• ฝันกลางสายลม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hallelujah_kant@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-03
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 1928
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
ฝันกลางสายลม
เป็นเนื้อหากฎหมายระหว่างระหว่างประเทศ กฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ บทความ และโคลงกลอน กวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/prince-in-dream
วันอังคาร ที่ 4 กันยายน 2550
ส่งออกทรุดกดเศรษฐกิจโค้งท้าย
Posted by ฝันกลางสายลม , ผู้อ่าน : 72 , 19:16:45 น.  
พิมพ์หน้านี้


  เตือนภาคธุรกิจเตรียมพร้อมบริหารความเสี่ยงช่วงหัวโค้ง 3-6 เดือนข้างหน้า ความเสี่ยงจากปัจจัยนอกประเทศยังคุกรุ่นขณะที่ล่าสุดสัญญาณการขยายตัวของภาคส่งออกเริ่มมีปัญหา เดือนก.ค.ขยายตัวเพียง 5.9 % หรือต่ำสุดในรอบ 29 เดือน เหตุเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวและค่าเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่า ขณะที่ความกังวลต่อสถานการณ์ซับไพร์มในสหรัฐ ยังไม่คลายความกังวลต่อตลาดเงินและตลาดทุน

                        ถึงแม้ว่าหลังการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทย ในแง่ของภาพทางการเมืองที่มีความชัดเจนขึ้น เพราะนำไปสู่การเลือกตั้งในปลายปีนี้ ขณะที่ภาคธุรกิจเริ่มนับหนึ่งกิจกรรมทางการตลาดอีกครั้งหนึ่งในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

****ปัจจัยเสี่ยงตัวใหม่ส่งออกทรุด

                        หากประมวลสถานการณ์แวดล้อมทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ยังมีปัจจัยลบที่ต้องระวัง ทั้งปัจจัยภายนอกประเทศและปัจจัยภายในประเทศที่อาจมีผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในระยะต่อไป คือ 1 . ปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกประเทศ คือ สถานการณ์ซับไพร์มในสหรัฐ ที่จะนำมาสู่การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ 2. ความกังวลของตลาดเงินและตลาดทุน และ3. สัญญาณลบตัวใหม่ของเศรษฐกิจไทยที่ต้องระวังอีกปัจจัยหนึ่ง คือ ตัวเลขการส่งออกของเดือนกรกฎาคม 2550 ซึ่งขยายตัวที่ 5.9 %จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 29 เดือน (นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2548 ) คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 11,810 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 2.4% คิดเป็นมูลค่า 11,599 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

                        ทั้งนี้ นายเกริกไกร จิรแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึง สาเหตุของการส่งออกที่เริ่มชะลอตัวมาจากปัจจัย 2 ประการ คือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้การนำเข้าสินค้าจากไทยลดลง 13.6 % และ แนวโน้มค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐที่ยังมีทิศทางแข็งค่าซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน

****แนะธุรกิจระวังความเสี่ยง3-6 เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภาพรวมของเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้งจะเป็นวัฎจักรขาขึ้น โดยเห็นความชัดเจนของโครงการลงทุนในประเทศและต่างประเทศที่จะเริ่มเข้ามา ซึ่งหากกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 16 ธ.ค. หรือ 23 ธ.ค.ก็ตาม กว่าที่จะผ่านการเลือกตั้งมีการฟอร์มทีมรัฐบาล คงจะใช้เวลาไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ และกว่าที่รัฐบาลจะมีนโยบายใดๆ ก็อาจจะต้องใช้เวลาถึงเดือนเมษายนปีหน้า

                        นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ทั้งไทยและต่างประเทศอยู่ในช่วงของการรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐว่าจะมีโอกาสชะลอตัวหรือไม่ เพราะหากสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวชัดเจน ย่อมมีผลกระทบทางอ้อมต่อการส่งออกของไทย อย่างไรก็ตาม หากมองผลกระทบในแง่ขอธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยแทบจะไม่มีปัญหา เพราะการปล่อยสินเชื่อของไทย

*****ตลาดเงิน-ตลาดทุนยังกังวลซับไพร์ม

                        กรณีผลกระทบของปัญหาซับไพร์มในสหรัฐนั้น ยังเป็นประเด็นวิตกกังวลของตลาดเงินและตลาดทุนอยู่ เห็นได้จากดัชนีตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ซึ่งปิดบวก 33 จุดรับผลลงประชามติ แต่เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ดัชนีหุ้นปิดลดลง 30 จุด ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดกลับมากังวลต่อสถานการณ์ซับไพร์มในสหรัฐที่อาจจะขยายผลกระทบในวงกว้าง

                        ขณะที่รายงานข่าวจากต่างประเทศ รายงานถึงผลกระทบของซับไพร์มในสหรัฐ ล่าสุด กองทุนที่บริหารโดย Solent Capital Partners LLP ซึ่งเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ของอังกฤษที่ลงทุนในตราสารหนี้ที่ใช้เงินกู้จำนองที่อยู่อาศัยในสหรัฐเป็นหลักประกัน กลายเป็นบริษัทรายล่าสุดที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ปล่อยกู้ให้แก่ลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ

                  อย่างไรก็ตาม ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มเติบโตต่ำสุดประมาณไตรมาสที่ 1 หรือไตรมาสที่ 2 ของปี 2551 ซึ่งมีผลกระทบต่อภาคส่งออกของไทย และสถานการณ์ค่าเงินที่ยังผันผวน ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศยังไม่กระเตื้องแม้ว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แต่เป็นรัฐบาลที่มาจากหลายพรรคการเมือง นอกจากนี้ ในครึ่งหลังของปี 2551 ยังต้องระวังปัญหาฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน ในขณะที่ล่าสุดเศรษฐกิจจีนเริ่มเห็นปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อนึ่ง เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีน ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.27 % โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ส.ค. เพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพต่อการคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนยังระบุไว้ในเว็บไซด์ด้วยว่า ทางธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อีก 0.18 %

+++นักวิชาการห่วงศก.หลังเลือกตั้ง

ขณะที่ความเห็นของนักวิชาการที่เห็นว่าการมีรัฐบาลจากหลายพรรคการเมืองจะมีผลกระทบต่อนโยบายเศรษฐกิจของประเทศด้วย ถึงแม้ว่าการเมืองไทยจะก้าวไปอีกเปลาะหนึ่งที่น่าพอใจ คือ จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น แต่ปัจจัยด้านลบที่มีอยู่ยังเป็นเรื่องที่ต้องระวัง และภาคธุรกิจต้องบริหารความเสี่ยงของตัวเอง เพราะการมีรัฐบาลที่มาจากหลายพรรคการเมือง ทำให้ขาดเอกภาพและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านหรือการปฏิรูปเศรษฐกิจการเมืองไทย ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 ปี เพื่อที่จะกลับไปสู่จุดเริ่มต้นในช่วง 10-15 ปีที่แล้ว เพราะที่ผ่านมาเราเสียศูนย์ไปมาก อย่าคาดว่าประสิทธิภาพการเมืองหลังการเลือกตั้งจะเป็นแก้วสารพัดนึก ธุรกิจต้องระมัดระวังและรักษาตัวเอง ต้องบริหารความเสี่ยงของตัวเองให้ดี เพราะตัวแปรของความไม่แน่นอนยังมีอีกมาก อย่างไรก็ตาม ในปี 2551 นั้น สถานการณ์การเมืองที่ยังวุ่นวายเมื่อเทียบกับปี 2550 แม้ว่าคาดการณ์ว่าความรุนแรงจะเกิดขึ้นน้อยกว่าในปีนี้ ทำให้นักลงทุนเริ่มเคยชินต่อสถานการณ์ และมองว่าการเลือกตั้งจะนำไปสู่การเผชิญหน้าที่ลดน้อยลง ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะดีหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะดีกว่าปีนี้หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกดีขึ้น ปัญหาซับไพรมไม่ลาม ความเชื่อมั่นของนักลงทุนดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้ คาดว่าจีดีพีปีหน้าจะขยายตัวได้ที่ 4.5-5.0 %

  ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ 24/08/07

  ในช่วงที่ผ่านมามีการประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ ในขณะที่รัฐบาลปัจจุบันยังมีภาระในการแก้ไขปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะข้างหน้าความเสี่ยงจะมาจากปัจจัยภายในประเทศล้วนๆ โดยหมายถึงโอกาสที่คนไทยจะมีการรอมชอมกันได้หรือไม่ ขณะที่บ้านเมืองต้องการความสมานฉันท์ หรือในส่วนของภาคเกษตรที่อาจจะมีผลกระทบจากความไม่นิ่งของราคาตลาดโลกต้องตระหนักถึงความเสี่ยงนั้น ไม่ใช่จะใช้วิธีกดดันรัฐบาลเช่นที่ผ่านมา เพราะจะทำให้รัฐบาลมีโจทย์มากขึ้น  แม้จะเห็นว่าผลของประชามติเมื่อวันที่ 19 ส.ค. จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในปี 2551 ดีขึ้นกว่าปี 2550 แต่ส่วนใหญ่แล้วยังมีความกังวลว่าในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้านี้ มีความเสี่ยงที่ภาคธุรกิจต้องเตรียมพร้อมรับมือ โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งนักธุรกิจมีข้อกังวลว่าอาจกระทบต่อสถานการณ์ส่งออกของไทย ขณะนี้ภาพต่างๆยังไม่มีความชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากภาพหลังการเลือกตั้งทุกอย่างลงตัว โดยไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น เศรษฐกิจก็จะสามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
บุญชัย วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 19.36 น.
http://www.oknation.net/blog/boonchai

เห็นด้วยกับความคิดเห็นครับ...
3-6 เดือนจากนี้ไป ธุรกิจต้องระมัดระวังและพยายามประคองตัวให้อยู่ได้...น่าจะเป็น bottom แล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 19.18 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สงสารผู้ประกอบการที่ต้องเผชิญกับปัญหามากมาย แค่หวังว่าทุกอย่างชัดเจนขึ้น
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30