วันที่ จันทร์ กันยายน 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อน้ำมันขาดแคลนที่อังกฤษ


วันนี้มีข่าวใหญ่ระดับโลกคือคนอังกฤษกำลังขาดแคลนน้ำมัน แต่ไม่ใช่การขาดแคลนจากกำลังการผลิตไม่พอนะครับ แต่เป็นการขาดแตลนเพราะมีจำนวนคนขับรถบรรทุกส่งน้ำมันไม่เพียงพอ
 
ตอนนี้คนอังกฤษไปเข้าคิวตามปั๊มน้ำมันกันอย่างล้นหลามเพื่อเติมน้ำมันรถ เพราะว่าเหตุตื่นตระหนกกลัวว่าจะไม่มีน้ำมันใช้และเดือดร้อนในการขับขี่รถยนต์เพื่อการเดินทาง ซึ่งตอนนี้น้ำมันในปั๊มน้ำมันกว่า 5,500 แห่งในอังกฤษได้หมดเกลี้ยง และอีกที่เหลือ 3,000 กว่าแห่งน้ำมันกำลังจะหมดลงเนื่องจากมีลูกค้าเข้ามาเติมอย่างต่อเนื่อง สาเหตุที่น่ำมันขาดแคลนก็คือตอนนี้จำนวนคนขับรถบรรทุกในอังกฤษขาดแคลนอย่างหนัก โดยคนชับรถบรรทุกได้ลดจำนวนลงนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 จนถึงวันนี้ โดยตอนนี้ขาดคนขับรถบรรทุกมากกว่า 90,000 ตำแหน่ง ซึ่งการขาดแคลนคนชับรถบรรทุกไม่เกิดแต่เฉพาะธุรกิจน้ำมันเท่านั้นครับ แต่ได้ลามไปธุรกิจอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งอาหารอาหารสด และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ จนตอนนี่รัฐบาลกังวลว่าในวันคริสต์มาสอีฟปีนี้ ประชาชนจะมีไก่งวงพอบริโภคกันหรือไม่
 
ถ้าถามว่าอยู่ดีๆ ทำไมอังกฤษถึงได้ขาดแคลนคนขับรถบรรทุกถึงขนาดนี้ คำตอบก็คือ มีหลายสาเหตุครับ 1) เป็นผลมาจาก BREXIT หรือการที่อังกฤษออกจากสมาชิกสหภาพยุโรปนั่นเอง ที่ทำให้สิทธิการขออนุญาตทำงานของชาวต่างชาติในอังกฤษมีข้อจำกัดมากขึ้น รวมๆ ในรอบสองปีนี้ มีคนขับรถที่ไม่ใช่สัญชาติอังกฤษต้องกลับไปทำงานที่ประเทศตัวเองมากกว่า 72,000 คน 2) การระบาดของโควิด 19 ทำให้การต่ออายุใบขับขี่รถบรรทุกทำได้ช้ากว่าปกติ มีใบขับขี่ที่ต้องต่ออายุค้างท่ออยู่จำนวนหนึ่ง และ 3) ค่าแรงของคนขับรถบรรทุกที่น้อยเมื่อเทียบกับงานที่ต้องขับรถส่งของทั้งวัน โดยรายได้เฉลี่ยของคนขับรถบรรทุกในอังกฤษโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2,700 ปอนด์ต่อเดือน หรือ 124,000 บาท!! ซึ่งคนอังกฤษไม่ค่อยอยากจะทำงานใช้แรงงานและอันตรายกันเท่าไหร่ แต่รายได้ขนาดนี้คนไทยเห็นแล้วคงตาโต แทบอยากจะไปทำงานขับรถบรรทุกที่โน่นกันเลยทีเดียวครับ และ. 4) การเข้าสู่สังคมผู้าสูงอายุ ทำให้อังกฤษขาดแคลนแรงงานในวัยฉกรรจ์เข้าไปใหญ่
 
ตอนนี้รัฐบาลอังกฤษต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบด่วนๆ คืออนุมัติและฝึกอบรมให้คนต่างชาติสามารถทำงานขับรถบรรทุกสินค้าได้ในอัตรา 5,000 คน (ซึ่งยังห่างไกลจากจำนวนที่ต้องการ) และอีกมาตรการคือการผ่อนคลายกฎหมายที่เรียกว่า Competition Law หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน ที่เดิมกำหนดให้มีมาตรการลงโทษการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นการกินรวบ การฮั้วราคา การร่วมมือกันระหว่างบริษัทเพื่อกีดกันคู่แข่ง ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การแบ่งปันข้อมูลทางการค้า โดยตอนนี้มาตรการผ่อนคลายนี้ เพื่อให้ธุรกิจสามารถร่วมมือกันทั้งในด้านข้อมูลของอุปทาน และโครงข่ายการผลิตและการขนส่งเพื่อให้ผ่านวิกฤติน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคขาดแคลนในรอบนี้ไปให้ได้ แต่ตอนนี้รัฐบาลอังกฤษยังบอกว่ายังไม่ถึงขั้นวิกฤติขนาดต้องเอาทหารมาขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าครับ
 
เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงว่า สักวันถ้าเราขาดแคลนแรงงานที่คนไทยไม่ทำ เราจะมีแผนการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity Plan) ของเราไปได้อย่างไร ลองจินตนาการครับว่าสักวันหากแรงงานต่างด้าวกลับบ้านหมดจะทำอย่างไร ซึ่งตอนนี้เราจะเห็นแต่แรงงานพม่าซะส่วนใหญ่ เพราะแรงงานกัมพูชาจำนวนมากกลับไปทำงานที่บ้านกันหมดแล้ว อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจกัมพูชาขยายตัว ต้องการจ้างแรงงานจำนวนมาก หรือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทยเราจะเอาแรงงานที่ไหนมาทำงาน
เรื่องขาดแคลนแรงงานแม้แต่ที่ญี่ปุ่นเองก็ต้องหลับตาข้างนึงให้ม่ีแรงงานต่างด้าวไม่ว่าจากจีน ไทย อินโดนีเซีย เข้าไปทำงานใช้แรงงานแบบผิดกฎหมายได้ มิฉะนั้นแล้วญี่ปุ่นจะเกิดวิกฤติการณ์ขาดแคบนแรงงานอย่างหนัก เพราะคนญี่ปุ่นไม่นิยมทำงานในงานลักษณะที่ใช้แรงงานและเสี่ยงอันตรายครับ
 
ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเทรนด์ของอนาคตแน่นอนครับที่เครื่องจักร และ AI Robotic จะเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องแรงงานที่ต้องใช้คน ไม่ว่าจะเป็นการเกิดโรคระบาด หรือขาดแคลนแรงงาน จนทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไม่ได้
 
ผมก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้ได้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีหรือเปล่านะครับ เพราะเหตุการณ์โรคระบาดมาเกือบสองปีก็ไม่รู้ว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้นึกถึงและคาดการณณืสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมาปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับเผื่อลูกหลานของเราหรือไม่

โดย Varanyu

 

กลับไปที่ www.oknation.net