วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขอเชิญรับชมภาพกิจกรรมนักเรียน....ผลงานนักเรียนบนดอยไกล..สบเมย...แม่ฮ่องสอน


ก่อนอื่นขอกล่าวคำว่า

............สวัดดีครับ……….

..........เพื่อน  น้อง พี่  ป้า  น้า  อา  ลุง  ยาย …….

ซึ่งหายหน้าหายตาไปเกือบหนึ่งอาทิตย์

แต่ก็ไม่เคยลืมเพื่อนบ้านทุกคนนะครับ

ซึ่งหนึ่งอาทิตย์ที่หายไปคือที่โรงเรียนมีการจัดทำแผนกลยุทธ์ของโรงเรียนครับ

และการเตรียมงานให้สำหรับนักเรียนที่จะเข้าประกวดงาน ศิลปะหัตกรรมนักเรียน

ของศูนย์..สบเมยวิทยาคมครับ.....

และโรงเรียนบ้านแม่ทะลุโรงเรียนพี่

กับโรงเรียนแม่เกาะวิทยาโรงเรียนน้อง

โรงเรียนเรียนรวมช่วงชั้น

ก็ส่งนักเรียนเข้าร่วมประกวดหลายรายการครับ

กลับมาพบกับ    ภู่กันดอย   ในครั้งนี้

คงเหมือนทุกครั้งที่นำเสนอครับ

วันนี้มีข้อคิดในการ.........มองชีวิตมาฝากครับ

ซึ่งข้อมูลต้องขอขอบคุณ 

คุณอากาลิโกครับ ( เขาไม่อยากบอกชื่อจริงครับ )ที่ให้ข้อมูลนะครับ

เรื่อง มีอยู่ว่า..........กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว (เล่าเหมือนนิทานเลยนะครับ )

ต่อเลยครับ   .....ในวันที่เงียบเหงาของชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง ชายหนุ่มเดินบนหาดทรายขาว… พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน… ท้องฟ้าสีคราม เมฆขาวม่วงอ่อนป้ายยาวจากขอบฟ้าฟากหนึ่ง…ไปสุดที่ขอบฟ้าอีกฟากหนึ่ง… ฟองคลื่นซัดเข้าหาฝั่งแผ่วเบา…ระลอกแล้วระลอกเล่า… เลยเข้ามาที่ชายหาด นกกระยางสีขาวตัวเล็กยืนสงบนิ่ง… ใกล้กับน้ำทะเลที่โค้งเว้าวาดเข้ามาค้างอยู่บนผืนทราย…  (ทั้งหมดนี้พู่กันดอยยังไม่เคยไปเลยครับ.....คำเปรียบเทียบ  )
ชายหนุ่มนั่งมองท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ หาดทราย น้ำทะเล และนกกระยางอยู่จนแสงแดดอ่อนลง…อ่อนลง… แล้วเขาหยิบเปลือกหอยใกล้มือ… ลากลายเส้น…สิ่งที่เขาเห็นบนพื้นทราย… เขาเพลิดเพลินกับภาพที่เขาวาดอยู่พักใหญ่…

ฉับพลัน!…เขารู้สึกแปลกๆในหัวใจของเขา… แล้วเขาก็เขียนบนพื้นทรายใกล้ภาพที่เขาวาดไว้ว่า…. "เราไม่ทอดทิ้งเธอ อย่ากลัวเลย… จงอดทน และวางใจ…"

เขารู้สึกอบอุ่นกับคำที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขา… และเขารู้ว่า… คำกล่าวนี้เป็นจริงเสมอ… ในวันเวลาแห่งชีวิตของเขา… โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เขาประสบกับความทุกข์…ความยากลำบาก… และวันที่เงียบเหงาอย่างเช่นในขณะนี้…

…
ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ผมพบ มักถามผมถึงช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบทางจิตใจ… โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่กำลังทำงานอย่างหนัก จนไม่มีเวลาได้พักผ่อน พอถึงวันหยุดก็เหนื่อยล้า กินๆ นอนๆ พบเพื่อน เที่ยว จับจ่ายใช้สอย…

แล้วชีวิตก็วนเวียนเข้าสู่วัฏจักรเดิมต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด… พวกเขานับวัน…รอวันหยุด วันพักร้อนประจำปี… เพื่อจะได้พักผ่อน จะได้เที่ยวได้ยาวขึ้น…

…
ผู้คนไม่ได้ต้องการเวลาสำหรับพักกายเท่านั้น… แต่ต้องการเวลาสำหรับพักใจด้วย… เหมือนกับชายหนุ่มที่ชายหาดคนนั้น… พวกเขาต้องการเวลาที่จะ "อยู่อย่างเงียบๆ" กับตนเอง กับธรรมชาติ และกับสิ่งสูงสุดที่เขานับถือ…หรือกับคนที่เขารักและอยากจะพาไปแต่คงเป็นแค่สิ่งที่จะคิดได้

ไม่ว่าพวกเขาจะนับถือศาสนาใดหรือไม่นับถือศาสนาใดๆเลยก็ตาม… พวกเขาต้องการเวลาที่จะทบทวน…ไตร่ตรอง...ค้นหาความหมายของชีวิต เพื่อจะกลับมาใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิม… แม้ว่าจะเข้าสู่วัฏจักรเดิมก็ตาม

ชายหนุ่มค้นพบว่า เขาไม่เคยถูกทอดทิ้งเลย โดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานี้ เขาได้พบกับคนที่เขารัก ได้แบ่งปันเรื่องราวชีวิตแก่กันและกัน… ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน....คนในครอบครัวของเขาที่เคยมีปัญหาก็พบกับสิ่งที่ดีขึ้น... การงานของเขาก็เป็นไปในทางที่ดีขึ้น…ทั้งกับหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง…

(ส่วนพู่กันดอยยังไม่มีลูกน้องครับ......มีแต่เด็ก ๆ   ครับ  )

นอกนั้นเขายังเห็นนิสัยที่เขาต้องการปรับปรุง เพื่อเขาจะไม่ทำให้คนรอบข้างมีความทุกข์ ในทางตรงข้าม…เขาจะลดทุกข์และเพิ่มสุขให้กับผู้คนรอบข้างได้มากยิ่งขึ้น…

ที่สำคัญคือ เขาเกิดความมั่นใจในชีวิต… มั่นใจในความเมตตากรุณาที่มนุษย์เราพึงมีต่อกันและกัน… รวมไปถึงต่อสรรพสิ่งต่างๆด้วย…

ช่วงเวลาเงียบๆ ทบทวนชีวิตของตนเอง ฟังเสียงจากภายในใจ และการมีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวชีวิตกับผู้คนรอบข้างนี้เอง… ทำให้เราสัมผัสถึงความสวยงามที่อยู่ภายใน ความงดงามที่มีอยู่ในทุกช่วงขณะของชีวิต…และเบิกบานขึ้น…

จนที่สุดก็ค่อยๆก้าวพ้นจากตนเอง ออกไปสู่ผู้อื่น… อยากให้เกิดความสวยงามนี้กับคนที่เราอยู่ด้วย… กับคนที่เราพานพบ… กับธรรมชาติ… กับโลกของเรา… ฟังดูมันแปลกๆ… แต่ใจเรากลับรู้ว่า… สิ่งนี้เป็นเรื่องจริง….

"เพียงแต่ท่านนั่งลงในที่ๆท่านรู้สึกสบายๆสัก 15-20นาที… ค่อยๆทบทวนสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของท่าน… รวมทั้งสิ่งร้ายที่กลายเป็นสิ่งดีด้วย… อาจเป็นวันหนึ่งที่ผ่านมา… เดือนหนึ่ง… ปีหนึ่ง หรือ 2-3 ปีที่ผ่านมา… หรือตั้งแต่ท่านเกิดมา… แล้วเขียนรายการสิ่งดีๆนี้ไว้ …ด้วยช่วงเวลาสั้นๆนี้… ท่านจะพบอัศจรรย์มากมายในชีวิตของท่านเอง…"


และถ้าท่านมีโอกาสเล่าสิ่งดีๆที่ท่านได้รับนี้กับเพื่อนหรือคนที่ท่านสนิทด้วย… ทั้งท่านและเขาอาจจะพบกับพลังของความรักอันยิ่งใหญ่… ผ่านทางเรื่องราวเหล่านั้นก็เป็นได้…"

 

ความสุข เริ่มต้นมาจากหัวใจ...

 

เล่าโดย  อะกาลิโก   เพิ่มเติมข้อคิดโดย  พู่กันดอย

แล้ววันนี้หละ...........ทุกคนกำลังมองหาอะไรในชีวิต

ทุกคนมีเป้าหมายในชีวิตที่แตกต่างกัน.................แต่การที่คนคนหนึ่ง

พบกับเรื่องราวที่ดี.และไม่ดี......ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องล้ม....

แต่การกลับมาทบทวนตัวเองนั้นคือสิ่งที่เราทุกคน...................หาได้มีไม่ในสังคมปัจจุบัน

การให้เวลากับตัวเองนั้น...............การทบทวนกับตัวเองนั้นแค่ 5 – 10 นาทีนั้น

จะทำให้เราเห็นหลาย ๆ อย่างที่ผ่านมามากมาย

เขาเปรียบเสมือนการเปิดลิ้นชักของกาลเวลาที่ผ่านมา

เพราะลิ้นชักนี้...........บางคนเก็บเรื่องราวไว้มากมาย

บางคนทำไมต้องต้องร้องให้..............เมื่อเปิดลิ้นชัก

ทำไมบางคนถึงยิ้ม..................เมื่อเปิดลิ้นชัก

ทำไมบางคนถึงดีใจ........ตื่นเต้น......ชอบใจ....และ....เสียใจ.......เศร้าใจ........หละ

การมองอดีตนั้น........หาได้เป็นคนจมกับอดีตไม่

แต่อดีตนั้น...........คือการทบทวน

คือความทรงจำ

คือกาลเวลาที่เก็บเรื่องราวต่าง ๆ  ไว้

คือ.......การประสบการณ์ที่ผ่านมาเพื่อนำมาหาและแก้ไข ....ข้อผิดพลาด....ของชีวิต

เพื่อการดำเนินชีวิตต่อ..............ไป

โดย.....................พู่กันดอย

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลานะครับ

วันนี้  พู่กันดอยก็มีกิจกรรมกการไปประกวดในงานศิลปะหัตกรรม

สถานที่      โรงเรียนสบเมยวิทยาคม  ครับ

ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นพีเป็นน้องกันก็ไปร่วมกิจกรรมเช่นกันครับ

นักเรียนที่ร่วมกิจกรรคือ  ....ก่อนประถมศึกษา  ( อนุบาล ครับ )  

และระดับชั้นประถมศึกษาที่ 1  -  6  ครับ

ซึ่งวัตถุประสงค์หลักเป็นผลงานนักเรียนของแต่ละโรงเรียน

รวมถึงเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของตนเองไว้ด้วยครับครับ

และยังเป็นการสร้างความสามัคคีของโรงเรียนเล็ก ๆ ของหลาย ๆ โรงเรียนที่มาพบปะ กันครับ

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาครับ

กิจกรรมเกิดขึ้นเมื่อวันที่

26  กรกฎาคม  2551   เริ่มงานเวลา   09.00  น.

ภาคเช้าครับ

ชมภาพเลยครับ

ในภาคเช้าครับ

ท่านประธานศูนย์ของเราเป็นคนมาเปิดงานครับ

(ท่านผอ.เสียง  ทิพย์รส ครับ)

วันนี้ให้นักเรียนไปนักแถวหน้าครับ

จะได้รับฟังได้ชัดเจนครับ

โรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีหลายโรงเรียนครับ

เช่นโรงเรียนบ้านแม่ทะลุ   โรงเรียนบ้านแม่เกาะวิทยา   โรงเรียนสบเมวิทยาคม

 โรงเรียนอนุบาลคอนผึ้ง    โรงเรียนชุมชนผาผ่า  โรงเรียนบ้านไหม้

โรงเรียนแม่คะตวน  โรงเรียนบ้านแม่ออกเหนือ  โรงเรียนบ้านอุมดา

ท่านประธานศูนย์ให้ข้อคิดต่างๆในการจัดงานในครั้งนี้ครับ

มาทุกโรงเรียนเลยครับในศูนย์

คณะครูครับ

บรรยากาศในพิธีเปิดครับ

ในโรงยิมจะเป็นเกี่ยวกับงานศิลปะครับ

วาดภาพสีเทียน   สีน้ำ  ปั้นดินน้ำมัน  งานจักสาน   และโครงงานครับ

แม่ทะลุก็ส่งหลายรายการครับ

เมื่อพิธีเปิดก็เริ่ม  ลงมือทำกิจกรรมกันแล้วครับ

แต่ละกิจกรรมมีระยะเวลาในการทำงานครับ

ตั้งใจกันทุกคนเลยนะครับ

โครงงานของโรงเรียนบ้านแม่ทะลุครับ

กับคุณครูที่ปรึกษาโครงงานครับ

การปั้นดินน้ำมันในช่วงชั้นที่ 1 เริ่มแล้วครับ

เช่นเดียวกับงานจักสานของพื้นบ้านครับ

ช่วงชั้นที่2

30 นาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก

ทุกคนต่างแสดงฝีมือกันในงานครับ

ของโรงเรียนบ้านแม่ทะลุครับ

วันนี้ตัวจริงไม่มาครับ

เลยส่งตัวสำรองมาแทนครับ  แม่ทะลุและแม่เกาะครับอิสระครับตามสะบายไม่เครียดครับ

น้องๆ น่ารักกันทุกคนเลยครับ

ภาพของจินตนาการเริ่มส่งผ่าน

และสื่อออกมาแล้วครับ

เสร็จแล้วครับ

ต่อไปคุณครูเขาก็จะถามเนื้อเรื่องในภาพวาดครับว่าไงคะ

หนูวาดรูปอะไรคะ.....................

คุณครูผู้หญิงนะครับ...ไม่ใช่ภู่กันดอยนะครับภู่กันดอยเป็นผู้ชายครับอย่าเข้าใจผิดนะครับ

แม่ทะลุกับแม่เกาะวิทยาครับ

น้องปิงแพกัลสลิงเดชครับ

เหงาจัง..................เพื่อนไปไหนหมดแล้วหน่า

บรรยากาศในงานครับ

ต่างคนต่างความคิด

ต่างคนต่างจินตนาการณ์

กำลังนำเสนอผลงานชของโครงการครับ

เริ่มเสร็จกันแล้วครับ

สำหรับอนุบาล  10-20 นาทีก็เสร็จแล้วครับ

เป็นไปตามวัยครับ

คุณครูถามหนูวาดรูปอะไรคะ.................ปิงแพ

ปิงแพตอบ....................................

ช่วงชั้นที่1  ครับ  เอาจริงเอาจังกันนะคัรบ

กรรมการฟังการนำเสนอครับ

ทำกันต่อไปนะครับ  สู้  สู้

นักเรียนในช่วงชั้นที่ 1 ครับ ปั้นดินน้ำมันครับ

กิจกรรมการวาดภาพสีน้ำครับ

โรงเรียนบ้านแม่ทะลุ

ส่งเด็กหญิงซิวาครับ

โครงงานของเพื่อนต่างโรงเรียนครับ

ที่เห็นนะครับคือกะบะใส้ใส้เดือนครับส่วนใส้เดือนไม่ได้ถ่ายมาครับ

ต้องขออภัยด้วยนะครับ

บรรยากาศภายในงานครับ

งานจักสานของใช้ในครัวเรือนครับ

โรงเรียนบ้านแม่ทะลุครับ

ทำดอกไม้ครับ

ทำแขวนของใช้ครับ

ดรงเรียนแม่ทะลุครับ  ตั้งใจนะครับ

ผลงาของนักเรียนครับ

กิจกรรมการสร้างผลงานในการนำเสนอครับ

โรงเรียนบ้านแม่ทะลุส่งมา  2 คนครับ

น้องท๊อปกับน้องพลอย

กิจกรรมการสร้างผลงานด้วยเทคนิคผสมครับ

ร่วมมือร่วมใจกันทำครับ

กิจกรรมการวาดภาพแสงเงาครับ

กิจกรรมการวาดภาพแสงเงาครับ

กิจกรรมการวาดภาพแสงเงาครับ

กิจกรรมการวาดภาพแสงเงาครับ

หัวข้อและสิ่งที่นักเรียนต้องวาดครับ

ข้อเสนอแนะนะครับคือการวางสิ่งที่ต้องวาดในครั้งนี้อาจสูงไปหน่อยครับคือเวลาเด็กนั่งวาดนั้นเด็กจะไม่สามารถเห็นแสงที่ตกกระทบกับวัตถุและเงานั้นได้ครับ

จากประสบการณ์การเป็นกรรมการตัดสินระดับเขตครับ

คือต้องให้เด็กนั่งล้อมวงกันโดยที่วัตถุนั้นต้องอยู่เสมอกรือไม่สูงไปกว่าเด็กครับ

จึงจะทำให้สามารถมองเห็นแสงและเงาที่ตกกระทบวัตถุนั้นครับ

ส่วนภาพที่วาดออกมานั้นถือว่าดีมากครับ  สวยงามแต่เงาอาจเป็นเงาที่

เพิ่มขึ้นเองจากความคิดของเด็กครับ

แต่ในช่วงชั้นนี้ดีมากครับ

พยายามต่อไปนะครับ

ขอบคุณครับ

กิจกรรมการร้องเพลงพระราชนิพนธ์ครับ

โรงเรียนบ้านแทะลุส่งเด็กชายไมตรีครับ

บรรยากาศจากมุมสูงครับ

เพื่อนมาให้กำลังใจครับ

ศิลปะ................คู่กับศิลปิน

ความคิด.................คู่กับจินตนาการณ์

การบงการควาคิด........................คือการฆ่าความคิดกับจินตนาการณ์

2  ชั่วโมงผ่านไปครับ

เริ่มหิวข้าวแล้วครับ

เสร็จแล้วครับผลงานน้องอนุบาลครับ    กิจกรรมการวาดภาพโดยใช้สีเทียนยครับ

ในครั้งนี้ภู่กันดอยได้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินด้วยครับ

ผลงานน้องอนุบาลครับ

ผลงานน้องอนุบาลครับ  ที่1 ครับ

ลงสีดีครับ   องค์ประกอบพอใช้  เนื้อหาดี  แต่ยังขาดการเพิ่มเติมของรูปและเนื้อหาครับ

องค์ประกอบดี   เนื้อหาดี  การลงดียังไม่สมบูรณ์ครับ

ผลงานน้องอนุบาลครับ

ผลงานน้องอนุบาลครับ

ผลงานน้องอนุบาลครับ

คุณครูกำลังตรวจผลงานนักเรียน   กิจกรรมการวาดภาพโดยใช้สีเทียนยครับ

ใยช่วงชั้นที่  1 ครับ

ผลงานของนักเรียนช่วงชั้นที่ 1 ครับสีเทียน

   กิจกรรมการวาดภาพโดยใช้สีเทียนยครับ

   กิจกรรมการวาดภาพโดยใช้สีเทียนยครับ

   กิจกรรมการวาดภาพโดยใช้สีเทียนยครับ

   กิจกรรมการวาดภาพโดยใช้สีเทียนยครับ

   กิจกรรมการวาดภาพโดยใช้สีเทียนยครับ

   กิจกรรมการวาดภาพโดยใช้สีเทียนยครับ

   กิจกรรมการวาดภาพโดยใช้สีเทียนยครับ    ช่วงชั้นที่ 1  ครับ

ต่อไปเป็นกิจกรรมการปั้นดินน้ำมันครับ       ในระดับชั้นอนุบาลครับ

ผลงานน้องน้อง  อนุบาลครับ

ผลงานน้องน้อง  อนุบาลครับ

ผลงานน้องน้อง  อนุบาลครับ

ผลงานน้องน้อง  อนุบาลครับ

ผลงานน้องน้อง  อนุบาลครับ

ผลงานน้องน้อง  อนุบาลครับ

ผลงานการปั้นดินน้ำมันในช่วงชั้นที่1 ครับ

ผลงานการปั้นดินน้ำมันในช่วงชั้นที่1 ครับ

ผลงานการปั้นดินน้ำมันในช่วงชั้นที่1 ครับ

ผลงานการปั้นดินน้ำมันในช่วงชั้นที่1 ครับ

ผลงานการปั้นดินน้ำมันในช่วงชั้นที่1 ครับ

ผลงานการปั้นดินน้ำมันในช่วงชั้นที่1 ครับ

ผลงานการปั้นดินน้ำมันในช่วงชั้นที่1 ครับ

ผลงานการปั้นดินน้ำมันในช่วงชั้นที่1 ครับ

พู่กัน................คู่กับศิลปิน

ความคิด............คู่กับจินตนาการณ์

ทานข้างเสร็จแล้วก็มานั่งพักผ่อนกันครับ

การเดินทางของเด็กเหล่านี้ยังหาที่สิ้นสุดไม่.................แต่เป็นเพียงประสบการณ์หนึ่งเท่านั้น

การเดินทาง.......................ยังอีกไกล

ประสบการณ์จะทำให้เด็กเหล่านี้สามารถต่อสู้กับสิ่งที่มากระทบกับตัวเขาได้

1.................วัน................หลายประสบการณ์.....................พบเจอหลากหลายความคิด

พบเจอมากมายหลายจินตนาการณ์...................หลากหลายผู้คน

การเดินทางของเด็กน้อย................หลาย ๆ คน

หลาย ๆ .........ก้าว

ยังต้องเดินทานต่อไป..........สำหรับประสบการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าหากไม่มีคุณครูที่คอย

ให้คำแนะนำ  เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อมาให้กับเด็ก ๆ เหล่านี้ 

เพื่อมาช่วยกันพัฒนาอนาคตของชาติต่อไป...และช่วยกันสนับสนุนเด็กต่อไปนะครับ

น่านับถือ...น่าชื่นชม

ขอบคุณคุณครูทุกคนที่มีอุดมการณ์ทุกคนนะครับ

สุดท้ายนี้เป็นสิ่งที่ปฏิบัติของพู่กันดอยคือข้อคิดที่ได้ในครั้งนี้ครับ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้

เป็นสิ่งที่ดีมากครับ

ทำให้เด็กนักเรียนได้แสดงผลงานที่ตนเองถนัดออกมา

แสดงให้เพื่อน ๆ   และกรรมการที่ตัดสินครับ

และยังเป็นการสืบสาน ศิลปวัฒนธรรมด้วยครับ

โดยที่เด็กเหล่านี้หาได้หวังมากไปกว่านี้ไม่..............ใช่ไหมครับ

ซึ่งต่างจากผู้ใหญ่ที่....................หวังมากกว่าเด็ก

เสียอีก.ว่าไหมครับ

ธรรมดาของการประกวดครับ

แต่สิ่งสำคัญที่เราต้องยอมรับครับ

ความคิด.............และจินตนาการณ์ของเด็ก

 เข้าใจนะครับ

ว่าคุณครูทุกคนซ้อมเด็กมาดีครับ

แต่การปล่อยให้เด็กได้ทำ

ในขณะการแข่งขันนั้น

เป็นการทบทวนไปในตัวเด็กครับ........................แต่ในขณะประกวดนั้นในระดับที่สูงขึ้น

การที่ผู้ใหญ่จะคอยไปแนะนำนั้น................หาได้กระทำได้ครับ

และถ้าถึงในสถานการณ์นั้นหละครับ...............

ใครจะไปช่วยเด็กได้ครับ.........

นอกจากตัวเด็กเอง

ดังนั้นการแข่งขันในครั้งนี้พู่กันดอยเห็นแล้ว................

เลยอดเป็นห่วงไม่ได้ครับ....’งง ครับ  ..........นี้เป็นการแข่งขัน.........หรือสอนเด็กทำครับ

บางคนนั่งกับเด็กเลยครับ

คงหวังในตัวเด็กมากครับ..

เลยส่งผ่านมาทางตัวหนังสือนี้นะครับ

บางคนอาจจะเห็นว่า

พู่กันดอย

ทำไมถึงคิดแบบนี้

ไม่รักเด็กหรือ

ในเมื่อเด็กไม่เป็นไปตามที่ครูวางไว้....... เราต้องช่วย....บางคนคิดแบบนี้

ท่านครับ

เคยได้ยิน    พ่อ  แม่  รังแก ฉัน

บทสรุปคืออะไรครับ

เด็กคนนั้นทำอะไรไม่เป็นใช่ไหมครับ

และอีกอย่างหนึ่งครับที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นครับ

คือการบงการความคิดเด็กครับ

เพราะเด็กแต่ละคนความสามรถไม่เท่ากันครับ

โดยที่บางคนถ้าเด็กทำไม่ถูก.....ถึงกับพูดไม่สุภาพกับเด็ก......ทำให้เด็กเก็บไปคิดและยังเป็นการปิดกั้นความคิดของเด็กมากด้วยครับ

ดังนั้น  การไว้ใจ    ความคิด  จินตนาการณ์ในตัวเด็กสำคัญที่สุดครับ

ในระดับและวัยของเด็กนั้นจะแฝงด้วยจินตนการณ์มากมาย

หลายอย่างครับไม่ต้องกล้วนะครับว่าจะทำไม่ได้

เด็กทุกคนเก่งทุกคนครับ  และหน้ารักทุกคนครับ  ดังที่เอามาให้ชมในข้างต้นครับ

ผู้ที่เกี่ยวข้องลองนำไปคิดดูนะครับว่าที่

ภู่กันดอย

พูดมาถูกผิดแค่ไหนครับ

ขอบคุณครับ

ภู่กันดอย......สบเมย  ...... แม่ฮ่องสอน

ผู้ที่เกี่ยวข้อง…….ท่านผู้ชม (เพื่อน  น้อง พี่  ป้า  น้า  อา  ลุง  ยาย )

สามารถติชมได้ครับ...............ในคำพูดของภู่กันดอย


 


 



สุดท้ายขอขอบคุณ  

โรงเรียนเรียนร่วมช่วงชั้น

โรงเรียนบ้านแม่ทะลุ / โรงเรียนบ้านแม่เกาะวิทยา

ที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของภู่กันดอยเช่นเคยครับ

ขอขอบคุณ

นักเรียนชั้นอนุบาล  - นักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ 1  - 6  ครับ

ที่ทำให้คณะครูทุกท่านที่ได้เห็นสิ่งดีดีที่ได้ก่อ

และกำเนิดขึ้นมา.... จากสิ่งเล็ก ๆ  สังวัน

เจ้าจะต้องทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ (ทำดีต่อไปนะครับ)

ขอขอบคุณอีกครั้ง

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่ทะลุ / ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่เกาะวิทยา

ที่ให้การสนับสนุนการสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อเผยแพร่มุมหนึ่ง

ในหลาย ๆ มุม ของสังคม และชุมชน   และกิจกรรมของโ รงเรียน 

 (ท่านผอ. ธวัช  โลกา / ท่านผอ. ทองสุก  ยะมะกะ )

ขอขอบคุณ

ขอขอบคุณคณะครูทุกท่านที่เป็นเหมือนพี่     ที่คอยดูแล แนะนำ ในสิ่งดี ๆ ให้กับ ภู่กันดอย 

พี่นรินทร์  พี่พลับพลึง  พี่ภาวินี  พี่จันทร์  พี่มิ้ว พี่นี  พี่อ้อม

ขอขอบคุณ

ลุงแดง  ที่คอยหาอุปกรณ์และอำนวยความสะดวกกับคณะครูและนักเรียนและรถส่วนตัวด้วยครับ

ขอบคุณครับ

ขอขอบคุณ

เจ้าบ้านที่หน้ารักครับ

โรงเรียนสบเมยวิทยาคม

(ท่านผอ. เสียง   ทิพย์รส  ขอบคุณครับ )

และคณะครูทุกท่านที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยนะครับ

เกือบลืมครับ 

ขอขอบคุณ   บ้านหลังใหญ่และผู้ใหญ่ในบ้านครับ  ครับ 

(สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2  ครับ)

ที่ให้โอกาสในการทำงาน และคอยดูแลและช่วยเหลือตลอดมา

ขอขอบคุณ

และกระทรวงศึกษาธิการ   / สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ที่คอยดูแลคุณครูบนดอยไกลแม่ฮ่องสอนครับ

( ถ้ามีท่านผู้ใหญ่ในกระทรวงดูอยู่ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ )

( จะได้นำข้อคิด ข้อแนะนำ ไปปฏิบัติ  ได้อย่างถูกต้องครับ )

 สุดท้ายที่ลืมไม่ได้ จริง    ครับ 

เพื่อน  น้อง   พี่  ป้าน้า อา ลุง  ยาย  

ที่เข้ามาชมและแนะนำในการจัดกิจกรรมนะครับ

ผิดพลาดประการใด.............ขออภัยมา      ที่นี้ด้วยนะครับ

ปล.    ขอความคิดเห็นด้วยครับเพื่อผมจะได้นำไปปรับปรุงตัวเองครับ

ขอบคุณมากมากครับ

ภู่กันดอย

27/07/51

โดย ภู่กันดอย

 

กลับไปที่ www.oknation.net