วันอังคาร ที่ 4 กันยายน 2550
นิติมธ.ค้านใช้กฎหมายฟอกเงิน ฟันละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
Posted by
ฝันกลางสายลม
,
ผู้อ่าน : 85
, 23:26:48 น.
พิมพ์หน้านี้
|
นักกฎหมายอาญา "ธรรมศาสตร์" ฟันธง ไม่เห็นด้วย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพิ่มความผิดละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา แฉกระทรวงพาณิชย์ทำตามใบสั่งสหรัฐ ชี้เป็นความผิดยอมความได้ เมื่อคดียุติผู้เสียหายได้รับการชดใช้น่าจะจบกันได้ ไม่จำเป็นต้องเอากฎหมายฟอกเงินไปยึดทรัพย์ เปรียบเทียบเหมือนเอาระเบิดเอ็ม 79 มาปราบยุง พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งมีความพยายามที่จะแก้ไขเพิ่มเติมฐานความผิดอีก 6 ฐานความผิด โดยเฉพาะ 1 ใน 6 ฐานความผิดใหม่ ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กำลังถูก วิพากษ์วิจารณ์อย่างสูงว่ารัฐบาลกำลังจะเอาใจมหามิตรสหรัฐอเมริกามากเกินไปหรือเปล่า ล่าสุด ดร.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้สอนกฎหมายอาญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาหลายสิบปี ได้แสดงทรรศนะความเห็นคัดค้านต่อการเพิ่มฐานความผิดดังกล่าวไว้ว่า พ.ร.บ.ฟอกเงินมีผลใช้บังคับมากว่า 4 ปีแล้ว ผู้ปฏิบัติ (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน : ป.ป.ง.) เริ่มเห็นข้อดี ส่วนผู้ถูกปฏิบัติเริ่มเห็นข้อเสียของกฎหมายดังกล่าวแจ่มชัดขึ้น ผู้ปฏิบัติรุกเต็มที่ ในขณะที่ผู้ถูกปฏิบัติยังตั้งตัวไม่ติด ล่าสุด การที่รัฐบาลได้เสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าว โดยจะเพิ่มความผิดมูลฐานจาก 8 เป็น 14 คือ เพิ่มอีก 6 มูลฐาน ! อันได้แก่ (9) ความผิดเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และกระบวนการแสวงประโยชน์จากทรัพยากร ธรรม ชาติโดยมิชอบ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ หรือกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (10) ความผิดเกี่ยวกับการควบคุมการแลกเปลี่ยน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (11) ความผิดเกี่ยวกับการพนัน ตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (12) ความผิดเกี่ยวกับการค้าอาวุธ ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (13) ความผิดเกี่ยวกับการสมยอมในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ(14) ความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร กฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า และกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ดร.ทวีเกียรติระบุว่า จากการสอบถามความเป็นมาจากผู้เกี่ยวข้องเป็นลำดับตั้งแต่อนุกรรมการกฎหมายของ ป.ป.ง. กรรมการ ป.ป.ง. ตลอดจนรองนายกฯวิษณุ เครืองาม ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะ (14) เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ควรจะตัดออกเสีย แม้ทุกคนทุกขั้นตอนจะขอให้ตัดออกไป แต่จนแล้วจนรอด (14) ผ่านตลอดทุกกระบวนการ "เหตุที่ความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้นมา เป็นข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งทราบมาว่ามีที่ปรึกษากฎหมาย คือ เจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกาปรึกษากันโดยตรงผ่าน Tele conference เวลาร่างกฎหมายก็ต้องขอความเห็นชอบในข้อความของกฎหมายที่จะร่างจากเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกา จึงไม่มีใครกล้าลบทิ้ง" เป็นที่รู้กันดีว่าความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นเรื่องผลประโยชน์ของเอกชนทางธุรกิจ และเป็นความผิดที่มีหลักฐานประจักษ์ชัดไม่ยากต่อการพิสูจน์ แค่กฎหมายธรรมดาๆ ในปัจจุบัน ก็ใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือข่มขู่ เรียกร้องกันได้มากมายมหาศาลแล้ว "ที่สำคัญเป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อคดียุติ ผู้เสียหายได้รับการชดใช้แล้ว ยอมความกันแล้ว จะเอากฎหมายฟอกเงินไปยึดทรัพย์ใครมาใช้ค่าเสียหายให้ใครอีก ฉะนั้น การนำกฎหมายนี้มาใช้เป็นความผิดมูลฐานของกฎหมายฟอกเงินจึงเท่ากับเอาระเบิดเอ็ม 79 มาใช้ปราบยุง ทั้งๆ ที่รู้ว่ายุงมีชีวิตอยู่แค่ 7 วันเท่านั้นเอง" ดร.ทวีเกียรติตั้งข้อสังเกตในที่สุดว่า กฎหมายฟอกเงินกำลังจะกลายพันธุ์ จากพระเอก...กลายเป็นผู้ร้าย จากนาย...กลายเป็นบ่าว รับใช้ใครก็ไม่รู้ เป็น Un Seen Authority ? จากที่น่าเกรงขาม...กลายเป็นยามเฝ้าบ้าน อนึ่ง ความผิดมูลฐานใน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปัจจุบันกำหนดไว้ 8 ฐานด้วยกัน ได้แก่ (1) ยาเสพย์ติด (2) ธุระจัดหา ค้าเด็กและหญิง (3) ฉ้อโกงประชาชน (4) ยักยอก ฉ้อโกงโดยกรรมการผู้จัดการตาม กม.ธนาคาร, ตลาดหลักทรัพย์ฯ (5) เจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่ (6) กรรโชก รีดเอาทรัพย์ โดยอ้างอำนาจอั้งยี่ หรือซ่องโจร (7) ลักลอบศุลกากร (8) การก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา โดย ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 30 มิ.ย. 47
|