พิมพ์หน้านี้
|
นำมาจาก http://learners.in.th/blog/prince-in-dream/86943 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น (JTEPA) จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ในวันนี้ โดยฝ่ายไทยจะต้องมีการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าให้เป็นไปตามความตกลง พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ และพิธีการในการลดภาษี ซึ่งจะลดภาษีนำเข้าเหลือร้อยละ 0 ทันที ให้กับสินค้าประมาณร้อยละ 40 ของรายการสินค้าทั้งหมด เช่น แอปเปิ้ล ลูกแพร์ ลูกพรุน ลูกพีช เคมีภัณฑ์ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เหล็กรีดร้อน ที่ไม่มีการผลิตในประเทศ รถยนต์ขนส่งตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป รถใช้ในสนามกอล์ฟ รถพยาบาล รถจักรยานยนต์ไม่เกิน 250 ซีซี รถจักรยาน มีผลทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนสินค้าที่เหลือจะทยอยลดภาษีอย่างต่อเนื่องจนเหลือร้อยละ 0 ภายในวันที่ 1 เมษายน 2560 เช่น พลาสติก ยาง เครื่องหนัง รองเท้า เครื่องแก้ว เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า รถบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 5 ตัน รถจักรยานยนต์เกิน 250 ซีซี นาฬิกา เครื่องดนตรี ส่วนรถยนต์ขนาดเกิน 3,000 ซีซี ลดภาษีจากร้อยละ 80 เป็นร้อยละ 75 และลดเป็นร้อยละ 60 ในปี 2553 รถยนต์ขนส่งตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 30 คน ลดภาษีจากร้อยละ 40 เป็นร้อยละ 38.18 และลดเป็นร้อยละ 20 ในปี 2560 รถบรรทุกน้ำหนักเกิน 5 ตัน ลดภาษีจากร้อยละ 40 เป็นร้อยละ 36.36 และลดเป็นร้อยละ 20 ในปี 2560 นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่ตกลงกับฝ่ายญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้าตามโควตาที่ตกลงกันลดภาษีเหลือ ร้อยละ 0 ชิ้นส่วนยานยนต์ที่นำเข้ามาเพื่อประกอบรถยนต์ (โออีเอ็ม) ลดภาษีเหลือร้อยละ 20 โดยสินค้าที่ได้ ลดภาษีต้องเป็นไปตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าของเจเทปา และต้องแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าต่อกรมศุลกากร ส่วนสินค้าอีก 3 กลุ่ม คือ ยาสูบ ไหมดิบ และรถยนต์ขนาดไม่เกิน 3,000 ซีซี ไม่มีการลดภาษีแต่อย่างใด ที่มา : http://www.prachatai.com/ ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://learners.in.th/blog/dawadee/83464 นี่เป็นหนึ่งของการกระทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรัฐ เป็นผู้ทำการเจรจาในพื้นที่ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (ไทยขญี่ปุ่น) ก่อให้เกิดการค้าระหว่างประเทศ และเป็นการสานความร่วมมือกันในระดับระหว่างประเทศโดยรัฐเป็นผู้ดำเนินการส่งเสริม ส่วนในเรื่องผลกระทบข้อดี ข้อเสียของการทำความตกลงนี้จะต้องมีการศึกษากันอีกครับ |