วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนังสือเล่มเล็ก...เรื่องไม่เล็กของคนตัวเล็ก


หนังสือเล่มเล็ก...เรื่องไม่เล็กของคนตัวเล็ก

             และแล้วกลุ่มทราย ฯ ก็มีงานเข้าอีกระลอกกับการเตรียมส่งผลงาน

เข้าประกวดหนังสือเล่มเล็กและบทกวีสินไซในงานวรรณกรรม ดนตรี กวี ศิลป์ สองฝั่งโขง 

ซึ่งเรามีเวลาทั้งหมดในการเตรียมผลงานทั้งสิ้นสองสัปดาห์   แต่เป็นสัปดาห์อัน

แสน(สาโหด)สาหัส....นั่นเป็นเพราะเป็นสัปดาห์ที่อยู่ระหว่างการสอบปลายภาค

ของเด็ก ๆ ก่อนที่จะปิดเทอม

                งานนี้ครูของทราย ฯ เองก็วิตกกังวลเล็กน้อยเพราะกลัวจะเป็นการกระทบ

กับการอ่านหนังสือสอบของเด็ก ๆ แต่เหล่าทรายเม็ดน้อยก็บ่ยั่นออกเสียงแข็งขันว่า

พวกหนูทำได้   งานนี้ครูเลยใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง    เหล่าเม็ดทรายพี่ ๆ ม. 6 ไม่ได้ส่ง

ผลงานเข้าลงชิงชัยด้วยเพราะวุ่นกับการสอบและการเตรียมตัวติวเพื่อสอบเข้าเรียนต่อ   

เลยปล่อยให้รุ่นกระเปี๊ยกโชว์ฝีมือ!  ซึ่งเป็นเด็ก ม.1 จำนวน  3   กลุ่ม ,

ม.3 จำนวน  2 กลุ่ม , ม. 4 จำนวน  2 กลุ่ม , ม.5  จำนวน  1  กลุ่ม

       

แต่ปัญหาของพวกเราคือ  เราจะเริ่มจากตรงไหนกันดี? 

หนังสือเล่มเล็กมันเป็นยังไงคะครู?  

หลายคำถามที่ประดังเข้ามา ครูเองก็มึนเล็กน้อย

โทรศัพท์ถามจากผู้รู้หลาย ๆ ท่านก็ไม่กระจ่างใจเท่าใดนัก 

หาข้อมูลในอินเตอร์เนตก็มีแต่ผลการประกวดในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา 

ไม่มีข้อมูลในการจัดทำซักนิด   

    ครูเหลือบไปมองดูชั้นหนังสือของกลุ่มทราย ฯ  ที่มีหนังสือหลายเล่มจาก

เหล่านักเขียนที่ใจดีส่งมาให้    หยิบมาพลิก ๆ ดูกับเด็ก ๆ แล้วก็ตัดสินใจแล้วว่า 

เราจะทำรูปแบบเหมือนหนังสือเล่มใหญ่ ๆ  ของจริง   มีคำอธิบายว่าใครเป็น

ผู้วาดภาพประกอบ  เขียนคำ  ออกแบบปก พิสูจน์อักษร   มีหน้าสารบัญ  

คำนำจากผู้เขียน    เนื้อหาที่นำเสนอ  และท้ายเล่มก็จะมีประวัติผู้เขียนด้วย! 

โดยหนังสือที่พวกเราเลือกมาเป็นตัวอย่างของรูปแบบหนังสือเล่มเล็กของเรา 

คือ  หลายชีวิตคิดถึงบ้าน ของ ไพวรินทร์  ขาวงาม   

     จากนั้นครูก็เล่าเรื่องสินไซให้ฟังอย่างย่อ ๆ  แล้วแจกเอกสารเกี่ยวกับ

สินไซให้กลุ่มละ 1 ปึก   โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก  ผศ.ยุบล ธนสีลังกูร  

ผู้ใจดีที่ให้เอกสารและหนังสือเกี่ยวกับสินไซมาให้เด็ก ๆ ได้ศึกษา   แถมเอกสาร

แบบฝึกการหัดเขียนภาษาไทน้อยมาอีก....และอาจารย์ปู่(เอกลักษณ์  บุญท้าว)

ก็ให้งบประมาณมาสมทบในการซื้อวัสดุเพื่อจัดทำหนังสือเล่มเล็กตั้ง 1,000  บาท

กลุ่มทราย ฯ เลยสบายเฮไปเลย

 

 

 เพื่อกระบวนการที่เร็วขึ้นครูก็เลยมีใบงานเล็ก ๆ ให้แต่ละกลุ่มไปทำโดย

ให้ตอบคำถามครูแต่ละข้อดังนี้

1.   ชื่อกลุ่ม

2.   ชื่อหนังสือเล่มเล็ก

3.   เนื้อหาในการนำเสนอ

4.   หน้าที่ของแต่ละคนที่รับผิดชอบ

5.   ประวัติผู้เขียน

6.   ฯลฯ

เด็ก ๆ ก็ช่างได้ใจ   ช่วงก่อนสอบหนึ่งสัปดาห์  ครูส่วนใหญ่จะให้เวลา

นักเรียนอ่านหนังสือเพื่อทบทวนความรู้    แต่เด็กทราย ฯ จะใช้เวลา

เหล่านั้นแอบมาขลุกอยู่ที่ห้องแนะแนวซึ่งเป็นห้องทำงานประจำของครู  

ถอดรองเท้า  เอาโต๊ะญี่ปุ่นมากาง   ช่วยกันเขียนเรื่อง   วาดรูป

และก็ผลัดกันเอางานมาเสนอให้ครู   บ้างก็วางรูปแบบของงาน

เห็นเป็นที่ไม่น่าพอใจก็รื้อชั้นหนังสือของกลุ่มทราย ฯจนเละตุ้มเป๊ะ

เพื่อดูหนังสือเล่มอื่นเป็นตัวอย่าง โดยทั้งคำและภาพประกอบภายใน

เล่มนั้นเกิดจากมันสมองสองมือน้อยล้วน ๆ  ครูก็ดูแลเรื่องคำถูกคำผิดให้  

และพิมพ์เนื้อหาให้สำหรับเด็ก ม.1  ส่วนเด็กโตก็ต้องช่วยเหลือตัวเองตามระเบียบ   

และบางทีต้องช่วยกันพิมพ์ให้น้อง ๆ ด้วย 

พอถึงตอนเข้าปก

เด็ก ๆ เสนอความคิดว่าควรนำผ้ามาห่อปกเพื่อเพิ่มความสวยงามอลังการมากขึ้น 

ครูเองก็เห็นด้วย    ต่างก็พากันตัดผ้าเล่นกาวกันอย่างเมามัน...เอาไงเอาตามกัน 

ช่วงเวลาที่สนุกที่สุด คือ การแอ็คท่าถ่ายรูปประกอบหน้าสุดท้ายในประวัติผู้เขียน 

และการตามเก็บภาพชีวิตระหว่างการดำเนินการผลิตโดยฝีมือช่างภาพหัดใหม่  

ด็กชายธนพลของครู  ซึ่งกำลังเห่อกล้องหลังจากที่ครูสอนวิธีการถ่ายภาพให้

(ครอบครัวอันอบอุ่นซึ่งเป็นแรงหนุนให้เด็กทราย ฯ)

        แล้วทุกอย่างก็เสร็จสมบูรณ์แบบทุลักทุเล    ตาบวมปูดกันทั้ง

ครูและนักเรียนเพราะอดนอนกันหลายคืนในฐานที่มั่นทราย ฯ  ภายในบ้านของครู 

กลางดึก ผ้าม่านสีเขียวปลิวไหวเพราะแรงลม  มีเสียงไอของผู้เฒ่าซึ่งนอนป่วย

อยู่ห้องข้าง    ดังมาเป็นระยะ   แต่เด็กทราย ฯ ก็ยังคงง่วนอยู่กับหนังสือเล่มเล็ก

ของตนท่ามกลางแสงไฟ(ทั้งที่ตอนกลางวันของทุกวันต้องเข้าห้องสอบ)

เป็นภาพอุ่นซึ้งในใจ   ง่วง เหนื่อย  แค่ไหน   เด็ก ๆ เหล่านี้ก็มี

รอยยิ้มอยู่เสมอ..ด้วยเขารู้ว่ามีใครทำเพื่อเขา  และเขาทำเพื่อใคร

        ครูหอบผลงานทั้งหมดไปส่งที่ไปรษณีย์  จากนั้นก็ไปนอนแผ่หลา

ใต้ร่มไม้ริมเขื่อนโดยมีแม่ของครูคอยนั่งเฝ้า แม้การอดนอนมาหลายคืนและการ

ได้นอนพักใต้ร่มไม้ในที่โล่งเป็นการพักผ่อนอย่างที่ฝัน  แต่ก็ไม่สามารถหลับตาลง

ได้ง่ายอย่างที่คิด  เพราะมีเรื่องต่อเนื่องให้คิด...แม้จะบอกลูกศิษย์ว่า 

“ อย่าคาดหวังมากนักกับรางวัล   ขอแค่ได้ลงมือทำ-ลงมือสร้างหนังสือซักเล่มขึ้นมาได้ด้วยฝีมือตัวเอง  นั่นก็เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจแล้ว

ใครไม่รู้ ครูรู้   เธอรู้ นั่นก็เป็นความจริงที่เพียงพอแล้ว  ขนาดผู้ใหญ่ตัวโต ๆ

ยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย   เท่าที่ครูเห็นความพยายามทั้งหมดของพวกเรา 

ครูให้ที่หนึ่งในใจครูเลย “

  แต่จริง ๆ แล้ว  ครูภาวนาอยู่ตลอดเวลา ขอให้มีสิ่งดี ๆ ตอบแทนผลแห่งความ พยายาม  ใฝ่ดี  ที่เด็ก ๆ เหล่านี้เป็น ความเป็นเด็กดีของเขาได้ให้อะไรหลายอย่าง

แก่ทุกคนที่อยู่ใกล้ ให้ใครซักคนมีชีวิตอยู่ด้วยมีสิ่งชูใจ ให้ใครหลายคน

มียิ้มน้อยยิ้มใหญ่บนใบหน้า   ให้คนอ่อนล้าได้มีแรงใจ   

ในความเป็นเด็ก...เขาได้เป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับ   

และโปรดเถิดฟ้า...ขอปาฏิหาริย์   ให้มือน้อย ๆ เหล่านี้

ได้เป็นผู้รับอย่างที่ครูหวัง...แม้เขาเหล่านั้นจะไม่เคยคาดหวัง!

            

วิไลลักษณ์  วิไลแก้ว/กลุ่มทรายวรรณกรรมลุ่มน้ำดำ

รายงาน

 

โดย อาจารย์อ้อ

 

กลับไปที่ www.oknation.net