พิมพ์หน้านี้
|
"ธปท." ชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ไตรมาสแรกซบเซาต่อเนื่อง ดัชนีทุกตัวปรับลดลง มูลค่าการซื้อขายติดลบ 24.8% ยอดขายปูนซีเมนต์ลดลง 3% เนื่องจากประชาชนชะลอการตัดสินใจซื้อ เพราะไม่มั่นใจต่อสถานการณ์การเมืองและปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง แต่สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่ออสังหาฯ กลับโต 14% มาจากการขอสินเชื่อเพื่อสร้างบ้านเอง ยอดโอนอสังหาฯไตรมาสแรกลดลง 10% นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยข้อมูลสถิติค่าธรรมเนียมและจำนวนการซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ ไตรมาสแรกปีนี้พบ มูลค่าและจำนวนรายลดลงทุกภาค นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ปีนี้ มีจำนวนผู้ชำระค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 206,227 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 222,988 ราย พบว่าลดลงจำนวน 16,761 ราย หรือ 7.5% สำหรับค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ มีจำนวน 2,454 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 2,731 ล้านบาท พบว่าลดลงจำนวน 277 ล้านบาท หรือ 10.1% เมื่อจำแนกค่าธรรมเนียมเป็นรายภาค โดยเปรียบเทียบไตรมาส 1 ปี 2550 กับไตรมาส 1 ปี 2549 พบว่าในทุกภาคมีรายได้จากค่าธรรมเนียมลดลง ยกเว้นภาคใต้ที่ยังมีรายได้จากค่าธรรมเนียมรวมทั้งภาคใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสำหรับในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีรายได้จากค่าธรรมเนียมลดลงมากที่สุด 12.3% รองลงมาคือ ภาคตะวันออก ลดลง 11.6% ภาคเหนือ ลดลง 8.9% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลง 8.0% ภาคกลาง ลดลง 7.2% วนขณะที่ภาคใต้ ลดลงเพียง 0.02%หรือแทบไม่ลดเลย สำหรับจังหวัดที่มีมูลค่าค่าธรรมเนียมซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ กรุงเทพฯ 791 ล้านบาท นนทบุรี 161 ล้านบาท ชลบุรี 148 ล้านบาท ปทุมธานี 142 ล้านบาท และสมุทรปราการ 125 ล้านบาท ทั้งนี้ จังหวัดที่มีมูลค่าค่าธรรมเนียมซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ มากที่สุดในแต่ละภาคตามลำดับ ดังนี้ ภาคเหนือ เชียงใหม่ นำโดดกว่าทุกจังหวัด, ภาคกลาง อยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ ตามด้วยฉะเชิงเทรา, ภาคตะวันออก ชลบุรี มูลค่ามากกว่าจังหวัดภาคตะวันออกอีก 3 จังหวัดรวมกัน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา ขอนแก่น โดยมีอุดรธานี และอุบลราชธานี, ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต โดยมีสงขลา และนครศรีธรรมราช เมื่อเปรียบเทียบจำนวนรายผู้ชำระค่าธรรมเนียม การซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์รายภาค ในไตรมาส 1 ปี 2550 กับไตรมาส 1 ปี 2549 พบว่าจำนวนผู้ชำระค่าธรรมเนียมฯ ในแต่ละภาคลดลง ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับจำนวนค่าธรรมเนียมซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ โดยภาคตะวันออกเป็นภาคที่จำนวนผู้ชำระค่าธรรมเนียมฯ ลดลงมากที่สุด ถึง 14.9% รองลงมาคือ เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลง 13.1% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลง 5.8% ภาคเหนือ ลดลง 4.7% ภาคใต้ ลดลง 3.6%และภาคกลาง ลดลงน้อยที่สุด 1.4% จากข้อมูลดังกล่าวเมื่อนำมาคำนวณค่าธรรมเนียมต่อรายทั่วประเทศ เท่ากับ 11,900 บาทต่อราย ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เท่ากับ 12,247 บาทต่อราย พบว่าลดลง 4.9% จากค่าธรรมเนียมที่ลดลงสะท้อนให้เห็นว่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่มีการซื้อขายในไตรมาส 1 ปี 2550 มีระดับราคาที่ต่ำลง ข้อมูลนี้อ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของ นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไตรมาสแรกของปีนี้ ยังคงซบเซาต่อเนื่องจากการชะลอตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค เพราะขาดความเชื่อมั่นทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยมีมูลค่าการซื้อขายที่ดินทั่วประเทศ 128,362 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อน 24.8%
จำนวนรายการซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อน 7.5% และยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ลดลง 3% พื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างลดลงมากถึง 26.9% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีการเร่งขออนุญาตก่อสร้างอาคารสูง ก่อนการประกาศใช้กฎหมายผังเมืองฉบับใหม่ ขณะเดียวกันสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสแรก มียอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่ออสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 14% เร่งตัวขึ้นจากไตรมาสที่ 4 ของปี 2549 ส่วนหนึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของการขอสินเชื่อเพื่อสร้างบ้านเอง ที่ยังขยายตัวในไตรมาสแรก ขณะที่ยอดคงค้างสินเชื่อของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ลดลง 1.5% ในส่วนของสินเชื่อโครงการบ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์ แต่สินเชื่อโครงการอาคารชุดเพิ่มขึ้น
ราคาอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสนี้ ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยดัชนีราคาบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินและทาวน์เฮาส์พร้อมที่ดินเพิ่มขึ้น 0.4% และ 2.2% ตามลำดับ เนื่องจากผู้ประกอบการ ยังคงลดต้นทุนการก่อสร้าง โดยหันไปใช้วัสดุตกแต่งที่มีราคาถูกลง และการแข่งขันรุนแรงขึ้นท่ามกลางความต้องการของประชาชนที่ยังชะลอการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากไม่มั่นใจ ในภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ด้านการเมือง ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวม ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากระดับ 78.5 ในเดือนมีนาคม มาอยู่ที่ระดับ 77.6 ในเดือนเมษายน โดยปรับลดลงทุกองค์ประกอบ เนื่องจากผู้บริโภคมีความระมัดระวังต่อปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ทรงตัวในระดับสูง และกังวลต่อสถานการณ์ภายในประเทศ รวมทั้งราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับเพิ่มสูงขึ้น |
| Aguston | ||
Spanish Condo @ Sukhumvit |
||
|
View All |
||
| Agustan | ||
ตกแต่งภายในสีสดใส แบบสแปนิชสไตล์ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||