วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

10 ตำนานเพลงลูกทุ่งอีสาน (ในทัศนะของข้าพเจ้า)


อยู่ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ ผมก็เลย "ยก" หนังสือ "ลูกทุ่งอีสาน" มาอ่านเล่น
(ต้องใช้คำว่า "ยก" ไม่ใช่ "หยิบ" เพราะหนังสือเล่มนี้ หนา 654 หน้า ในขนาด 17 X 24 ซม.
รูปเล่ม+ความหนา น้อง ๆ พจนานุกรมฉบับเก่าเลยทีเดียว)

หนังสือ "ลูกทุ่งอีสาน" นี้ พี่แวง พลังวรรณ เป็นคนเขียน โดยผมทำหน้าที่บรรณาธิการเล่ม
เมื่อหลายปีมาแล้ว
ใช้เวลาครึ่งค่อนปีทีเดียวครับ กว่าจะแก้เกลา ตรวจทาน เสร็จ
เพราะเต็มไปด้วยข้อมูลทั้งเนื้อหา รูปภาพ และ เนื้อเพลง จำนวนมาก
ซึ่งกว่าจะเสร็จ ผมกับพี่แวง ก็ทะเลาะ(เถียง)กันไปหลายรอบเหมือนกัน เพราะผมเป็น บก. ประเภทขี้จุกจิก เรื่องมาก ตามไล่ตามแก้จุดเล็กจุดน้อย
พี่แวงคงคิดในใจ "นี่หนังสือกูเขียน หรือมึงเขียนกันแน่วะ" 5 5 5

ที่ผมรับทำหนังสือเล่มนี้ ก็เพราะเงิน 5 5 5
ฮี่ ๆ พูดเล่นอะครับ เพราะผมรักเพลงลูกทุ่งและคิดว่าตัวเองมีความรู้เรื่องนี้ พอจะรับมือไหว
แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว เพลงลูกทุ่งอีสาน-บ้านเกิดผมเอง เป็นเรื่องที่ผมรู้น้อยมาก
เหมือนจะเคยรู้ แล้วก็ลืม เพราะฟังเพลงลูกทุ่งภาคกลางกระแสหลัก จนลืมคิดไปว่า เมื่อตอนเด็ก ๆ ก็เติบโตมากับเพลงพวกนี้แหละ

แม้จะขัดแย้ง เห็นตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง ในการทำหนังสือ
ที่สุด "ลูกทุ่งอีสาน" ก็คลอดออกมาเล่มหนาบึ๊ก เรียบร้อยสมบูรณ์ดีทุกประการ
แต่พี่แวง พลังวรรณ อาจจะไม่รู้หรอกว่า จริง ๆ แล้วการ "เห็นไม่ตรงกัน"(บ้าง)
ในการทำงานครั้งนั้น เป็นแค่เรื่องจิ๊บ ๆ
ถ้าจะวัดกับ สิ่งที่พี่แวง ไม่เคยรับรู้ จากปากผมเลย ตอนที่นั่งคุย นั่งลุย แก้งานกันอยู่ที่อพาร์ตเมนท์แถวบางแค
คือ ผมอยู่คนละขั้วความคิด(ความเชื่อ)ในเรื่อง "จุดกำเนิดเพลงลูกทุ่ง" กับพี่แวง
ชนิดอยู่ร่วมโลก(ลูกทุ่ง)กันไม่ได้เลย ก็ว่าได้

เพราะพี่แวง พลังวรรณ เชื่อว่า เพลงลูกทุ่งมีจุดกำเนิด-ที่มาที่ไปจาก "รำโทน" รวมทั้งวัฒนธรรม
การร้องการลำ ของอีสานและลาว
ส่วนผมไม่เชื่อเช่นนั้น!!!
อย่าว่าแต่ ส่วนของพี่แวงเลยครับ ในส่วนที่ เจนภพ จบกระบวนวรรณ ตั้งธง(และมีคนเชื่อมากมาย)
ว่าเพลงลูกทุ่ง มีรากฐานมาจากเพลงพื้นบ้าน เพลงไทยเดิม เป็นวัฒนธรรมสมบัติอันล้ำค่าของ
ชนชาวไทย
ผมก็ไม่เชื่อเช่นกัน!!!!!!!!!!!!!!!!!

ผมเชื่อ(ไม่ใช่เชื่อเฉย ๆ ก็ได้ศึกษาหาข้อมูลโต้แย้งด้วย) ว่าเพลงลูกทุ่ง กำเนิดขึ้นมา
โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโยงใย กับวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยเลย
ไม่ว่าจะ "ไทย" ภาคไหน
เพลงพื้นบ้าน ลำตัด อีแซว รำวง รำโทน หมอลำ ไทยเดิม ไม่ได้มีอิทธิพลในการก่อเกิดเพลงลูกทุ่งแม้แต่น้อย
เพลงเหล่านั้น ก็ "มีอยู่" ของมันมาอย่างนั้น ไม่ได้คลี่คลายกลายมาเป็นเพลงลูกทุ่งแต่อย่างใด
เพลงลูกทุ่ง "เกิดขึ้น" จากการรับอิทธิพลเพลงตะวันตก ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จำพวกเพลงโห่คาวบอย และดนตรีบิ๊กแบนด์ เสียมากกว่า
ถ้าพูดว่า เพลงลูกทุ่ง แตกแขนงจากดนตรีบิ๊กแบนด์ อย่างวงสุนทราภรณ์ ยังจะมีเหตุผลกว่า
ส่วน อิทธิพล เพลงพื้นบ้าน ไทยเดิม นั้น เพลงลูกทุ่ง เอาไปปรับ ประยุกต์ใช้ในภายหลังเท่านั้น
ซึ่งถ้าคิดกันตามเหตุผลนี้ แล้วจะบอกว่า เพลงลูกทุ่ง เป็นวัฒนธรรมประจำชาติไทย
เพราะนำเพลงพื้นบ้าน วัฒนธรรมชาวบ้านมาบอกเล่าในเพลง
ก็ออกจะเป็นการ "เอาผลไปตอบเหตุ" ไปหน่อยนะ

ก็เล่าสู่กันฟังเฉย ๆ นะครับ ไม่ได้จะสร้างประเด็นให้โต้แย้ง ถกเถียง อะไรหรอก
(หรือถ้าใครอยากโต้แย้ง ผมก็คงห้ามไม่ได้)

เขียนอ้อม น้ำท่วมทุ่งไปเสียไกล
จริง ๆ แล้วตั้งใจ จะเขียนบล็อกนี้ นำเพลง "ลูกทุ่งอีสาน" ที่มีความยิ่งใหญ่ เป็นตำนาน
มาให้ฟังกันสัก 10 เพลง
ซึ่งแน่ละว่า 10 เพลงที่ผมยกมา "ยกย่อง" นี้ เป็น "ทัศนะส่วนตัว" ของผมเอง
ท่านอื่นอาจไม่เห็นด้วย เห็นแตกต่าง หรือคิดว่า มีเพลงไหนที่สมควรจะเอ่ยถึง แต่ไม่นำมาเอ่ย
ก็...ไม่ว่ากันครับ

ข้อมูลประกอบ ส่วนหนึ่ง ผมก็นำมาจากหนังสือ "ลูกทุ่งอีสาน" ของพี่แวง พลังวรรณ นะแหละ
ต้องขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
อีกส่วนหนึ่ง ก็เป็นข้อมูลหามาสมทบบ้าง จำเอาบ้าง ของผมเอง
หากมีผิดพลาดประการใด ต้องขออภัย


1. อีสานบ้านของเฮา
เทพพร เพชรอุบล

Get this widget |Track details |eSnips Social DNA

หอมดอกผักกะแยง ยามฟ้าแดงค่ำลงมา แอ้บแอ้บเขียดจะนา
ร้องยามฟ้าฮ้องฮวนฮวน
เขียดโม้เขียดขาคำ เหมือนหมอลำพากันม่วน เมฆดำลอยปั่นป่วน
ฝนตกมาสู่อีสาน

หมู่หญ้าตีนกับแก ถูกฝนแลเขียวตระการ ควายทุยเสร็จจากงาน
เล็มหญ้าอ่อนตามคันนา
รุ่งแจ้งพอพุ่มพู ตื่นเช้าตรู่รีบออกมา เร่งรุดไถฮุดนา รีบนำฟ้าฟ่าวนำฝน

อีสานบ้านของเฮา อาชีพเก่าแต่นานดล
เอาหน้าสู้ฟ้าฝน เฮ็ดนาไร่บ่ได้เซา เฮ็ดนาไร่บ่ได้เซา

ม่วน..เอ๊ย..โอ...โอ้ นอ..ม่วนเอ๊ยม่วนเสียงกบ ร้องอ๊บอ๊บกล่อมลำเนา
ผักเม็ดผักกะเดา ผักกระโดนและผักอีฮีน
ธรรมชาติแห่งบ้านนา ฝนตกมามีของกิน
ฝนแล้งแห้งแผ่นดิน ห้วยบึงหนอง แห้งเหือดหาย

มาเด้อมาเฮ็ดนา มาเด้อหล้าอย่าเดินผ่าย
นับวันจะกลับกลาย บ่าวสาวไหลเข้าเมืองกรุง
เสียงแคนกล่อมเสียงซุง ตุ้งลุ่งตุ้ง แล่นแตรลุ่งตุง
เสียงแคนกล่อมเสียงซอ อ้อนแล้วอ๋อ อ้อนอีแล้วออ
มาเด้อมาช่วยกันก่อ อีสานน้อ...บ้านของเฮา


นี่ต้องยกให้เป็นมหากาพย์แห่งเพลงลูกทุ่งอีสานเลยละครับ จากผลงานการประพันธ์ของ
พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ขับร้องโดย เทพพร เพชรอุบล เมื่อปี พ.ศ. 2520
ชื่อเพลงนี้ ค่อนข้างสับสนว่า "อีสานบ้านของเฮา" หรือ "อีสานบ้านเฮา" (ฟังดูกระชับลงตัวกว่า)
กันแน่
ในชื่อเพลง ที่ปรากฏอยู่หลังปกเทป-ซีดี รุ่นใหม่ ๆ มักเขียนว่า "อีสานบ้านเฮา" และเมื่อไปเสิร์ชค้นในบัญชีรายชื่อเพลงจดลิขสิทธิ์ ก็เขียนว่า "อีสานบ้านเฮา"
แต่ในข้อมูลจากหนังสือลูกทุ่งอีสาน ที่ผู้เขียนได้ไปสัมภาษณ์และสืบข้อมูลชั้นต้นจากผู้ประพันธ์เพลงนี้โดยตรง เขียนว่า "อีสานบ้านของเฮา"
ผมจึงขอยึดเอาอันนี้ มาเป็นเครดิตก็แล้วกัน

ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ประมวลความเป็นภาคอีสาน ทั้งวัฒนธรรมการอยู่การกิน การประกอบอาชีพ เรียกว่าได้บรรยากาศอีสานครบถ้วนสมบูรณ์เลยทีเดียว
บวกกับเสียงร้องโทนสนุกสนาน รื่นเริง ของเทพพร เพชรอุบล เข้าไปอีก ทำให้เพลงนี้
แทบจะเรียกว่า "เพลงประจำภาคอีสาน" เลยก็ว่าได้

เพลงนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณ ธีร์/อันมัย เพื่อนร่วมบล็อกของเราครับ
http://www.oknation.net/blog/teeanmai


2. สาวฝั่งโขง
ปอง ปรีดา

โอ้...ฝั่งลำน้ำโขง ยามเมื่อแลงค่ำลง สาวเจ้าคงลงเล่นตามท่า
สาวเจ้าคงสิเพลินหนักหนา ข้อยหรือมาคอยท่า สาวเจ้าอย่ามัวหลงลอย

ขึ้น...จากโขงเถิดหนา มาเฝ้าคอยขวัญตา น้องอย่าช้าเพราะเฮาเฝ้าคอย
โขงพาใจข้อยนี้เลื่อนลอย เกรงฮักเฮาจะผ่อย ไหลล่องลอยบ่กลับคืนมา

โอ้...หนอแม่สาวฝั่งโขง ข้อยหรือหลงคอยเจ้า ฮักสาวเจ้านั้นหนักหนา
ขอให้สาวเจ้าโปรดเมตตา เพียงบอกคำฮักมา ขวัญตาเจ้าอย่าเอียงอาย

ข้อย...จากสาวฝั่งโขง นอนหลับตาบ่ลง คิดพะวงสาวเจ้าจะหน่าย
แม้นได้สาวเจ้ามาแนบกาย ข้อยสิตายบ่ว่า นอนคอยท่าผวาแต่กอดหมอน


เสียงผิวปากตอนขึ้นอินโทร ฟังทีไหนก็ขนลุกทุกที
เพลงนี้ ปอง ปรีดา ทั้งแต่งทั้งร้องเอง (ผิวปากเองด้วย) โดยใช้ชื่อจริง คำปัน ผิวขำ ลงเป็นชื่อ
ผู้ประพันธ์เพลง
(ในความจริง นอกจากคำปัน ผิวขำแล้ว ยังมี ครูนคร ถนอมทรัพย์ และครูรักแก้ว ร้อยไทย
ช่วยกันปรับปรุง ขัดเกลาเนื้อเพลงด้วย)

ยุคปี พ.ศ. 2501 ที่เพลงนี้โด่งดัง ได้ชื่อว่า เป็นยุคที่ไม่ค่อยมีใครกล้าเอ่ยถึง ภาคอีสาน - แม่น้ำโขง - ลาว กันสักเท่าไหร่
เพราะเป็น "คำ" ที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกของคนไทย ในยุคกลัวคอมมิวนิสต์เป็นอย่างมาก
พูดถึงความยากแค้นของคนภาคอีสาน พูดถึงสายน้ำโขงที่คั่นกลางไทย-ลาว
อาจทำให้ "รัฐ" กระหวัดคิดว่า กำลังพูดสนับสนุน พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
ที่มีฐานที่มั่นใหญ่อยู่ในเขตภาคอีสานและประเทศลาว ก็ได้

ความยิ่งใหญ่ของเพลง "สาวฝั่งโขง" นอกจากบรรยายความงดงามของแม่น้ำโขงผ่านเสียงเพลง
ได้อย่างหมดจดแล้ว
ปอง ปรีดา ยังได้แทรก "ภาษาอีสาน" ลงในเนื้อเพลงอย่างกล้าหาญ ชนิดไม่มีใครกล้าทำมาก่อน
เพราะเป็นภาษาอีสานแท้ ๆ อีสานโบราณ ที่คนอีสานปัจจุบันอาจจะไม่เคยใช้ นึกคำแปลไม่ออกเลยด้วยซ้ำ
โขงพาใจข้อยนี้เลื่อนลอย เกรงฮักเฮาจะผ่อย ไหลล่องลอยบ่กลับคืนมา
คน(ไทย)ส่วนใหญ่ มักจะฟังเป็น เกรงฮักเฮาจะปล่อย ซึ่งก็ได้ภาษา สมบูรณ์ดี
แต่จริง ๆ คำนี้ คือ "ผ่อย" ไม่ใช่ "ปล่อย"
ผ่อย - ภาษาอีสาน (ภาษาเก่ามาก) หมายถึง เปื่อย, เปราะ, ผุพัง

3. อีสานลำเพลิน
อังคนางค์ คุณไชย

Get this widget |Track details |eSnips Social DNA

ความสำคัญของเพลงนี้ ในแง่ประวัติศาสตร์เพลงลูกทุ่งอีสาน
ว่ากันว่า นี่คือเพลงแรกของการเปิดศักราช "ลูกทุ่งอีสาน" ยุคเฟื่องฟู ช่วงตั้งแต่ปี 2516 ที่มี
เทพพร เพชรอุบล-ศักดิ์สยาม เพชรชมพู-ดาว บ้านดอน-อังคนางค์ คุณไชย เป็นนักร้องตัวชูโรง
ก่อนหน้านั้น ก็อาจมีเพลงที่นำกลอนลำ ท่วงทำนองลำเพลิน ไปใช้อยู่บ้าง
(ไม่นับลำเพลินที่เป็น "หมอลำ" แท้ๆ)
แต่ถือว่า ยังไม่สมบูรณ์ลงตัวในแง่ "เพลง"
ซึ่งเพลงอีสานลำเพลินนี้ จัดเป็นต้นแบบของเพลงอีสาน 2 ท่อน (ท่อนแรก "โอ่ลำ" ท่อนที่สองร้องเป็นเพลง) ในยุคต่อ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน

เพลงอีสานลำเพลิน เป็นผลงานการประพันธ์ของ สุรินทร์ ภาคศิริ เพื่อใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ "บัวลำภู" ของรังสี ทัศนพยัคฆ์
และยังเป็นเพลงร้องอัดแผ่นเสียงเพลงแรกของ ราชินีเพลงลูกทุ่งอีสาน อังคนางค์ คุณไชย ด้วย
ในตอนที่ อังคนางค์ คุณไชย อัดแผ่นเสียงเพลงนี้ ในปี พ.ศ. 2515 เธอมีอายุเพียง 17 ปี เท่านั้น

4. สาวอุบลรอรัก
อังคนางค์ คุณไชย

เสียงทวงสัญญา ที่ดังแว่วมาจากสาวอุบล
ถึงคนที่ลืมความหลังฝั่งลำน้ำมูล ฮักบ่จริง ทิ้งสาวให้ว้าวุ่น
น้ำใจช่างเปลี่ยนเวียนหมุน บ่เหมือนสัญญาเมื่อคราก่อนนั้น

สัญญาฝั่งมูลฤดูดอกคูน บานเหลืองตระการ
สายธารแม่มูลไหลหลั่ง ดั่งธารสวรรค์ ลอยล่องเรือ สุขเหลือสัญญาฮักมั่น
บ่นึกว่าจะแปรผัน สิ้นแล้วสวรรค์ แห่งลำน้ำมูล

ฮักบ่จริง ทอดทิ้ง ลืมง่าย น้ำมูลใส แต่น้ำใจฮักขุ่น
นี่แหละหนอ ใจพ่อคุณ เปลี่ยนเวียนหมุน ลวงหลอกสาว

ลืมแล้วหรือยัง เสียงเพลงแว่วดังสะกิดเตือนใจ
ร้างไกลพี่คงจำได้ ฝั่งมูลหน้าหนาว สาวสู้ทน ร้อนฝนรอคอยข่าว
ฝนลาเริ่มแล้วลมหนาว พี่คงลืมสาว อุบลแล้วหนอ


สุดยอดอมตะ จนไม่ต้องบรรยายใด ๆ กระมังครับ
"สาวอุบลรอรัก" เพลงที่เสมือนเครื่องหมายการค้าประจำตัวของ อังคนางค์ คุณไชย
ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ประพันธ์เพลงนี้เมื่อปี 2517

เสียดายที่ผมมีต้นฉบับเพลงนี้ เป็นม้วนเทปเก่าเก็บ ฟังจนยืดยานแล้ว (แต่ก็ยังไพเราะ)
จึงได้นำเพลงฉบับร้องใหม่ ที่มีมิวสิควิดีโอประกอบ เพื่อให้เห็นภาพของราชินีเพลงลูกทุ่งอีสาน
อังคนางค์ คุณไชย ในวัยวันนี้ มาให้ชมด้วย

และเพิ่งได้รับ ต้นฉบับเพลง "สาวอุบลรอรัก" จาก คุณ ธีร์/อันมัย เพื่อนร่วมบล็อกของเรา มาเพิ่มเติมครับ
http://www.oknation.net/blog/teeanmai

เสียงอาจไม่แจ่มนัก แต่ก็ถือว่าเป็นต้นฉบับประวัติศาสตร์ที่หาฟังยากครับ
ต้องขอบคุณ คุณธีร์/อันมัย มา ณ ที่นี้ด้วย

Get this widget |Track details |eSnips Social DNA


5. ตามน้องกลับสารคาม
ศักดิ์สยาม เพชรชมภู

พี่ตามหาคนงาม จากสารคาม ไปถึงเมืองขอนแก่น
สืบหาเนื้อเย็น แต่ไม่เห็นหน้าแฟน จากขอนแก่น ไปอุดรธานี

หาแก้วตา ทั่วบาร์ ทั่วคลับ ไม่ได้นอน ไม่ได้หลับ
พี่อยากจะพบคนดี หาจนทั่วอุดร น้องก็ไม่เห็นมี
จากอุดรธานี พี่ไปตามที่หนองคาย

ถึงลำโขง พี่นั่งลงร้องไห้ หาจนทั่วแดนไทย น้องจากไปหนีหาย
จำจะข้ามลำโขง หาอนงค์แม่แก้วใจ
จะข้ามลำโขงไป หาทรามวัยที่เวียงจันทน์

กราบวิงวอน พระธาตุหลวง ให้ดลช่วย
ให้ได้พบคนสวย เหมือนดังที่ใฝ่ฝัน
ตามหานวลน้อง จนทั่วนครเวียงจันทน์
ไม่เห็นแม้เงาจอมขวัญ พี่แทบจะกลั้นใจตาย

พี่ตามหาคนงาม จากสารคาม ไม่รู้ว่าเจ้าไปไหน
จึงฝากเสียงร้อง ลอยก้องกับสายลมไป
ได้ข่าวแล้ว แม่ทรามวัย จงรีบกลับไปที่สารคาม


เพลงจังหวะโจ๊ะ ๆ มัน ๆ ที่สร้างชื่อให้กับ ศักดิ์สยาม เพชรชมภู
ไลน์ดนตรีอิงจังหวะร็อคแอนด์โรล ตามความนิยมของเพลงลูกทุ่งยุคฝรั่ง(อเมริกา)ครองเมืองไทย ในช่วงสงครามเวียดนาม
ซึ่งนักร้องรุ่นก่อนหน้านั้น อย่างระพิน ภูไท หรือ ชาย เมืองสิงห์ ก็นิยมนำจังหวะดนตรีร็อคมาใส่ในเพลงลูกทุ่ง
ซึ่งเดินทางไปพร้อมกับ ยุคดนตรีรำวงเฟื่องฟู
อย่างในภาคอีสานตอนบน ก็จะมีวง "จันทร์เพ็ญ" ของอุดรธานี ครอบครองพื้นที่ (นิค นิรนาม ก็เคยเป็นนักร้องวงนี้)
อีสานตอนล่าง เป็นเขตอิทธิพลของ "จันทราป่าสัก" ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่สระบุรี แต่มาสร้างชื่อโด่งดังในเขตโคราช พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ก็เคยเป็นนักร้องกองเชียร์วงนี้
ซึ่งจังหวะร็อคแอนด์โรล โจ๊ะ ๆ นี้ รู้สึกจะหมดความนิยมไป เมื่อเริ่มเข้าสู่ยุคของ สายัณห์ สัญญา
ที่กลับไปอิงดนตรีบิ๊กแบนด์ แบบเดิม

ความยิ่งใหญ่ โด่งดัง ของศักดิ์สยาม เพชรชมภู ในยุคนั้น
เท่าที่ผมจำได้ ตอนยังเรียนประถม พี่สาวพาเข้าไปดูดนตรีของศักดิ์สยาม เพชรชมภู
ที่วงเปิด เล่นเป็นวงแรก "รอ" ให้ คือ สายัณห์ สัญญา พี่เป้าของเรานี่แหละครับ

เพลงนี้ นอกจากจะน่ามันน่าเต้น ไปกับจังหวะร็อครำวงแล้ว
ยังใช้อ้างอิงประวัติศาสตร์อีสาน ยุคจีไอครองเมือง อีสาวบ้านนา ทิ้งถิ่น ไปหากินกับฝรั่ง
ในแคมป์แถวอุดร โคราช ได้เป็นอย่างดี
ผู้ประพันธ์เพลงนี้ คือ ถวิล ธิติบุดตา ครูโรงเรียนบ้านโดน  อ.ยางศรีสุราช จ.มหาสารคาม
แต่บางข้อมูล ก็ระบุว่า ผู้แต่งคือ "ชัย สารคาม" ไม่รู้เป็นคนเดียวกันหรือเปล่า-ไม่ได้สืบค้น


6. ลูกทุ่งคนยาก
สนธิ สมมาตร

ผมจร รอนแรมจากลุ่มน้ำมูล
ทิ้งถิ่นดอกคูน เพราะความรู้น้อย ต่ำต้อยเพียงดิน
เอาเสียงสวรรค์ สร้างสรรค์ด้านศิลปิน
เป็นนักร้อง ลูกทุ่งพลัดถิ่น หากินอยู่กับเสียงเพลง

ขอแฟน เห็นใจผมด้วยสักคน
ไอ้หนุ่มหน้ามน นักร้องคนจน จะกล่อมบรรเลง
ยามไหนมีรัก สุขนักเมื่อรับฟังเพลง
จะกล่อมขวัญ แม่สาวแก้มเปล่ง ร้องเพลงเบาเบาข้างหู

เพลงนี้ผมร้อง จากใจฝากมา
จากหนุ่มลูกทุ่งท้องนา พี่ป้าน้าอา ช่วยโปรดเอ็นดู
ลูกทุ่งคนยาก ฝากให้อุ้มชู
หากคุณเปลี่ยวใจไร้คู่ เชิญยอดพธู ฟังเพลงหวานหวาน

เสียงเพลง บรรเลงขับกล่อมยามเหงา
หวิวแว่วแผ่วเบา แม้ยามคุณเศร้า ก็จงชื่นบาน
ยามไหนหม่นหมอง จะร้องกล่อมขวัญดวงมาลย์
ฝากเพลงลอยตามลมถึงบ้าน หลับฝันถึงผมสักนิด


เพลงประจำตัวของราชาเพลงหวาน (เสียงสูงมากกกกก) สนธิ สมมาตร ระดับเดียวกับ
"ฝากเพลงถึงเธอ" ในยุคต่อมา
เพลงนี้ เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ "มนต์รักแม่น้ำมูล" มหากาพย์หนังลูกทุ่งอีสาน
ประมาณเดียวกับ "มนต์รักลูกทุ่ง" นั่นแล
หนังเรื่องนี้ ออกฉายในปี พ.ศ. 2520 ทำรายได้ถล่มทลาย ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดในภาคอีสาน
ถึงกับพูดกันเล่น ๆ ว่า คนอีสานทุกคน ต้องได้ไปดูหนังเรื่องนี้

เพลงของสนธิ สมมาตร เด่นมากในหนังเรื่องนี้
เพราะเป็นเพลงให้พระเอกในเรื่อง สุริยา ชินพันธุ์ เป็นตัวร้อง
ไม่ว่าจะเป็น ด่วน บ.ข.ส ของครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา หรือเพลงลูกทุ่งคนยากนี้ จากการประพันธ์ของครูสุรินทร์ ภาคศิริ

อ้อ...ลืมบอกไปอย่าง สำหรับท่านที่ยังไม่รู้ (รู้แล้วก็แล้วไป)
สนธิ สมมาตร ก่อนหน้านั้น เคยใช้ชื่อว่า "คม คีรีบูน" เจ้าของเพลงดัง ออกพรรษาที่เชียงคาน
นั่นแหละครับ

7. สาวอีสานรอรัก
อรอุมา สิงห์ศิริ

Get this widget |Track details |eSnips Social DNA

น้องเป็นสาวขอนแก่น ยังบ่เคยมีแฟน บ้านอยู่แดนอีสาน
น้องเป็นสาววัยอ่อน ได้แต่นอนตะแคง ยามเมื่อแลงฝันหวาน
จะมีชายใด ไผเดต้องการ จะมีชายใด ไผเดต้องการ 
หมายปองน้องนั่น แม้ต้องการจะคอย

สาวอีสานบ้านป่า เช้าก็ไปทำนา ค่ำแลงมาเหงาหงอย 
เขาว่าน้องเป็นลาว เป็นสาวเมืองอีสาน ใจน้องนั้นเลื่อนลอย  
จงเอ็นดู แน้เด้อ อ้ายเด้อ   จงปรานี น้องแน่จั๊กหน่อย
ฮักน้องบ่อยบ่อย พอน้องได้พลอยดีใจ    

ใจดวงเดียวที่น้องมีอยู่   เปิดประตูให้แล้วดวงใจ  
พี่อย่ามองว่าน้องต้อยต่ำ   หากจะดำ ก็ดำแต่กาย

สาวอีสานมองเหม่อ นอนละเมอเหม่อคอย   ใจเลื่อนลอย คอยหาย  
เห็นเป็นลูกชาวนา อ้ายจึงบ่อยากจะ บ่อยากมาหมั้นหมาย  
คอยแรมปี น้องนี้เอียงอาย   คอยคอยคอย น้อง คอย จนอาย
คิดแคลงแหนงหน่ายหรืออ้ายบ่อยาก มาแล


ผลงานการประพันธ์ของ สุมทุม ไผ่ริมบึง
เป็นเพลงลูกทุ่งอีสาน ยุคหลังจากเทพพร-ศักดิ์สยาม ที่ดังมาก ๆ
ได้รับการบรรจุเข้าไปใน 50 เพลงยอดเยี่ยมกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่ง ในการคัดเลือกครั้งที่ 2 (ฮา)

เบื้องลึกเบื้องหลัง จะยังไงก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เรื่องนี้
คือเคยได้ยินแต่ คำคนซุบซิบ(นินทา) ว่าการคัดเลือก 50 เพลงลูกทุ่งยอดเยี่ยม ในครั้งแรก
ภายใต้การจัดการของ เจนภพ จบกระบวนวรรณ
เต็มไปด้วยเพลงลูกทุ่ง "ภาคกลาง" ประมาณลูกทุ่งเมืองสุพรรณ เป็นหลัก
จนคอเพลงลูกทุ่งภาคอื่น โดยเฉพาะลูกทุ่งอีสาน ที่เทพพร-ศักดิ์สยาม-อังคนางค์ ดังมาก ๆ
ไม่ใช่ฟังกันเฉพาะคนอีสาน คนภาคอื่นก็ฟัง
เกิดความสงสัย ว่าทำไหม ทำไม คณะกรรมการคัดเลือกเพลง ถึงไม่ชายตาแล
หรือเห็นว่า เป็นเพลงหมอลำ เพลงลาว ไม่ใช่เพลงลูกทุ่งแท้ ๆ กระนั้นฤๅ

จึงอาจเป็นที่มาของ 50 เพลงลูกทุ่งยอดเยี่ยม (อีกครั้ง) ดังที่กล่าวมานี้แล

เพลงนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณ ธีร์/อันมัย เพื่อนร่วมบล็อกของเราครับ
http://www.oknation.net/blog/teeanmai

8. หงษ์ทองคะนองลำ
หงษ์ทอง ดาวอุดร

เลือกเพลงนี้มา เพราะความชอบเป็นการส่วนตัวครับ
ชอบมาก โดยเฉพาะการนำดนตรีพื้นบ้านอีสานสด ๆ อย่างแคน มาเล่นล้อกับซอ อย่างออกรส
เสียงร้องของ หงษ์ทอง ดาวอุดร ก็เซ็กซี่ ได้รส ได้อารมณ์เพลงจริง ๆ

นับว่าโชคดีพอสมควร ที่ไปเจอเพลงต้นฉบับ ในยูทูบ
พร้อมภาพการแสดงของหงษ์ทอง ดาวอุดร ซึ่งไม่แน่ใจว่า เป็นภาพเก่า ครั้งสมัยออกแผ่นนี้ใหม่ ๆ เลยหรือไม่
แต่ยังไง ก็ต้องนับถือคนอัพโหลดขึ้นมาละครับ
ไปหามาได้ยังไง


9. หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ
สรเพชร ภิญโญ - น้องนุช ดวงชีวัน

ความดังของเพลงนี้ คงไม่ต้องเอ่ยถึงละครับ
จัดให้เป็น "เพลงประจำประเทศไทย" เพลงหนึ่งได้เลย
ร้องกันได้ ตั้งแต่ เด็กไปจนถึงคนแก่ คนจนตั้งวงเหล้าขาว ไปจนถึงเศรษฐีไฮโซ
กลายเป็น "เพลงคู่" ที่ร้องในงานสังสรรค์รื่นเริง ระดับเดียวกับ "นกเขาคูรัก" "สักขีแม่ปิง"
เลยทีเดียว
(น่าจะมีคนร้องได้มากกว่าด้วย)

10. สาวจันทร์กั้งโกบ
พรศักดิ์ ส่องแสง

เพลงลูกทุ่งอีสาน ในยุคธุรกิจเพลงเฟื่องฟู
เพลงนี้เพลงเดียว ทำให้พรศักดิ์ ส่องแสง กลายเป็น "เสี่ย" มาถึงทุกวันนี้
ถือเป็นต้นทางของเพลงลูกทุ่งอีสานยุคใหม่ หลังจากซบเซาโรยรา ไประยะหนึ่ง


โดย piss_it

 

กลับไปที่ www.oknation.net