วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนังโป๊ไทย กับ เสรีภาพยุค 14 ตุลา 16


    หลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลัง 14 ตุลาคม 2516 นอกจากจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองที่สำคัญของไทยแล้ว  ในด้านเสรีภาพในการแสดงออก ยังเปลี่ยนไปมาก  วงการหนังไทยได้ใช้เสรีภาพกันอย่างเต็มที่เสมือนกับการระเบิดทางอารมณ์ที่เก็บกดมานาน   ด้านหนึ่งทำให้เกิด หนังแนว สะท้อนสังคม  ที่ผมกล่าวไปแล้วในตอนก่อน http://www.oknation.net/blog/moviehall/2007/07/14/entry-1  ในด้านตัวละครของหนังไทยก็ได้มีการก้าวข้ามเส้นการแสดงของนางเอก ที่จะต้องสามารถ แสดงบทโป๊ เปลือย ได้ ซึ่งแต่ก่อนนี้บทในลักษณะนี้จะถูกสงวนไว้ให้กับดาวยั่ว หรือดาวโป๊เท่านั้น  ( http://www.oknation.net/blog/moviehall/2007/07/10/entry-1
 
ทว่าผลของเสรีภาพอีกด้านหนึ่งไม่ค่อยมีผู้ใดกล่าวถึงนักก็คือ การมีหนังโป๊ ผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีการใช้บทสนทนาที่หยาบคายและโจ่งแจ้ง นอกจากนี้การกล่าวถึงเรื่องเพศ หรือเรื่องกะเทยซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อน ก็เริ่มเกิดขึ้นในช่วงนี้ด้วย

เซ็กส์ ถูกนำมาใช้ให้เป็นเสมือนเครื่องหมายของการแสดงเสรีภาพของคนในเวลานั้น คนหนุ่มสาวในสังคม เริ่มเบื่อ หน่าย และหลังให้กับสถาบันทางสังคม และแสวงหาความหมายของชีวิต  (ยุคนี้ ที่คนหนุ่มสาวมักจะแต่งตัวแบบฮิปปี้ , หนุ่มสาวไทย ก็แต่งตัวแบบ 5 ย. คือ ผมยาวเสื้อยืด กางเกงยีนส์  รองเท้ายาง สะพายย่าม)
การเอาเซ็กส์ มาเป็นจุดขายในหนังไทย  โดยเนื้อหาอาจจะไม่มีอะไร ที่เกินเลยก็ได้

ในสหรัฐเอง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก เข้าร่วม สงครามเวียดนามของสหรัฐในช่วงต้นทศวรรษ60 ทำให้มี คนหนุ่ม สูญหายไปในสงครามจำนวนมาก จนเกิดการ ตั้งคำถามกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งยังไม่นับรวมถึงปัญหาการ เหลื่อมล้ำ ทางสังคม การกดขี่ ทางเพศ การเหยียดผิว ฯลฯ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่อต้านขนบและความคิดแบบเก่าที่มีอยู่ในสังคม ในช่วง ปลายยุค 60 จนถึงต้น 70  สิ่งเหล่านี้ เป็นแนวคิดที่สะท้อนไปทั่วโลก ที่ติดต่อถึงกันได้

ปี 2515  หนังเ รื่อง สาวขบเผาะ

เรื่อง  สาวขบเผาะ ( มีความหมายถึง เด็กสาว วัยรุ่น )

ผลงาน ของ ครูเนรมิตร 
 
แสดง โดย  ไพโรจน์ ใจสิงห์ - ผึ้ง สุวรรณแพทย์

ได้สร้างความ สนใจให้กับคนดูโดยในเรื่อง  นางเอก ( ผึ้ง  สุวรรณแพทย์ ) จะต้องเปลือยทั้งเรื่อง  เนื้อเรื่อง เล่าถึงเด็กสาวที่มีชีวิตอยู่ในป่า ตามลำพัง  และไม่ได้รับการอบรมในสังคมมนุษย์ จน พระเอกเข้าไปพบ  และ ช่วยเหลือออกมาให้อยู่ในสังคมมนุษย์  คือ ทาซาน สาว นั่นเอง

 

และในปี 2515 ยังมีภาพยนตร์ เรื่อง ชู้ ออกฉาย
( ผมเคยรีวิว ไว้แล้วครับ http://www.oknation.net/blog/moviehall/2007/07/12/entry-1 )

กำกับ โดย เปี๊ยก โปสเตอร์

แสดงโดย  กรุง ศรีวิไล . มานพ  อัศวเทพ .  วันดี ศรีตรัง , ดญ.ไขนภา เจียนบุตร

เรื่อง ชู้ นี้ ประสบความสำเร็จมากพอสมควร  และเป็นหนังเรื่องแรกที่  มีเนื้อหา หมิ่นเหม่ทางศีลธรรม และ ดารานำหญิง มีบทเปลือยแผ่นหลังให้เห็นน่ะครับ  ในยุคก่อนหน้านั้น นางเอกจะไม่มีบทโป๊ เด็ดขาดครับ

ในปี พ.ศ.2516 สื่อโฆษณาภาพยนตร์และสินค้าหลายชิ้นใช้ภาพที่ล่อแหลมออกเผยแพร่ ในหน้าหนังสือพิมพ์เองก็มีภาพผู้หญิง ผู้ชายเปลือยลงตีพิมพ์อยู่เสมอ

ปี พ.ศ.2516 มีหนังอีกหลาย เรื่อง ที่ เดินตาม กระแส  รสสวาท หนังที่ร่วมทุนกับฮ่องกง นำแสดง โดย ไพโรจน์ ใจสิงห์ - ปริม ประภาพร  มิสซีซาน

ตลาดพรหมจารี ผลงานการกำกับของ สักกะ จารุจินดา นำแสดงโดยสายัณห์ จันทรวิบูลย์ – ดวงดาว จารุจินดา

อีหนู (13สาว 11 บริสุทธิ์) กำกับโดย สุรพล โทณะวณิก

ปี พ.ศ.2517 มีการฉายหนังที่เข้าข่ายโป๊ หรือที่สื่อมวลชน ในยุคนั้น เรียกว่า “หนังขายเซ็กส์” อย่างต่อเนื่อง หนังหลายเรื่องสามารถสร้าง รายได้ อย่างดี กลายเป็นแรงจูงใจในการนำหนัง ในกลุ่มนี้ออกฉาย น่าจะเริ่มจากการ ที่มีหนังต่าง ประเทศที่ใช้ฉากเซ็กส์ เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องความสนใจจากคนดูประสบความสำเร็จ จนมีกระแส ว่าหนังที่ทำเงินจะต้องเป็น หนังโป๊ ซึ่งหนังที่เข้ามา ฉายเหล่านี้ส่งผลกับการสร้างหนังไทยในช่วงเวลานั้นด้วย

พ.ศ.2517  เทพธิดาโรงแรม เข้าฉาย

กำกับการแสดงโดย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล

สามารถทำรายได้อย่างถล่มทลาย พร้อมด้วยคำชม จากนักวิจารณ์ในหน้าข่าวบันเทิงว่า “เป็นหนังที่น่าสนใจ และเป็นก้าวใหม่ของวงการ หนังไทย” แม้ว่าตัวเนื้อหาของ เทพธิดาโรงแรม ได้ตีแผ่ขบวนการโสเภณีและองค์ประกอบของธุรกิจ และ พยายามสะท้อน แนวความคิดวัตถุนิยม ของตัวละคร ที่มาพร้อมกับระบบทุนนิยมในช่วงการขยายฐานทาง อุตสาหกรรมของรัฐบาล ก่อนหน้านี้ก็ตาม

แต่ผลที่เกิดในช่วงเวลานั้น เทพธิดาโรงแรม ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้น ในการเปลี่ยนแปลงภาพพจน์ของนางเอกในหนังไทย บทบาทของนางเอกจากเดิมที่ต้อง เป็นคนเรียบร้อย มีพฤติกรรมเหมือน เจ้าหญิงในนิทานถูกเปลี่ยนให้เป็น ด้านตรงกันข้าม สามารถมีความสัมพันธ์กับตัวละคร เพศชาย ตัวอื่นๆ ในเรื่องได้

หลังจาก เทพธิดาโรงแรม เข้าฉาย  และ ประสบความสำเร็จ  หนังเรื่องต่อๆมา ล้วนแต่เป็นเรื่องราว ของผู้หญิงที่มีอาชีพพิเศษ   จนมีคำกล่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่า “หนังที่เข้าฉายมีแต่เรื่องของโสเภณี”

นางร้อยชื่อ (ยอดชาย เมฆสุวรรณ – สุภัค ลิขิตกุล)

รอยมลทิน (สมบัติ เมทะนี – รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากูร)

น้ำตานาง (ไพโรจน์ ใจสิงห์ – วันดี ศรีตรัง)

สาวสิบเจ็ด (สมบัติ เมทะนี – วันดี ศรีตรัง - รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากูร)

ผัวเช่า 2517 ( สมบัติ เมทะนี - อรัญญา  นามวงศ์)

จนมาถึงหนังเรื่อง “ตลาดอารมณ์” (เข้าฉายวันที่ 10 สิงหาคม 2517)

 กำกับการแสดงโดย เนรมิต
แสดงโดย สมบัติ เมทะนี -อรัญญา นามวงศ์

อรัญญา นางเอกชื่อดังรับบท “ผู้หญิงประเภทเกือบจะขาดรักเสียไม่ได้ และเปลือยอารมณ์ อย่างที่สุด ”
สามารถทำรายได้เกินล้านบาทเมื่อ ออกฉาย อีกทั้งได้รับรางวัลดาราหญิงจากงาน มหกรรมภาพยนตร์ เอเชียครั้งที่ 20 ที่ประเทศไต้หวัน จากความสำเร็จของหนังเรื่องนี้เองได้สร้างภาพ ลักษณ์นางเอก หนังไทยในยุคนี้ว่า ต้องกล้าแสดงออกสามารถเล่นบทโป๊ได้

ภาพของนางเอกในช่วงเวลานี้ นอกจากจะต้องเพรียบพร้อมไปด้วยความสวยแล้ว ยังจะต้องใจกล้า ในการ แสดงด้วย ชื่อนักแสดงที่มักจะได้บทแบบนี้อาทิเช่น อรัญญา นามวงศ์, วันดี ศรีตรัง, รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากูร


ยังมีนักแสดงใหม่ที่เปิดตัวด้วยงานที่จะต้องมีบทโป๊ เช่น
วันทนา บุญบันเทิง จากหนังเรื่อง ทองประกายแสด

ปิยมาศ โมนยกุล ในหนังเรื่อง ขัง 8 

 ในช่วงเวลานี้เส้นแบ่งระหว่างนางเอกกับดาวยั่วได้จางลง นางเอกสามารถเล่นบทที่ดาวยั่วเล่นได้ นักแสดงที่อยู่ใน กลุ่มดาวยั่วจึงค่อยลดบทบาทไป 
แต่ที่เป็นผลกับ อุตสาหกรรมการสร้างภาพยนตร์ไทย ณ ช่วงที่หนังออกฉาย คือ การทำรายได้โดยมี เซ็กส์ เป็นจุดเรียกร้องความสนใจจากคนดู จนเกิดกระบวนการ เดินตามอย่างในการสร้างหนัง ที่มีองค์ประกอบแบบเดียวกัน

ปี 2517 ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ผู้ชายขายตัว” ภาพยนตร์ เรื่องแรก ของบริษัท ก. เจริญภาพยนตร์
อำนวยการสร้างโดย สำราญ เจริญผล
กำกับการแสดงโดย สุริยน ทองดวงดี
นำแสดงโดย กรุง ศรีวิไล - รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิ มากูร - อโนมา ผลารักษ์ - ดามส์ ดัสกร - วิภาวดี ตรียะกุล ฯลฯ
มีกำหนดเข้าฉาย พ.ศ.2517 ราวของเด็กหนุ่มบ้านนอกที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ และถูกชักชวนเข้ามาทำงานในบาร์ และ รับจ้างร่วมประเวณี กับสาวแก่แม่ม่ายทั้งหลาย… เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกในรอบปี ที่ไม่ได้ รับอนุญาตให้ฉายจากกอง ตรวจพิจารณาภาพยนตร์  ทางผู้สร้างจึงมีการถ่ายทำแก้ไขในฉาก ที่เจ้าหน้า ที่เห็นว่าไม่สมควร มีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “ผู้ชาย…?”

อีกทั้งในช่วงเวลา ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายได้ เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ ในเชิงลบกับหนังที่นำฉาก เซ็กส์ มาเป็นจุดขาย น่าจะเป็นผลให้หนัง เรื่องนี้ได้รับแรงต่อต้านมากกว่าปกติ หลังจากมีคำสั่งห้ามฉาย ภาพยนตร์เรื่อง ผู้ชายขายตัวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่กองพิจารณาภาพยนตร์ได้เข้มงวด กับภาพยนตร์ที่เข้าฉายใน โรงมากขึ้น ทั้งภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ
เป็นผลให้ในปีต่อมา หนังโป๊ ก็มีจำนวนลดน้อยลง


สรุปว่าตั้งแต่ต้นปีพ.ศ.2517 จะพบว่าหนังหลายเรื่องเป็น หนังชีวิต แบบที่เราคุ้นเคยกันดี มีการสร้างมาทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่ภาพที่ปรากฎออกมามีฉากเซ็กส์ ที่เกินมาตราฐานของหนังไทยแบบเดิม ( ในที่นี่ ต้องนึกถึง สภาพสังคม ยุค 2515-2517 น่ะครับ อย่าเทียบกับสมัยนี้ ) โดยมีการนำเสนอภาพเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนที่หนัง จะเข้าฉาย และใช้เป็นภาพประกอบในใบปิด คัดเอาท์ โดยนำเสนอเรื่องเซ็กส์ ในการโฆษณาเรียกร้องความสนใจจากคนดู ( ทั้งที่ เนื้อหาในเรื่อง อาจไม่มีภาพ โป๊เปลือยให้เห็นมากเท่าใด )

จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจ และยอมรับการเปลี่ยนแปลง ในหน้าหนังสือพิมพ์ทั้ง รายวัน และรายสัปดาห์ มีจดหมายแสดงความคิดเห็น ในเชิงไม่เห็นด้วยที่หนังไทยจะมีฉากที่ไต่เส้น ศีลธรรม ของสังคมไทยออกฉาย แต่ถ้าเราพิจารณาในแง่เศรษฐศาสตร์ เมื่อมีอุปสงค์จากผู้บริโภค โดยวัดจากรายได้ที่ หนังเรื่องนั้นๆ ออกฉายย่อมทำให้ผู้ผลิตต้องการที่จะผลิตงานออกมารองรับ ความต้องการเหล่านั้น เพียงแต่ สังคมไทยไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับสถานการณ์ที่กำลังเกิด การเปิดกว้างก็เป็นไปได้ยากเพราะจารีต ประเพณีแบบสังคมเก่ายังคงอยู่ การปิดกั้นก็ไม่อาจทำได้ เพราะเสรีภาพกำลังงอกงาม…และเซ็กส์ ก็เป็นอีก เรื่องที่คน (รุ่นใหม่) ในยุคนั้นต้องการเปิดกว้างและ พยายาม ก้าวข้ามเส้นที่ขีดไว้ในสังคมไทย เพื่อเรียก ร้องเสรีภาพให้แก่ตัวเอง เรื่องนี้ก็ยังถกเถียงกันอยู่ จนกระทั่งปัจจุบันน่ะครับ

โดย HOF

 

กลับไปที่ www.oknation.net