วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2565

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกิดอะไรขึ้นที่ตากใบ : คำถามจากมาเลเซีย ปัญหาและทางออก


เกิดอะไรขึ้นที่ตากใบ : คำถามจากมาเลเซีย ปัญหาและทางออก
 
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด และผู้เจริญรอยตามท่าน
 
28 พฤษภาคม 2565 มีเพื่อนผู้เขียนถาม ทางwasapp ว่า “เกิดอะไรขึ้นที่ตากใบ”
นอกจากนี้ยังมีคลิปที่อ้างว่าถ่ายจากฝั่งมาเลเซีย ที่มีผู้คนออกมาจับกลุ่มดูสถานการณ์อีกฝั่งแม่น้ำ ซึ่งอยู่ในฝั่งไทย ภาพนี้ก็ก่อผลในแง่ลบกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนกัน เพราะเป็นการมองผ่านสายตาของคนนอกประเทศ ของประเทศเพื่อนบ้าน (อ้างอิhttp://isranews.org)
อีกทั้งช่องสามมาเลเซียได้รายงานข่าวนี้รวมทั้งบทสัมภาษณ์นายKasturi Mahkota ด้วย
(https://www.facebook.com/100002061778196/posts/5163957707016237/?d=n)
#ระเบิดตากใบ :รัฐยังไม่ตัด การตอบโต้จากกลุ่มภัยแทรกซ้อนที่เสียผลประโยชน์จากการบังคับใช้กฏหมายของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้นในห้วงที่ผ่านมา ทั้งการเข้าไปตรวจค้นคลังสินค้าหนีภาษี การกวาดล้างยาเสพติด การกวาดล้างจับกุมขบวนการค้ามนุษย์
 
วันนี้ 26 พ.ค. 65 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมด่านศุลกากรตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พลตรี ปราโมทย์  พรหมอินทร์ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. ลงพื้นที่ เพื่อร่วมประชุมรับทราบสถานการณ์ และหารือถึงปัจจัยและสาเหตุของการก่อเหตุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุกรณีคนร้ายจำนวน 20 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหะนะ แบ่งเป็นสองชุด ชุดแรกขว้างระเบิดไปร์ทบอมใส่สถานีตำรวจน้ำตากใบ จากนั้นระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ ในขณะเดียวกัน ชป.พิทักษ์พื้นที่ เตรียมนำกำลังเข้าช่วยเหลือสนับสนุน แต่ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุชุดที่สอง ขว้างปาระเบิดและยิงสกัดกั้น เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ขณะนี้กำลังเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อาการเบื้องต้นปลอดภัยดี นอกจากนี้ยังมีการก่อเหตุวางระเบิดอีก 3 จุด ได้แก่ จุดวางระเบิดเสาไฟฟ้า 7 ต้น จุดวางระเบิดและโรยตะปูเรือใบ และจุดวางระเบิดข้างถนนบริเวณบ้านศรีพงัน ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุระเบิดอยู่ห่างจากร้านสะดวกซื้อ 500 เมตร สร้างความหวาดระแวงให้กับพี่น้องประชาชนในพื่นที่เป็นอย่างมาก
 
ส่วนปัจจัยในการก่อเหตุ ในที่ประชุมระบุว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบจากกลุ่มผู้เห็นต่างที่ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงยุติความรุนแรง และไม่ได้เข้าร่วมพูดคุยกับคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข หรือเกิดจากการตอบโต้จากกลุ่มภัยแทรกซ้อนที่เสียผลประโยชน์จากการบังคับใช้กฏหมายของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้นในห้วงที่ผ่านมา ทั้งการเข้าไปตรวจค้นคลังสินค้าหนีภาษี การกวาดล้างยาเสพติด การกวาดล้างจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะนำไปสู่บทสรุปของการก่อเหตุในครั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และหลักฐานจากกล้องวงจรปิด CCTV ทั้งหมด เพื่อติดตามเส้นทางจนนำไปสู่การระบุตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ในที่สุด 
 
ทั้งนี้ พลตรี ปราโมทย์ พรหมอินทร์ฯ ได้สั่งการและมอบนโยบายให้กับกำลังพลได้เน้นย้ำให้กำลังพลเพิ่มความละเอียดและเพิ่มความเข้มข้นตรวจตราช่องทางผ่านเข้า-ออก ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบการกระทำผิดกฏหมายขนย้ายสินค้าหนีภาษีและแรงงานต่างด้าว ที่สำคัญคือช่องทางเข้าออกที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในการลักลอบขนย้ายอาวุธและวัตถุระเบิด นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทุกฝ่ายร่วมกันบูรณาการฐานข้อมูลกระจายข่าว ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวเชิงลึกเพื่อนำข้อมูลที่สำคัญมาประกอบการประชุมในแต่ละครั้ง ซึ่งหลังจากนี้สิ่งที่ต้องระมัดระวังนั่นคือการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่อาจจะทำให้เกิดความสบสนในการปฏิบัติงาน พร้อมกันนี้ยังได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาทและพร้อมให้การสนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป
 
#แม่ทัพให้ทัศนะก่อนระเบิดที่ตากใบ
 
24 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.30 น. ณ โรงแรม ซี.เอส.จังหวัดปัตตานี พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ หน.คณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ได้สะท้อนส่วนหนึ่งจากเวทีนี้ให้กับคณะทำงาน จาก 8 ส่วนงาน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในพื้นที่จังหวัดสงขลา(รวมทั้งผู้เขียน)ว่า รัฐกำลังจัดการภัยแทรกซ้อนที่เสียผลประโยชน์จากการบังคับใช้กฏหมายของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้นในห้วงที่ผ่านมา ทั้งการเข้าไปตรวจค้นคลังสินค้าหนีภาษี การกวาดล้างจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการกวาดล้างยาเสพติด ซึ่งชาวบ้านก็ทราบดีว่าเป็นใคร และปัจจุบันบางท่านไปทำธุรกิจที่ประเทศลาวด้วย ดังนั้นจึงขอฝากให้ช่วยกันหนุนเสริม และอาจจะมีข่าวดังหลังจากนี้ (ซึ่งก็เกิดเรื่องดังที่ตากใบดังที่กล่าวมา)
#นักวิชาการสะท้อนปัญหายาเสพติด
 
ผศ.ดร.อลิสา หะสาเม๊าะ สะท้อนต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่ตากใบว่า 
 
“ข้าพเจ้ายังไม่มีข้อมูลความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากนัก แต่พอมีข้อมูล ความเจ็บปวดข้ามรุ่นของเหยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ และปรากฏอาการบาดแผลทางใจ อาการนี้ยังสามารถส่งต่อและผลิตซ้ำ สร้างผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องในชั้นลูกและหลาน 
 
ลองจินตนาว่า ท่านอยู่ในครอบครัวที่ประกอบอาชีพเกษตรกร ทุกวันพ่อแม่ของท่านต้องเดินทางไปทำสวน ทำไร่ ตั้งแต่ตี 3 ท่านมีพี่น้องหลายคน ชีวิตมีความเป็นอยู่เรียบง่าย สงบสุขดี 
 
แต่จู่ ๆ วันดีคืนดีพ่อแม่ของท่าน ถูกฆ่าตาย เพียงเสี้ยววินาทีท่านกลายเป็นกำพร้า เคว้งคว้าง อ้างว้าง เดียวดาย โลกของท่านล่มจม และแหลกสลาย ไร้ที่พึ่งทางกายและจิตใจโดยฉับพลัน ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับท่าน ชีวิตของท่านหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร? 
 
หากชีวิตเหมือนเรือ แต่เมื่อเรือไร้เข็มทิศ ก็ล่องลอยเดินทางอย่างไร้จุดหมาย หากมีที่พึ่งที่พอไขว้ขว้าได้ เป็นแค่เศษฟางเลว ๆ ก็ต้องเอื้อมมือฉวยเอาให้สุดกำลัง และในกรณีแบบนี้ส่วนหนึ่งหยิบจับเอาสารเสพติด ที่หาได้ง่ายและราคาถูกเหมือนซื้อลูกอมในเซเว่น
 
คนที่มีบาดแผลทางใจจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อเสพยาเสพติดเป็นประจำ จะมีอาการโหยยา และสามารถทำร้ายคนรอบข้างได้ แม้แต่สมาชิกในครอบครัว 
 
ความขัดแย้งทางอาวุธ หรือ สถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้ คือ สงคราม ที่นอกจากทำลายสิ่งจำเป็นพื้นฐานของชีวิต เช่น โรงเรียน การดูแล ชีวิต และทรัพย์สิน นอกจากจะทำให้ชุมชนยากที่จะทำให้เด็กเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาความรู้ความเข้าใจและสั่งคมที่ดีแล้ว ยังเป็นภัยพิบัติที่ทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมถูกขัดจังหวะ 
 
ยาเสพติดเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง ภายใต้สถานการณ์สงคราม ที่สถาปนาให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้ที่เคยถูกทารุณกรรม ก้าวล่วงละเมิดบุคคลอื่น เนื่องจากต้องการปกปิดบาดแผลในใจ จึงทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และอาจแก้ปัญหาได้ยาก เพราะนอกจากผลของยาเสพติดแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบหลักคือ กลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะเด็กและสตรีที่น่าเศร้าคือ ความรุนแรงเหล่านี้ สามารถส่งต่อให้กับลูกหลานได้มากกว่า 4 รุ่นชั่วอายุคน”
 
#ข้อเสนอผู้นำศาสนาจัดการหากภัยแทรกซ้อนนั้นจริง ส่วนแม่ทัพหนุนภาพรวมการแสดงอัตลักษณ์มลายูปาตานี/ชายแดนภาคใต้ เสนอเลิกสนใจธงBRNแค่หนึ่งผืน
 
       ข้อเสนอแนะประชุมทุกภาคส่วนรวมทั้งผู้นำศาสนาหากเป็นเรื่องนี้จะจัดการอย่างเด็ดขาดแต่อยู่ในกรอบหลักกฎหมายอย่างไร เพราะเรื่องนี้ผิดทั้งหลักศาสนาและผิดกฎหมายบ้านเมือง แต่หากเจอคนของรัฐต้องจัดการเด็ดขาดทั้งอาญาและวินัยเมื่อรวมทั้งการทำงานเกี่ยวกับการบำบัดรักษาคนในชุมชนที่ติดยาเสพติดควบคู่ไปผ่ามัสยิดสานใจก็ได้และหนุนศูนย์บำบัดยาเสพติดของชุมชนเมื่อ(24 พ.ค.65) เวลา 10.30 -12.00น. ณ โรงแรม ซี.เอส.จังหวัดปัตตานี และมทภ.4 หารือร่วม กรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลฯ และผู้นำชุมชนรวมทั้งผู้นำศาสนาเพื่อ
แก้ปัญหายาเสพติด โดยชุมชนมีส่วนร่วมผ่านสภาประชาธิปไตยตำบล และหลักศาสนาวิถีอิสลาม เมื่อ 3 มิถุนายน 2565ที่ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี (อ่านเพิ่มเติมในhttp://www.chaidantai.com/?p=46840&fbclid=IwAR27_m0oNBjIuvXN-0eNBkwtzOSMRWl5eM7ido2rGzMDAbNkgz5sm_es2Hw
 
พล.ท.เกรียงไกร กล่าวถึงมุมมองของฝ่ายความมั่นคงสนับสนุนการชุมนุมอย่างสงบไม่ผิดกฎหมายที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีของคนในพื้นที่ และได้ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดรวมถึงการชุมนุมที่ชายหาดอ.สายบุรี ปัตตานี มีการติดต่อประสานจนท.ในการจัดงานและได้มีการพูดคุยชี้แจงกับแกนนำที่จัดงานชุมนุมดังกล่าว  เชื่อผู้จัดไม่ได้มีเจตนานำธงBRN เข้ามาเคลื่อนไหวปลุกระดม  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำธง BRN มาร่วมในการชุมนุม  
แม่ทัพภาคสี่เห็นว่ามีความพยายามจากคนบางกลุ่มและนักการเมืองบางคนในพื้นที่ฉกฉวยประโยชน์สร้างสถานการณ์ที่อาศัยการเคลื่อนไหวของเยาวชนมุสลิมที่เป็นไปด้วยความสงบและสันติให้เกิดความเข้าใจผิด และได้มีการนำเรื่องที่เกิดขึ้นมาบิดเบือนโจมตี รวมถึงให้ร้ายจนท.เตรียมดำเนินการเอาผิดผู้จัดในฐานความผิดปลุกปั่นยุยง  ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่เป็นการปั้นข่าวในสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะจาก"เพจข่าวความจริงสามจังหวัดภาคใต้"  ที่บิดเบือนปล่อยข่าวป่วนตลอดช่วงที่ผ่านมา 
 
คลิปคำถามจาก"ตูแว"หนึ่งในผู้ร่วมประชุม จาก สำนักปัตตานีรายาเพื่อสันติภาพฯ คำชี้แจงของพล.ท.เกรียงไกร และความเห็นจากผู้ร่วมสังเกตการณ์ประชุม
(มาร่วมสังเกตการณ์ประชุมด้วยที่ CS Pattani)
ส่วนทัศนะผู้เขียน  “ในกิจกรรมนี้ภาพรวมมีประโยชน์มากกว่า ส่วนธงBRN มีเพียงหนึ่งผืนเท่านั้นจากเป็นร้อยๆผืน ไม่ควรไปโฟกัสมากจนเกินไป เหมือนกับพี่น้องจะนะร่วมเรียกร้องหน้าทำเนียบรัฐบาลมีเรื่องที่ดีมากมายในกลุ่มผู้ชุมนุม มีคนสองคนในนั้นชูสามนิ้ว ปรากฎว่านักการเมืองฝั่งรัฐบาลท่านหนึ่งคนจะนะ กลับไปเห็นคนชูสามนิ้ว และพยายามเหมารวมในกิจกรรมทั้งหมด”
(หมายเหตุ
 
1.ฟังและชมย้อนหลังใน Sermsuk Kasitipradit
 
  
Sermsuk Kasitipradit
 
2.อ้างอิงจาก https://www.facebook.com/100000662582889/posts/5631151833583514/?d=n
รูปภาพในข้อความ)
 
#FakeNews และ IO เรื่องตากใบ ยิ่งเพิ่มปัญหาชายแดนภาคใต้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังข่าวระเบิดที่ตากใบมีทั้งFakenesที่IO แต่ละฝ่ายพยายามปั่นวข่าวนี้อย่างมาก
ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนนั้นคือการการรับรู้ที่เท่าทันของเยาวชนคนรุ่นใหม่
 
นายมะรูฟ เจะบือราเฮง ประธานมูลนิธิดิจิทัลเพื่อสันติภาพ กล่าวว่า “
 
“ในเมื่อปัจจุบันทุกคนสามารถเป็นนักข่าวได้และตรวจสอบความจริงได้…
#EveryoneIsAFactChecker
#เราทุกคนเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง”
 
ท่านกล่าวในพิธีเปิด
 
โครงการ Deep South Collaborative Fact Checking Network Conference
 
👉🏻 โดยทาง Deep South COFACT จัดโครงการขึ้นที่จังหวัดปัตตานี ในวันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน 2565 ณ ห้องประชุมน้ำพราว โรงแรมซีเอสปัตตานี  เวลา 09.30น.(ซึ่งผู้เขียนไดเข้าร่วม)
สำหรับโครงการครั้งนี้ท่านได้อธิบายว่า เป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดปฏิญญาปัตตานีในการสื่อสารเพื่อสันติภาพ”เมื่อปี 62
.
 
สำหรับปฏิญญาปัตตานี : เพื่อต่อต้านเฟคนิวส์ หนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
และอ่านปฏิญญาดังกล่าวซึ่งมีใจความว่า
 
ภายใต้สถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาข่าวลวงในโซเชียลมีเดีย พวกเราทุกคนจะรวมพลังกัน เพื่อลดปัญหาข่าวลวงข่าวปลอมที่เกิดขึ้น อย่างเต็มกำลังและศักยภาพ ดังนี้
.
1 ส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือซึ่งกันและกัน ในภาคีเครือข่ายทั้งภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาควิชาการ สื่อท้องถิ่น และสถาบันศาสนา เพื่อสร้างความตื่นตัว สนใจในข้อมูลข่าวสาร ทั้งที่ใกล้ตัวที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน และข่าวที่เกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะร่วมกันทำงานเพื่อรับมือ ติดตาม ตรวจสอบ รายงาน เผยแพร่ข้อเท็จจริงในด้านต่าง ๆ และรวมพลังต่อต้านข่าวลวงในทุกระดับของสังคม
.
2 ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายและประชาชนทั่วไป ให้มีความรู้ความเข้าใจในการรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร สื่อสารสนเทศและดิจิทัล เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อปัญหาข่าวลวง เพื่อลดอคติและความเกลียดชัง พัฒนาประชาชนไปสู่ความเป็นพลเมืองดิจิทัล อันนำไปสู่การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสันติภาพ
.
3 พัฒนากระบวนการ รูปแบบการทำงานและนวัตกรรม ตลอดจนเครื่องมือหรือกลไกเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมข่าวลวงอย่างมีส่วนร่วม
.
4 เพิ่มพื้นที่กลางเพื่อการสื่อสารความจริงอย่างสร้างสรรค์และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้คนในสังคม
.
5 สนับสนุนการรวมพลังเพื่อผลักดันให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ มีมาตรการในการลดการเกิดขึ้นของข่าวลวง ร่วมสกัดกั้นการแพร่กระจายของข่าวลวงอย่างรวดเร็ว
 
ด้วยความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นในการร่วมสร้างสื่อ และการสื่อสารเพื่อสร้างสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืน(อ้างอิงจาก http://spmcnews.com/?p=20232)
 
หมายเหตุชมย้อนหลังได้ใน https://www.facebook.com/DeepSouthCofact/videos/1238612430010479/

โดย shukur

 

กลับไปที่ www.oknation.net