วันที่ อังคาร มีนาคม 2565

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหตุใดค่าโดยสารไปบางสนามบินจึงแพงนัก


เหตุใดค่าโดยสารไปบางสนามบินจึงแพงนัก

เป็นที่น่ายินดีที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ที่ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ที่ผ่านมา

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ เพื่อรับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคง ๓ จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมทั้งเสริมความสะดวกด้านคมนาคมและกระตุ้นการท่องเที่ยว 

คนไทยหลายคนรวมทั้งผู้เขียนก็ดีใจว่าต่อไปนี้เมื่อไปเที่ยวเบตงก็ไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินหาดใหญ่ แล้วนั่งรถยนต์ต่อไปถึงเบตงให้เมื่อยตุ้มอีกแล้ว

เพราะการท่องเที่ยวไปเบตงในปัจจุบัน บริษัททัวร์ต่างๆ จัดทัวร์โดยการบินไป-กลับที่สนามบินหาดใหญ่ แล้วต่อรถทัวร์ไปเที่ยวเบตงกันอีกทอดหนึ่ง

บางทัวร์มีทางเลือกให้เดินทางแบบผสม คือไปเครื่องบินลงที่สนามบินหาดใหญ่แล้วกลับรถไฟ หรือไม่ก็ไปโดยรถไฟและกลับโดยเครื่องบินที่สนามบินหาดใหญ่

เมื่อมีเครื่องบินบินตรงไปลงที่สนามบินเบตง ก็น่าจะทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวที่เบตงสะดวกและรวดเร็วขึ้น จึงน่าจะมีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น

แต่ปรากฎว่าสายการบินนกแอร์ซึ่งเป็นสายการบินเดียวที่บินไปสนามบินเบตงต้องยกเลิกเที่ยวบินที่ประชาชนจองไว้ในวันที่ ๑๖ มีนาคม และวันที่ ๑๘ มีนาคม เหตุที่ต้องยกเลิกก็เพราะจำนวนผู้โดยสารที่จองไว้ไม่คุ้มกับการบิน 

ผู้เขียนพอจะเข้าใจว่าเหตุใดประชาขนจองตั๋วไปเบตงกันน้อยนัก ทั้งๆ ที่อยากไปเที่ยวเบตงกันมาก อาจไม่ถูกต้อง ๑๐๐% แต่เข้าใจว่าใกล้เคียง

สาเหตุสำคัญคือค่าโดยสารครับ เพราะค่าโดยสารจากสนามบินดอนเมืองไปสนามบินเบตงแพงพอสมควรครับ

อีกประการหนึ่ง คงวางแผนไม่ดีนัก เพราะหากได้ประสานงานกับบริษัททัวร์ที่จัดทัวร์เบตงอยู่เป็นประจำไว้ก่อนล่วงหน้า เหตุการณ์ทำนองนี้คงไม่เกิดขึ้นเพราะบริษัททัวร์ซื้อตั๋วได้ถูกกว่าประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว

กลับมาที่ค่าโดยสาร แม้ว่าค่าโดยสารของสายการบินโลวคอสท์ขึ้นอยู่กับวันและเวลาที่บินรวมทั้งการจองล่วงหน้าก็ตาม แต่เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ของนกแอร์ที่สนามบินดอนเมืองแล้ว ค่าโดยสารสนามบินดอนเมือง-สนามบินเบตงนั้น ราคาประมาณ ๓,๔๐๐ บาท (ในเว็บจองตั๋วออนไลน์ของนกแอร์ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ยังไม่ขึ้นรายการให้จองไปสนามบินเบตงครับ)

ลองมีสายการบินอื่นบินไปลงที่เบตงอีกซิครับ รับรองว่าค่าโดยสารจะถูกลงกว่านี้

เปรียบเทียบค่าโดยสารของสายการบินนกแอร์ที่บินไปที่สนามบินแพร่กับที่สนามบินน่านซึ่งอยู่ติดกันและมีระยะทางใกล้เคียงกัน แต่มีสายการบินให้บริการในจำนวนที่ไม่เท่ากันดูนะครับ 

 

บินไปสนามบินแพร่ซึ่งมีสายการบินเพียงสายเดียวคือนกแอร์และมีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานคร ๕๕๐ กิโลเมตร ค่าโดยสาร เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ราคาต่ำสุด-สูงสุดอยู่ที่ ๒,๐๔๙ - ๒,๔๖๙ บาท 

บินไปสนามบินน่านซึ่งระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานคร ๖๖๗ กิโลเมตร ค่าโดยสารของสายการบินหลายสาย เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ราคาต่ำสุด-สูงสุดอยู่ที่ ๑,๐๕๐ - ๑,๕๑๕.๒๖ บาท 

เห็นได้ว่าการเดินทางไปแพร่ซึ่งมีระยะทางน้อยกว่าน่าน ประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร แต่ค่าโดยสารเครื่องบินไปแพร่แพงกว่าไปน่านเกือบ ๑,๐๐๐ บาท

ที่ชุมพรบ้านเกิดของผู้เขียนนั้น ตอนที่มีสายการบินเดียวบินไปนั้น ค่าโดยสารแพงมาก แต่เมื่อมีสายการบินบริการเพิ่มขึ้น ค่าโดยสารจึงถูกลง 

หลายปีมาแล้วผู้เขียนอยากเดินทางไปเที่ยวที่น่าน แต่ตอนนั้นมีสายการบินสายเดียว จึงต้องรอ เมื่อมีสายการบินอื่นไปให้บริการ ค่าโดยสารถูกลง จึงได้เดินทางไปเที่ยว

ผู้เขียนไม่เข้าใจหรอกครับว่าเหตุใดสายการบินที่ให้บริการโดยไม่มีคู่แข่ง จึงคิดค่าโดยสารโดยคำนึงถึงต้นทุนไม่ได้ เพราะการบินโดยมีสายการบินเดียวและมีคู่แข็งอีกหลายสาย ค่าใช้จ่ายโดยรวมน่าจะเท่ากัน

เพราะสายการบินคิดหากำไรกันมากๆ จนผู้โดยสารหลายคนไม่อยากบินไปยังจังหวัดที่มีสายการบินบริการเพียงสายเดียว

คงต้องพึ่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย แล้วละครับ

ผู้เขียนทราบดีว่าสายการบินไม่ว่าสายการบินทั่วไปหรือสายการบินโลวคอสท์ที่ให้บริการภายในประเทศทุกสาย จะกำหนดราคาค่าโดยสารไม่เกินกรอบที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยกำหนดไว้

แต่การกำหนดค่าโดยสารในกรณีที่มีสายการบินเดียว สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ก็น่าจะลงมาดูในรายละเอียดต่างๆ บ้าง อย่าปล่อยให้ประชาชนเลือกที่จะไม่บินเลยครับ

อย่าให้ประชาชนผู้ที่ต้องการเดินทางไปและกลับจังหวัดที่มีสายการบินเดียว เช่น จังหวัดแพร่ข้างต้น เห็นว่าไม่เป็นธรรมเลยครับ

ผู้เขียนจึงเห็นว่าสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยน่าจะพิจารณาเรื่องที่สายการบินกำหนดค่าโดยสารเอง แม้ไม่เกินกรอบใหม่แต่ราคายังแพงกว่าต้นทุนมากบ้าง

หรือไม่ก็ช่วยเจรจาต้าอวยให้หน่อยเถิดครับ ใช้แนวปฏิบัติของคนจีนได้ไหม “ขายกำไรน้อยๆ แต่ขายเป็นจำนวนมาก ดีกว่าขายกำไรมากๆ แต่ขายได้น้อย”

ทีจัดโปรโมชั่นไปสนามบินใหญ่ๆ หลายแห่ง ในราคาเริ่มต้นเพียง ๖๙๙ บาท ยังทำได้ แถมยังให้เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ถึง ๑ ครั้ง ด้วย 

 

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ต้องคิดว่าการคิดราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรมถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัวด้วย ประชาชนจะได้ท่องเที่ยวมากขึ้น 

โดยเฉพาะจังหวัดที่มีสายการบินบริการเพียงสายเดียว ประชาชนก็จะได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดนั้นมากขึ้น เพราะค่าโดยสารไม่โหดนักเศรษฐกิจของจังหวัดนั้นก็ย่อมดีขึ้น

ผู้เขียนยังขอตั้งความหวังไว้กับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยอยู่นะครับ ช่วยกรุณาพิจารณาดำเนินการให้ “ประชาชนชื่นใจ” ด้วยเถิดครับ

ไหนๆ ก็เขียนถึงนกแอร์ ก็ขอบ่นในที่นี้ด้วยว่าการให้บริการของนกแอร์โดยเฉพาะสมาชิกของนกแอร์ไม่ประทับใจเลยครับ

ประการแรก การติดต่อนกแอร์ผ่านคอลเซ็นเตอร์นั้น ไม่สะดวกเป็นอย่างยิ่ง ท่านผู้อ่านลองทดลองหมุนหาคอลเซ็นเตอร์ของนกแอร์ที่ ๑๓๑๘ ดูเถิดครับ บางครั้งหมุนตลอดช่วงเช้ายังไม่รับสายเลยครับ

หากยังคิดที่จะให้บริการประชาชนอยู่ นกแอร์ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น สายการบินโลวคอสท์ ไม่ได้มีเพียงสายเดียวหรอกครับ เว้นแต่สายการบินนกแอร์บินไปสนามบินนั้นแต่เพียงผู้เดียวก็จำเป็น

ประการที่สอง ระบบการให้บริการสมาชิกควรทำให้ดีขึ้นไม่ไช่แย่ลง

เมื่อก่อนหากซื้อตั๋วแล้วลืมแจ้งหมายเลขสมาชิก NOK SKY เมื่อเช็คอินเครื่องจะแจ้งให้พนักงานทราบในทันทีว่าผู้โดยสารท่านนี้เป็นสมาชิก

ปัจจุบันทำเช่นนั้นไม่ได้อีกแล้ว ผู้เขียนบินไปหาดใหญ่เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ชื่อผู้เขียนก็ไม่ขึ้นในระบบว่าเป็นสมาชิก พนักงานเช็คอินขอให้ไปหาหมายเลขสมาชิกที่ห้องจำหน่ายตั๋ว

ได้หมายเลขสมาชิกแล้ว พนักงานห้องขายตั๋วแจ้งว่าไม่สามารถอัพเดทข้อมูลให้ได้ต้องโทรศัพท์ไปแจ้งคอลเซ็นเตอร์สถานเดียว ทำยังกับว่าติดต่อได้ง่ายอย่างนั่นแหละ

กลับมาที่พนักงานเช็คอิน ได้ลงหมายเลขสมาชิกในระบบให้ พร้อมแจ้งว่าระบบจะอัพเดทให้โดยอัตโนมัติในภายหลัง ไม่สามารถปรับให้ได้ในทันที

ก็คงมาถึงประการสุดท้ายว่า นอกจากพัฒนาระบบให้ดีขึ้นแล้ว ควรพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้รู้เรื่องราวของบริษัทให้มากกว่านี้ด้วย ผู้โดยสารเสียเงินแล้วอย่าให้ต้องปวดศีรษะมากนักเลย

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net