พิมพ์หน้านี้
|
เอกลักษณ์วัดพู กุหลาบ ปากเซ กาเฟปากซอง ลำของโตนคอน สีพันดอนลือนาม เป็นคำขวัญของแขวงปากเซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประเทศที่เปรียบเสมือนอัญมณีที่รอคอยให้นักท่องเที่ยวเดิน ทางมาสัมผัสกับความสมบูรณ์ และงดงามของธรรมชาติ, โบราณสถาน, โบราณวัตถุ, อารยธรรมอันดีงาม, อัธยาศัยไมตรีอันใสซื่อบริสุทธิ์ของ ชาวลาว ประเทศที่นักท่องเที่ยวชาว ไทยหลายคนมองข้าม หลายครั้งผมเดินทางไป สปป. ลาว แต่มีน้อยครั้งที่จะได้มีโอกาส ไปสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม และโบราณสถานเก่าแก่ ดังเช่นโอกาสนี้ ได้สัมผัสกับประสบการณ์ และโลกทัศน์ใหม่ๆ แขวงจำปาสัก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ สปป.ลาว เป็นแขวง ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าเขา มีพลเมืองประมาณ 5 แสนคน เป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ มีบทบาทในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในแถบประเทศใกล้เคียง (ลาว-ไทย-กัมพูชา-เวียดนาม), มีความอุดม สมบูรณ์ทางธรรมชาติสูง และเป็นแหล่งวัฒนธรรมเก่าแก่ในแถบประเทศอินโดจีน จนได้สมยานาม ช้างป่างานิล เกร็ด...คำว่า เมือง ใน สปป.ลาว เท่ากับ อำเภอ ของไทย และ แขวง ของ สปป.ลาว เท่ากับ จังหวัด ของไทย...*** การเดินทางไปแขวงจำปาสัก ในครั้งนี้ ทางคณะได้เดินทางผ่าน ทางด่านช่องเม็ก หรือที่ชาวลาว เรียกว่า ด่านวังเต่า ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งปัจจุบันทางการ ของไทย ได้สร้างด่านตรวจคนเข้า เมืองที่มีมาตรฐาน เพื่อรองรับเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวที่ กำลังจะได้รับความนิยมมากขึ้นใน อนาคต บรรยากาศการค้าแลกเปลี่ยน ในแถบชายแดนไทย-ลาว ที่จำปาสักนั้น มีมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี มีนักธุรกิจชาวลาวลงทุนก่อสร้างร้านขาย สินค้าปลอดภาษีเป็นจำนวนมาก เช่น เหล้า ไวน์ บุหรี่ ฯลฯ ไว้รอดูดซับเงินของ นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ
พักที่ พระราชวังจำปาสัก อันลื่อชื่อ วันแรกที่คณะเดินทางไปถึงที่ เมืองปากเซ (เมืองเศรษฐกิจใหม่ของแขวงจำปาสัก หลังย้ายจากเมืองจำปาสัก) เข้าเช็คอินที่โรงแรมจำปาสัก พาเลซ โรงแรมซึ่งอดีตเป็นพระราชวังของเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาสัก เจ้าชีวิตคนสุดท้ายของภาคใต้ ที่ก่อสร้างพระราชวังแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ.1969 โดยใช้ศิลปะแบบฝรั่งเศส ตัวอาคารมีทั้งหมด 7 ชั้น สร้างโดยไม่มีการตอกเสาเข็ม แต่ใช้เสาจำนวนมากในการรับน้ำหนัก สร้างเสร็จเมื่อปี 1975 และเนื่องจากพระราชวังแห่งนี้มีประตู, หน้าต่างที่สวยงามวิจิตรตระการตา รวมกันประมาณ 1,900 กว่าบาน จึงได้รับขนานนามว่า ศาลาพันห้อง กระทั่งปัจจุบันได้กลายเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ในแถบภูมิภาคอินโดจีน
คนลาวติดละครไทย และเพลงไทย ชนิดเข้ากระดูก ภายหลังจากเช็คอินที่โรงแรม จำปาสักพาเลซ ทางคณะก็เดินทาง ลงใต้ ผ่านเมืองจำปาสัก (เมืองเก่า) ข้ามสะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น มุ่งหน้าสู่วัดพู ศาสนสถานของชาวฮินดู ที่มีอายุกว่า 1,500 ปี ระหว่างการเดิน ทางสังเกตเห็นวิถีชีวิตของชาวเมือง จำปาสัก ซึ่งมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ส่วนหนึ่งจะรับราชการ และค้าขาย สภาพบ้านเรือนส่วนใหญ่แม้จะเป็นเรือนไม้ แต่ก็อยู่ในสภาพสะอาดสะอ้าน หลายแห่งมีการก่อสร้างต่อเติม บางจุดมีการก่อสร้างบ้านเรือน ใหม่ แต่ที่สะดุดตามากสุด ก็คือ บ้านเรือนเกือบ ร้อยละ 70-80 จะมีจานรับสัญญาณดาวเทียม (มีทั้งเก่า มาก และใหม่มาก เนื่องจากมีราคาถูกประมาณ 2,000-3,000 บาทเท่านั้น) เพื่อรับ ชมรายการโทรทัศน์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะละครไทยนั้น มีอิทธิพลกับชาวลาวมากอย่างชนิดที่หลาย ท่านคิดไม่ถึง รวมถึงเพลงต่างๆ ที่ คนไทยกำลังนิยม ชาวลาวก็นิยมด้วยเช่นเดียวกัน ไม่นานนักคณะเดินทางก็เข้าสู่เขตโบราณสถาน "วัดพู" ว่ากันว่า วัดพู แห่งนี้ สร้างก่อน "เขาพระวิหาร" ในประเทศกัมพูชา เสียอีก... วัดพู สร้างขึ้นในสมัยที่อาณาจักรขอม ยังเรืองอำนาจอยู่ในแถบเอเชียอาคเนย์ เพื่อเคารพ สักการะเทพเจ้าในศาสนาฮินดู คือ ตรีมูรติ อันประกอบด้วย พระพรหม พระผู้สร้างโลก, พระนารายณ์ พระผู้บำรุงรักษาโลก และพระศิวะ พระผู้ทำลายให้กลับคืนสู่สมดุล (คล้ายๆ กับ เกิด แก่ เจ็บ และตาย) เมื่อดูจากสถานที่โดยรวมแล้ว...อาจเรียกได้ว่า อาณาจักรวัดพู เลยทีเดียว
สถานที่ที่คนในสมัยก่อนใช้ชำระร่างกายก่อนขึ้นไปประกอบพิธีบูชาเทพเจ้า "ตรีมูรติ" ภายใน "วัดพู" โดยภาพที่เห็นเป็นอาคารที่ "ผู้ชาย" ใช้ชำระร่างกาย อีกด้านจึงจะเป็นอาคารสำหรับ "ผู้หญิง"
เสานางเรียง ซึ่งเป็นต้นแบบ สถาปัตยกรรมการสร้างเสาตามอาคารสถานที่หลายแห่งใน สปป.ลาว
ถ่ายย้อนกลับไป เพื่อเก็บภาพครับ
ความสูงชันระหว่างทางขึ้น
ภาพถ่ายมุมสูง จากบนระดับที่ตั้งอาคารเทวสถานชั้นบน
เดิมที่จะใช้คนจริงๆ ในการบูชายัญเทพเจ้า...แต่ในระยะหลังจะใช้สัตว์แทน..กระทั่งกลายเป็น อย่างที่เห็น...
นอกจากนี้ยังมีพระใหญ่ ประดิษฐานอยู่ใน วัดพู แห่งนี้ด้วย ...โปรดติดตามตอน 2 ครับ... |