แสน

นาทีจี้แบงก์"นครหลวงไทย"กวาด3.5 แสน ตำรวจแกะรอยจาก"โลโก้"เสื้อคลุม

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31