*/
  • ม่อนหินไหล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-09
  • จำนวนเรื่อง : 131
  • จำนวนผู้ชม : 92002
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
วันเสาร์ ที่ 12 มีนาคม 2565
Posted by ม่อนหินไหล , ผู้อ่าน : 476 , 13:50:01 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

กลับจากการทำงานที่ศรีสะเกษได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ หมันหยาก็ได้รับข่าวจากสรคมณ์ผ่านมาทางเพื่อนของเธอ วันหนึ่งเมื่อหญิงสาวที่มาทำงานได้สองสามชั่วโมงแล้ว ออกจากห้องทำงานของคุณเสาวณีย์กลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ก็พบซองจดหมายสีฟ้าอ่อนวางอยู่บนโต๊ะ หมันหยาหยิบขึ้นมาดู เห็นชื่อของเธอปรากฏอยู่บนหน้าซองว่า ‘คุณหยา’ ก็เปิดออกดู คิดว่าคงจะมาจากเพื่อนร่วมงานคนใดคนหนึ่ง เพราะบนซองจดหมายใบนั้นไม่ได้ประทับตราไปรษณีย์และไม่มีรายละเอียดอื่นๆ สิ่งที่บรรจุอยู่ภายในซองมีเพียงรูปเก่าๆใบหนึ่ง หญิงสาวหยิบมาเพ่งมองอย่างไม่เข้าใจ รูปใบนั้นเป็นรูปเด็กผู้ชายวัยประมาณเจ็ดแปดขวบยืนอยู่ริมแม่น้ำสายกว้าง รูปร่างของเขาผอมแกร็น นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ท่อนบนเปลือยเปล่า มียิ้มกว้างจนเห็นฟันหลอสองสามซี่อยู่บนใบหน้าที่เธอไม่รู้จัก

หมันหยาจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งอย่างมืดแปดด้านก่อนจะพลิกดูด้านหลังของรูปเพื่อหาที่มาที่ไป แล้วเธอก็ได้เห็นลายมือหวัดๆที่เขียนด้วยหมึกสีดำด้วยข้อความสั้นๆว่า ‘คุณหยาเชื่อหรือยังครับว่าผมว่ายน้ำเป็น’

พอเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรหมันหยาก็ฉวยรูปพร้อมซองใบนั้นเดินไปหาถนอมนวล ที่กำลังนั่งทำงานง่วนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องโถงกว้าง

“นวลเป็นคนเอาซองนี่มาวางไว้บนโต๊ะเราหรือเปล่า?”

ถนอมนวลเงยหน้าขึ้นมอง “ใช่ เราเอาซองนั่นไปวางเองแหละ คุณสรคมณ์ฝากมาให้หยา” แล้วเธอก็ยื่นมือมาดึงรูปไปเพ่งดู “อ้าว รูปเด็กที่ไหน?”

“หมายความว่านวลยังไม่เห็นรูปนี้เหรอ?” หมันหยาสงสัย

“เราไม่ได้แกะซอง นึกว่าเขาเขียนจดหมายส่วนตัวถึงหยา”

หมันหยาดึงรูปคืนมาก่อนจะซักต่อ “เขาฝากนวลไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เปล่า ไม่ได้ฝาก เขาส่งไปรษณีย์ไปที่บ้านเรา ซองรูปนี่สอดอยู่ในซองจดหมายที่จ่าหน้าถึงเรา พอเปิดออกมาเจอซองถึงหยาเราก็เลยเอามาให้ ก็เท่านั้นแหละ”

“อ้าว แล้วเขารู้ที่อยู่ของนวลได้ยังไง?” หญิงสาวหรี่ตามองเพื่อนด้วยท่าทางเหมือนจับได้ไล่ทัน “อ๋อ เข้าใจแล้ว วันนั้นนอกจากขอเบอร์มือถือยังขอแอดเดรสอีกด้วยหรือ?”

อีกฝ่ายทำหน้าเจื่อนๆ รีบเปลี่ยนเรื่องโดยเร็ว “แล้วรูปนั่นรูปใคร?”

“รูปลูกเขาละมัง” หมันหยาทำเสียงสะบัดส่งข้ามไปถึงคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น “ถ้านวลตอบจดหมายเขาก็ช่วยบอกเขาด้วยนะ ว่าต่อไปอย่าส่งรูปบ้าๆมาให้เราอีก เราไม่สนใจประวัติศาสตร์ของใคร”

หมันหยาทำท่าจะเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง แต่แล้วก็ชะงักหยุด “นวลก็เหมือนกัน อย่ารับฝากอะไรมาให้เราอีกนะ เราไม่รับหรอก ดีไม่ดีก็จะทิ้งถังขยะไปเลย”

ถนอมนวลมองตามหลังเพื่อนไปอย่างขันๆ เธอไม่เชื่อหรอกว่าหมันหยาโกรธสรคมณ์ที่ส่งรูปใครหรืออะไรมาให้ คงจะอายเธอมากกว่า หญิงสาวผู้ฉลาดเฉลียวคนนี้เชื่อว่าเพื่อนของเธอสนใจสรคมณ์พอสมควร เพราะเขามีอะไรหลายอย่างที่แปลกและแตกต่างไปจากผู้ชายหลายคนที่มาชอบหมันหยา ถนอมนวลมองเห็นความเหมาะสมระหว่างหนุ่มสาวคู่นี้ ในสายตาของเธอสรคมณ์ป็นผู้ชายที่ไม่เรื่องมาก ใจเย็น มองโลกในแง่ดีและมีอารมณ์ขัน คบคนได้ทุกประเภท และที่สำคัญคือท่าทางเขาสนใจและเอ็นดูเพื่อนของเธอ ผู้ชายท่าทางแข็งแกร่งอย่างเขา คงจะปกป้องคุ้มครองให้ความรักความอบอุ่นแก่ผู้หญิงเปราะบางอย่างหมันหยาได้ หมันหยาเป็นผู้หญิงเต็มร้อย อ่อนไหวง่าย บางครั้งก็เรื่องมากและคิดอะไรต่ออะไรแบบละเอียดจนเกินไป เป็นคนค่อนข้างหัวโบราณซึ่งขัดกันอย่างแรงกับรูปร่างหน้าตาที่เป็นสาวสมัยใหม่

หลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์หมันหยาก็ได้รับรูปใบที่สองจากสรคมณ์ คราวนี้เขาไม่ได้ส่งผ่านมาทางเพื่อนของเธอหมือนครั้งแรก แต่จ่าหน้าซองส่งตรงถึงเธอทางไปรษณีย์มาที่ที่ทำงาน หมันหยาเปิดออกดูตามปกติ ไมได้คาดคิดว่าจดหมายฉบับนั้นจะเป็นของสรคมณ์ หมันหยาเดาว่าเมื่อรู้จากถนอมนวลว่าเธอสั่งห้ามไม่ให้รับฝากอะไรจากเขา สรคมณ์เลยถือโอกาสส่งให้เธอโดยตรง ถึงจะรู้สึกไม่พอใจที่เขายังพยายามจะติดต่อกับเธออีก แต่หญิงสาวก็อดเปิดออกดูไม่ได้ ในซองไม่มีจดหมายหรือโน๊ตอะไรทั้งสิ้น มีแต่รูปเก่าๆใบเดียว รูปใบที่สองนี้ยังเป็นรูปของเด็กผู้ชายคนเดิมแต่อยู่ในชุดลูกเสือ หน้าตาก็ยังเปิ่นๆเหมือนเดิม ดูเหมือนเขาจะสูงขึ้น แขนขาผอมๆยาวเก้งก้าง เมื่อพลิกดูข้อความด้านหลังเธอก็เห็นลายมือหวัดๆเขียนเอาไว้ว่า ‘น่ารักไหมครับ คุณหยา เด็กบ้านนอกถึงจะเชยแต่ก็น่ารักนะครับ น่ารักแบบเชยๆไงครับ’ หมันหยาอดยิ้มไม่ได้ ตอบเขาในใจว่า ‘บ้านนอกจริงๆเลย อีตาบ้า’

 

สามเดือนต่อมาหมันหยาได้รับรูปของสรคมณ์อีกหลายใบ รูปที่ค่อยๆดึงเธอกับเขาเข้าหากันทีละเล็กละน้อย รูปที่ทำให้เธอเห็นพัฒนาการของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆ รูปเรือนไทยโบราณหลังใหญ่ริมแม่น้ำสายกว้าง รอบบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นเป็นดงครึ้ม รูปในเครื่องแบบโก้ของนักเรียนโรงเรียนประจำชั้นดีในกรุงเทพฯ รูปเด็กหนุ่มที่ตอนนี้สูงใหญ่ในชุดนักกีฬากำลังรับถ้วยรางวัลในหลายโอกาส รูปนักรักบี้ที่กำลังสกรัมกันอยู่กลางสนาม ต่อมาก็เป็นรูปนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน รูปนักกีฬาทั้งประเภทลู่และลานรวมทั้งรักบี้ ที่เจ้าของรูปเต๊ะท่ายกถ้วยรางวัลชนะเลิศรักบี้สี่เหล่าชูขึ้นสูงจนสุดปลายแขน รูปการฝึกภาคสนาม รูปรับพระราชทานกระบี่จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันสำเร็จการศึกษา รูปเขาในตำแหน่งรองสารวัตรสืบสวนสอบสวนของโรงพักแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ รูปในชุดพลร่มของตำรวจตระเวนชายแดน ฯลฯ รูปสุดท้ายเที่หมันหยาได้รับเป็นรูปที่ทำการหมวดตำรวจตระเวนชายแดนที่ตั้งอยู่กลางป่ารก และสภาพบ้านพักหลังน้อยที่เก่าโทรมทึบทึม รูปสุดท้ายใบนี้มีข้อความที่ยาวและแปลกไปจากรูปอื่นๆก่อนหน้านั้น ‘คุณหยาครับ ตอนนี้คุณหยาก็คงรู้จักตัวตนของผมมากขึ้นกว่าเดิม ผ่านมาทางรูปทั้งหมดที่ผมส่งมาให้คุณหยาแล้วใช่ไหมครับ ถึงเวลาหรือยังครับที่คุณหยาจะกรุณาอนุญาตผมมากกว่านี้?’

หลังจากนั้นจดหมายซองสีฟ้าที่มีรูปหนึ่งใบบรรจุอยู่ข้างใน ที่เธอเคยได้รับทุกสัปดาห์ก็เงียบหายไปเฉยๆ ตอนแรกที่จดหมายของสรคมณ์เงียบหายไปใหม่ๆหมันหยารู้สึกโล่งใจ ดีแล้วละที่เขาเลิกส่งรูปบ้าๆพวกนั้นมาให้เธอ เขาอาจจะเข้าใจแล้วก็ได้ว่าเธอรำคาญแค่ไหนที่อยู่ๆก็ทำเหมือนเธอกับเขาเป็นญาติหรืออย่างน้อยก็เพื่อนสนิท ที่ควรจะรู้ความเป็นไปของกันและกันอย่างนั้นแหละ เอ๊ะ..หรือเขาจะหลงตัวเองนึกว่าเป็นคนสำคัญระดับชาติ ส่งมาให้ตั้งแต่รูปตอนเป็นเด็กอายุเจ็ดแปดขวบไปจนถึงเป็นหนุ่มฉกรรจ์เรียนจบออกมาทำงาน ถ้าแน่จริงทำไมไม่ส่งรูปตอนเกิดใหม่ๆมาด้วยล่ะ เชอะ..ใครจะไปอยากรู้ประวัติศาสตร์ของคนกะล่อนอย่างคุณ นึกว่าบ้านฉันเป็นหอสมุดแห่งชาติหรือพิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายหรืออย่างไร ในที่สุดหลังจากคิดอะไรอยู่พักหนึ่งหมันหยาก็โยนรูปทั้งหมดเกือบสามสิบใบไว้ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง บอกตัวเองว่าวันดีคืนดีก็จะช่วยฌาปนกิจให้แบบผีไม่มีญาติเสียเลย เจ้าของรูปจะได้ไปผุดไปเกิดที่อื่นที่ไกลๆเธอเสียที

แต่แล้วหลังจากเวลาผ่านไปเรื่อยๆโดยปราศจากซองจดหมายสีฟ้าอ่อนที่เริ่มจะชินตาและรอคอย หมันหยาก็อดนึกถึงเจ้าของจดหมายไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่า ทำไมเขาเลิกส่งรูปมาให้เธอ หรือว่าเขาถอดใจแล้วเพราะเธอไม่เคยตอบหรือส่งข่าวบอกเขาเลยว่าได้รับรูปพวกนั้นแล้ว แต่ทำไมเธอจะต้องตอบ ในเมื่อเขาเองก็ไม่เคยเขียนอะไรในลักษณะจดหมายถึงเธอแม้สักครั้ง มีแต่รูปที่มีข้อความสั้นๆด้านหลังเท่านั้น แม้จะโทรศัพท์มาพูดกับเธอเขาก็ยังไม่เคยคิดจะทำ หมันหยาแน่ใจว่าสรคมณ์มีเบอร์มือถือของเธอ ซึ่งถนอมนวลคงจะเจ้ากี้เจ้าการให้เขาไปแล้วแน่ๆ เมื่อเขาคิดแต่จะส่งรูปอยู่อย่างเดียวแล้วเรื่องอะไรเธอจะเป็นฝ่ายเริ่มต้น เมินเสียเถิด

ถนอมนวลซึ่งคอยสังเกตอยู่เงียบๆเห็นอาการกระวนกระวายเป็นครั้งคราวของเพื่อน เรื่องที่สรคมณ์ส่งรูปมาให้เป็นระยะๆนั้นหมันหยาเล่าให้เธอฟังแล้วแต่ไม่ได้เอารูปให้ดู

“หมู่นี้คุณสรคมณ์ยังส่งรูปมาให้หยาอีกหรือเปล่า?” ถนอมนวลเลียบเคียงถามในวันหนึ่ง

หมันหยาอึกอักก่อนจะตอบเพื่อน “ไม่ได้ส่งนานแล้ว รูปหมดบ้านแล้วละมัง”

“เอ๊ะ ทำไมไม่ส่ง?” อีกฝ่ายทำท่าครุ่นคิดทั้งๆที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร “หรือว่าเขาไม่ว่าง มีภารกิจเยอะ เช่นออกไปลาดตระเวนทุกวัน ไปฝึก หรือ..”

“สงสัยป่วยหนักใกล้ตายเพราะกินเหล้าจัดมากกว่ามั้ง” หมันหยาทำเสียงเยาะๆ “หรือไม่ก็ถูกพ่อหรือพี่ชายของผู้หญิงที่เขาไปเที่ยวจีบเอาไว้ซ้อมหรือฆ่าตายไปแล้ว”

ถนอมนวลหัวเราะขันเพื่อน “โธ่ อย่าไปแช่งเขายังงั้นเลยน่า เขาอาจจะไม่ได้อยู่ที่โน่นหรืออาจจะไม่ว่างก็ได้”

“ก็เรื่องของเขา เราไม่สนใจหรอก เลิกพูดถึงอีตาคนนี้ดีกว่า” หมันหยาตัดบท “ว่าแต่วันเกิดปีนี้นวลอยากได้ของขวัญอะไรเป็นพิเศษไหม?”

“โอ๊ย อีกตั้งเดือน มาถามอะไรเอาป่านนี้ล่ะ”

“อ้าว เราจะได้มีเวลาเตรียมหาไง เผื่อนวลอยากได้อะไรที่หายากหรือต้องใช้เวลาหา”

“ไม่ละ ไม่อยากได้อะไรเป็นพิเศษ ให้อะไรก็ยินดีรับทั้งนั้นแหละ”

แม้จะบอกเพื่อนไปแล้วว่าไม่ต้องการของขวัญพิเศษ แต่อีกสองสัปดาห์ต่อมาถนอมนวลก็มีเหตุทำให้ต้องเปลี่ยนใจ

“เออ...หยา จำได้ไหมที่หยาเคยถามเราว่าวันเกิดปีนี้อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าน่ะ”

“ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ นี่เราก็กำลังเตรียมจะซื้อให้นวลอยู่แล้ว ทำไม? มีอะไรหรือ? หรือเปลี่ยนใจอยากได้ของขวัญชิ้นพิเศษแล้ว” หมันหยายิ้มหวานให้เพื่อน “ ได้เลย บอกมาเลย ให้นวลได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจนเกินไป”

“ไม่เหลือหรอกน่า หยาให้เราได้อยู่แล้วละ”

“เอ้า อยากได้อะไรก็บอกมา วันอาทิตย์นี้พี่สาวเราชวนไปช็อปปิ้งพอดี”

“หยาไม่ต้องซื้ออะไรให้เรานะ เราจะชวนหยาไปดูรักบี้น่ะ หยาก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเราชอบดูกีฬาทุกประเภท เผอิญเราได้บัตรมาสองใบแต่หาคนไปด้วยไม่ได้ ก็เลยอยากชวนหยาไปดูเป็นเพื่อนเราหน่อย แลกเปลี่ยนกับของขวัญวันเกิด ได้ไหม?”

“แหม เราก็ไม่ชอบดูซะด้วยสิ ไอ้รักบ้งรักบี้อะไรเนี่ย ดูไม่ค่อยเป็น ถ้าฟุตบอลละก้อพอไหว” หมันหยาขยับจะปฏิเสธแต่ก็เกรงใจเพื่อน

“เอาเถอะ ไปด้วยก็ได้ แต่ถ้ารานั่งหลับก็อย่าโกรธล่ะ”

“ถ้าหยาหลับลงจริงๆก็ไม่ว่ากัน” ถนอมหัวราะเมื่อนึกภาพสาวสวยนั่งหลับในสนามกีฬาที่เต็มไปด้วยผู้คน

“ตกลงเราจะไปเป็นเพื่อน แต่เรื่องของขวัญไม่เกี่ยวกัน ยังไงเราก็จะให้นวล ห้ามปฏิเสธ ไม่งั้นเราไม่ไปด้วย” หมันหยาทำหน้ายิ้มๆขณะยื่นคำขาด

“ตามใจ ถ้าจะให้จริงๆจะเล่นตัวให้เหนื่อยทำไมล่ะ จริงไหม?”

“แล้วไอ้ที่จะไปกันนั่นน่ะวันไหน?”

“วันเกิดเรานั่นแหละ” คนตอบทำหน้าเจื่อนเมื่ออ้อมแอ้มออกมาว่า “บัตรสองใบนั่นมีคนเขาให้เราเป็นของขวัญวันเกิดน่ะ หยา”

อีกฝ่ายทำหน้าล้อเลียนเพื่อน “ของขวัญวันเกิดจากหนุ่มคนไหนหนอ”

“อย่าล้อเลย ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แค่เพื่อนกันเท่านั้น” แก้ตัวจบก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “เออนี่ หยา เย็นนั้นพอดูรักบี้จบแล้วเพื่อนคนนี้เขาขอเลี้ยงอาหารเย็นด้วยนะ”

หมันหยาชักสงสัยว่าเพื่อนที่ว่านี้ไม่น่าจะใช่เพื่อนธรรมดาเสียแล้ว “ว้าว มีการเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ด้วย ชักจะยังไงๆซะแล้วสิ”

“หยาไปกินด้วยกันนะ เขาให้เราชวนเพื่อนไปด้วย”

“ไม่เอาละ ไปกันสองคนเถอะ เราขอตัว ไม่อยากไปเป็นกอขอคอใคร” หมันหยาทำหน้ายิ้มๆมองเพื่อน “ดีใจจังที่นวลกำลังจะมีเพื่อนคนพิเศษแล้ว มิน่า..ไม่สนใจหนุ่มๆในที่ทำงานสักคน มีม้ามืดอยู่ข้างนอกนี่เอง”

“โธ่เอ๊ย หยา คิดไกลไปถึงโน่น บอกว่าแค่เพื่อนธรรมดาก็ไม่เชื่อ”

“ไม่เชื่อหรอกจ้ะ งั้นเราจะแค่ไปดูรักบี้เป็นเพื่อนนวลเท่านั้นนะ ดูจบก็แยกกัน นวลไปกินข้าวกับคนพิเศษต่อ ส่วนเราก็กลับบ้าน”

“หยาจะไม่ไปกินข้าวด้วยจริงๆเหรอ” ถนอมนวลชักกลุ้มใจกลัวจะเสียแผน

“จริงสิ นวลไปกับเขาสองคนเถอะ กล้าๆหน่อยสิ ไหนเวลาใครมาจีบเรานวลชอบบอกให้เราอย่าปิดกั้น ให้โอกาสตัวเองได้เรียนรู้คนที่มาจีบไง คราวนี้นวลต้องฟังเราบ้างละ”

หลังจากที่พยาพยามกล่อมเพื่อนให้ไปร่วมวงกินข้าวด้วยหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ถนอมนวลก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแผนใหม่ “ที่เราอยากให้หยาไปด้วยเนี่ยเพราะอะไรรู้ไหม?”

“นวลเขินละมัง เลยไม่กล้าไปกับเขาสองต่อสองตั้งแต่เดทแรก”

อีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่ใช่หรอก คือยังงี้นะ หยา เรากับเขายังไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไหร่ แต่เท่าที่เราเห็นเขาเป็นคนดีและน่าสนใจ แต่เราก็ไม่ค่อยเชื่อความรู้สึกของตัวเองนัก เราอาจจะดูเขาผิดก็ได้ ก็เลยอยากให้ใครสักคนช่วยดูให้หน่อย เราชื่นชมเขาอยู่แล้ว อาจจะทำให้มีอคติเห็นเขาดีไปหมด ทั้งๆที่ความจริงอาจจะแย่ก็ได้ เราเลยอยากให้หยาไปด้วย จะได้ช่วยดูว่าเขาเป็นอย่างไร จริงใจกับเรามากน้อยแค่ไหน หยาช่วยเราหน่อยไม่ได้เหรอ หยาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของเรา เรารู้ว่าหยาหวังดีต่อเราเสมอ ไม่อยากให้เราทำอะไรโง่ๆ” แล้วถนอมนวลก็ยื่นคำขาดที่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องยอมจำนน “ถ้าหยาไม่ไปเราก็คงไม่กล้าไปกับเขาสองต่อสองหรอก ดูรักบี้จบก็จะกลับบ้านเหมือนกัน”

“อ้าว ทำไมถึงจะไม่ไปล่ะ ไปเถิดน่า จะได้รู้จักเขามากขึ้น นวลเก่งจะตาย คงไม่เสียรู้ใครง่ายๆหรอก ถ้าโง่ๆไม่ทันคนอย่างเราก็ไม่แน่”

“ไม่เอาละ ให้ไปคนเดียวไม่ไปแน่”

หมันหยานึกขันและเอ็นดูหน้าเก้อๆของเพื่อนจนต้องยอมเปลี่ยนใจ “โอเค เราไปด้วยก็ได้ แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ถ้ามีนัดกันอีกก็ไปกันสองคนเถอะ เราไม่ไปด้วยอีกแล้ว”

หน้าของถนอมนวลดีขึ้นทันตาเห็น “ขอบใจมากนะหยา”

แม้เรื่องที่คุยกันจะตกลงกันได้แล้วด้วยดี แต่ถนอมนวลยังมีเรื่องที่อยากรู้อีกเรื่องหนึ่ง

“คุณเมฆาเป็นยังไงบ้างล่ะ? เราหมายถึงกับหยาน่ะ”


เมฆาหรือเมฆคือหนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้า ตำแหน่งผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงาน ซึ่งเป็นกองหนึ่งในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน เขาเป็นผู้ชายมาดขรึม เอาการเอางาน หมันหยาเข้ามาทำงานที่กองฝึกอบรมในกรมการพัฒนาชุมชนได้ประมาณสามเดือน เธอจึงรู้ว่าเมฆาที่ต่อมาเธอเรียกว่า 'พี่เมฆ' เป็นเพื่อนสนิทของพี่เขยคนโตของเธอ หลังจากพบกันในงานเลี้ยงสังสรรค์ที่บ้านพี่สาวพี่เขย หมันหยากับหนุ่มใหญ่มาดดีอนาคตไกลคนนั้นก็เริ่มสนิทสนมกัน เมฆามีท่าทีสนใจสาวน้อยคนนี้มาก ทั้งสุขุมาลย์พี่สาวและเมธีพี่เขยรวมทั้งมารดาของหมันหยาต่างก็สนับสนุนเห็นดีเห็นงามไปด้วย ที่จะให้ความสัมพันธ์นี้รุดหน้าต่อไป หมันหยาถูกใจในอัธยาศัยของเมฆาก็จริง แต่ก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าสนใจเขามากพอที่จะเปิดใจรับเขาได้หรือไม่

“ก็เหมือนเดิม ถามทำไม?”

“ก็แค่อยากรู้เท่านั้น เขายังไปหาหยาที่บ้านอยู่หรือเปล่า?”

ที่ถามเช่นนี้ก็เพราะเวลาอยู่ในที่ทำงาน ถนอมนวลไม่ค่อยเห็นเมฆามาที่กองที่หมันหยาทำงานอยู่ แต่เคยรู้จากเพื่อนว่าชายหนุ่มผู้นั้นมักจะไปที่บ้านของเธอในช่วงวันหยุด ถนอมนวลไม่ค่อยได้รู้อะไรในเรื่องนี้มากนักจากหมันหยา ซึ่งเป็นคนไม่ค่อยพูดถึงเรื่องส่วนตัวของทั้งตัวเองและคนอื่น

“ก็ไปบ้าง” หมันหยาตอบแบบกว้างๆ

“เราว่าคุณเมฆาเนี่ยมีทุกอย่างพร้อมหมดเลยนะ หยา ทั้งรูปร่างหน้าตา ตำแหน่งหน้าที่การงาน” ถนอมนวลทำเป็นพูดไปเรื่อยๆเหมือนไม่ได้สนใจจริงจัง “เสียอย่างเดียวเป็นพ่อม่าย ยังดีที่ไม่มีลูกติด”

เมื่อเห็นเพื่อนเพียงแต่ยิ้มไม่ต่อความด้วย ถนอมนวลก็รุกต่อเพื่อหาข้อมูล “ไม่รู้ว่าแกเป็นพ่อม่ายแบบไหนนะ หยา พ่อม่ายเมียหย่าหรือหย่าเมีย”

หมันหยาซึ่งรู้ว่าถนอมนวลอยากรู้คำตอบ ทำหน้ายิ้มๆ “จะอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเขาไปทำไม พ่อม่ายหย่าเมียหรือถูกเมียขอหย่ามันก็พ่อม่ายเหมือนๆกันนั่นแหละ”

อีกฝ่ายทำตาโต ร้องค้านเสียงดังฟังชัดขึ้นมาทันที “แหม มันจะเหมือนกันได้ยังไงล่ะจ๊ะ คุณหมันหยาคนสวย มันต่างกันตั้งแยะ ผู้ชายที่ขอหย่ากับเมียน่ะ ร้อยทั้งร้อยเป็นเพราะหลงเมียน้อยหัวปักหัวปำ อยากเลื่อนวิทยฐานะให้เป็นเมียหลวง หรือไม่ก็เมียไม่ดีเช่นไปมีผู้ชายคนใหม่ แต่ในกรณีที่ถูกเมียขอหย่า เราว่ามันแย่กว่าตรงที่แสดงว่าผู้ชายคงจะมีอะไรที่บกพร่องมากเสียจนเมียทนไม่ไหว ต้องลุกขึ้นขอหย่าไปหาคนที่ดีกว่า เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่มีความอดทนสูง ถ้าไม่หนักหนาสาหัสจนเกินไปก็ไม่หย่าง่ายๆหรอก"

หมันหยาปล่อยให้เพื่อนสาธยายเรื่องพ่อม่ายจบแล้วจึงถามยิ้มๆว่า“ถ้าเป็นม่ายเพราะเมียตายล่ะ?”

“อ้าว” ถนอมนวลทำหน้าตกใจ “หยาหมายความว่าภรรยาของคุณเมฆาตายแล้วงั้นหรือ?”

“ภรรยาเขาเป็นคนอังกฤษ แต่งงานกันได้สองสามปีก็เกิดอุบัติหตุเครื่องบินตก ตอนเดินทางไปทำงานที่อัฟริกา”

“โถ น่าสงสารนะ” หญิงสาวทำท่าครุ่นคิด “มิน่าเล่า ดูแกขรึมๆเศร้าๆยังไงก็ไม่รู้ สงสัยคงรักเมียมากเลยนะหยา”

“ก็คงงั้น ถ้าไม่รักเขาจะแต่งงานกันทำไม”

“ถามจริงๆเถอะ หยาชอบเขามั่งไหม?”

“ไม่รู้ ตอบไม่ถูก เขาเป็นผู้ใหญ่กว่าพวกเรามาก แล้วก็ค่อนข้างขรึมอย่างที่นวลก็รู้นั่นแหละ”

“สรุปว่าคุณเมฆาซีเรียสมากเกินไปสำหรับคนอายุขนาดเราๆ” ถนอมนวลรีบสรุปตามความเห็นของตัวเอง

“ไม่รู้เหมือนกัน” หมันหยายังยืนคำเดิม

“งั้นเราขอสรุปอีกทีว่าตอนนี้หยากับคุณเมฆายังไม่ได้คบหากันจริงจัง อยู่ในระหว่างเรียนรู้นิสัยใจคอกันมากกว่า จริงไหม?"

หมันหยายิ้มอีกตามเคยโดยไม่รับหรือปฏิเสธ ทำให้การพูดคุยกันเรื่องผู้ชายหน้าขรึมที่ชื่อเมฆาจบลงเพียงเท่านั้น


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน