วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2565

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักวิชาการประสานเสียง "สนับสนุน" ควบรวมทรูดีแทค ถึงเวลาตั้งรับ OTT ต่างประเทศ


 

นักวิชาการประสานเสียง "สนับสนุน" ควบรวมทรูดีแทค ถึงเวลาตั้งรับ OTT ต่างประเทศ

 

     โฟกัสกรุ๊ป รอบ 3 นักวิชาการ ตบเท้าเห็นด้วยควบรวม พร้อมติง กสทช. ประเด็นความเหมาะสม ปูพื้นโมเดลชี้นำก่อนเริ่มโฟกัสกรุ๊ปก่อนนักวิชาการทยอยแนะแนว กสทช. แบบจำลองที่นำเสนอไม่ครบ พร้อมเสนอตัวแปร และการมองภาพใหญ่

 

ทรู-ดีแทค ร่อนจดหมายแจงข่าวลือเทกโอเวอร์

 

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรภวิษย์ บุญศรีเมือง รองคณบดีวิจัย คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ให้ความเห็นว่า “สมควรควบรวม” อ้างอิงจากโมเดล Merger Simulation ที่ ดร.ประถมพงศ์ ศรีนวล เศรษฐกรเชี่ยวชาญ สำนักงาน กสทช. ศึกษานั้นมีข้อสงสัยปัจจัยอุปสงค์ ครอบคลุม 3G และ 4G คำนวณจากปัจจัยหมายเลขใช่หรือไม่ และขอเสนอให้นำข้อมูล NT มาทำวิจัยด้วย เนื่องด้วย NT เป็นผู้เล่นที่มีคลื่นจำนวนไม่น้อยอยู่ในมือ ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์จึงอาจไม่เที่ยงธรรม ด้วยเพราะไม่ได้นำ NT มาคำนวณด้วยทั้งที่ NT มีใบอนุญาต และ NT ก็มีความตั้งใจในการเป็นผู้แข่งขันในอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างว่า ในซอยหนึ่งมีบริการห้องเช่าหลายราย แต่บอกว่า ห้องเช่าหนึ่งไม่ค่อยมีคนเช่า เช่น NT ดังนั้น ไม่นับ ทำให้ปัจจัยทุกอย่างคลาดเคลื่อนไป ทำให้ผลงานวิจัยนำไปใช้ต่อไม่ได้

 



ดร. รุจิระ บุนนาค อาจารย์พิเศษ เอแบค และ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า “ควบรวมมีประโยชน์” ต้องการให้มองหลาย ๆ ส่วนประกอบด้วย เรามองข้ามตัวแปรสำคัญคือ ดิจิทัล ดิสรัปชั่น หรือผลกระทบความเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ข้อมูลที่ กสทช.นำมาวิจัยเป็นข้อมูลเก่ามาก โดยภาพรวมเห็นว่าการควบรวมนับว่ามีประโยชน์พอสมควรทีเดียว เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่จะต้องพิจารณาด้วย เราจะมุ่งเน้นไปที่โทรคมนาคมโดยแท้คือการสื่อสารและเสียง Voice แต่เรามองข้ามตัวแปรที่สำคัญคือ digital Disruption ที่ไม่เอามาคำนวณในสูตรเลยนั้นไม่ได้ การเอามาอ้างข้อมูลทางเศรษฐกิจ ปี 2558 เป็นข้อมูลก่อนการเกิดโควิดอีก ทางกสทช.ไม่น่าจะนำข้อมูลล้าสมัยมาใช้ในการวิเคราะห์ ซึ่งอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน และรวมถึงการไม่คำนึงถึงปัจจัยด้าน Digital Disruption ทาง กสทช. ก็คาดการณ์ผิด ปัจจุบันมีการ Streaming มากมาย ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจทีวีดิจิทัล แต่ กสทช. ก็ไม่เอามาคำนึงเลย ตอนนี้ OTT ก็สำคัญ บริการทางสื่ออินเตอร์เน็ต ทั้งข้อความ เสียงและวีดีโอ ทั้ง Facebook, Line, WhatsApp นักวิชาการก็ไม่ได้นำมาวิเคราะห์เลย 

ทำไมไม่ดูผลการศึกษา Mckinsey มีผลการศึกษาว่า บริษัทโทรคมนาคมต้องลงทุนเพิ่มขึ้นสูงถึง 300% แต่ความแตกต่างระหว่างรายได้ของบริษัทโทรคมนาคม และ ผู้เล่นดิจิทัลระดับโลก รายได้เยอะขึ้นมาก แต่ผลการศึกษาทางวิชาการมองโลกเก่าโทรคมนาคมที่ล้าสมัยมาก และดาวเทียม ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่อีก และต้องกำหนดข้อมูลภาวะตลาดให้เหมาะสม และ ต้องให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พัชรินทร์ คำสิงห์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมการบิน วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ขอให้พิจารณาเพิ่มการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัย(factor) เรื่องความต้องการใช้งานของผู้ที่ต้องการใช้งานเพราะว่าในปัจจุบันการพัฒนาในด้านต่างๆ ของเศรษฐกิจในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะมาเป็นทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้น 

เพราะฉะนั้นคุณภาพของ Network ที่เกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่สำคัญ จะมาพิจารณาเฉพาะเรื่องของราคา ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเดียว ไม่ได้ เพราะว่าประชาชนทั่วไปก็ต้องการที่จะใช้อินเตอร์เน็ตที่มันคุณภาพดีขึ้นแล้วก็การพัฒนาด้านต่าง ๆ มันก็จะดีขึ้น ทั้งนี้ควรมองตัวแปรด้านจิตวิทยาด้วย และ ผู้บริโภค ก็จะไม่ครอบคลุมตัวแปรที่จำเป็น เห็นว่าการควบรวมจะส่งผลให้เกิดประโยขน์ต่อผู้บริโภคมากกว่า

 



ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เห็นด้วยในการควบรวม และมองโมเดลที่ กสทช. ใช้ต้องพิจารณาตัวแปรด้านจิตวิทยาด้วยซึ่งถือว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวแปรอื่น ได้แก่ ตัวแปรด้านจิตวิทยาของผู้ประกอบการ และของผู้บริโภคด้วย ซึ่งจะส่งผลที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคหรือตัวประชาชน และสร้างความเข้มแข็งในเชิงธุรกิจ ที่ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด นอกจากนี้ยังมีตัวแปรด้านเทคโนโลยี และค่าใบอนุญาตเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ต้นทุน และราคาค่าใช้บริการของผู้บริโภคสูงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกำหนดของกสทช. ซึ่งเป็นหน้าที่อยู่แล้ว

 

 

อ.เสรี วงศ์มณฑา นักวิชาการอิสระด้านการตลาด แสดงความเห็นว่า การพิจารณานี้ต้องมองตัวแปรให้ครบ เรามี กสทช.เป็น Regulator เวลาเราบกว่า ควบรวมและราคาจะขึ้น เป็นไม่ได้ ต้องใช้ Evident และ เรื่องความสัมพันธ์คู่แข่ง ว่า การที่เค้าจะมาฮั้วกันมันเป็นเรื่องที่ยาก และ เรื่องที่ขาดคือ จิตวิทยา มนุษย์เรามีสมองซ้ายและขวา การเอาตัวเลขมาใช้ตัดสินเพียงประการเดียว อาจไม่เพียงพอ ต้องคำนึงถึงเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก ในยุคนี้ ไม่มีใครจะมาขึ้นราคา แล้วเอาเปรียบผู้บริโภคได้ ด้านเทคโนโลยี การควบรวมจะเป็นประโยชน์ และด้านทรัพยากร หากรวมกันแล้วสามารถแบ่งปันกันเพื่อลดต้นทุน ทำให้เสนอราคาที่ต่ำลงได้ (Cost Advantage) จะเห็นได้ว่า การควบรวมยังไม่เกิดขึ้น เอไอเอส ก็ออกมาแข่งขันแล้ว การแข่งขัน ต้องพูดถึงการลงทุนด้านนวัตกรรม เรื่องรักษาประโยชน์ผู้บริโภคมี กสทช .อยู่แล้ว คงไม่ยอมให้ขึ้นราคาในระดับที่ไม่เป็นธรรมของผู้บริโภค มนุษย์เรามองทั้งสมองและหัวใจ

ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสุจริตไทย แสดงความเห็นว่า ถ้าเราเชื่อเรื่องการค้าเสรี การทำโมเดลโดย กสทช. เกิดประโยชน์น้อยมาก ให้คิดง่าย ๆ ว่า มีใครเดือดร้อนจากการควบรวมกิจการ ประการแรกคือ Monopoly หรือไม่ ซึ่งกสทช.ก็จัดการได้ ประการที่สอง คือ มีการฮั้วกันหรือไม่ กสทช. ก็มีอำนาจอยู่แล้ว ไทยอยู่ในประเทศเสรี การนำโมเดลคณิตศาสตร์มาวิเคราะห์คาดเดา แล้วบอกว่า จะมีผลกระทบแล้วจะไม่ให้ควบรวมนั้น เกรงว่า จะทำให้เกิดปัญหาในภายหลังได้

ทั้งนี้  นักวิชาการส่วนใหญ่ยังมองภาพบวก กรณีควบรวมทรูดีแทค และ เห็นด้วยกับการควบรวม พร้อมเสนอแนะกสทช. การนำโมเดลทางเศรษฐศาสตร์ที่ กสทช. ได้เตรียมมานั้น ไม่สามารถใช้คาดเดาการแข่งขันในอนาคตได้หากพิจารณาปัจจัยไม่ครบถ้วน และต้องไม่ลืมข้อมูลเขิงประจักษ์ที่เกิดขึ้นจริง

เพราะบทบาทหน้าที่การกำกับราคา เป็นบทบาทโดยตรงของ กสทช. และการมองมิติตัวแปรด้านสังคม ด้านความสัมพันธ์คู่แข่ง ด้านรูปแบบตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การที่ต้องมองตัวแปรให้ครบ และใช้ข้อมูลที่ทันสมัย ล้วนเป็นปัจจัยที่กสทช.นำเสนอยังไม่ครบถ้วน ซึ่งนักวิชาการส่วนใหญ่มองว่า เห็นด้วยกับการควบรวม และต้องพร้อมต่อการปรับตัวให้แข่งขันได้กับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อแข่งขันกับดิจิตอลต่างประเทศให้ได้

-------------------------------------------

โดย R009

 

กลับไปที่ www.oknation.net