วันที่ จันทร์ เมษายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แสนคำนึง บรรเลง โดย ชัยภัค ภัทรจินดา


  

       ๑. ชมแสงทอง

       ๒. ลาวเสี่ยงเทียน

       ๓. นกเขาขะแมร์

       ๔. ญี่ปุ่นรำพึง

       ๕. ยะวา

       ๖. ปฐมดุสิต

       ๗. ด้อมค่าย

       ๘. ยาดเล้

       ๙. แสนคำนึง ๑

     ๑๐. แสนคำนึง ๒


       

  

คุณต่อพงษ์ เศวตามร์ นักวิจารณ์เพลงจากเว็ปผู้จัดการ เขียนถึงงานเพลง คุณนิค ชัยภัค ภัทรจินดา เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2548 ครับ

ขออนุญาตนำมาแปะ  ให้อ่านกันเป็นข้อมูลประกอบวิจารณญาน






เพลงที่คนไทยต้องฟัง(5) งานแสนงามของ "ชัยภัค ภัทรจินดา"/ต่อพงษ์

โดย ต่อพงษ์ 15 เมษายน 2548 15:50 น.




หลังจากที่ผมเขียนแนะนำงานเพลงที่เกี่ยวข้องกับดนตรีไทยเดิม ซึ่งผมอยากจะเรียกมันว่าเป็นงานเพลงไทยเดิมประยุกต์ หรือ ถ้าจะให้เก๋กว่านั้นอาจจะใช้คำว่า ไทยเดิมฮิป หรือ อัลเทอร์เนทีฟ ไทยเดิม กันก็ไม่ผิดนัก ก็มีเสียงยุให้เขียนถึงงานเพลงพวกนี้กันต่อ เพราะดูเหมือนจะไม่มีคนเขียนแนะนำอัลบั้มในเชิงนี้กันสักเท่าไหร่

ก็เป็นเรื่องที่แปลกดีเหมือนกัน เพราะในความเป็นจริงแล้ว งานเพลงไทยเดิมฮิปแบบนี้ดูเหมือนค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะถ้าเผื่อท่านผู้ฟังลองเดินไปตามร้านขายซีดีใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ซีดีแวร์เฮ้าส์ หรือ บีทูเอส ก็จะเห็นว่า แผงที่ขายงานประเภทนี้มีอยู่เยอะนะครับ อย่างน้อยที่ผมเห็นก็มีมากกว่า 40 ชุดขึ้นมา

ถือเป็นเรื่องที่ดีนะครับ อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่า ศิลปินไทยมีความพยายามที่จะดึงให้คนไทยเราเองนี่แหล่ะรู้จักเพลงไทยเดิมกันมากขึ้น...แม้ว่ามันจะไม่ใช่เพลงเถา เพลงตับที่มีลักษณะของการบรรเลงตามแบบแผนแท้ๆ แต่อย่างน้อยบรรดานักรบทางวัฒนธรรมพวกนี้ก็พยายามดึงแก่นของเพลงแต่ละเพลงที่คนในประวัติศาสตร์ของเราแต่งเอาไว้ให้เสพกันง่ายมากที่สุด

ขณะทีเดียวกันก็ไม่ได้ทิ้ง ลีลา อารมณ์ และวิญญาณของความเป็นไทยที่มีอยู่เต็มเปี่ยม

พูดถึงนักรบเหล่านี้...คนหนึ่งที่ผู้ฟังอาจจะรู้จักน้อยนะครับ แต่ผมเห็นงานเพลงของเขาอยู่หลายชุดทีเดียว เขาชื่อ "ชัยภัค ภัทรจินดา" หรือที่คนฟังเพลงหลายต่อหลายคนรู้จักท่านในนาม "คุณนิค" เฉยๆ หรือบางครั้งก็ไปอยู่กับวงกอไผ่ ก็จะชื่องว่า "นิค กอไผ่"

วงกอไผ่นี้ ถ้าเผื่อใครเคยดูหนังเรื่อง ‘โหมโรง’ ก็จะรู้ว่า ดนตรีประกอบในเรื่องนี้เป็นฝีมือของวงกอไผ่และตัวคุณนิคทั้งสิ้น โดยเฉพาะฉากของการบรรเลงร่วมกันระหว่างเปียโนและระนาดนั้น ความงามทางเสียงในฉากดังกล่าวยังติดอยู่ในหูอยู่เลย เช่นเดียวกับซีรี่ส์ ‘สี่แผ่นดิน’ ที่ดูทะแม่งๆในความเป็นละคร...ทะแม่งขนาดโดนเสียงดนตรีในเรื่องนั้นกลบกันหมดน่ะครับ

ที่แน่ๆ เสียงซออันแสนหวานนั้นเป็นผลงานการสีของคุณนิคอีกแล้วเหมือนกัน

คุณนิคนั้นเป็นนักดนตรีที่รอบจัดอย่างยิ่ง คือถนัดทั้งดนตรีไทยเดิมและเก่งกาจในเรื่องของดนตรีต่างชาติ และอาจจะด้วยความไม่ยึดติดก็เลยทำให้งานเพลงของแกตรึงใจผู้ใหญ่รุ่นผมที่ขาดตอนกับการฟังเพลงไทยเดิมแท้ๆ เป็นอย่างยิ่ง เพราะท่วงทำนองหลายเพลง ถูกแกเอามาเรียบเรียงใหม่ พูดง่ายๆ ฟังอร่อย และเป็นอาหารหูได้ง่ายๆ กว่าเพลงไทยเดิมแท้ๆ

ความจริงการทำงานเพลงในลักษณะนี้วงดนตรีฟองน้ำเคยทำมาก่อนแล้วละครับ แต่หลังๆ ฟองน้ำก็ไม่ได้มีผลงานออกมาอีกเลย...ฟองน้ำนั้นหายไปขนาดที่ต้องบอกว่า งานเพลงของวงนี้นั้นกลายเป็นงานหายาก และกลายเป็นงานราคาแพงขึ้นมาเฉยเลย

ตัวอย่างง่ายๆ ก็ชุดที่ทางวงออกกับสังกัด Marco Polo นะครับ สังกัดนี้จะว่าไปก็เป็นหนึ่งในสายการผลิตของ Naxos ซึ่งเป็นบริษัทที่เขาผลิตซีดีเพลงคลาสสิกราคาถูกออกมาขายกันในโลกนี้ (จะมีก็แต่เมืองไทยแหล่ะครับที่เอา Naxos เข้ามาแล้วตั้งราคาแพงบรรลัย) ผมจำได้ว่างานของฟองน้ำในสังกัดที่ว่านี้ เมื่อก่อนวางขายอยู่ที่เซ็นทรัลเต็มไปหมด แต่พอเซ็นทรัลเลิกขายแผ่น มันก็ถูกเอามาโละราคากันชนิดโคตรถูก ซึ่งก็น่าเสียดายมากอยู่ เพราะในช่วงเวลานั้น ผมยังฟังเฮฟวี่ เมตัล อยู่เลย ก็เลยไม่ได้สนใจที่จะซื้อหามาเก็บไว้ฟัง

เดี๋ยวนี้งานของฟองน้ำก็เลยกลายเป็นงานหายากระดับที่แผ่นใหม่ๆ นั้นขายกันเกือบ 3,000 บาท ราคาเกือบ 10 เท่าของที่ขายกันสมัยก่อน

กลับมาเรื่องของคุณชัยภัคบ้าง ต้องบอกว่าขอคารวะในสิ่งที่แกทำให้กับวงการเพลง เพราะ อย่างน้อยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาโจมตีจนกระทั่งความเป็นไทยแท้ในศิลปะและวัฒนธรรมต่างๆ ดูจะไม่มีที่จะยืน ปรากฏว่าคุณชัยภัคกลับพาตัวเองและอัลบั้มเพลงไทยเดิมฮิปของแกขึ้นมาอยู่ในขั้นแนวหน้าจนกระทั่งกลายเป็น ‘ขุนศึก’ สำหรับการนำเพลงไทยเดิมข้ามยุคสองพันมาได้

งานเพลงของคุณชัยภัคนั้นมีอยู่เยอะเลยครับ แต่ที่อยากจะแนะนำให้ฟังกันวันนี้เป็นงานเพลงที่เก๋มาก งานนี้ชื่อ "แสนคำนึง"...ซึ่งเป็นเพลงเดียวกับที่หลวงประดิษฐ์ไพเราะท่านบรรเลงจนเชือดความใจร้ายของคุณพงศ์พัฒน์ วชิระบรรจง ในเรื่องโหมโรงให้ต้องม้านหน้า ย้อนกลับไปค่ายทหารอย่างเหลือเชื่อ

งานเพลงชุดนี้เขาเขียนไว้ที่หน้าปกว่าทำขึ้นเพื่อคาราวะต่อหลวงประดิษฐ์ไพเราะนะครับ

ปกอัลบั้มนั้นมีทองคำเปลวปิดไว้อย่างดีเชียวแหล่ะ แต่เหนือกว่าทองคำเปลวกลับเป็นงานเพลงที่คุณนิคบรรจงเรียบรียงอย่างงดงามมาก เสียงประสานระหว่างเครื่องดนตรีไทยเดิมไม่ว่าจะเป็น ซอด้วง ซออู้ ซอกลาง ขิม ระนาดทุ้ม ขลุ่ย กลองแขก และเครื่องดนตรีสากลอย่าง เปียนโน คีย์บอร์ด กีตาร์โปร่ง กีตาร์ไฟฟ้า สอดประสานรับกันอย่างดีเยี่ยม

ย้ำว่า...ถึงแม้จะเป็นงานผสมผสานแบบที่ว่าแต่จิตวิญญาณและอารมณ์ยังเป็นไทยล้วนๆ ทีเดียวครับ

ผมนั้นแค่ฟังแทร็กแรกที่ชื่อ "ชมแสงทอง" ซึ่งเป็นงานเพลงของหลวงประดิษฐ์ที่แต่งขึ้นเมื่อปี 2478 เขาเริ่มต้นบรรยายถึงดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้น...เพลงมีกลิ่นอายของดนตรีจีนนิดๆ แต่ก็อิ่มในความเป็นไทยชนิดที่เรียกว่าฟังเพลงแรกก็ต้องยกธงขาวจนกระทั่งต้องซื้องานชิ้นนี้มาฟังไว้ทันที

การคลอกันระหว่างขิม ขลุ่ย และกีตาร์ตั้งแต่ช่วงโหมโรงนั้นทำเอาคนฟังเคลิ้มไปเลย ก่อนที่จะปล่อยช่วงให้ขิมได้เป็นพระเอกเดี่ยวความไพเราะของมันออกมา ก่อนจะซ้ำด้วยทำนองเดิมจากขลุ่ยไทยซึ่งก็เหมือนนางเอกของเพลงนี้ ก่อนจะโยนเข้าหากีตาร์โปร่ง และคีย์บอร์ดบางๆ บอกตามตรงว่างามมากๆ เลยครับ

แทร็กอื่นๆ ดีเด่นไม่แพ้กันครับ นกเขาแขมร์ (TR.3) เพลงที่ผมเคยร้องตอนเด็กๆ (เนื่องจากทำนองเพลงโรงเรียนสวนเด็ก) ถูกเอามาเรียบเรียงในจังหวะและลีลาที่รู้สึกว่า นกมันกำลังขันอยู่ทีเดียว กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักดีมากๆ

แทร็กอื่นๆ ที่เหลือก็งามจนกระทั่งต้องบอกว่า เป็นงานที่ฟังก่อนนอนหรือฟังตอนอยากจะผ่อนคลายตัวเองได้ดีมากๆ อีกชิ้น


**********

ครั้งหนึ่งผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของคุณชัยภัคที่พูดถึงหนทางอยู่รอดของเพลงไทยเดิม แกพูดไว้น่าฟังครับว่า จุดเริ่มต้นของการอยู่รอดมันต้องเริ่มที่แรงบันดาลใจของเด็กที่อยากจะเล่นก่อน อย่างคุณนิคนั้นจุดเปลี่ยนของชีวิตอยู่แค่การเดินผ่านห้องซ้อมดนตรีของโรงเรียน ตามด้วยการที่มีโอกาสได้ดูหนังเรื่อง Crossroad ซึ่งมีฉากดวลกันของสองมือกีตาร์เทพ(ราล์ฟ แม็คชิโอ) กับกีตาร์มาร ( สตีฟ ไว) ก็เป็นแรงบันดาลใจเหมือนกัน

ไม่ต้องสงสัยเลยนะครับว่า ถึงตอนนี้งานง่ายๆ เป็นไทยเดิมฮิปของคุณชัยภัคได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กไทยหลายต่อหลายคนแล้วครับ

และมันก็คงหมายความได้ว่า ยังไงๆ เพลงไทยเดิมหรือท่วงทำนองไทยเดิมแบบนี้จะไม่มีวันตายไปตามกระแสวัฒนธรรมโลกแน่ๆ ครับ

ปล.ผมเลือกเพลง ‘ชมแสงทอง’ ให้ท่านผู้ฟังได้ร่วมเป็นพยานในความยอดเยี่ยมของขุนศึกเพลงไทยเดิมผู้นี้ครับ แน่นอนถ้าฟังแล้วติดใจ...บอกได้คำเดียวว่า ตรงไปซื้อกันได้ตามร้านซีดีใหญ่ๆ หรือไม่ก็ไปที่ร้านน้องท่าพระจันทร์นั่นแหล่ะครับ เพราะงานนี้ ร้านน้องเขาทำเอง ขายเอง และจัดจำหน่ายเอง ติดต่อที่ 02-222-4305 หรือ 02-623-6367 ได้เลยครับ

จาก http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9480000050119
_________________
ไผ่กอนี้มีเสียงเพลง

http://x.thaikids.com/phpBB2/viewtopic.php?p=2373&

เวบลิ้งของอัลบั้มนี้ http://www.nongtaprachan.com/th/title_dtl.php?id=564

ร้านน้องท่าพระจันทร์ http://www.nongtaprachan.com/th/title_of.php?id=12

โดย monotone

 

กลับไปที่ www.oknation.net