วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ราชวงศ์โรมานอฟกับประเทศไทย....


ผมอ่านข่าวเรื่อง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พูดในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย กรณียกตัวอย่าง “ราชวงศ์โรมานอฟ” ของรัสเซียในอดีตที่ถูกโค่นไปราวๆ 80 ปีก่อน แถมด้วยการให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคเพื่อไทยแล้ว ก็มีเรื่องอยากจะเล่า 

เพราะเข้าใจว่า ทั้งสองท่านอาจจะไม่ทันได้อ่านประวัติศาตร์ความสัมพันธ์ของรัฐสยามโดย ราชวงศ์จักรีกับราชวงศ์โรมานอฟเท่าไร จึงพูดอะไรอย่างไม่ให้ความเคารพแบบนั้น

ตามประวัติศาตร์ ไทยกับรัสเซีย ช่วยเหลือกันมาแต่ก่อนอย่างมาก ถึงกับนักประวัติศาสตร์บางท่านระบุว่า ราชวงศ์โรมานอฟมีส่วนอย่างมากที่ทำให้สยามไม่ทำให้ต้องตกเป็นเมืองขึ้นในยุคล่าอาณานิคม

ผมรู้เรื่องนี้ครั้งแรกจากหนังสือวรรณกรรม สี่แผ่นดิน ของ อ.คึกฤทธิ์ ปราโมช

"ศัพท์แสงที่ใช้กันในวัง ซึ่งคนข้างนอกไม่รู้พลอยก็เข้าใจ และใช้ได้ถูกต้อง เป็นต้นว่ามีงานการอย่างใหญ่ ต้องตระเตรียมมาก ก็มักจะพูดกันว่า "ราวกับรับซาเรวิช" ซึ่งพลอยก็เข้าใจว่าเป็นงานใหญ่ โดยไม่ต้องรู้ว่า "ซาเรวิช" นั้นคือ พระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ ๒ เมื่อเสด็จเมืองไทย สมัยเป็นมกุฏราชกุมารประเทศรุสเซีย ทางวังเตรียมรับเสด็จกันเป็นการใหญ่ จนกลายเป็นคำพูดติดปาก"

ภาพครั้ง พระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 เสด็จเยือนสยาม (องค์ที่สองจากซ้ายแถวหน้าสุด)

คือในสมัยนั้นครั้ง วันที่ 20-24 มีนาคม พ.ศ. 2433 สยามได้รับเสด็จพระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 และจัดงานต่างๆอย่างยิ่งใหญ่ทุกประการ ทั้งที่เพื่อเจตนาจะคานอำนาจของ อังกฤษและฝรั่งเศสที่ข่มขู่สยามทุกวิถีทางในขณะนั้น ทำให้มกุฏราชกุมารประเทศรุสเซีย ทรงประทับพระทัยและรักใคร่รัชกาลที่ 5 อย่างมาก 

เมื่อพระองค์ทรงขึ้นครองราชสมบัติก็ได้ทรงตอบแทน โดยในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2440 พระองค์ทรงเชิญ พระเจ้าแผ่นดินสยามเหยียบย่างประพาศแผ่นดินรัสเซีย รัชกาลที่ 5 พร้อมข้าราชบริพารเสด็จพระราชดำเนินมาถึงกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยมีพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 เสด็จฯ มาทรงรับถึงสถานีรถไฟ และได้ทูลเชิญให้ประทับที่พระราชวังฤดูร้อน พระราชวังนอกเมืองที่คนรัสเซียเรียกกันว่า “ปีเตอร์-ฮอฟ” 

พระพุทธเจ้าหลวงทรงประทับถึงสิบกว่าวันในอาณาจักรรัสเซียอันยิ่งใหญ่  ได้เสด็จเยือนนครมอสโกเมืองหลวงเก่า และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ (รัชกาลที่ 6) ซึ่งในขณะนั้นทรงศึกษาอยู่ที่อังกฤษได้ตามเสด็จมาสมทบ และได้เข้าเฝ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และพระราชวงศ์ ด้วย 

เล่ากันว่า พระเจ้าซาร์ฯทรงรักใคร่รัชกาลที่ 5 มาก ถึงกับเคยตรัสว่า " เขา (ร.5) เป็นพี่ชายของฉัน" และ เคยตรัสจะยกประเทศ เดนมาร์ก ให้กับสยามด้วย แต่พระพุทธเจ้าหลวงทรงปฎิเสธจะรับ

ล่าสุดได้มีการพบพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 อย่างสมบูรณ์ครับ อายุ116 ปี ในหอจดหมายเหตุพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงถ่ายรูปร่วมกับรัชกาลที่ 5 ครั้งเยือนแผ่นดินสยาม ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับสถานทูตสหพันธรัฐรัสเซีย ประจำประเทศไทย และสำนักข่าวอิตาร์-ทาสส์ ของรัสเซีย คัด 100 ภาพจัดแสดงนิทรรศการ ขณะที่สองรัฐบาลทุ่มงบบูรณะซ่อมแซมที่ประทับปีกซ้ายพระราชวังปีเตอร์ฮอฟ เชื่อมความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย 110 ปี อีกด้วย

.................................................................. 

อีกเล่มที่ผมอ่านคือ เกิดวังปารุสก์ ครับ ซึ่งเป็นพระประวัติของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ซึ่งเล่าถึงพระองค์ที่ทรงเป็นลูกครึ่งรัสเซีย

เนื่องจากหลังจากการเยือนรัสเซีย พระเจ้าซาร์นิโคลัสฯ จึงได้ทรงชักชวนให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ส่งพระราชโอรสไปศึกษาที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งพระองค์ยินดีที่จะอุปการะเสมือนสมาชิกราชวงศ์โรมานอฟด้วย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯครั้งเสด็จเยือนประเทศรัสเซีย 

ปี พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ส่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนารถ กรมขุนพิษณุโลกประชานารถ ซึ่งขณะนั้นทรงศึกษาอยู่ในประเทศอังกฤษอยู่แล้ว ให้เข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อยมหาดเล็กที่รัสเซียตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าซาร์นิโคลัส

ในการไปศึกษาของพระองค์ในประเทศรัสเซียคราวนั้น มีผู้ตามเสด็จไปร่วมเรียนด้วยคือ นายพุ่ม สาคร นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงที่สอบชิงทุนได้เป็นครั้งแรก นายพุ่ม สาคร เป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมเทพศิรินทร์ โดยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้นายพุ่มฯ เข้ารับการศึกษาร่วมกับพระราชโอรสด้วย

ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ผลการสอบของพระองค์ในโรงเรียนนายร้อยฯ ปรากฏว่าพระองค์ทรงสอบไล่ได้ที่ 1 นายพุ่มสอบได้เป็นที่ 2

และผลการสอบของพระองค์ในโรงเรียนนายร้อยมหาดเล็กในราชสำนักกรุงรุสเซีย ทรงทำคะแนนได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของโรงเรียน ดังนั้นพระนามของพระองค์จึงได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลาอ่อนของโรงเรียนด้วย ทั้งนี้ทำให้พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงพอพระทัยยิ่ง ได้ทรงแต่งตั้งให้เป็น นายพันเอกพิเศษในกองทัพบกรัสเซีย และพระราชทานสายสะพายเซนต์อันเดรย์ ซึ่งเป็นตราสูงสุดของประเทศรัสเซียสมัยนั้นอีกด้วย

เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนารถ กรมขุนพิษณุโลกประชานารถ ทรงพบรักกับแคทริน พยาบาลสาวชาวรัสเซียและแต่งงานกัน มีบุตรชายหนึ่งพระองค์คือ  พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์

..................................................... 

จะเห็นได้ว่า ประเทศไทย ราชวงค์จักรีของไทย กับ ราชวงศ์ โรมานอฟ มีความผูกพันมาช้านาน

และตามประวัติศาสตร์สาเหตุการล่มสลายของ ราชวงศ์โรมานอฟ ก็ไม่ใช่เพราะ อย่างที่ บิ๊กจิ๋วและพ.อ.อภิวันท์ กล่าวหาว่าเพราะที่บิ๊กจิ๋วว่า "การปกครองไม่เป็นธรรมของผู้ปกครองที่มีต่อผู้ใต้ปกครองคือประชาชน จะทำให้ไม่ได้รับการยอมรับ"

หนังสือบางเล่มบอกอย่างกลางๆว่า พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงเป็นกษัตริย์ ที่ใจอ่อนมากเกินไป สำหรับการปกครองประเทศ ที่ใหญ่โตอย่างรัสเซีย จะเห็นได้ว่าเอาใจประชาชนโดยทรงยินยอม ให้ประชาชนมีเสียงในการปกครองมากขึ้นเป็นครั้งแรก โดยยอมให้มีการตั้งสภาดูมา (Duma) และอนุญาตให้มีสมาพันธ์กรรมกร (Labour Uninon) และให้มีการตั้งพรรคการเมืองได้

แต่สาเหตุหลักจริงๆ คือ การเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 แม้จะชนะสงคราม และส่งผลทำให้เกิดภาวะขาดแคลน ประชาชนอดอยาก และตรงช่วงนั้นเองที่ทำให้เกิดการปฎิวัติ (ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่น รัสปูติน เป็นองค์ประกอบย่อย)

ผมไม่รู้ว่าเจตนาจริงๆของทั้งสองท่านที่พูดถึงราชวงศ์โรมานอฟขึ้นมานั้นคืออะไร.....

แต่อยากเล่าให้เพื่อนๆฟัง ถึงสิ่งที่พระมหากษัตริย์เราได้ทำเพื่อแผ่นดินไทย และเล่าถึงความจริงใจที่ได้รับจากมิตรประเทศในขณะนั้น ยุคล่าอาณานิคม ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสต่างหาผลประโยชน์และยึดดินแดนของสยามอย่างมากที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้

อ่านดูตามประวัติศาสตร์แล้ว คงมีแต่รัสเซียและราชวงศ์โรมานอฟที่แสดงตัวคานอำนาจพวกเขาอย่างเปิดเผย และช่วยเหลือสยามทุกอย่าง

สำหรับผมก็เห็นว่า - พระเจ้าซาร์นิโคลัสฯ มีพระคุณกับแผ่นดินไทยไม่ใช่น้อย พระองค์ถึงกับทรงมีพระราชสาส์นไปบอกประเทศอื่นๆในยุโรปไม่ให้มายุ่งกับสยาม ซึ่งพระองค์ถือเป็นมิตร ผมก็ยังนับถือน้ำพระทัยของพระองค์มาจนทุกวันนี้ 

เจตนาจริงๆคืออะไร ผมไม่ทราบ แต่ผมเห็นว่าการที่พูดอะไร โดยไม่เข้าใจถึงที่มา และความสัมพันธ์กับประเทศไทยทางประวัติศาสตร์ ไม่เพียงแต่ไม่เหมาะสมเพราะขาดกตัญญูแล้ว ยังดูไม่มีความรู้เท่าที่ควรด้วย....

โดย cozy

 

กลับไปที่ www.oknation.net