วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันมหาโหดของหมอเมืองพร้าว….ครึ่งวันหลัง


            12 ชั่วโมงแรกที่แสนจะวุ่นวายผ่านไปอย่างรวดเร็ว มีทั้งเกิดทั้งตาย ทั้งดีใจทั้งเสียใจ ทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ คละเคล้ากันไป มันทำให้เห็นวัฏสงสารของการเกิดแก่เจ็บตายชัดเจนมาก ยากที่จะปฏิเสธได้ ยกเว้นไว้แต่ว่า เราเลือกที่จะ ‘หลอกตัวเอง’  

“หมอ ให้ยาใกล้ครบแล้ว ปากมดลูกยังไม่ค่อยเปิดเลย” เสียงพยาบาลดึงฉันละสายตาจากหมู่ญาติที่ร่ำไห้กลับมาสู่โลกปัจจุบัน

“มดลูกบีบตัวดีไหม” ฉัน ถามพลางสืบเท้าไปยังซีกผู้ป่วยหญิง

“ไม่ค่อยดีเท่าไร” พยาบาลตอบด้วยเสียงเครียด

“เตรียมผ่า คืนนี้เลย”    

ฉันตัดสินใจหลังจากตรวจดูแม่ท้องแก่เลยกำหนดคลอดมานาน และปรึกษาแม่กับญาติแล้ว การที่เด็กอยู่ในมดลูกนานไปไม่ค่อยดีเท่าไรเพราะรกและสภาพในมดลูกจะไม่เหมาะสม น้ำคร่ำก็จะลดน้อยลง  พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าฉันก็เลยกำหนดคลอดเป็นเดือน แต่สมัยนั้นไม่มีชาวบ้านที่ไหนเดือนร้อน  ลูกดิ้นดีก็อยู่กันไป จนกว่าจะออกมาเอง ตอนคลอดพ่อว่าฉันตัวเหี่ยวแก่ออกมาเชียว สงสัยว่าที่เขาทักอยู่บ่อยๆ ว่า ‘หน้าไม่แก่ขึ้นเลย’ นั้น คงเพราะว่า ‘แก่ได้ที่มาตั้งนานแล้ว’ คือประเภทเป็นเด็กแล้วกระโดดข้ามวัยสาวมาแก่เลย จึงไม่สามารถจะแก่ไปกว่านี้ได้อีก คงไม่ใช่ ‘หญิงชราใบหน้าทารก’ เป็นแน่แท้

 “หมอ  หมอ เดี๋ยวนะ มีคนไข้จะปรึกษาด่วนอีกรายที่หวอดชาย” พยาบาลรีบรายงานขณะที่ฉันหมุนตัวก้าวขาฉับๆ จะไปเย็บแผลหญิงท้องรายแรก

เรือนยาวแบ่งแยกหอผู้ป่วยในหญิงกับชายแน่นขนัดจนต้องเสริมเตียงล้นไปที่ระเบียง  ฉันเดินหลบหลีกแทรกไปตามเตียงที่เรียงราย มุ่งสู่ผู้ป่วยเป้าหมายซึ่งเป็นชายวัยกลางคนผิวดำแดงนอนงอก่องอขิงใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

“ลุง มีอาการอย่างไรมา”

“โอ๊ย...ปวดมาก..ปวดสุดๆ หมอใหญ่ ผมเป็นไส้เลื่อน แต่คราวนี้มันปวดสุดๆ”

“กี่ชั่วโมงแล้ว”

“ราวๆ เจ็ดแปดชั่วโมงแล้วครับ”

“มีไข้หรือเปล่า” ฉันหันไปถามพยาบาล

“มีไข้ต่ำๆ”

“มีอ๊วกมั๊ย” ฉันหันไปถามคุณลุง

“มีกะ หมอใหญ่”

“ไส้มันไม่เลื่อนกลับเข้าช่องท้องเหมือนทุกครั้ง มันถูกรัดจนบวมเลือดไม่ไปเลี้ยง ถ้าทิ้งไว้นานอาจจะเน่า อันตราย ต้องผ่าแล้วดันไส้กลับโดยเร็วนะลุง” ฉันอธิบายให้ลุงฟังหลังตรวจร่างกายเสร็จ

“อันตรายไหมหมอใหญ่”

“ไม่มีอะไรเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ดอกลุง แต่ถือว่าเป็นการผ่าตัดแบบเสี่ยงน้อย”

“แล้วต้องทำยังไงบ้าง”

“ต้องอดข้าวอดน้ำก่อนผ่านะเพราะเวลาดมยาสลบจะได้ไม่สำลักอาหาร ถ้าไม่มีปัญหาอะไร 2-3 วันก็กลับบ้านได้แล้วจ๊ะ”

“ผม...เออ…เอาครับ”

“มีญาติมาด้วยใช่ไหม”

“มีครับ”

“ดีละ เดี๋ยวจะให้พยาบาลอธิบายให้ฟังเรื่องเตรียมตัวผ่าตัดคืนนี้นะ ทำใจสบายๆ หมอทำให้สุดฝีมือเลย”

“NPO (งดให้อาหารทางปาก) เจาะเลือดส่งตรวจ ให้น้ำเกลือ ตามดูอาการแล้วบอกหมอด้วย จะไปเย็บช่องคลอดคนไข้ก่อน”  ฉันหันไปบอกพยาบาล

ผนังช่องท้องที่อ่อนแอจะทำให้ไส้เลื่อนตัวผ่านออกมาเป็นก้อนตุงๆ แถวขาหนีบหรือลูกอันฑะ ระยะเริ่มแรกผู้ป่วยสามารถดันกลับเข้าไปได้ แต่นานๆเข้า ไส้ที่เลื่อนตัวผ่านออกมาจะมีขนาดมากขึ้นซึ่งทำให้ดันกลับยาก และถ้าดันไม่กลับจะเหมือนกับเราบีบลูกโป่งยาวๆ บิดเกลียวไว้ ทำให้ขาดเลือดมาเลี้ยง ยิ่งนานยิ่งมีโอกาสเน่า ซึ่งในที่สุดต้องผ่าตัดลำไส้ส่วนเน่าทิ้ง รายนี้ลำไส้อาจจะดีอยู่เพราะมาแต่เนินๆ ขอภาวนาให้แค่เย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้องไม่ต้องตัดลำไส้เถิด...สาธุ

ฉันเดินก้าวยาวๆ ด้วยขาสั้นๆ มุ่งไปยังห้องคลอด ท้องไส้ก็ชักประท้วงเรียกร้องอาหารตามธรรมชาติ การกินอาหารผิดเวลาเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตหมอ สมัยเป็นนักเรียนแพทย์เคยใช้เวลาทานอาหารจานหนึ่งเกือบสองชั่วโมงเพราะถูกตามไปดูผู้ป่วยตลอด ต้องเปิดสงครามกับกองทัพมดแย่งเสบียงอาหารกันกว่าจะอิ่ม

“เริ่มได้เลย” ฉันบอกพี่พยาบาลเมื่อถึงห้องคลอด

“ลูกแข็งแรงดีนะ ตัวใหญ่จ้ำม่ำน่ารักน่าชังเชียว” ฉันหันไปคุยกับแม่ที่นอนอ่อนระโหยโรยแรงอยู่

“..ขอบคุณค่ะ หมอใหญ่” คุณแม่ตอบมาเบาๆ
          “หมอเขาอธิบายเรื่องที่ต้องเย็บซ่อมช่องคลอดหรือยัง” หมอที่ว่านั้นฉันหมายถึงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ต่างๆ ที่ชาวบ้านเรียก ส่วนหมอจริงๆ เขาเรียกหมอใหญ่

“บอกแล้วค่ะ” คุณแม่ตอบมาด้วยใบหน้าแสดงความกังวล

“ลูกตัวใหญ่มากก็เลยฉีกขาดมากหน่อย แต่หมอจะเย็บให้กระชับอย่างดีเลย จะเจ็บตอนฉีดยาชาก่อนเย็บเท่านั้นนะ”

ฉันพยักหน้าให้สัญญาณพี่พยาบาลเริ่มหัตถการทันที

         

 ระหว่างที่เย็บช่องคลอดอยู่ ก็มีเด็กแขนหักมาที่ห้องฉุกเฉิน โดยปกติถ้ามีผู้ป่วยที่ต้องถ่ายเอกซเรย์หรือเจาะเลือดตรวจขั้นพื้นฐานไม่กี่รายนอกเวลาราชการนั้น หมอจะทำเองทั้งหมดเพราะเราไม่มีเจ้าหน้าที่มากมาย  และต้องประหยัดเงินค่าขึ้นเวรนอกเวลา คนงานบางคนก็ได้รับการฝึกฝนจนถ่ายได้ดีไม่ต้องรอแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างโรงเรียนแพทย์ดอก เครื่องถ่ายเอกซเรย์ก็ไม่ได้เลิศสะแมนแตนอะไร เขาสร้างให้คนใช้ ในเมื่อคนขับรถก็เป็นคน ย่อมจะใช้ได้ แผงหน้าปัดมีปุ่มกับเข็มบอกระดับความเข็มข้นของรังสีและระยะเวลาถ่ายเรียงรายอยู่ หมุนให้ตรงเลข แล้วนับสัญญาณถ่ายรูปกับคนไข้ เอ้อ..ไม่ได้ให้คนไข้ยิ้มแต่ให้อยู่นิ่งๆ สักอึดใจ ภาพจะได้ไม่พร่ามัว จากนั้นรีบวิ่งไปอยู่หลังผนังกันรังสีแล้วกดปุ่ม เป็นใช้ได้ ชาวบ้านชอบถ่ายเอกซเรย์มาก เราพร่ำบอกซ้ำซากว่าอันตรายเพียงไร

‘เขาก็ได้ยินอยู่...แต่ไม่ได้ฟัง’ 

ต้องใช้วิธีการเขียนโทษภัยของการเอกซเรย์ไว้หน้าห้อง ประเภทอาจเป็นหมันได้ อะไรทำนองนั้น จึงค่อยดีขึ้นหน่อย ฟิล์มที่ใช้ถ่ายจะแผ่นเบ้อเร่อเบ้าร่าประมาณศอกหนึ่ง จะพกติดกระเป๋าสตางค์ไว้เป็นที่ระลึกคงลำบากหน่อย เมื่อถ่ายเสร็จต้องเข้าห้องมืดล้างฟิล์ม น่าจะเรียกห้องสลัวมากกว่าเพราะสามารถเปิดไฟดวงเล็กๆ สีแดงให้พอมองเห็นอะไรต่อมิอะไรได้บ้าง มิฉะนั้นหัวหูคงปูดโนหรือหน้าแข็งเขียวช้ำเพราะห้องแคบมาก แน่นไปด้วยถังน้ำยาต่างๆ ต้องจุ่มฟิล์มขึ้นๆ ลงๆ ในน้ำยาตามขั้นตอนและเวลาที่แน่นอน เดี๋ยวจะขาวเว่อหรือดำปึดปื้อ พอได้ที่ก็ตากให้แห้งแล้วเอามาอ่านกับกระดานที่มีหลอดไฟส่อง เวลาอ่านก็ได้อนุสติอีกอย่างที่เห็นนั่นแหละ จะสูงต่ำดำขาว หรือหล่อเหลาสวยงามปานได้ ภายใต้เนื้อหนังที่หุ้มห่อก็มีโครงกระดูกเฉกเช่นเดียวกันทั้งสิ้น

โชคดีที่ตอนเป็นนักศึกษาแพทย์เป็นตัวดูด มีโอกาสได้ดูแลและเรียนรู้จากคนไข้มหาศาล รุ่นพี่ใช้ตรวจอึตรวจฉี่จนคล่อง   วันนี้ฉันอยู่เวรซึ่งต้องออกไปตรวจเอง ถ่ายเอกซเรย์เอง อ่านเอง เข้าเฝือกเองทุกอย่าง แต่จะเอาเวลาที่ไหนไปทำละวะ ในเมื่อยังเย็บไม่เสร็จ แล้วก็โล่งอกเมื่อพยาบาลมาบอกว่าพี่หมอช่วยดูให้แล้วเพราะรู้ว่าฉันกำลังยุ่งอยู่ น้ำใจอย่างนี้พวกหมอบ้านนอกรู้ซึ้งถึงหัวจิตหัวใจเป็นอย่างดี

เสร็จจากรายนี้ก็เข้าห้องผ่าตัดเชิญเจ้าหนูน้อยที่จับจองท้องแม่นานเกินไปออกเสียที (ยืมรูปหลานชายตอนผ่าท้องคลอดมาให้ดูแทน) ทุกอย่างในโลกมีดีมีเสียทั้งนั้น ไม่ผ่าก็เสี่ยงเรื่องหนึ่ง ถ้าผ่าก็เสี่ยงอีกเรื่องหนึ่ง อยู่ที่การประเมินบนพื้นฐานของข้อมูลที่มีอยู่ ให้ผู้ป่วยเสี่ยงน้อยที่สุด เรากำหนดให้ได้ผลดังใจไม่ได้ ฉันจะคุยกับญาติโยมให้เขาเข้าใจและร่วมตัดสินใจด้วย ไม่เคยมีปัญหาฟ้องร้องสักที การที่มีพ่อกับญาติซึ่งป่วยเรื้อรังตั้งแต่เป็นเด็กมัธยมจนเรียนจบเป็นหมอนั้น ช่วยฝึกให้ฉันเข้าอกเข้าใจความรู้สึกลึกๆ เหล่านี้ดี ถ้าไม่อยากให้เขาทำกับพ่ออย่างนี้ก็อย่าปฏิบัติแบบนี้กับพ่อแม่ของใครเขา ฉันเชื่อว่าใครทำอะไรก็ได้สิ่งนั้นกลับคืนมาเสมอ มันบวกลบคูณหารเสร็จสรรพให้ได้ผลตามที่ได้กระทำไป เพียงแต่ว่าบางครั้งคนเรามักลืมสิ่ง(ชั่ว)ที่เราเคยทำ จึงโวยวายว่าไม่ยุติธรรมอยู่ร่ำไป  

                         

เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่รู้ กว่าจะจบหมอได้พวกเราถูกฝึกเรื่องความอึดมาอย่างดี อย่างที่เขาว่านั่นแหละ ‘ทนอย่างควายไวอย่างลิง’

          “พี่กอกับพี่ขออยู่ในนี้มั๊ย”เสียงเคาะประตูห้องผ่าตัดดังพร้อมๆ กับคำถามจากใบหน้าที่ผลุบแต่ส่วนหัวเข้ามา

          “อยู่ มีอะไรหรือเปล่า”  

“สามีตามหาให้จ้าละหวั่น ว่าเมียหาย ไม่กลับบ้านกลับช่อง”

เออหนอ...ฉันลืมสนิทเพราะมีผู้ป่วยติดพันต้องผ่าเป็นประวัติการ จึงเลยเวลาเลิกงานมาตั้งนาน  พี่กอกับพี่ขอก็มีน้ำจิตน้ำใจช่วยทั้งๆ ที่พี่ขอกำลังท้องกำลังไส้อยู่ อันที่จริงบุคลากรเรามีจำกัดจำเขี่ยมาก ไม่สามารถผลัดเปลี่ยนทดแทนกันได้ในบางตำแหน่ง

“ช่วยบอกทีว่าช่วยหมอผ่าตัดอยู่ ขอโทษด้วย ลืมสนิท”

“จะเสร็จเมื่อไหร่หละ”

“ไม่รู้สิ เหลือไส้เลื่อนอีกราย อาจจะเลยเที่ยงคืนไปแล้ว”

“……..” เสียงเงียบไปพร้อมกับหัวที่ผลุบหายออกจากประตูห้อง

กว่าจะเสร็จรายสุดท้ายก็ปาเข้าไปตีสอง     บรรดาสามีที่น่ารักไปหาซื้อก๊วยเตี๋ยวกับเย็นตาโฟมาให้ภรรยาสุดที่รักรับประทาน ฉันก็ได้อนิสงค์ไปด้วย เราปูเสื่อทานกันหน้าห้องผ่าตัดเหมือนกับมาเที่ยวน้ำตก เพราะอย่างไงๆ ก็ต้องปิดห้องทำความสะอาดและอบห้อง ผ่าต่อไม่ได้แล้ว  มื้อนั้นอร่อยเป็นพิเศษ จะว่าหิวก็ไม่ใช่อิ่มใจก็ไม่เชิง พวกเรามีความสุขสรวลเสเฮฮาที่ทุกรายผ่านไปด้วยดี คืนนั้นฉันหลับเป็นตายไม่ต้องรอให้ผีที่นอนเข้าสิงร่างให้เปลืองเนื้อเปลืองตัว

 

 

โดย พี่ก๊วย

 

กลับไปที่ www.oknation.net