วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความท้าทายระหว่างโลกเก่า-ใหม่ บีบธุรกิจโทรคมนาคมไทยต้องปรับตัว


ข่าวใหญ่สะเทือนวงการโทรคมนาคมบ้านเราส่งท้ายปลายปี คงไม่มีเรื่องไหนที่ถูกพูดถึงมากเท่าการควบรวมกิจการระหว่าง 2 ยักษ์ค่ายสื่อสาร TRUE-DTAC  ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันในวงกว้างว่า การที่ผู้เล่นเบอร์ 2 และเบอร์ 3 มาจับมือกันลักษณะนี้อาจก่อให้เกิดการผูกขาด เพราะตัวเลือกผู้บริโภคน้อยลง จะทำให้การแข่งขันในตลาดน้อยลงตามไปด้วย และส่งผลกระทบถึงค่าบริการในอนาคตที่จะสูงขึ้น

โดยข้อมูลที่สื่อมวลชนรวมถึงนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ นำมาวิเคราะห์กันแต่ละสำนัก ล้วนนำเสนอผู้เล่นแค่เพียงแค่ 3 ราย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตลาดธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศไทย ยังมีอีกหนึ่งผู้เล่นรัฐวิสาหกิจเจ้าใหญ่อีกเจ้าที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง คือ NT หรือ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ที่เกิดจากการควบรวมระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT  

ซึ่งแม้ว่าว่าผู้ให้บริการ NT จะกินส่วนแบ่งทางการตลาดไม่มากเท่ากับอีก 3 เจ้า แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจัดอยู่ในผู้ให้บริการโทรคมนาคมแก่คนไทยเช่นกัน ดังนั้นข้อครหาที่กล่าวว่า หาก TRUE และ DTAC  ควบรวมกันจริง ผู้บริโภคจะเหลือทางเลือกแค่ 2 รายคือ TRUE และ AIS และทำให้ค่าบริการสูงเพราะไม่เกิดการแข่งขันนั้น ไม่เป็นความจริง!! ในทางกลับกันอาจเป็นตัวเร่งทำให้เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น เพราะ Operator ในอุตสาหกรรมที่เหลือ จะต้องไม่ยอมเสียตลาดให้คู่แข่งเป็นแน่ ต้องงัดกลยุทธ์ เสนอสิทธิประโยชน์เพื่อมาดึงดูดลูกค้าเข้ามาอยู่กับตัวมากขึ้น ซึ่งผลดีจะตกกับผู้ใช้บริการ

ทั้งนี้เมื่อดูจากจำนวนฐานลูกค้าของ NT ณ ปัจจุบันที่มีทั้งกลุ่มลูกค้านิติบุคคล ราชการ และกลุ่มลูกค้าทั่วไป จำนวนลูกค้า Mobile ที่มีฐานลูกค้ารวมกันอยู่ที่ 2.68 ล้านราย ส่วนตลาดบรอดแบรนด์ข้อมูลล่าสุดของเดือน ก.ค.2564 ระบุว่ามีจำนวนถึง 1,864,924 พอร์ต นับว่าเป็นผู้เล่นรายใหญ่ไม่แพ้อีก 2 เจ้าอย่าง True และ AIS

แต่สาเหตุอะไรที่ผู้ให้บริการ NT เป็นผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมที่มีโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร มีรัฐบาลคอยซัพพอร์ท ทั้งเสาสัญญาณที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ไปจนถึงการถือครองคลื่นความถี่หลักให้บริการรวม 6 ย่าน ปริมาณ 600 เมกะเฮิรตซ์ รวมไปถึง Data Center อีกกว่า 13 แห่งทั่วประเทศ กลับมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นรองทั้ง 3 ค่ายเป็นสัดส่วนที่น้อย จนทำให้หลายคนแทบจะหลงลืมว่าประเทศไทยยังมีผู้ให้บริการที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ 100% รายนี้อยู่ในวงการโทรคมนาคมไทย

จากการวิเคราะห์ถึงสาเหตุ อาจเป็นไปได้ว่าด้วยสไตล์การบริหารในแบบฉบับรัฐวิสาหกิจ ที่ยังคงติดกับดักระบบราชการ การจะเดินหน้าแผนธุรกิจเชิงรุก การอัดงบประมาณให้กับโปรโมชั่น เพื่อช่วงชิงฐานลูกค้ามาจาก Operator คู่แข่งคงไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งยังมีเรื่องการบริการหลังการขายต่างๆ ที่ยังตามคู่แข่งอยู่หลายขุม

ไม่ใช่แค่เพียงเฉพาะ Operator อย่าง NT เท่านั้นที่ควรต้องปรับเร่งสปีดจัดกระบวนท่าเชิงรุกรับกับโลกเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาจ่อดิสรัปอยู่หน้าประตูบ้าน การที่เราได้เห็นการควบรวมระหว่าง TRUE และ DTAC  นั้น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า หาก Operator ไทยไม่ชิงปรับตัว สร้างความแข็งแกร่ง และทรานฟอร์มตัวเองไปสู่ธุรกิจดิจิทัลแล้ว การจมอยู่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมแบบเดิมๆ อาจไม่สามารถอยู่รอดได้อีกต่อไป 

เพราะเทคโนโลยีทั้งเก่าและใหม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทุกวันนี้เร็วกว่าที่คิด การปรับตัวของอุตสาหกรรมให้ทันหรือเร็วกว่า เป็นหนทางที่จะสามารถยืดหยัดและโต้คลื่นพายุดิจิทัล ดิสรัปชันนี้ได้. 

โดย ยี่สิบแปดกันยา

 

กลับไปที่ www.oknation.net