พิมพ์หน้านี้
|
"บ้านเอื้ออาทร เป็นเผือกร้อนอีกลูก ที่กำลังระอุอยู่ในมือผู้เกี่ยวข้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่จุดเริ่มต้นโครงการนี้ น่าจะเป็นอะไรดีๆๆ ที่รัฐบาลทำให้กับผู้มีรายได้น้อย... แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ผลประโยชน์กลับรั่วไหล เรี่ยราดระหว่างการจัดทำโครงการ สร้างกำไรที่อธิบายไม่ได้ ให้กับผู้เกี่ยวข้อง ทำให้วันนี้ บ้านเอื้ออาทร กลายเป็นปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะยิ่งสอบยิ่งผิด ยิ่งตรวจยิ่งเจอ เหมือนที่คณะกรรมการคตส. ให้ข้อมูลไว้ ในการตรวจสอบโครงการนี้ตอนแรกๆๆ
มาวันนี้ การตรวจสอบใกล้ถึงข้อสรุป และทำให้ผู้บริหารกคช. ต้องยอมรับความผิดพลาด และกำลังโยงใย ไปยังเบื้องบนผู้สั่งการ และผู้เกี่ยวข้อแบบ หายใจรดต้นคอ เข้ามาทุกขณะ มาดูความคืบหน้า และผลสอบโครงการบ้านเอื้ออาทร ตั้งแต่เริ่มต้นถึงปัจจุบัน เกือบ 4 ปีที่โครงการเดินมาต่อเนื่อง ... ท่ามกลางปัญหา ที่ซนปมอยู่ภายใน ภาพรวม โครงการบ้านเอื้ออาทร นโยบายนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2546 ภายใต้รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร เวลาล่วงมาเกือบ 4 ปี สรุปความคืบหน้าตามเนื้องาน ได้ดังต่อไปนี้ .... (ข้อมูลจากผลสอบของบอร์ดกคช. ที่เปิดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา) โครงการบ้านเอื้ออาทร จำนวน 600,000 กว่าหน่วย ที่การเคหะแห่งชาติได้รับมอบหมายจากรัฐบาลชุดที่แล้วให้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมานั้น คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ได้แบ่งโครงการเป็น 3 กลุ่ม พร้อมสรุปสภาพปัญหาเป็นดังนี้คือ 1.กลุ่มที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 65,293 หน่วย ผู้ซื้อโครงการได้รับอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินแล้ว 30,324 หน่วย อยู่ระหว่างพิจารณาของสถาบันการเงิน 17,081 หน่วย กำลังขายอยู่ 17,888 หน่วย สาเหตุที่มีบ้านว่างจำนวนมากเนื่องจาก ผู้จองไม่ได้รับสินเชื่อจากธนาคารเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากไม่ผ่านการตรวจสอบเครดิตบูโร ดังนั้น การเคหะแห่งชาติจึงขอเชิญชวนให้ผู้มีรายได้น้อย และมีคุณสมบัติครบถ้วน ไปจองบ้านเอื้ออาทรที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในย่านบางบัวทอง พุทธมณฑล ศาลายา นครปฐม / เทพารักษ์ แพรกษา บางนา บางพลี สมุทรปราการ / นนทบุรี และปทุมธานี 2.กลุ่มที่กำลังก่อสร้าง 334,291 หน่วย เป็นกลุ่มที่เป็นปัญหามากที่สุด จำนวน 284 โครงการกระจายอยู่ทั่วประเทศ ผลการก่อสร้างตั้งแต่ 10 - 90 % ปัญหามีทั้งเรื่องทำเลที่ตั้ง ปัจจัยความต้องการทางด้านการตลาด ความคืบหน้าการก่อสร้าง และปัญหาความไม่รับผิดชอบของผู้ประกอบการ
3.กลุ่มที่ผู้ประกอบการได้โควตาแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำสัญญาผูกพัน จำนวน 209,417 หน่วย กลุ่มนี้จะหาทางยุติโครงการทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมด หรือหาทางพัฒนาเป็นรูปแบบ ตามหลักปฏิบัติเดิมการเคหะแห่งชาติที่ใช้วิชาชีพและวิชาการมาใช้ในการทำโครงการ
ปัญหาที่พบนั้น ใหญ่และซับซ้อนมาก เนื่องจากความเร่งรีบที่จะผลิตบ้านเอื้ออาทรให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ตามนโยบายรัฐบาลชุดที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาหากล่าช้าออกไปทุกนาทีที่ผ่านไป จะมีผลกระทบแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งประชาชนคนจองบ้านที่ไม่ได้บ้าน ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามสัญญา สถาบันการเงินที่ค้ำประกันให้ผู้ประกอบการ การเคหะแห่งชาติ ที่ต้องเสียดอกเบี้ยทุกวัน ขณะนี้วันละประมาณ 1.5 ล้านบาท หากปล่อยเช่นนี้อีกไม่กี่ปี การเคหะแห่งชาติอาจมีฐานะถึงขั้นล้มละลาย รัฐบาลที่ไม่สามารถดูแลปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย แนวทางการแก้ไขปัญหาในกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่กำลังก่อสร้าง จำนวน 334,291 หน่วย ใน 284 โครงการทั่วประเทศ ในช่วงเวลาอันจำกัดการเคหะแห่งชาติจะแก้ปัญหา โดยวิธีสร้างเครือข่ายสู่ชุมชน โดยขอความร่วมมือจากทีมนักวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 13 สถาบัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ ความรู้ และความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยตรง จากสถาบันการศึกษาของภาครัฐ และเอกชน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอแนะ ในการปรับเปลี่ยนโครงการนั้นๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ทุกสถาบันมีกรอบเวลาทำงาน ดังนี้ 30 เม.ย.50 - ส่ง ข้อเสนอเทคนิคในการทำงาน 8 พ.ค.50 - ลงนามสัญญาตามข้อกำหนดการจ้าง 30 พ.ค.50 - นำเสนอผลงานพร้อมรายงานโครงการที่รับผิดชอบทั้งหมด 15 มิ.ย.50 - การเคหะแห่งชาติสรุปรายงานเสนอต่อ ครม. ถึงโครงการเอื้ออาทรทั่วประเทศ ปัญหาของบ้านเอื้ออาทรสำหรับผู้มีรายได้น้อย คือ ระบบการเงิน ดังนั้น การเคหะแห่งชาติจะเสนอเรื่องระบบการเงินเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย (Housing Finance) ต่อครม. การเคหะแห่งชาติ มีข้อเสนอแนวทางที่มาของแหล่งเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยดังนี้ 1.แหล่งเงินจากกองทุนต่างๆที่มีอยู่ในระบบของประเทศ เช่น กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยแนวคิดนี้ให้กองทุนรับผิดชอบให้สมาชิกของตนเองกู้เพื่อการซื้อที่อยู่อาศัย 2.การใช้แนวคิดแบบการตอบแทนกลับคืนทางสังคม โดยขอให้ธุรกิจต่างๆที่มีธุรกิจ หรือธุรกรรมเกี่ยวเนื่องกับการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย เช่น ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินต่างๆที่ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้สูงจะต้องมีส่วนในการจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้มีรายได้น้อยควบคู่ไปด้วย 3.นำรายได้จากธุรกรรมหรือกิจกรรมที่ได้มาจากผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ซื้อที่อยู่อาศัยมาจัดเป็นกองทุนเพื่อที่อยู่อาศัย เช่นเดียวกับกองทุน สสส. 4.แหล่งเงินทุนโดยตรงจากรัฐบาล เช่น การออกพันธบัตรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารแห่งประเทศไทย 5.รัฐให้การอุดหนุนสำหรับดอกเบี้ยส่วนเกินกว่าที่ผู้มีรายได้น้อยรับภาระได้ โดยจะเป็นการจัดสรรเงินงบประมาณเป็นรายปี มาชดเชยให้กับธนาคารผู้ให้สินเชื่อ
เบื้องต้นเขาสรุปได้ตามนี้..แต่การแก้ปัญหาจริงหนทางแก้ไขยังอีกยาวว...
|
| Aguston | ||
Spanish Condo @ Sukhumvit |
||
|
View All |
||
| Agustan | ||
ตกแต่งภายในสีสดใส แบบสแปนิชสไตล์ |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||