วันที่ พุธ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สมเด็จพระเทพฯ พระแม่พิมพ์แห่งการอ่าน


นับเป็นพระทหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง ที่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทรงเห็นความสำคัญของการศึกษา ทรงเป็นผู้จุดประกายทางความคิดให้ปวงประชาได้มีจิตสำนึกและตระหนักในการที่จะร่วมกันผลักดัน พัฒนา สร้งสรรค์การศึกษาให้เจริญรุ่งเรืองเทียมเท่าอารยะนานาประเทศ

เพราะว่าสิทธิพื้นฐานอย่างหนึ่งของประชาชน คือ การศึกษา

และการศึกษาที่จะมีผลต่อการพัฒนาประเทศ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายในหัวข้อ " แนวโน้มการจัดการเรียนการสอนเพื่อการเรียนรู้ในทศวรรษหน้า" ว่า

การศึกษาคือการพัฒนาคนพัฒนาชาติ จะต้องพัฒนาให้มีความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทศวรรษหน้าเราต้องรู้อะไร คำตอบคงมีหลายอย่าง โดยหลายอย่างที่พระองค์ทรงกล่าวไว้คือ

เรียนรู้เพื่อให้อ่านออกเขียนได้ เพื่อจะได้รู้และแพร่ข่าวสารได้

เรียนรู้ให้มีอาชีพ โดยสามารถทำงานเลี้ยงชีพได้ มีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ

รู้จักดำรงตนให้สมฐานะความเป็นมนุษย์ คือ อยู่อย่างสมคุณค่า มีศักดิ์ศรี

มีคุณธรรมกำกับความรู้ คือการไม่เอาเปรียบกัน ปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ มีวินัยในตนเอง

ต้องสามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้  เข้าใจผู้อื่น

มีความรู้ที่จะประหยัดและใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี พระองค์ทรงเป็นพระมิ่งขวัญแห่งการศึกษาอย่างแท้จริง  ตั้งแต่ข้าพเจ้าลืมตาดูโลกขึ้นมา  ภาพที่ปรากฎในพระจริยาวัตรของพระองค์ล้วนทรงเกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงทั้งาน

ภาพที่พระองค์ทรงเสด็จไปเยี่ยมโรงเรียนห่างไกลทุรกันดารชายแดน

ภาพที่พระองคฺทรงพระราชทานสิ่งของให้กับนักเรียน

ภาพที่พระองค์ทรงปรุงอาหารในโรงเรียนที่พระองค์เสด็จไปเยี่ยม

ภาพภาระกิจของพระองค์ทุกภาพที่ปรากฏทางโทรทัศน์ ทางหนังสือพิมพ์ ทางวารสารต่าง ๆ ล้วนแสดงให้เห็นว่าพระองค์มีพระจริยาวัตรที่ยึดมั่นอยู่กับการศึกษาอย่างมิอาจแยกออกจากกันได้

ข้าพเจ้ามีความคิดว่า............เราทำอย่างนี้ดีไหม

ก็ในเมื่อพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการศึกษาแล้ว  เราในฐานะผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นข้าแผ่นดิน หรือผู้รับใช้ประชาชนแล้ว เราลองมาทำงานสักอย่างเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติในมหามงคลวโรกาสทรงพระชนมายุครบรอบ  2  เมษายน โดยร่วมกันจัดทำโครงการ "ปีแห่งการส่งเสริมการอ่านและเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี"

เราจะทำอย่างไร

กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดมาตรการเพื่อส่งเสริมการอ่านไว้ ดังนี้

1.จัดกิจกรรมวางทุกงาน อ่านทุกคน

2.จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

3.ส่งเสริมให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการอ่าน

4.สร้างแรงจูงใจและชี้แนะให้พ่อแม่ผู้ปกครองสนับสนุนให้เด็กมีนิสัย "รักการอ่าน"

5.พัฒนาการอ่านของนักเรียนตามลำดับ

ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่า " การที่จะสร้างนักเรียนให้มีนิสัยรักการอ่าน ครูต้องมีนิสัยรักการอ่านด้วย"  เคยได้ยินคำกล่าของบุคคลบางท่านที่มีโอกาสได้พูดคุยกันกล่าวแบบประชดประชันว่า " คนที่ไม่อ่านหนังสือ คือคนที่ตกยุค คบค้าสมาคมไม่ได้"

ข้าพเจ้ารู้สึกว่าจะเห็นด้วยเสียแล้ว และถือโอกาสเสนอคำขวัญเพื่อกิจกรรมดังกล่าวว่า " อ่านวันละนิด  เพื่อคิดพัฒนา"

เรามาอ่านหนังสือกันเถอะ แล้วเด็กจะอ่านตามเรา  เราต้องปลูกฝังนักเรียนให้รู้สึกอยากอ่าน

แนวโน้มทางการศึกษาในทศวรรษหน้าอีกอย่างหนึ่งคือ " การศึกษาที่ให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง " คือครูเอาใจใส่ส่งเสริมให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้  โดยการใช้ สุ  จิ  ปุ  ลิ  และที่สำคัญและต้องเนิน  คือ  ต้องส่งเสริมให้นักเรียนในเรื่องการค้นคว้าหาความรู้

ด้วยเหตุผลแห่งความน่าจะเป็นไปในอนาคต  " การฝึกทักษะการเขียนจึงเป็นสิ่งที่น่าจะยังสำคัญอยู่สำหรับทศวรรษหน้า"

สาธยายมามากแล้ว คงยังไม่ถือว่าออกนอกเรื่อง  เพราะว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมาร พระองค์ทรงเป็น

" แม่พิมพ์ด้านการเรียนรู้  คุณครูแห่งการอ่าน  อาจารย์ทางการเขียน "

โอกาสนี้  ข้าพเจ้าขออนุญาตนำบทประพันธ์สดุดีที่ข้าพเจ้าประพันธ์ไว้ และจะนำอ่านถวายพระพรในมงคลวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบรอบ  2  เมษายน  ดังนี้

" งามพร้อมวรรณศิลป์

อัครศิลปินแห่งสยาม

สิรินธรทรงพระนาม

สง่างามกุมารี

พร้อมสรรพกัปกิริยา

พระปรีชาจะหาไหน

กวีแห่งศรีไทย

พระเทพไท้ราชสุดาฯ

เพียบพร้อมกุลสตรี

พระนามนี้พระปรีชา

เปื่องปราศศาสตร์วิทยา

จะหาไหนไร้เทียมทัน

พระองค์ทรงรอบรู้

ทรงเป็นครูภาษาไทย

จริยาวัตรเลื่องลือไกล

ข้า ฯ เทิดไว้........." องค์สิรินธร "

โดย กันเอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net