วันที่ จันทร์ มีนาคม 2565

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การรับซื้อไฟฟ้าโซล่าร์รูฟจากประชาชนควรทำอย่างสะดวก รวดเร็วและต่อเนื่อง


การรับซื้อไฟฟ้าโซล่าร์รูฟจากประชาชนควรทำอย่างสะดวก รวดเร็วและต่อเนื่อง

เพราะพลังงานมีความสําคัญต่อ โครงสร้างด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศ รัฐจึงจําเป็นต้องปรับโครงสร้างการบริหาร กิจการพลังงาน โดยให้ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนมีส่วนร่วมและมีบทบาทมากขึ้น จําเป็นต้องประกาศใช้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐

ในพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้มีคณะกรรมการ กํากับกิจการพลังงานขึ้นเพื่อกํากับดูแลกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่หลายประการ แต่ที่อยากเขียนถึงคือการกําหนดระเบียบและหลักเกณฑ์ในการจัดหาไฟฟ้า และการออกประกาศเชิญชวนการรับซื้อ ไฟฟ้า รวมทั้งกํากับดูแลขั้นตอนการคัดเลือกให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ลึกลงไปกว่านั้นคือ กกพ. ทำหน้าที่ประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย ซึ่งทราบว่าได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

อย่างไรก็ตาม การประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนนี้ กกพ. จะประกาศเป็นปีๆ ไป เข้าใจว่าคงอยู่ที่การกำหนดอัตราการรับซื้อไฟฟ้าและเรื่องอื่นๆ ให้เป็นไปตามสถานการณ์ด้วย

สำหรับประกาศ กกพ. ฉบับล่าสุดที่หาได้คือประกาศ ปี ๒๕๖๔ ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ นั้น กำหนดรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าวยูนิตละ ๒.๒๐ บาท โดยทำสัญญาซื้อขายกัน ๑๐ ปี

แต่ปี ๒๕๖๕ กกพ. ยังไม่ได้ประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการดังกล่าวนี้ แต่ประการใด

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ ได้ลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “กกพ. เผยปี 2564 โซลาร์ภาคประชาชนรับซื้อ 50 เมกะวัตต์ คาดปี 2565 ปริมาณรับซื้อไฟเหลือ 10 เมกะวัตต์ ล่าสุดลงนามซื้อขายไฟ 851 ราย 4.76 เมกะวัตต์ รวมปี 62-64 COD 994 ราย กำลังผลิตติดตั้งแค่ 5.49 เมกะวัตต์ มองแนวโน้มปี 2565 ค่าไฟแพงหนุนให้คนหันมาติดตั้งเพื่อลดรายจ่าย”

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

ผู้เขียนเห็นว่าโดยที่ขณะนี้มีการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน ทำให้ราคาน้ำมันซึ่งขยับราคาขึ้นเรื่อยมานั้น ยิ่งขยับขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น 

แน่นอนครับ เมื่อน้ำมันขึ้นราคาก็ส่งผลกระทบถึงค่าขนส่ง รวมทั้งส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจในภาพรวมทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย

ดังนั้น กกพ. ควรเร่งส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์บนหลังคาเพื่อนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ให้มากขึ้น โดยการกำหนดค่าไฟฟ้าที่รับซื้อคืนอย่างเป็นธรรม 

ทั้งนี้ โดยควรคำนึงถึงราคาค่าไฟฟ้าที่ประชาชนทั่วไปต้องจ่ายให้การไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้วแต่กรณีด้วย

ที่สำคัญการดำเนินการในการขอทำสัญญาการติดตั้งหรือซื้อขายควรให้กระทำกันอย่างง่ายและสะดวกที่สุด ในรูปแบบการบริการแบบครบวงจร (One Stop Service) 

โดยผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากสามารถยื่นคำขอและเอกสารทั้งหมดในการขอผลิตไฟฟ้าโซล่าร์รูฟเพียงที่เดียวคือที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เท่านั้น โดยไม่ต้องไปติดต่อหลายหน่วยงาน ได้หรือไม่

เพราะประชาชนที่ลงทุนติดตั้งโซล่าร์รูฟซึ่งใช้เงินไม่ใช่น้อยเป็นผู้ช่วยเหลือภาครัฐในการลดการซื้อเชื้อเพลิงต่างๆ ตามภาพถ่ายข้างล่างนี้ด้วย อันเป็นการประหยัดงบประมาณของชาติ


และถือเป็นการช่วยกันประหยัดทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไปในตัวเพราะพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ต้องซื้อหา แต่ประการใด

ที่สำคัญมากที่สุดที่ขอฝาก กกพ.  ก็คือโปรดประกาศการรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่ แม้ว่าจะประกาศเป็นปีๆ ไปก็ตาม เพราะตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๖๕ จนถึงปัจจุบันประชาชนรายใหม่ที่ต้องการผลิตไฟฟ้าและขายไฟฟ้าดังกล่าวยังขายไม่ได้เลยนะครับ 

ทั้งนี้ ขอได้โปรดรีบประกาศรับซื้อปี ๒๕๖๕ เร็วๆ ด้วยเถิด เพื่อจะได้มีไฟฟ้าใช้อย่างพอเพียง โดยอาจลดกำลังการผลิตจากเชื้อเพลิงอย่างอื่นลง และถือเป็นการประหยัดเงินตราของชาติไปในตัวด้วย

พุธทรัพย์ มณีศรี 

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net