*/
  • ม่อนหินไหล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-09
  • จำนวนเรื่อง : 136
  • จำนวนผู้ชม : 94465
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม 2565
Posted by ม่อนหินไหล , ผู้อ่าน : 404 , 00:19:56 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน




หมันหยาและถนอมนวลเข้าไปในสนามกีฬาช้าไปเกือบครึ่งชั่วโมง เกมรักบี้ที่ตั้งใจจะมาชมและเชียร์เล่นกันไปได้พักหนึ่งแล้ว ผู้ที่ทำให้ช้าโดยตั้งใจคือถนอมนวล สองสาวนัดกันเอาไว้ที่หน้าสนามกีฬา หมันหยาซึ่งมาถึงโดยรถไฟฟ้ายืนคอยเพื่อนอยู่นาน กว่าถนอมนวลซึ่งใช้บริการรถประจำทางจะมาถึง

ขณะนั้นฝนเริ่มตกลงมาปรอยๆแล้ว ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสีเทาดำบอกให้รู้ว่าฝนคงจะตกหนักในไม่ช้า ถนอมเดินเข้าไปหาหมันหยาที่ยืนหลบฝนอยู่ตรงป้ายรถเมล์ซึ่งมีหลังคา

“ขอโทษทีนะหยา เรามาช้าไปหน่อย บังเอิญมีเรื่องติดขัดที่บ้าน” พอเห็นหน้าเพื่อนถนอมนวลก็รีบออกตัวทันที


หมันหยามองดูนาฬิกาบนข้อมือ “ป่านนี้รักบี้คงเริ่มแข่งไปแล้วมั้ง สงสัยคนจะแน่นด้วยสิ ฉันเห็นคนเยอะแยะเข้าไปในสนามกีฬา ” อึ้งไปอึดใจหนึ่งหญิงสาวก็พูดต่อป็นเชิงขอความเห็น “สายป่านนี้แล้วเราจะเข้าไปหรือเปล่า อีกอย่างฝนก็กำลังตกด้วย มิเปียกแย่เหรอ ร่มก็ไม่ได้เอามา”

ถนอมนวลเห็นสีหน้าเพื่อนก็เข้าใจ หมันหยาเคยพูดชัดเจนก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่สนใจจะดูรักบี้ เธอคงได้โอกาสที่จะไม่เข้าไปในสนามกีฬา “เข้าสิ ทำไมจะไม่เข้าล่ะ สายไปแค่ไม่กี่นาทีเอง”


“ใครว่าไม่กี่นาที เกือบครึ่งชั่วโมงละมัง”


“แหม หยาก็พูดเกินไป แค่สิบนาทียี่สิบนาทีเอง เรื่องอะไรจะไม่เข้าไป ฝนตกก็ไม่เป็นไรหรอก ที่อัฒจันทร์มีหลังคา อีกอย่างหยาก็รู้ว่าเรานัดคนเอาไว้หลังรักบี้เลิก ไม่เข้าไปแล้วจะเจอเขาได้ยังไง ไปกันเถอะ”

ว่าแล้วถนอมนวลก็ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายโต้แย้ง ฉวยข้อมือเพื่อนได้ก็พาเดินอย่างรีบร้อนผ่านประตูใหญ่หน้าสนามกีฬาเข้าไปโดยเร็ว แล้วบุกฝ่าผู้คนที่นั่งกันอยู่เต็มอัฒจันทร์เข้าไปตรงที่นั่งพิเศษที่สรคมณ์จองเอาไว้ให้แล้วล่วงหน้า



นั่งลงได้เรียบร้อยหมันหยาก็เหลียวหน้าเหลียวหลังมองไปรอบตัวด้วยความแปลกใหม่กับสถานที่แบบนี้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเธอ มองไปมองมาหญิงสาวก็เห็นชื่อของทีมที่กำลังแข่งกันอยู่ บนสกอร์บอร์ดที่มีขนาดใหญ่เห็นได้แต่ไกล ‘ทีมสโมสรทหารอากาศกับทีมสโมสรตำรวจ’ นั่นเอง แต่ตอนนั้นหมันหยายังไม่ได้นึกสงสัยอะไร เพราะคิดว่าสรคมณ์ทำงานอยู่ชายแดน คงไม่ได้เข้ามาแข่งในกรุงเทพฯนี่หรอก ส่วนถนอมนวลก็ถือโอกาสที่หมันหยามองไปที่อื่น เขม้นมองลงไปที่สนามแข่งที่นักกีฬาของทั้งสองฝ่ายกำลังโรมรันพันตูกันอย่างดุเดือด จุดประสงค์ก็เพื่อมองหาสรคมณ์ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใครที่กำลัง ‘สกรัม’ กันอยู่กลางสนามท่ามกลางสายฝนที่พรำลงมาเบาๆ



ที่มองหาสรคมณ์ก็ไม่ใช่อะไรมากไปกว่ากลัวว่าหมันหยาจะเห็นชายหนุ่มคนนั้นเข้าเสียก่อน เมื่อเห็นแล้วถนอมนวลก็ไม่แน่ใจว่าเพื่อนของเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ดีไม่ดีถ้าเดาได้ว่าคนที่นัดเอาไว้คือสรคมณ์ หมันหยาอาจจะรีบขอตัวกลับบ้านก่อนการแข่งขันจะจบลงก็ได้ สาเหตุที่ถนอมนวลจงใจมาสายก็เพราะต้องการให้การแนะนำตัวและประกาศชื่อนักกีฬาที่ลงแข่งทั้งสองทีมผ่านไปเสียก่อน หมันหยาจะได้ไม่ผิดสังเกต ตอนนี้ถนอมนวลค่อนข้างมั่นใจว่าเพื่อน
ของเธอจะไม่เห็นสรคมณ์ก่อนเวลานัด


“มองหาอะไรน่ะนวล” หมันหยาถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นอีกฝ่ายสอดส่ายสายตาคล้ายกับกำลังมองหาอะไรหรือใครสักคน “หรือกำลังมองหาคนที่นัดไว้ อย่าบอกนะว่าเขาคนนั้นของนวลกำลังเล่นรักบี้อยู่ในสนามนั่น”

ถนอมนวลเกือบสะดุ้งที่หมันหยาพูดได้ใกล้เคียงความจริง “เปล่า ไม่ได้มองหาใครหรอกน่า ก็แค่ดูเขาสกรัมกันเท่านั้น”

ดูและเชียร์กีฬาไปได้พักหนึ่ง ถนอมนวลซึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าหมันหยาดูรักบี้ไม่เป็น ก็หันมาอธิบายให้เพื่อนฟังอย่างคร่าวๆ “รักบี้เนี่ยเขาเล่นกันข้างละสิบห้าคน หยาเห็นโกลตรงปลายสนามโน่นไหม ก็คล้ายๆกับฟุตบอลแหละ มีประตูให้ยิง”

หมันหยามองตามมือของเพื่อนไป เห็นประตูหรือโกลที่ว่ามีลักษณะเหมือนโกลฟุตบอล แต่โกลหรือประตูของกีฬารักบี้ใหญ่กว่าและมีรูปร่างหน้าตาคล้ายตัวเอชในภาษาอังกฤษ เธอเห็นผู้เล่นทั้งสองทีมที่เกาะกลุ่มเอาหัวชนกันอยู่กลางสนาม ดันกันไปดันกันมาอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกันและเพื่ออะไรเพราะไม่เคยสนใจกีฬารักบี้มาก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเล่นกันอย่างไร มีกฏกติกาอะไรบ้าง

“ที่หยาเห็นน่ะเขาเรียกว่าสกรัม การสกรัมคือการแย่งลูกบอลกัน เพื่อจะเอาไปวางทรัย..”
“วางทำไม ไม่เห็นรู้เรื่อง” หมันหยาถามไปตามเรื่อง ถึงอย่างไรก็ไม่คิดว่าจะเข้าใจหรอก
“วางทรัยเพื่อจะทำแต้มไง”
“อ้าว ไม่ได้เตะลูกบอลเข้าประตูเหมือนฟุตบอลหรือ?”

“ รักบี้เนี่ยทำแต้มได้สองแบบ แบบแรกคืออุ้มลูกบอลวิ่งส่งต่อกันไปเรื่อยๆ แล้วไปกดลงบนพื้นสนามแถวๆประตู แบบนี้เรียกว่าวางทรัยเพื่อจะทำแต้ม วางเสร็จแล้วผู้เล่นก็จะต้องหยิบลูกบอลออกมานอกประตูเพื่อตั้งเตะ ถ้าเตะเข้าประตูด้านบนได้ก็จะได้ห้าแต้ม ถ้าไม่เข้าก็จะได้เหมือนกัน แต่แค่สามแต้ม อีกแบบนึงก็คือเตะเข้าประตูโดยตรงเลยระหว่างที่กำลังวิ่งอยู่ เรียกว่าดร็อบคิ๊ก แบบนี้ได้สามแต้ม”

ถนอมนวลพยายามอธิบายอย่างรวบรัดที่สุด เพราะรู้ว่าถ้าอธิบายละเอียดกว่านี้ เพื่อนของเธอจะยิ่งไม่เข้าใจ และเมื่อไม่เข้าใจก็อาจจะเบื่อจนพาลอยากกลับบ้านเอาดื้อๆ

“เฮ้อ ยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ นวลดูไปเถอะ ไม่ต้องห่วงเราหรอก”

ตอนนี้หมันหยาได้แต่ภาวนาให้เกมจบเสียที ดูไม่รู้เรื่องจนรู้สึกเบื่อที่จะนั่งอยู่ตรงนี้ บอกตัวเองว่าไม่น่าใจอ่อนยอมมากับเพื่อนเลย หญิงสาวควักแว่นดำที่เอาติดกระป๋ามาด้วยขึ้นสวม จะได้นั่งหลับตาได้ตามสบายโดยไม่มีใครเสังเกตเห็น ปล่อยให้ถนอมนวลเต้นแร้งเต้นการ้องตะโกนโหวกเหวกร่วมกับผู้ชมคนอื่นๆ เชียร์กีฬาในสนามข้างล่างโน่นไปตามสบาย


นั่งหลับตาอยู่กับตัวเองได้พักเดียว ขณะนี้ที่มานั่งอยู่ในสนามกีฬา มีการแข่งรักบี้ที่เธอไม่ได้ดูอยู่ตรงหน้า หมันหยาก็แว่บคิดไปถึงสรคมณ์ เขาหายเงียบไปเป็นเดือนหลังจากส่งรูปชุดสุดท้ายมาให้เธอ หรือว่าเขาถอดใจแล้วเพราะรู้แน่ชัดแล้วว่าเธอไม่เสนใจเขาเลย แล้วเมื่อนึกถึงสรคมณ์ หญิงสาวก็นึกถึงรูปที่ชายหนุ่มผู้นั้นในฐานะหัวหน้าทีม ยืนอยู่หน้าเพื่อนร่วมทีม กำลังใช้สองมือชูถ้วยชนะเลิศกีฬารักบี้สี่เหล่าใบใหญ่สูงขึ้นไปในอากาศ มีรอยยิ้มกว้างปรากฏอยู่บนใบหน้าคมสันที่ปราศจากหนวดเฟิ้มที่เธอเกลียด เขาดูเด็กกว่าตอนที่เธอพบเขาครั้งแรกที่อุบลฯ รูปใบนั้นที่เขาส่งมาให้เธอคงเป็นตอนที่เขายังเรียนอยู่ในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

ความจริงแม้สมัยเรียนหนังสือหมันหยาจะไม่ค่อยได้เล่นกีฬาที่หักโหม เพราะถูกมารดาสั่งห้ามเอาไว้ แต่ลึกๆแล้วเธอก็ชื่นชมนักกีฬาเก่งๆ เธอเอารูปของสรคมณ์ที่เขาส่งมาให้ออกมาดูหลายครั้ง หญิงสาวยอมรับว่ารูปพวกนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนรู้จักตัวตนของเขามากขึ้น มันช่วยดึงเธอและสรคมณ์ให้เข้ามาใกล้กันโดยไม่รู้ตัว


อีกพักใหญ่ต่อมาเกมการแข่งขันก็จบลง โดยทีมสโมสรตำรวจป็นฝ่ายชนะทีมสโมสรทหารอากาศด้วยแต้มที่เฉียดฉิว ผู้ชมและเชียร์จำนวนมากต่างก็ลุกจากที่นั่งเบียดเสียดเยียดยัดแย่งกันลงจากอัฒจันทร์ แยกย้ายกันออกจากสนามกีฬา

“นวลนัดเขาไว้ที่ไหนล่ะ” หมันหยาถามเมื่อเดินตามถนอมนวลมาหยุดลงใกล้ทางออก
“แถวๆนี้แหละ เดี๋ยวเขาก็มา” แล้วถนอมนวลก็เห็นสรคมณ์ “โน่น เขามาโน่นแล้วละ”

หมันหยาเหลียวไปมองตามมือที่ชี้ไปข้างหน้าของเพื่อน พอเห็นถนัดว่าผู้ชายที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเป็นใคร สีหน้าของหมันหยาก็เปลี่ยนใปทันทีด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง

“เอ๊ะ นวล นั่นคุณสรคมณ์ไม่ใช่หรือ? เขามาเล่นรักบี้ด้วยหรือ งั้นก็หมายความว่าเขาคือคนที่นัดกับนวลไว้งั้นสิ”
แม้ยังไม่แน่ชัดว่ารู้สึกอย่างไรกับการปรากฏตัวโดยไม่คาดฝันของสรคมณ์ แต่หมันหยาก็มีคำถามสำคัญที่จะถามเพื่อน “ทำไมต้องหลอกเรา ทำไมไม่บอกว่านวลนัดกับคุณสรคมณ์ เรา...”


“เอาเถอะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน” ถนอมนวลรีบตัดบทโดยเร็วก่อนจะเสียการ “ตอนนี้ขอให้หยาทำเฉยๆไปก่อน”
“สวัสดีครับ คุณนวล คุณหยา” สรคมณ์ทักสองสาวทันทีที่เดินมาถึงตัว

วันนี้หมันหยาแต่งตัวเก๋ ชุดกางเกงยีนส์ขาตรงสีขาวพอดีตัว ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป กับเสื้อเชิร์ตแขนยาวพับขึ้นมาถึงข้อศอก ตัดจากผ้าลูกไม้สีขาวเนื้อนุ่มลายดอกไม้จิ๋วๆที่มีเกสรสีแดง ทำให้เธอดูทั้งเก๋และหวาน สรคมณ์มองแล้วมองอีก มองแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าเครื่องแต่งกายแบบนี้และผมยาวที่หวีเสยเปิดหน้าผากรวบชายผมไปไว้ข้างหลัง ทำให้หมันหยาดูเหมือนเด็กวัยรุ่น ท่าทางทะมัดทะแมงสมกับการมาดูกีฬา

 

ส่วนหมันหยาก็เห็นผู้ชายในชุดนักกีฬารักบี้ของทีมสโมสรตำรวจ กางเกงขาสั้นสีดำกับเสื้อยืดแขนยาวสีแดงเลือดหมู ปกเสื้อสีดำ มองแล้วหญิงสาวก็เมินไปจากร่างสูงตรงกำยำล่ำสันที่โชกชุ่มไปด้วยเหงื่อและเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนจากสนามแข่งที่เฉอะแฉะ ท่าทางเขาเหมือนจะเหนื่อยกับกีฬา ที่ต้องใช้กำลังอย่างมากตอนที่ถูก ‘สกรัม’ และวิ่งหลบหลีกนักกีฬาคู่แข่งที่วิ่งตามมาสะกัดป็นพรวน เพื่อไม่ให้เขาเข้าไปวาง ‘ทรัย’ ทำแต้มที่หลังโกลได้ แม้จะดูเหนื่อยล้า แต่เธอก็ยังเห็นประกายคาวาววับของเขาที่มองเธอ ดวงตาคู่นั้นประกาศอย่างโจ่งแจ้งถึงความดีใจที่เห็นเธอ ยิ้มของเขากว้าง วันนี้ไม่มีทั้งหนวดและเคราบนใบหน้าของสรคมณ์

“สนุกไหมครับ คุณหยา”
“ฉันดูไม่ค่อยเป็นหรอกค่ะ แค่มาเป็นเพื่อนนวล” สีหน้าของหมันหยาค่อนข้างเจื่อน
“สงสัยคุณหยาจะเบื่อ นั่งหลับบ้างหรือเปล่าครับ?”

คำถามยั่วๆของสรคมณ์ทำให้หมันหยาอยากจะค้อนเขา เพราะแว่บนึกไปถึงคำถามเดียวกันนี้ที่ร้านอาหารในอุบลฯเมื่อหลายเดือนมาแล้ว

แต่ถนอมนวลหัวเราะชอบใจ “หยาเขาไม่กล้าหลับหรอกค่ะ คุณสรคมณ์ เพราะฉันสั่งห้ามเอาไว้แล้วก่อนจะเข้ามา ขืนคนสวยๆแบบหยามานั่งหลับกลางสนามกีฬาในขณะที่คนอื่นเขาส่งเสียงเชียร์กันอึงคะนึง คงตลกน่าดู”

สรคมณ์อมยิ้มเมื่อเห็นหมันหยาชำเลืองค้อนเพื่อน

“คุณนวล คุณหยากรุณารอผมสักสิบห้านาทีนะครับ ผมขอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ขืนไปทั้งยังงี้คงมีคนเหม็นสาปผมแน่ ขออนุญาตไปทำหล่อหน่อยนะครับ”

ทันทีที่สรคมณ์ลับตัวไป หมันหยาซึ่งรอจังหวะอยู่แล้วก็หันมาเอาเรื่องถนอมนวลทันที “นี่หมายความว่าอะไร? ทำไมนวลไม่บอกเราว่าผู้ชายคนที่นวลเล่าให้เราฟังคือคุณสรคมณ์ สองคนช่วยกันหลอกเราหรือไง”


“โธ่..โธ่..โธ่ หลอกเหลิกอะไรกัน ใครจะกล้าไปหลอกคุณหมันหยา” ถนอมนวลแก้ตัวเป็นพัลวัน “เราก็แค่อยากฉลองวันเกิดกับเพื่อนสนิทสองคนเท่านั้นเอง”

“เพื่อนสนิท?” หมันหยาทำเสียงสูง “รู้จักกันแหม็บๆเนี่ยนะกลายเป็นเพื่อนสนิทไปแล้ว”

“อ้าว ก็คนมันถูกอัธยาศัยกันนี่นา” ถนอมนวลยิ้มสู้ “พูดคุยกันรู้เรื่อง ชะตาต้องกันก็กลายเป็นเพื่อนกันได้ไม่ใช่เหรอ”

“ถ้าอยากจะฉลองวันเกิดกับเขาแล้วทำไมต้องลากฉันมาด้วย แหม..ชอบเขามากถึงขนาดลงทุนหลอกเพื่อนเลยนะ ความจริงนวลกับเขาก็รู้จักสนิทสนมกันดีแล้วนี่ ใม่เห็นมีอะไรต้องกลัว งั้นฉันกลับบ้านดีกว่า”

“อ้าว เป็นงั้นไป” ถนอมนวลมองหน้างอๆของหมันหยาอย่างเห็นขัน “ทำเป็นเด็กไปได้ ไหนๆเสียเวลามาแล้วก็อยู่รับเลี้ยงคุณสรคมณ์เขาหน่อยก็แล้วกัน เขาก็ดีกับพวกเราจะตาย คบเขาไว้ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน” แล้วก็ปล่อยประโยคสำคัญที่รู้ว่าป็นจุดอ่อนของเพื่อน “หรือที่ไม่อยากคบเพราะเขาเป็นแค่ตำรวจบ้านนอก ไม่โก้หรูเป็นนักเรียนนอก หัวหน้ากองอนาคตไกลเหมือนคุณพี่แมฆของหยา”

“บ้า อย่ามาพูดบ้าๆ นวลก็รู้ว่าเราไม่ใช่คนดูถูกใคร แล้วอีกอย่างเรากับพี่เมฆก็ไม่ได้มีอะไรกันเป็นพิเศษ อย่ามาใช้คำว่าพี่เมฆของเรา”

“เออ..เออ ขอโทษที อย่าพิโรธโกรธขึ้งเพื่อนเลยนะ หยาคนดี ที่เพื่อนทำไปโดยพลการ ไม่บอกเล่าเก้าสิบให้หยารู้เสียก่อน”

ถนอมนวลตีหน้าเศร้าเหมือนสำนึกผิด ในขณะที่แอบหัวเราะอยู่ในใจ จะบอกตามตรงได้ยังไงล่ะ ขืนบอกหมันหยาคนเรื่องมากน่ะหรือจะยอมรับคำเชิญของสรคมณ์

“ก็ได้ แต่ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกนะ มีอะไรอยากให้ช่วยก็บอกมาตรงๆ ถ้าขืนมาทำเจ้าเล่ห์ แต่งเรื่องมาหลอกเราอีกเราจะโกรธนวลจริงๆด้วย” ความจริงหมันหยาอยากต่ออีกหน่อยด้วยซ้ำว่า ‘ชักจะเจ้าเล่ห์เหมือนตำรวจบ้านนอกคนนั้นมากขึ้นทุกทีแล้ว’

ถนอมนวลแอบยิ้มอยู่ในใจ เธอคงไม่ช่วยสรคมณ์หรอกถ้าไม่รู้ว่าหนุ่มสาวคู่นี้ต่างก็สนใจกันและกัน แม้หมันหยาจะทำเหมือนไม่สนใจใยดีสรคมณ์ แต่เธอก็รู้ว่าเพื่อนของเธอพยายามบิดเบือนเพื่อปกปิดความในใจเท่านั้น ถนอมนวลอยากให้สรคมณ์และหมันหยาได้มีโอกาสเรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน ด้วยการคบกันไปเรื่อยๆสักพักหนึ่ง ถ้าเข้ากันไม่ได้และไม่ใช่คนที่ ‘ใช่’ ของกันและกัน ก็ยังคบหากันต่อไปได้ในฐานะเพื่อน ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย

“เออ หยา นอกจากพวกเราแล้ว ยังมีเพื่อนคุณสรคมณ์อีกสองคนนะที่จะไปกินข้าวด้วยน่ะ เขาเพิ่งโทรมาบอกเราเมื่อวานนี้เอง” ถนอมนวลค่อยๆแย้ม

“อ้าว ทำไมต้องชวนเพื่อนมาด้วยล่ะ” หมันหยาทำหน้าไม่เข้าใจ “หรือว่านวลรู้จักเพื่อนเขา?”

ถนอมนวลส่ายหน้าปฏิเสธ “เปล่า ไม่รู้จักหรอก”

หมันหยาทำหน้าเซ็งๆ “สงสัยจะชวนเพื่อนมากินเหล้ามากกว่า เบื่อตายเลย”

“คงไม่มั้ง เพื่อนสองคนที่ว่าน่ะเป็นผู้หญิง คงไม่กินเหล้าหรอกน่า”

“เพื่อนผู้หญิง?” อีกฝ่ายยิ่งงงมากกว่าเก่า “ทำไมคุณสรคมณ์ต้องชวนเพื่อนไปด้วย ก็เขาจะเลี้ยงวันเกิดให้นวลไม่ใช่หรือ? เพื่อนเขาไม่ได้รู้จักนวลสักหน่อย ไม่อึดอัดแย่หรือ”

“เราก็ถามเขาเหมือนกัน เขาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะชวนหรอก แต่เพื่อนเขาอยากมาร่วมด้วย เขาจะมาดูรักบี้อยู่แล้ว เขาชวนคุณสรคมณ์กินข้าวเย็นด้วยกัน แต่พอคุณสรคมณ์บอกว่ามีนัดแล้วเขาก็เลยขอมาร่วมด้วย” ถนอมนวลพยายามอธิบายตามที่รู้จากชายหนุ่มคนนั้น

“เพื่อนหรือแฟนกันแน่” หมันหยาพูดลอยๆอย่างเริ่มสงสัย

“ใครจะไปรู้ แต่ก็ดีไม่ใช่เหรอ เขาจะไปด้วยก็ดีสิ เราจะได้รู้ไงว่าเป็นแฟนคุณสรคมณ์หรือเปล่า คนชอบกันเป็นแฟนกันดูไม่ยากหรอก นัยน์ตามันฟ้อง” แล้วเธอก็ร้องออกมาเป็นเพลง “.....คนรักกันชอบกัน นัยน์ตามันฟ้อง ความรักเรียกร้อง ปรารถนามาพบกัน..ฮิฮิ”

“จะไปอยากรู้เรื่องของเขาทำไม ไม่เห็นเกี่ยวกับพวกเราสักหน่อย”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว” ถนอมนวลทำหน้ายิ้มกริ่ม “เกี่ยวอย่างมากเลยละ”

 "เกี่ยวยังไง?”

“อ้าว ถ้าคุณสรคมณ์มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วเราจะได้ขวางไม่ให้เขามาจีบหยาไง”

“บ้า” หมันหยาหน้าแดง “พูดบ้าๆ เขาไม่ได้มาจีบเราสักหน่อย ทำพูดดีไปเถอะ คนที่เขาสนใจอาจจะเป็นนวลก็ได้นา”

“แหม ถ้าเขาสนใจเราจริงๆก็ดีน่ะสิ” ถนอมนวลหัวเราะชอบใจเมื่อพูดต่อว่า “ ยอมรับเสียทีเถอะน่าว่าคุณสรคมณ์เขาชอบหยา ที่เราต้องมาวุ่นวายด้วยเนี่ยก็เพราะเขาเข้าใกล้หยาไม่ได้ หยาไม่เปิดโอกาสให้เขาบ้างเลยนี่ เราเลยต้องทำหน้าที่ผู้ช่วยพระเอกไงล่ะ”

หน้าของหมันหยามีสีระเรื่อ “บ้า ไม่ต้องมาทำตัวป็นแม่สื่อแม่ชักหรอกนะ นวล ฉันไม่ชอบ”

แม้จะไม่รู้เรืองที่สรคมณ์พูดกับหมันหยาที่ชิงช้าคืนนั้น แต่ถนอมนวลก็รู้จากปากของชายหนุ่มผู้นั้นเองว่าเขาชอบหมันหยา แม้แต่รูปประวัติศาสตร์ชีวิตของเขาสารพัดรูปที่เขาส่งมาให้หมันหยา ก็เป็นหลักฐานชัดเจนถึงความสนใจที่ไม่ธรรมดาของสรคมณ์ต่อเพื่อนของเธอ

“ผู้หญิงสองคนที่จะมากินข้าวด้วยน่ะเป็นพี่น้องกัน คนน้องน่ะรู้จักกับคุณสรคมณ์มาหลายปีแล้ว” ถนอมนวลขยายความต่อ “ถ้าถามเรานะ หยา เราว่าคงไม่ใช่แฟนคุณสรคมณ์หรอก คงเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น”

“แหม ทำรู้ดีจังเลยนะ เขาบอกอะไรก็เชื่อหมด” หมันหยาทำเสียงเยาะๆ

“อ้าว ลองคิดดูซิหยา ถ้าเป็นแฟนกันจริงเรื่องอะไรคุณสรคมณ์จะยอมพาเขามาให้เสียคะแนนด้วยล่ะ ก็รู้ๆกันอยู่ว่าเขากำลังพยายามจีบหยา”

อีกฝ่ายยักไหล่ “คุณสรคมณ์ของนวลอาจจะเหลี่ยมจัดก็ได้นี่นา ทำเป็นบริสุทธิ์ใจใสซื่อ ไม่มีอะไร เราไม่เชื่อหรอก แต่ก็เรื่องของเขา เราไม่สนใจหรอก”

“ถามจริงๆเถอะ หยาไม่รู้สึกอะไรกับคุณสรคมณ์บ้างเลยเหรอ เราว่าเขานิสัยดีและเป็นผู้ชายที่น่ารัก เราไม่รู้ว่าหยาหวั่นไหวบ้างหรือเปล่า แต่ถ้าเราเป็นหยาคงหวั่นไหวบ้างแล้วละ ช่างยั่วช่างแหย่ อารมณ์ดีซะขนาดนั้น”

หมันหยาไม่ตอบ บอกตัวเองว่าขี้เกียจเถียงกับเพื่อน แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าชั้นเชิงการรุกของชายหนุ่มคนนั้นที่เคยประกาศว่าจะจีบเธออย่างเป็นทางการ ทำให้เธอหวั่นไหวได้มากพอสมควร เพราะไม่เคยพบใครที่เหมือนเขา แต่หญิงสาวก็พยายามบอกตัวเองให้เชื่อว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับสรคมณ์เลย รำคาญเสียด้วยด้วยซ้ำ

“กินข้าวเสร็จแล้วเราขอตัวกลับกันเลยนะ นวล นั่งแท็กซี่กลับกันเอง” หมันหยารีบสรุป วันนี้เธอไม่ได้ขับรถมาเพราะถนอมนวลบอกว่าคงหาที่จอดรถยาก

“ก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไรนี่” ถนอมนวลตอบเช่นนั้นก็จริง แต่สรคมณ์บอกเธอไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเขาจะไปส่งเธอและหมันหยาเอง ถนอมนวลจึงต้องหาทางทำให้เพื่อนของเธอไม่เอารถมา

ระหว่างที่สรคมณ์กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของนักกีฬา โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น ผู้ที่โทรมาคือแพรวโพยม

“อ้าว น้อย มีอะไรหรือ? ผมกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า น้อยรอผมอยู่ตรงไหนล่ะ?”

แพรวโพยมหัวเราะเบาๆ “น้อยอยู่ที่บ้านจ้ะ ไม่ได้ไปที่สนามหรอก ตอนแรกก็คิดจะไปดูคมณ์เล่นรักบี้ แต่เปลี่ยนใจกระทันหัน”

“แล้วเรื่องอาหารเย็นจะเอายังไง จะออกมาไหม?”

“ถ้าเย็นนี้น้อยไม่ไปทานข้าวกับคมณ์และเพื่อนๆ จะเป็นอะไรหรือปล่าจ๊ะ?” แพรวโพยมถามกลับมา ราวกับว่าสรคมณ์เป็นฝ่ายนัดเธอไปกินข้าวแล้วเธอขอยกเลิกนัด ไม่ใช่เธอยัดเยียดตัวเองเข้าไปร่วมวงด้วย

“ไม่เป็นไรนี่ถ้าน้อยมีธุระ”

“น้อยไม่ได้มีธุระที่ไหนหรอกจ้ะ เพียงแต่เห็นว่าพรุ่งนี้ก็จะได้เจอคมณ์อยู่แล้ว ก็เอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่า”

"แล้วแต่น้อยก็แล้วกัน” ชายหนุ่มตอบอย่างไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ

แต่แพรวโพยมมีข้อแลกเปลี่ยน “แต่ยังไงคมณ์ก็ยังติดเลี้ยงข้าวน้อยมื้อนึงอยู่ดี จริงไหมจ๊ะ?”

“ยังไงก็ได้ จะให้ผมเลี้ยงเมื่อไหร่ก็บอกมาแล้วกัน”

“กำลังจะบอกอยู่นี่ละจ้ะ” นิ่งไปหน่อยหนึ่งเธอก็พูดต่อ “คมณ์ต้องพาน้อยไปทานข้าวพรุ่งนี้ ตกลงไหมจ๊ะ?”

“อ้าว ก็พรุ่งนี้คุณแม่น้อยชวนทานข้าวไม่ใช่หรือ?”

“ก็นั่นมันมื้อเย็นนี่จ๊ะ” แพรวโพยมหัวเราะเสียงใส “ที่จะให้คมณ์เลี้ยงน่ะมื้อกลางวันจ้ะ น้อยอยากไปทานที่ร้านแม่ของเพื่อนแถวสุขุมวิท เพื่อนชวนหลายครั้งแล้ว เขาอยากจะรู้จักคมณ์ด้วย ได้ไหมจ๊ะ?”

“ก็ได้”

“งั้นพรุ่งนี้คมณ์มารับน้อยที่บ้านสักสิบโมงได้ไหมจ๊ะ”

“โอเค”

แพรวโพยมตัดสัญญาณโทรศัพท์ รู้สึกมีความสุขกับโอกาสที่จะได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่กับผู้ชายคนที่เธอรัก หญิงสาวเพิ่งจะคิดออกเมื่อตอนเช้านี้เองว่าการไปกินข้าวกับสรคมณ์โดยมีเพื่อนของเขาร่วมวงด้วยคงจะไม่สนุกนัก พวกเขาก็คงจะดื่มเหล้าและคุยกันเองเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา โอกาสที่จะได้อยู่ได้คุยกับเขาฉันท์คนรักย่อมเป็นไปไม่ได้ สู้หาทางให้เขากับเธอไปกันตามลำพังสองคนน่าจะดีกว่า เย็นนี้หรือคืนนี้ก็ทำใจดีปล่อยให้เขาไปเมากับเพื่อนของเขาตามประสาผู้ชาย

แพรวโพยมไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าการเปลี่ยนแผนของเธอครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสครั้งสำคัญ ที่ทำให้เส้นทางชีวิตของสรคมณ์กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งเข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งจะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆโดยเริ่มตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ถ้าแผนการไม่ถูกเปลี่ยนโดยกระทันหัน เหตุการณ์พลิกผันจะไม่เกิดขึ้นได้ เพราะทันทีที่เห็นท่าทางที่แสดงถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของๆแพรวโยมต่อสรคมณ์ ความถือตัวของหมันหยาที่ไม่ประสงค์จะแย่งชิงอะไรของใคร ก็จะไม่ยอมให้ชายหนุ่มคนนั้นเข้ามาใกล้ชิดเธอได้อีกต่อไป แล้วเรื่องระหว่างหมันหยาและสรคมณ์ก็จะจบลงตรงนั้นและเดี๋ยวนั้น ก่อนจะมีโอกาสได้เริ่มต้น


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน