วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ วัดบางพระ ตอน “รอยสัก...มงคลติดตัว..บนโลกสมัยใหม่ที่ไม่(ค่อย)ต้อนรับ”


หากเราย้อนหลังไปซักสิบปีที่ผ่านมา...ชื่อเสียงของ “หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ” หรือ “พระอุดมประชานาถ”  เจ้าอาวาสวัดบางพระ  อำเภอนครชัยศรีจังหวัดนครปฐม...โด่งดังขึ้นอย่างสุดขีด ถือว่าเป็นพระเกจิอาจารย์อันดับต้นๆของเมืองไทย เนื่องจากเพราะวัตถุมงคลที่หลวงพ่อได้ปลุกเสกไว้นั้น ก่อเกิดประสบการณ์อภินิหารอยู่เสมอๆ เช่นด้านเมตตามหานิยม ค้าขายคล่องและมีโชคลาภอยู่เนืองๆ....และ”สุดยอดที่สุด”ก็คือด้าน”รอยสัก คาถาอาคมและวิชาอยู่ยงคงกระพัน” ที่มีให้เห็นแจ้งชัด...

จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมวัตถุมงคลของหลวงพ่อเปิ่น แม้จะมีการสร้างและปลุกเสกอยู่เสมอๆ หลายรุ่นหลายรูปแบบ จำนวนมากมาย จึงไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกศิษย์และผู้ที่มีความเคารพศรัทธาเลื่อมใสในหลวงพ่อ ที่นับวันแต่จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากปากต่อปาก จนโด่งดังขจรขยายไปกว้างไกลทั่วประเทศ และในต่างแดนก็รู้จักกิตติศัพท์ความแก่กล้าสามารถในด้านสมาธิและพลังจิตของหลวงพ่อ ตลอดจนวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อก็น่าศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่งและมากล้นด้วยความเมตตาอย่างสูงส่ง.....

ผมเชื่อว่าทุกคนที่ได้เคยมีโอกาสกราบหลวงพ่อ ก็คงรู้สึกประทับใจเพราะหลวงพ่อท่านใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา ผมเองได้กราบท่านครั้งแรกตอนที่ท่านมาร่วมงานพุทธาภิเษกพระที่วัดใกล้ๆบ้านผม ตอนนั้นพวกเรายังนุ่งกุงเกงนักเรียนขาสั้นก็อยู่เลย  จำได้ว่าพอเห็นท่านเดินลงมาจากรถตู้พวกเราตะโกนกันว่า “หลวงพ่อเปิ่น มาแล้ว” 

ท่านหันมามองพวกเรา ยิ้มให้อย่างมีเมตตา แต่ความเมตตาของท่านไม่ได้หยุดอยู่ตรงจุดนั้นหรือตรงแค่นั้น หลวงพ่อท่านกวักมือเรียกพวกเราให้เข้าไปหา ตบหัวพวกเราเบาๆ สลับกับเป่าหัวให้ที่ละคน ผมโชคดีหน่อยที่หลวงพ่อจูงมือพาเดินเข้าไปในศาลาที่มีบรรดาพระเกจิอาจารย์มานั่งพัก จำได้ว่าวันนั้นมีหลวงพ่อลำไย วัดลาดหญ้า หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ฯลฯ...พอถึงเก้าอี้ที่นั่งท่านก็ให้ผมคอยนวดขาให้ท่าน..ความประทับใจครั้งนั้นผมเก็บเอาไว้ตลอดเวลาจนถึงทุกวันนี้...และที่จำแม่นเลยคือในวันนั้นใครจะขอให้ท่านทำอะไร หลวงพ่อไม่เคยปฏิเสธ ไม่มีเลือกที่รักมักที่ชัง มรรคทายก ช่างทาสี..ช่างก่อสร้างของวัด ชาวบ้านทั่วไปหรือแม้แต่บรรดาผู้มีอันจะกินอีกหลายท่าน ทุกคนเสมอภาคเท่าเทียมกันหมด...

ถ้าจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว หลวงพ่อเปิ่นท่านโด่งดังในละแวกนครชัยศรีมานานปีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อเสียงของท่าน “ดังแบบพลุแตก” ก็ด้วยข่าวที่ว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้ เพราะไม่ใช่ญาติ) ถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหดโดยถูกไม้ไผ่เสียบเข้าประตูหลัง...เมื่อคนร้ายถูกจับได้และรับสารภาพว่าได้เคยลอบฆ่าชายหนุ่มคนนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่แคล้วคลาดไปซะทุกที..แม้จะลอบยิงด้วยปืน เจ้ากรรมกระสุนก็ด้านซะหมด จนเกิดความสงสัยในสมองเป็นอย่างมาก..หมอนี่เลยสืบหาความจริงได้ความว่าคู่อริคนนี้มีของดีอยู่ที่รอยสักที่ผ่านการครอบครูและเสกมาแล้วโดย “หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ”นั่นเอง ถึงได้มีความอยู่ยงคงกระพันและแคล้วคลาดเสมอ จึงได้ทำการค้นคว้าก็ทราบว่าคนที่มีรอยสักนั้นจะทำร้ายได้เฉพาะทาง ปตล.เท่านั้น จึงได้แอบซุ่มเอาไม้ไผ่เสียบเข้าทางนั้น จนชายหนุ่มคนนี้ถึงแก่ความตายไปในที่สุด..

นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นและผมก็เชื่อว่าบางท่านก็เคยได้ยินข่าวนี้มาบ้างแล้ว เพราะข่าวนี้โด่งดังสุดขีดเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำให้ชื่อเสียงของหลวงพ่อเปิ่นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางกว่าแต่เก่าก่อนเป็นอันมาก ใครที่ไม่เคยรู้จักก็ได้รู้จักหลวงพ่อเปิ่นกันในคราวนั้นนั่นเอง...ซึ่งหนึ่งในจำนวนผู้ทราบข่าวและมีความเลื่อมใสศรัทธาก็ย่อมต้องมีกระผม....ปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน.....

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา..บริเวณวัดบางพระก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ หลั่งไหลมากราบท่านหลวงพ่อเปิ่น ไม่เว้นแต่ละวัน วัตถุมงคลของหลวงพ่อถูกบูชาหมดจากวัดภายในพริบตา แม้จะมีการสร้างออกมาใหม่ รุ่นแล้วรุ่นเล่าก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของสานุศิษย์จำนวนมหาศาล ...จำนวนเงินมากมายหลายสิบหลายร้อยล้านบาท ที่ได้มาจากแรงศรัทธาของศิษย์หลวงพ่อเปิ่น หลั่งไหลเข้าวัดบางพระเป็นระยะๆ ไม่ขาดสาย ซึ่งเงินจำนวนมหาศาลนี้หลวงพ่อเปิ่น ได้นำไปสร้างโบสถ์ วิหาร กุฏิ ศาลา กำแพง และเสนาสนะต่างๆ ภายในวัด..

นอกจากนี้ท่านหลวงพ่อเปิ่น ยังได้แผ่บารมีออกมานอกวัดอีกด้วย โดยการจัดสร้างสาธารณประโยชน์ให้แก่ท้องถิ่นอย่างมากมาย เช่นสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ สร้างเขื่อนกั้นน้ำ สร้างโรงพยาบาลพร้อมเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย สร้างโรงเรียนฝึกหัดวิชาชีพ สถานศึกษา ถนนหนทาง ตลอดจนทุนการศึกษา และให้ความช่วยเหลือแก่วัดวาต่างๆ หรือโรงเรียนต่างๆ ตามชนบทที่ยากจนอีกด้วย ซึ่งผมคิดว่า”ในช่วงชีวิตของหลวงพ่อเปิ่นท่านต้องบริจาคเงินไปแล้วไม่น้อยกว่าร้อยล้านบาท”...ทุกอย่างเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน...

ถึงตรงนี้เพื่อนๆ คงสงสัยว่านี่คือการเขียนยกย่องสรรเสริญหลวงพ่อเปิ่น เกินไปหรือเปล่า..ขอตอบว่า”ผมยังเขียนสรรเสริญพระคุณของท่านน้อยไปครับ”และทุกอย่างที่เขียนคือเรื่องจริงและที่ผมไม่ได้เขียนถึงในส่วนอภินิหารของหลวงพ่อมากนัก เพราะว่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่บูชาวัตถุมงคลของหลวงพ่อมีเยอะมาก เล่าขานกันไม่รู้จบ..ยิ่งถ้าเพื่อนๆ ได้ไปนครปฐมแล้ว ลองเข้าไปถามชาวบ้านดูได้ครับทุกคนต่างรู้จักหลวงพ่อเปิ่นดี..ตั้งแต่เด็กยันคนเฒ่าชราหัวหงอก...”หลวงพ่อเปิ่น ท่านทำแต่คุณงานความดีเราก็ต้องยกย่องท่านถึงจะถูกใช่ไหมครับ” ...

และเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ที่ผ่านมาทางวัดบางพระได้จัด “พิธีไหว้ครู บูชาอาจารย์ และระลึกถึงหลวงพ่อเปิ่น ประจำปี” บรรดาลูกศิษย์ที่เคารพเลื่อมใสในตัวหลวงพ่อเปิ่นต่างทยอยเข้ามาร่วมงานนี้

เท่าที่ผมสังเกตดูน่าจะมีไม่ต่ำกว่าสามสี่หมื่นคนแหละครับ มองเห็นหัวดำๆ เต็มไปหมด...พวกเราคงเป็นผู้เฝ้าสังเกตการณ์แต่ภายนอกแหละครับ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้มากนักเพราะรู้ๆกันว่าบางทีอาจมีการเจ็บตัวโดยไม่มีเหตุผลที่เกิดจากบุคคลข้างเคียง(ของขึ้น)...ไม่ผิดหวังครับพอพระเริ่มสวดมนต์ เสียงคำรามก็ดังกึกก้องแข่งกับเสียงพระสวด ดีที่พวกเราค่อยระวังตัวอยู่แล้วก็เลยไม่ได้โดนลูกหลงจากงานนี้.....

เพื่อนๆ อาจมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่กับ “คนที่มีรอยสัก” “คนที่เป็นศิษย์หลวงพ่อเปิ่น” จะรู้ว่าเป็นงานที่มีความสำคัญสำหรับพวกเขามาก จะขาดเสียไม่ได้..เรื่องอย่างนี้ผมไม่ขอออกความเห็นใดๆ เพื่อนๆ คงต้องใช้ ”วิจารณญาณ” ในการดูเอาเองครับ..แต่จุดหนึ่งที่อยากฝากให้คิดก่อนตัดสินพวกเขาคือคำว่า “ความกตัญญูและศรัทธา” และการแสดงออกซึ่ง “ความกตัญญูและศรัทธา” สำหรับบรรดาลูกศิษย์หลวงพ่อเปิ่น คือการเข้าร่วมงานไหว้ครูและในบางคนออกอาการ”ของขึ้น”แบบที่เราเห็นนี้ครับ...นอกจากนี้ผมยังค่อนข้างมั่นใจว่าต้องมีเพื่อนๆบางคนในบ้านเนชั่นนี่แหละครับที่เคยได้รับการสักจากคณาจารย์ในสายของวัดบางพระด้วยครับซึ่งในปัจจุบันยังมีอยู่อีกหลายองค์...

ถึงตอนนี้ขอพูดถึงเรื่อง “รอยสัก” ซักนิดพอสังเขป ผมเองก็ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องนี้มากนักและเท่าที่รู้มาคือว่า “รอยสัก” ตามความเชื่อของคนไทยมีมานานแล้ว รอยสักตามความเชื่อของคนที่นับถือคตินี้จะเป็นรูปยันต์หรือรูปสัตว์ ที่มีการผูกรูปยันต์เป็นตัวคาถาเอาไว้ ส่วนมากแล้ว(ไม่ใช่ทั้งหมด)ตัวอาจารย์ที่เป็นผู้สัก จะเป็น “พระสงฆ์หรือฆราวาสที่ถือศีล และตั้งมั่นในธรรม” ผู้ที่ได้รับการสักไปจะต้องถือสัตย์วาจาห้ามกระทำความชั่ว มิฉะนั้นแล้วของจะเสื่อม..ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้คือ “ความดี” ของรอยสักที่ช่วยคอยประคับประคองให้พวกเขาเหล่านั้นมีความระงับยั้งใจไม่ให้กระทำ”ความชั่ว” ซึ่งโดยส่วนมากแล้วข้อห้ามคือ “ศีลห้า” ครับ...คนเราต่างมี “วุฒิภาวะไม่เท่าเทียมกัน”...บางคนจึงต้องใช้สิ่งเหล่านี้คอยควบคุม บางคนก็สามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวของเขาเอง ....

ครับ..มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ ต่างเผชิญกับปัญหาต่างๆมากมาย ซึ่งในผู้คนเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว “พิธีกรรม”จึงเป็นพฤติกรรมการกระทำอย่างหนึ่งที่ก้าวเข้ามามีบทบาทต่อการดำรงชีวิต จะเปรียบไปแล้วพิธีกรรมจึงเป็นการแสดงออกในความหมายของคำว่า “ปฏิบัติ”เพื่อให้บรรลุผลถึง”ความเชื่อ”นั้น...”การสักยันต์”ก็คือศาสตร์แขนงหนึ่งของพิธีกรรม...ที่”แอบอิง”อยู่กับ “ศาสนา” แต่เป็น”คนละด้านกับทางจิตวิญญาณ” ซึ่งในบางกลุ่มชนสามารถใช้แก้ปัญญาเพื่อความมั่นคงทางจิตใจและปัดเป่าความชั่วร้ายในแบบต่างๆ แม้ว่า “การสักยันต์” นี้จะไม่อาจพิสูจน์ผลต่างๆได้ตามหลักวิทยาศาสตร์แต่ก็มีผลทางด้านจิตใจ..ซึ่งผมเชื่อว่า “รอยสัก” โดยเฉพาะของสายวัดบางพระแห่งนี้ มี “ความหมายและมีความสำคัญ” ต่อบรรดาลูกศิษย์ที่ได้รับการสักและกลุ่มชนที่เคารพเลื่อมใสในองค์หลวงพ่อเปิ่น...มิใช่เป็นเพียงร่องรอย...ของความป่าเถื่อน ความรุนแรง หรือความไร้เหตุผล เช่นที่ผู้คนในสังคมปัจจุบันเข้าใจกัน..

ซึ่งเมื่อพูดถึงตรงนี้ ผมก็ยังต้องตั้งคำถามกับตัวเองทุกครั้งว่า “ของขึ้น” ต่างจาก “ทรงเจ้า” ตรงไหน และไม่เข้าใจว่าคนที่มีอาการของขึ้น จะลุกกระโดดโลดเต้น วิ่งผล่าน มองว่ารุนแรงโหดร้าย แต่คนทรงเจ้าเอามีดหรือเหล็กแหลมทิ่มแทงตัวเอง มองว่าน่านับถือ...ที่กล่าวอ้างมาทั้งหมดไม่ใช่ว่าผมปฏิเสธหรือไม่นับถือ..ผมนับถือและเชื่อถือทั้งหมดนั่นแหละครับขอให้เป็นของจริงและของแท้เถอะ..ถึงไหนถึงกัน...แต่ถึงตรงนี้คงต้องบอกกับตัวเองว่า “เรื่องอย่างนี้มันก็แล้วแต่คนจะมอง แต่ตัวเราเองรู้ว่าจริงๆ..... มันเป็นยังไง....ก็พอแล้ว”

หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๖ บรรพชา ณ. วัดบางพระเมื่อ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๑  หลวงพ่อได้รับพระราชทานเลื่อนสมณะศักดิ์เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๗ เป็น “พระราชาคณะชั้นสามัญ” ที่ “พระอุดมประชานาถ” หลวงพ่อเปิ่นท่านละสังขารเมื่อ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๕ เวลา ๑๐.๕๕ น. ด้วยอายุ ๗๙ ปี ๕๔ พรรษา..คุณงามความดีที่ท่านได้กระทำไว้ในพระพุทธศาสนามีมากมาย..ซึ่งผมคงไม่สามารถนำมาเขียนบรรยายได้หมด ดังนั้นอย่าแปลกใจเลยครับที่จะมีการเรียกท่านว่า “เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำนครชัยศรี”..หากเพื่อนๆ ท่านใดสนใจอย่างศึกษาประวัติของท่านมากกว่านี้ หรือต้องการความรู้เกี่ยวกับด้านการสัก ก็ขอให้เข้าไปดูได้ที่ เวปไซด์ของ วัดบางพระ.. “www.bp.th.org” ได้โดยตรงเลยครับ  ....สำหรับผมเขียนบันทึกตอนนี้ขึ้นเพื่อบูชาพระคุณของหลวงพ่อ...ครับ....

ปล.สำหรับผู้ต่อต้านรอยสัก อย่าเพิ่งต่อว่าเข้ามามากนัก..เพราะบันทึกตอนนี้ผมเขียน”บูชาพระคุณของหลวงพ่อ” แต่บันทึกตอนหน้าครับ..ผมมีข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับ “รอยสัก” มากกว่านี้ เอาไว้ถึงตอนนั้นแล้วเรามาว่ากันให้เต็มที่เลยครับ....




โดย ศิษย์กวง

 

กลับไปที่ www.oknation.net