*/
  • ม่อนหินไหล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-09
  • จำนวนเรื่อง : 131
  • จำนวนผู้ชม : 92001
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
วันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม 2565
Posted by ม่อนหินไหล , ผู้อ่าน : 414 , 13:38:09 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

คืนนั้นหมันหยานอนไม่หลับกระสับกระส่ายพลิกไปพลิกมา ในขณะที่ถนอมนวลหลับไปก่อนแล้วเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา หลับตาลงทีไรก็ได้ยินคำประกาศของผู้ชายคนนั้นก้องเข้ามาในหูซ้ำไปซ้ำมา ใจหนึ่งก็นึกโกรธกับความอุกอาจของเขา แต่อีกใจที่เป็นใจของหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่อยู่ในวัยเลือกคู่ และกำลังมองหาผู้ชายที่ถูกใจสักคนแต่ก็ยังไม่พบ เริ่มสะท้อนสะท้านหวั่นไหว อดคิดไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้มีวิธีจีบผู้หญิงที่แปลกประหลาดไม่ซ้ำแบบใครเลย เข้าจู่โจมอย่างตรงไปตรงมาด้วยการประกาศเจตนารมย์อย่างชัดแจ้งและอย่างมั่นใจในตัวเองเต็มร้อย หมันหยาถามตัวเองว่าสนใจชายหนุ่มพูดจากวนประสาทเป็นระยะๆคนนี้บ้างหรือเปล่า ก็พอจะตอบได้ว่าตอนแรกไม่ได้สนใจเลย รู้สึกไม่พอใจกับความขี้เล่นช่างยั่วช่างแหย่ของเขาเสียด้วยซ้ำ แต่ต่อมาในระยะหลังๆที่ได้รู้จักตัวตนของเขามากขึ้น รวมทั้งน้ำใจของเขาที่เคยช่วยเหลือเธอมาแล้วสองสามครั้ง แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ก็มีผลต่อมุมมองของเธอต่อเขาที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กละน้อย



ถ้าพูดกันจริงๆแล้วหมันหยาต้องยอมรับว่าสรคมณ์เป็นผู้ชายที่มีบุคลิกภาพที่ชัดเจน เขาอาจจะมีลักษณะเหมือนคนเจ้าชู้ แต่ที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยทำอะไรที่น่าเกลียดหรือน่ารังเกียจ ท่าทางของเขากรุ้มกรี่ม ชอบพูดจาหยอกเย้าก็จริง แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตของสุภาพชน ไม่ใช่ชายหยาบคายกักขละประเภทปากว่ามือถึงหรือหมาหยอกไก่ ชายหนุ่มผู้นั้นไม่เคยพยายามหาทางจะเข้าใกล้ชิดเธอ ทุกครั้งเป็นเพียงเหตุบังเอิญหรือสถานการณ์พาไปเท่านั้น ถ้าจะมีอะไรที่น่าเคลือบแคลงอยู่บ้าง ก็น่าจะเป็นแววตาขี้เล่นที่มีประกายระยิบระยับบ่งบอกความนัยที่เขาใช้กับเธอเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรแววตานั้นก็ไม่ได้ส่อความหื่นกระหาย หรือมีความนัยที่หยาบโลน เขาอาจจะเป็นผู้ชายอารมณ์ดีที่ขี้เล่นเท่านั้นก็ได้



หมันหยาพยายามวิเคราะห์ทีท่าวาจาของสรคมณ์ต่อเธออย่างละเอียดละออ ตามนิสัยช่างวิเคราะห์ของตัวเอง แต่ก็ยังอ่านเขาไม่ออกอยู่ดีว่าเขารู้สึกอย่างไรต่อเธอกันแน่ คิดจะจีบเล่นๆเพื่อความสนุกหรือเปล่า เพราะผู้ชายสไตล์เขาอาจจะเคยใช้คำพูดทีเล่นทีจริงแบบนี้กับผู้หญิงมาหลายคนแล้วจนเคยตัว และอาจทำให้ผู้หญิงบางคนเข้าใจผิดหลงคิดว่าถูกจีบ แม้หญิงสาวจะจำได้ว่าสรคมณ์เคยพูดในทำนองออกตัวว่าเขายังไม่เคยตามจีบผู้หญิงคนไหนจริงจังเลย เพราะเสียเวลากินเหล้า แต่นั่นก็อาจจะเป็นข้ออ้างหรือคำแก้ตัวของเขาก็ได้ไม่ใช่หรือ คำพูดของเขาในคืนนี้ก็คงจะเป็นเพียงการพูดเล่นเท่านั้น เอ๊ะ..หรือเขาคิดว่าเธอจะดีอกดีใจกับคำประกาศที่โอหังของเขา จนยอมอพยพมาอยู่ขุขันธ์เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้จีบเธอโดยสะดวกหรือไง ผู้ชายคนนี้นอกจากจะกวนประสาทแล้วยังบ้าและหลงตัวเองอีกด้วย ป่วยการจะเก็บมาคิดให้เสียเวลา และในกรณีที่เขาพูดจริงและคิดจะจีบเธอจริงๆ เขานึกหรือว่าคนช่างเลือกอย่างเธอจะยอมให้คนกะล่อนอย่างเขาจีบ ไม่มีทางเสียละ ถึงอย่างไรเธอก็ต้องหาวิธีมารับมือกับเขาจนได้ จะถือโอกาสให้บทเรียนสั่งสอนให้หน้าหงายไปเลยด้วยซ้ำว่า 'อย่าทะนงตัวนึกว่าจะจีบผู้หญิงได้ง่ายๆทุกคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า ฉันไม่หลงเสน่ห์ของคุณหรอกย่ะ'



คิดไปคิดมาแล้วหมันหยาก็บอกตัวเองให้หยุดคิด ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่เขา อยู่ที่เธอต่างหาก ถึงเขาจะประกาศว่าจะจีบเธอจริงๆจังๆ แต่ถ้าเธอไม่เล่นด้วยเสียอย่าง ไม่เปิดโอกาสให้เขาเข้าใกล้ชิด เขาจะทำอะไรได้ ตบมือข้างเดียวไม่มีทางจะดังได้ หยุดคิด เลิกสนใจได้แล้ว เชื่ออะไรกับคำพูดของผู้ชายที่เพิ่งพบกันได้ไม่นาน หน้าตาท่าทางที่เข้าข่ายคนเจ้าชู้ของเขานั่นก็อีก ที่ทำให้หมันหยาไม่อาจจะยอมให้เขามาตามจีบเธอได้ ต่อไปนี้เธอจะต้องพยายามหลีกห่างจากเขาให้มากกว่าเดิม ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยาก พรุ่งนึ้หรืออย่างช้ามะรืนนึ้ทีมงานชองเธอก็จะกลับกรุงเทพฯแล้ว ส่วนเขาก็คงต้องกลับเข้าป่าไปทำงานของเขา คงไม่มีเหตุอะไรที่จะทำให้เส้นทางเดินของเธอกับเขาผ่านเข้ามาบรรจบพบกันได้อีก ในที่สุดหมันหยาก็ผล็อยหลับไปหลังจากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว



ตอนสายๆของวันรุ่งขึ้นหลังอาหารเช้าแบบง่ายๆ คณะเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนก็เตรียมตัวออกเดินทางกลับ หมันหยาซึ่งตั้งใจเอาไว้แล้วตั้งแต่ตอนกลางคืนว่าจะพยายามติดแจอยู่กับถนอมนวล ไม่เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มคนที่ทำให้เธอหวั่นไหวเข้าถึงตัวได้ ต้องแอบพิศวงสงสัยอยู่ในใจเงียบๆว่าเกิดอะไรขึ้น วันนี้เธอกับสรคมณ์เพิ่งพบหน้ากันเพียงครั้งเดียว ตอนที่เขาเดินเข้ามาพูดอะไรสองสามคำกับถนอมนวล หลังจากที่ก้มศีรษะทักทายเธอด้วยคำว่า ‘สวัสดีครับ คุณหยา’ มีรอยยิ้มนิดๆอยู่บนริมฝีปากรูปงามใต้หนวดดกหนา แล้วเพื่อนของเธอก็เดินคู่กับเขาออกไปจากที่ตรงนั้น หญิงสาวที่เตรียมสีหน้าปั้นปึ่งเย็นชาไว้ต้อนรับเขามีอันต้องเตรียมค้าง มองตามหลังคนคู่นั้นไปอย่างผิดคาด



หลังจากนั้นอีกเพียงครู่เดียวรถตู้ก็ออกเดินทางมุ่งหน้ากลับไปที่ตัวอำเภอขุขันธ์ โดยมีรถปิ๊กอัพของตำรวจชายแดนขับนำหน้าเหมือนขามา พอขึ้นรถได้ไม่นานถนอมนวลซึ่งนั่งคู่กับหมันหยาก็อ้าปากหาวหวอดๆ ออกตัวว่าง่วงนอนแล้วก็หลับไปในที่สุด ปล่อยให้หมันหยาที่คอยให้เพื่อนเล่าให้ฟังว่าไปคุยกับสรคมณ์เรื่องอะไร นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่คนเดียว ไม่เข้าใจว่าทำไมวันนี้เพื่อนของเธอไม่ช่างพูดช่างคุยเหมือนทุกวัน แถมยังทำท่าเหมือนมีความลับอีกต่างหาก ในที่สุดหญิงสาวก็หยิบแว่นดำจากกระเป๋าถือขึ้นมาสวมปกปิดสีหน้าแววตาที่ไม่สบอารมณ์ ด้วยความเคืองถนอมนวลเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น


รถทั้งสองคันแล่นตามกันมาจอดที่ลานจอดรถหน้าโรงแรมในอำเภอขุขันธ์ ที่จองเอาไว้ในตอนบ่าย คนบนรถตู้ช่วยกันขนของลงจากรถเข้าไปกองรวมกันไว้ในล้อบบี้ของโรงแรม หลังจากนั้นหมันหยาเห็นสรคมณ์เข้าไปร่ำลาคุณเสาวณีย์และวิชัย พูดจากันอยู่ครู่หนึ่งเขาก็เดินมาตรงที่เธอและถนอมนวลยืนรอกุญแจห้องพักอยู่ด้วยกัน


“คูณสรคมณ์พักที่นี่ด้วยหรือเปล่าคะ?” เป็นเสียงของถนอมนวล


หมันหยาซึ่งยืนหันข้างให้ได้ยินชายหนุ่มคนนั้นตอบเพื่อนของเธอว่า “ไม่ละครับ คุณนวล ผมจะเข้าไปที่หมวดฯเลยครับ ทิ้งไปหลายวันแล้ว”


“แหม ทำไมไม่รอไปพรุ่งนี้ตอนเช้าพร้อมพวกเราล่ะคะ อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายวัน อยู่ๆก็จะแยกตัวซะงั้น”

“ผมมีงานครับ คุณนวล” พูดจบเขาก็หันมาทางหมันหยาที่ยืนเงียบอยู่ “ผมคงต้องลาคุณหยาตรงนี้เลยนะครับ โอกาสหน้าคงได้พบกันใหม่ สวัสดีครับ”

หมันหยาซึ่งกำลังรู้สึกแปลกๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของสรคมณ์ จำใจต้องหันหน้ามามองเขา สรคมณ์ในเช้านี้กับเมื่อคืนที่ผ่านมาดูแตกต่างกัน วันนี้เขาเพียงแต่ยิ้มให้เธออย่างสุภาพและกล่าวคำอำลาเธอเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ เหมือนไม่เคยประกาศว่าจะตามจีบเธออย่างจริงจัง ยามตาสบตาก็มีแต่รอยยิ้มน้อยๆ ไม่มีแววระยิบระยับแพรวพราวส่งต่อความนัยที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้ในคืนที่ผ่านมา แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แต่หญิงสาวก็ต้องฝืนยิ้มและกล่าวคำอำลาตอบเขาตามมารยาท


“สวัสดีค่ะ คุณสรคมณ์”

คืนนั้นขณะที่พักอยู่ในห้องเดียวกันและวันรุ่งขึ้น ตลอดการเดินทางทางหลายชั่วโมงบนรถที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ถนอมนวลก็ยังไม่ปริปากเล่าอะไรให้เพื่อนฟัง หมันหยาเองแม้จะอยากรู้ก็ไม่ยอมออกปากซักถามให้เสียฟอร์ม ระหว่างนั่งรถหญิงสาวคนนั้นหลับบ้างตื่นบ้างหลายครั้ง แต่ขณะที่ตื่นก็ไม่ยอมปริปากเล่าให้เพื่อนฟังว่าแอบไปคุยอะไรกับสรคมณ์ อย่าว่าแต่เรื่องนั้นเลย ถนอมนวลไม่เอ่ยถึงแม้แต่ชื่อของผู้ชายคนนั้น ทำเหมือนผู้ชายที่ชื่อสรคมณ์ไม่เคยมีตัวตน หมันหยารู้สึกทั้งหมั่นไส้ทั้งเคืองเพื่อน แม้ใจจะบอกว่าไม่เคยสนใจเขาคนนั้นเลย แต่ลึกลงไปในใจหญิงสาวก็อดรู้สึกผิดหวังและเสียหน้าไม่ได้ เมื่อถามตัวเองว่าผิดหวังเรื่องอะไรและทำไมต้องผิดหวัง ก็พอจะตอบได้ว่าเพราะเธอก็เหมือนผู้หญิงสาวในวัยเลือกคู่คนอื่นๆทั่วไป ที่ย่อมต้องเกิดความทะนงและภูมิใจในตัวเองบ้างไม่มากก็น้อยที่มีผู้ชายท่าทางไม่เลวมาสนใจ แม้อาจจะไม่ได้นึกสนใจตอบเลยก็ตาม งั้นก็แปลว่าเธอผิดหวังเพราะเขาไม่มีทีท่าว่าจะสานต่อสิ่งที่ประกาศเอาไว้อย่างนั้นหรือ? เอ๊ะ..นี่เธอจะเอาอย่างไรกันแน่?อยากหรือไม่อยากให้เขาจีบ?

 

ก่อนหน้านี้แม้หมันหยาจะเริ่มรู้สึกว่าสรคมณ์เป็นผู้ชายที่น่าสนใจคนหนึ่ง แต่ก็เท่านั้น ไม่เคยนึกอยากให้เขาเข้ามาวุ่นวายกับเธอ แต่หลังจากคืนที่เขาประกาศอย่างห้าวหาญว่าจะตามจีบเธอเป็นเรื่องเป็นราว เธอก็เตรียมรับมือกับเขา ต้องการจะทำให้เขาหน้าแตกกับท่าทีเมินเฉยไม่แยแสของเธอแล้วล่าถอยไป เหมือนรุ่นพี่ของเขาที่ชื่ออภิชาติ แต่แล้ววันนี้เมื่อเขาไม่ได้พยายามสานต่ออย่างที่เธอคิด กลับทำท่าทางสุภาพเรียบร้อยต่อเธอจนเกินเหตุ ท่าทางของสรคมณ์ทำให้หมันหยาเก้อแล้วเลยพาลโกรธ นี่เขาเห็นเธอเป็นผู้หญิงแบบไหน แบบผู้หญิงคนอื่นๆที่เขาไม่ยอมเสียเวลามาตามจีบหรืออย่างไร หรือคืนนั้นเขาพูดออกมาเพราะความเมา ตอนนี้หายเมาแล้วก็มาทำไม่รู้ไม่ชี้ ความจริงเธอควรจะโล่งอกไม่ใช่หรือที่เขาไม่ทำตามที่พูดเอาไว้ ทำไมเธอจึงรู้สึกผิดหวัง หรือว่าเธอก็เริ่มชอบเขาหน่อยๆแล้ว? โอ๊ะ..เปล่าเลย ใครจะบ้าไปชอบผู้ชายห่ามๆแบบนั้นได้ลงคอ

ส่วนถนอมนวลนั้นเห็นท่าทางมึนตึงของเพื่อนก็เข้าใจได้ทันที ว่าคงไม่พอใจคิดว่าเธอไปแอบคุยกับสรคมณ์แล้วไม่เล่าให้ฟัง เธอไม่รู้เรื่องที่สรคมณ์พูดกับหมันหยาในคืนสุดท้ายตรงชิงช้า ส่วนเรื่องที่เธอกับชายหนุ่มผู้นั้นคุยกันยังบอกให้เพื่อนรู้ไม่ได้ รู้ว่าหมันหยาจะไม่พอใจหรืออาจจะถึงขั้นโกรธก็ได้ ถนอมนวลจึงจำเป็นต้องทำไม่รู้ไม่ชี้ กับสีหน้าท่าทางที่เฉยเมยมึนชาของอีกฝ่ายตลอดการเดินทางหลายชั่วโมงนั้น

ในที่สุดประมาณสองทุ่มคณะเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนก็กลับถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ รถตู้จอดส่งผู้โดยสารที่ลานจอดรถของอาคารกรมการพัฒนาชุมชน แล้วต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านโดยรถแท๊กซี่บ้าง รถส่วนตัวบ้าง หมันหยาซึ่งจอดรถยนต์คันเล็กๆของเธอทิ้งไว้ที่ลานจอด ชวนถนอมนวลติดรถไปด้วย เพราะเป็นทางผ่านที่จะไปบ้านของเธอ ปกติทุกเย็นหลังเลิกงานหมันหยาจะชวนถนอมนวลติดรถไปด้วยเสมอ

"เหนื่อยไหม หยา เที่ยวนี้ไปซะเกือบเดือนเลย ป่านนี้คุณแม่หยาเป็นห่วงแย่แล้ว" ถนอมนวลชวนคุยระหว่างที่นั่งรถไปด้วยกัน

"ก็ไม่ถึงกับเหนื่อยหรอก" หมันหยาทำเสียงเย็นชา "ไม่ได้ไปแบกไปหามเสียหน่อย หรือว่าไปคราวนี้นวลรู้สึกเหนื่อยเป็นพิเศษ"

ถนอมนวลฟังสุ้มเสียงรวนๆของเพื่อนด้วยสีหน้ายิ้มๆ รู้ว่าหมันหยาอารมณ์ไม่ดีที่เธอไม่ได้เล่าเรื่องที่ออกไปคุยกับสรคมณ์ให้ฟัง การคบหากันมาสองสามปีอย่างเพื่อนสนิททำให้เธออ่านอีกฝ่ายได้ไม่ยาก ว่าเป็นคนค่อนข้างอ่อนไหวและตระหนี่ตัว สนิทสนมกับคนอื่นค่อนข้างยาก หมันหยาเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยแสดงตวามรู้สึกออกมาให้ใครเห็น เธอมักจะเก็บสิ่งต่างๆไว้ในใจ ถ้าโกรธหรือไม่พอใจสีหน้าของเธอก็มักจะเย็นชาหรือปั้นปึ่ง อย่างแย่ที่สุดก็คือขมวดคิ้ว สีหน้าบึ้งตึง ซึ่งก็นานๆจะเกิดขึ้นสักครั้ง ถนอมนวลเดาเอาเองว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะหมันหยาเป็นลูกคนเล็ก ที่คงจะได้รับการเลี้ยงดูแบบทะนุถนอมเอาอกเอาใจจนเคยตัว แตกต่างไปจากเธอที่เป็นลูกคนโต มีน้องชายวัยรุ่นอีกสองคน

"ไม่เหนื่อยหรอก งานแยะก็จริงแต่ก็คุ้มกับที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆที่น่าคบหลายคน"

หมันหยาพอจะเดาได้ว่าถนอมนวลหมายถึงใครและตอบเช่นนั้นเพื่อล่อให้เธอถามต่อ แต่ทิษฐิในใจที่สะสมมาก่อนหน้านี้ทำให้หญิงสาวนิ่ง ไม่ต่อความ ขับรถต่อไปเรื่อยๆ

"อย่างน้อยก็ได้รู้จักคุณสรคมณ์คนนึงละ" ถนอมนวลทำไม่รู้ไม่ชี้กับท่าทางของเพื่อน "คุณสรคมณ์เนี่ยท่าทางกวนๆแต่นิสัยใช้ได้ จริงไหมหยา?"

"ไม่รู้ ตอบไม่ได้ ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาเหมือนนวลนี่"

คำตอบในเชิงประชดประชันของหมันหยาทำให้ถนอมนวลอมยิ้มมากขึ้น รู้ว่าถูกเพื่อนตีรวน "เออ..จริงของหยา เราเห็นเหมือนกันว่าเขากับหยาไม่ค่อยพูดคุยกันเท่าไหร่ สงสัยเขาจะกลัวสีหน้าหยาเลยเลี่ยงมาคุยกับเราแทน"

"เอ๊ะ นวลพูดแบบนี้หมายความว่าไง เราเคยไปชักสีหน้าใส่เขาเมื่อไหร่กัน" หมันหยาทำเสียงแข็งอย่างไม่พอใจ "หรือนายคุณสรคมณ์นั่นกล่าวหาฉันให้นวลฟัง?"

"เปล่า คุณสรคมณ์ไม่เคยว่าหยาแบบนั้นหรอก" อีกฝ่ายรีบปฎิเสธ "เขามีแต่จะชมหยาว่าสวยยังงั้น น่ารักยังงี้"

"บ้า เรื่องอะไรจะต้องมาพูดถึงฉัน"

"อ้าว ว่าก็ไม่ได้ ชมก็ไม่ดี" ถนอมนวลหัวเราะอย่างขำความพาลของเพื่อน

หมันหยาทำหน้าเจื่อน รู้เหมือนกันว่ากำลังพาลโดยไม่มีเหตุผล "นวลพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ดีแล้ว ว่าจะถามหลายทีแล้วละว่าทำไมนวลชอบหาว่าใครๆก็กลัวสีหน้าเรา หน้าเรามันเป็นยังไง บอกหน่อยได้ไหม"

ถนอมนวลนั่งคิดหาคำพูดที่จะไม่ทำให้เพื่อนโกรธมากขึ้นไปอีก ก่อนจะตอบว่า "หยาเป็นคนสวยนะ สวยมากด้วย ลักษณะท่าทางก็เป็นคนอ่อนๆ ไม่เอาเรื่องเอาราวกับใคร แต่เวลาไม่พอใจหรือโกรธใครขึ้นมา" ความจริงหญิงสาวอยากจะใช้คำว่า 'เวลาไม่ได้ดั่งใจ' มากกว่า เพราะตรงและชัดเจนที่สุด "หยาก็ไม่โต้แย้งหรือทะเลาะด้วยหรอก แต่จะทำสีหน้าเย็นชาหรือไม่ก็บึ้งตึงจนหมดสวยไปเลย ส่วนไอ้คนที่ถูกโกรธก็ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงเลย เพราะหยาจะไม่ยอมอธิบาย เดินหนีไปซะเฉยๆ ที่ว่ามาเนี่ยจริงไหมล่ะ?"

"สรุปว่าเราเนี่ยสุดแสนจะแย่ใช่ไหม?" หมันหยาส่งเสียงแหลม ไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่าเธอทำเช่นนั้นจริง หรือถ้าเคยทำก็ไม่เห็นว่าจะผิดตรงไหน

"เปล่า ไม่ได้แย่" ถนอมนวลอธิบายอย่างใจเย็น "เราเพียงอยากจะบอกหยาว่าถ้ามีปัญหาอะไรกับใครก็ปรับความเข้าใจกับเขาเสีย อย่าเอาแต่นิ่งเงียบ ไม่พูดไม่อธิบาย เก็บความไม่พอใจเอาไว้เงียบๆรอวันปะทุ นี่เราพูดกว้างๆนะ ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นใคร เรา.."

"ไม่ทะเลาะเอาเรื่องกับใครก็นับว่าดีแล้วไม่ใช่หรือ" หมันหยาถามสวนขึ้นมาทันที

"จะดีได้ยังไงล่ะ ก็ไอ้คนที่ถูกหยาโกรธเขาไม่มีโอกาสได้แก้ตัวนี่นา บางทีการโต้เถียงหรือทะเลาะกันตรงๆก็อาจจะดีกว่าก็ได้นะ เพราะต่างฝ่ายต่างได้โต้แย้งชี้แจงข้อข้องใจจนสิ้นสงสัย แล้วเรื่องมันก็จะจบ"

หมันหยายักไหล่ "ที่นวลพูดเนี่ยหวังว่าคงไม่ได้หมายถึงคุณสรคมณ์ของนวลหรอกนะ เรากับเขาเป็นแค่คนรู้จักกันธรรมดาๆ ยังไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้ต้องโกรธ"

"ไม่ได้หมายถึงเขาหรอกน่า เราหมายถึงเพื่อนที่ทำงานบางคนที่หยาเคยสงสัยว่าทำไมไม่ชอบหยา หยาไม่เคยไปทำอะไรให้สักหน่อย จำได้ไหม?"

 

ผู้หญิงสองคนในที่ทำงานซึ่งเป็นผู้ที่มีลักษณะก้าวร้าวและช่างนินทาไม่ถูกกับหมันหยา เพราะครั้งหนึ่งหมันหยาได้ยินผู้หญิงสองคนนั่นนินทาเธอเสียๆหายๆ ในห้องน้ำ หมันหยาซึ่งเกลียดการนินทาโกรธมาก เธอตอบโต้ด้วยสีหน้าท่าทางที่เย็นชาและไม่คบหาสมาคมด้วย ซึ่งทำให้ปัญหาส่วนตัวนี้ลุกลามบานปลายส่งผลเสียหายต่อการทำงานร่วมกัน ถนอมนวลเคยบอกเพื่อนให้พยายามปรับความเข้าใจกับผู้หญิงสองคนนั้นเสีย เพราะถึงอย่างไรก็ยังต้องทำงานด้วยกันต่อไปอีกนาน แต่หมันหยาซึ่งไม่คิดว่าตัวเองผิดไม่สนใจที่จะทำตามคำแนะนำ เธอไม่พูดไม่ถามไม่ชี้แจง ไม่ผ่อนปรนและไม่ให้อภัย ที่ถนอมนวลยกเรื่องนี้ขึ้นมาเตือนเพื่อนเมื่อมีโอกาสก็ด้วยความหวังดี กลัวว่าชีวิตในภายภาคหน้าของหมันหยาอาจจะมีปัญหาได้ ถ้าเธอจะยึดมั่นถือมั่นว่าทำถูกต้องแล้ว ถนอมนวลคิดว่าเพื่อนของเธอน่าจะรู้จักยืดหยุ่นบ้างในบางกรณี

"เราไม่สนยายปากมากสองคนนั่นหรอก" หน้าของหมันหยาบึ้งตึง "ต่างคนต่างอยู่ยังงี้ก็ดีแล้ว เราไม่จำเป็นต้องไปปรับความเข้าใจหรือชี้แจงเรื่องส่วนตัวของเราให้ใครฟัง"

"งั้นก็ตามใจหยาก็แล้วกัน" ถนอมนวลลอบถอนใจก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "นี่หยา รู้อะไรไหม"

"จะไปรู้อะไรได้ล่ะ เดี๋ยวนี้นวลมีความลับกับเราเยอะแยะไม่ใช่เหรอ?" หมันหยาทำเสียงตวัด ขณะเดียวกันก็นึกว่าเพื่อนคงได้ฤกษ์ที่จะเล่าเรื่องที่คุยกับผู้ชายคนนั้นให้ฟังแล้วละมัง

"โถ เราไม่มีความลับอะไรกับหยาหรอกน่า มีอะไรรู้อะไรก็บอกหยาหมดแหละ" รีรออยู่อึดใจหนึ่งก็พูดต่อด้วยทีท่าเขินๆในสายตาของอีกฝ่ายว่า "คุณสรคมณ์ไม่รู้นึกยังไง เขาขอเบอร์มือถือเราด้วยละ"

หมันหยาเกือบสะดุ้งด้วยความคาดไม่ถึง เสียงของเธอแปร่งไปทันที "งั้นหรือ? สงสัยจะยังไงๆแล้วสิ"

"ไอ้ยังไงน่ะมันยังไง" อีกฝ่ายอมยิ้มไม่ให้เพื่อนเห็น

"แหม แกล้งทำเป็นไม่รู้ไปได้ ก็ที่ผู้ชายหนุ่มๆขอเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิงน่ะจะแปลว่าอะไรล่ะ ก็แปลว่าคุณสรคมณ์เขาสนใจนวล อยากติดต่อด้วยน่ะสิ"

"หยาคิดยังงั้นจริงๆเหรอ?" ถนอมนวลยิ้มมากขึ้น

"ก็ของมันชัวร์อยู่แล้ว" รถมาถึงหน้าบ้านของถนอมนวลพอดี "เอาละ นวล ถึงบ้านแล้ว วันจันทร์เจอกัน"

ถนอมนวลลงจากรถไปแล้ว หมันหยาขับรถต่อไปเรื่อยๆ รู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิมโดยไม่รู้สาเหตุแน่ชัด แต่ที่แน่ๆก็คือนึกขวางกับท่าทางดีอกดีใจของเพื่อนและนึกโกรธชายหนุ่มหนวดเฟิ้มคนนั้น ทุเรศที่สุด คนชีกออะไรก็ไม่รู้ เที่ยวหว่านเสน่ห์ไปทั่ว เพิ่งมาทำอหังการ์ประกาศว่าจะจีบเธออยู่หยกๆ แล้วก็แอบไปจีบเพื่อนเธอสำรองเอาไว้อีกคน รู้อย่างนี้ก็ดีแล้ว เชอะ..เข้าข่ายรถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจอย่างที่ถนอมนวลเคยพูดชัดๆเลย อย่านะ นายสรคมณ์ อย่าได้ทะเล้นมาแหยมกับฉันอีกเป็นอันขาด จะถล่มให้ยับไม่ต้องผุดต้องเกิดเลยเชียวละ คอยดูสิ!!!














แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน