พิมพ์หน้านี้
|
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานสถานการณ์ปัญหาการสวมสิทธิใช้แหล่งกำเนิดสินค้า (circumvention) จากไทยส่งออกไปยังประเทศที่สามว่า แนวโน้มของการละเมิดมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าจากจีนซึ่งถูกสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศใช้มาตรการทางการค้า เช่น ภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด การกำหนดโควตานำเข้า ส่งผลให้สินค้าจีนที่ถูกตอบโต้ ต้องลักลอบนำ สินค้ามาสวมสิทธิแหล่งกำเนิดจากไทยเพื่อส่งต่อไปยังอียูอีกทีหนึ่ง โดยในปี 2549 ที่ผ่านมา สหภาพยุโรปซึ่งได้รับความเสียหายจากสินค้าสวมแหล่งกำเนิดได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางเข้ามาตรวจสอบสินค้าประมาณ 4-5 รายการ เช่น กระเทียม, สารเคมีที่ให้ ความหอม, แอร์คอนดิชั่นเนอร์, หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์คอมแพ็กต์ หลังจากพบว่ามีสินค้าบางรายการที่มีปริมาณส่งออกเพิ่มสูงขึ้นมากอย่าง "ผิดปกติ" ขณะที่บางรายการเป็นสินค้าที่ไม่มีการผลิตในไทย แต่ในแหล่งกำเนิดระบุว่ามาจากไทย ทำให้ติดแบล็กลิสต์ กรณีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยและอาจจะนำไปสู่การประกาศใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด หรือ anti-dumping หรือ AD ได้ มีรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เข้ามาว่า ในปี 2550 ทางกระทรวงจะติดตามปัญหาการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้าจากไทยไปประเทศที่สามเป็นพิเศษ โดยจะเน้นเฝ้าระวังสินค้าจากประเทศจีนที่ถูกใช้มาตรการทางภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) เป็นหลัก ซึ่งมีจำนวน 51 รายการ โดยจะสุ่มตรวจสอบสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออก แต่ไม่มีการผลิตหรือสินค้าที่ผลิตน้อยก่อน เพราะมีโอกาสที่จะนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาสวมสิทธิส่งออก (reexport) โดยขณะนี้ทางกระทรวงอยู่ระหว่างการตรวจสอบการผลิตและส่งออกสินค้ารองเท้าบางรายการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ "เรากำลังตรวจสอบการผลิตและส่งออกสินค้ารองเท้า เนื่องจากมีการส่งออกไปยังอียูจำนวนมาก จึงได้ตรวจสอบโดยให้แสดงเอกสารและส่งเจ้าหน้าที่ตรวจโรงงานผลิต พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังสมาคมผู้ผลิตรองเท้าเพื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบ ซึ่งทางสมาคมก็ให้ความร่วมมือและขอร่วมในการตรวจสอบบริษัทสมาชิกด้วย" แหล่งข่าวกล่าว ทั้งนี้การลักลอบสวมแหล่งกำเนิดสินค้ารองเท้าไปจำหน่ายในอียูน่าจะเกิดจากอียูประกาศเรียกเก็บ AD รองเท้าที่ผลิตจากประเทศจีน-อินเดีย และเวียดนาม ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2549 แต่เมื่อพิจารณาสถิติการส่งออกรองเท้าไปยังสหภาพยุโรป 15 ประเทศเดิมในช่วง 11 เดือน (มกราคม-พฤศจิกายน 2549) กลับพบว่ามีการส่งออกเพิ่มขึ้น 3 เท่า หรือขยายตัวร้อยละ 17.30 โดยมีมูลค่าการส่งออก 319.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2548 ที่มีการส่งออกขยายตัวร้อยละ 6.06 มูลค่า 212.2 ล้านเหรียญสหรัฐ แหล่งข่าวกล่าวว่า หากตรวจสอบพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อใช้แอบอ้างสวมสิทธิแหล่งกำเนิด บริษัทผู้กระทำผิดจะมีโทษตามกฎหมายอาญา ส่วนบทลงโทษจะเป็นไปตามลักษณะของการกระทำผิด กล่าวคือ หากเป็นการสวมสิทธิเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี AD ก็อาจจะมีการเรียกเก็บ AD ย้อนหลัง แต่หากเป็นการสวมสิทธิเพื่อเลี่ยงปัญหาโควตาส่งออกก็อาจจะถูกตัดสิทธิโควตา 4 เท่าจากปกติ เช่น มีโควตาส่งออก 100,000 ตัน ก็จะถูกตัดสิทธิโควตาเพิ่มขึ้นเป็น 400,000 ตัน เป็นต้น ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2549 กรมการค้าต่างประเทศได้ตรวจสอบการส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มของไทยไปสหรัฐและสหภาพยุโรปซึ่งเป็นตลาดหลักเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศอื่นมาสวมแหล่งกำเนิดสินค้าไทย ผลการตรวจสอบพบผู้ส่งออกจำนวน 16 ราย มีการนำสินค้าจากประเทศอื่นเข้ามาแอบอ้างไทยเป็นแหล่งกำเนิดแล้วส่งออกไปยังสหรัฐ-สหภาพยุโรป โดยได้ขอหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (C/O) ของไทยไปยังสหรัฐ จำนวน 83 ฉบับ มูลค่า 4.11 ล้านเหรียญสหรัฐ และสหภาพยุโรปจำนวน 817 ฉบับ มูลค่า 13.87 ล้านเหรียญสหรัฐ ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 25 ม.ค. 2550
|
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||