พิมพ์หน้านี้
|
เสียงทีเนอร์ แซกโซโฟนต้องเป็นแบบนี้! เคาทน์ เบซี พูดถึงเสียงดนตรีของ แดนนี่ มอส ผมว่าในข้อเขียนในเมืองไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นในสื่อชนิดใดก็ตาม เรามักไม่ใคร่จะได้พบบท obituary' หรือข่าวมรณกรรมของบุคคลผู้มีความสามารถที่ได้ฝากผลงานเอาไว้แก่ชนรุ่นหลังเท่าใดนัก วันนี้ผมจึงขอเสนอข่าวมรณกรรมของมือเทเนอร์ แซกโซโฟนผู้ล่วงลับไปนาม แดนนี่ มอส แดนนี่ มอส เพิ่งจะเสียชีวิตไปด้วยวัยแปดสิบปีเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เขาเป็นตำนานนักดนตรีแจซซ์ที่นำสุ้มเสียงความเจริญรุ่งเรืองของดนตรีประเภทนี้จากฝั่งสหรัฐอเมริกามาสู่เกาะอังกฤษในยุคกลางศตวรรษที่ 20 มอสเกิดในเมืองเซอเรย์แต่ต้องย้ายลงไปปักหลักทางตอนใต้ของเกาะอังกฤษเมื่อพ่อของเขาได้งานช่างที่นั่น ในเวลานั้นเขาอายุสิบสามปี และตกหลุมรักเสียงคลาริแนทของจิมมี นูนเข้าอย่างจัง ผลก็คือเขารวบรวมเงินเพื่อซื้อคลาริแนทมือสองได้สำเร็จ แล้วเริ่มลองฝึกเล่นคลอไปพร้อมๆกับแผ่นเสียงเพลงแจซซ์ของพ่อ อีกสองปีถัดมาเขาก็เปลี่ยนมาเล่นทีเนอร์ แซกโซโฟน ซึ่งจะเป็นเครื่องดนตรีที่เขาเล่นจากนั้นเป็นต้นมา พออายุ 16 เขาก็ออกจากโรงเรียน จากที่เคยเล่นตามสถานที่ในท้องถิ่น เข้าก้าวเข้าสู่วงการนักดนตรีมืออาชีพ โดยร่วมกับวงควินเททของวอลลี โรเจอร์ส โดยเล่นประจำอยู่ที่เมืองไบร์ทตัน เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองใกล้จะจบลง มอสได้ถูกเรียกตัวเข้าไปในกองทัพอากาศในฐานะนักดนตรีและเล่นเป็นหน้าที่ในสถานีที่ประจำอยู่ ทักษะของเขาไปทำให้วงบิ๊ก แบนด์ของวิค ลูอิสสนใจอย่างมาก จนในที่สุดเขาจึงถูกเสนอเงินดือน 12 ปอนด์ต่อสัปดาห์ให้เล่นอยู่ในวงนั้น เงินขนาดนั้นถือว่าเป็นโชคทีเดียวล่ะ สำหรับคนที่ยังไม่แต่งงาน มอสกล่าวถึงความหลัง เขาใช้เวลาอยู่กับวิค ลูอิสหนึ่งปี ก่อนที่จะย้ายออกไปตระเวนแสดงกับทอมมี แซมป์สัน ออร์เครสตรา ซึ่งเขากล่าวถึงมันว่า มันเป็นวงที่เสียงดังที่สุดที่ผมเคยสังกัดเลยล่ะครับ! จุดสุดยอดของอาชีพนักดนตรีของมอสมาถึงเมื่อปี 1952 เมื่อเขาได้เข้าร่วมสังกัดเทด ฮีธ ออร์เครสตรา ซึ่งเป็นวงที่ดีที่สุดของเกาะอังกฤษในเวลานั้น และในช่วงเวลาทศวรรษต่อจากนี้เอง ที่เขาพัฒนารูปแบบการเล่นที่เป็นตัวของตัวเอง จนปี 1964 เขาก็แต่งงานกับจีนี่ แลมบ์ซึ่งเป็นนักดนตรีเช่นกัน และย้ายออกจากลอนดอนเพื่อลดค่าใช้จ่าย ช่วงเวลานี้เขาได้เล่นกับคนดังหลากหลายไม่ว่าจะเป็นโทนี เบนเนทท์ เอลลา ฟิตส์เจอรัลด์ และบิง ครอสบี ในปี 1989 เขาตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย และเดินทางไปร่วมงานเทศกาลดนตรีที่อังกฤษอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะมีโรครุมเร้า แต่เขาก็แสดงออกให้เห็นว่ามันไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความหลงใหลในแจซซ์แต่อย่างใดเลย เขายังด้นแซกโซโฟนสดๆ อย่างเคย ซึ่งเขาเคยเรียกการด้นว่า มันก็เหมือนกระโดดร่มลงมาที่ชายหาด โดยที่เราไม่รู้ว่าร่มชูชีพจะกางหรือเปล่านั่นล่ะครับ!
จากคอลัมน์ข่าวมรณกรรม หนังสือพิมพ์ The Guardian 26 มิ.ย. 2551 |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||