• ก่ำกาดำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : winyoo@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 2742
  • จำนวนผู้โหวต : 34
  • ส่ง msg :
ศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจสังคมการเมือง Political Social Economics studying Centre(PSEC)
ศึกษาเศรษฐกิจสังคมการเมืองอีสาน รวมทั้งการเคลื่อนไหว การต่อสู้เรียกร้อง ผลักดันนโยบายชาวอีสานและขบวนการสากล
Permalink : http://www.oknation.net/blog/psec
วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม 2551
จุดจบโลกาภิวัตน์
Posted by ก่ำกาดำ , ผู้อ่าน : 67 , 00:36:47 น.  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อทศวรรษก่อน  แทบทุกมุมโลกต่างคลั่งไคล้ "โลกาภิวัตน์" ประดุจว่าคือ เทพเจ้าองค์ใหม่ที่จะนำความเจริญรุ่งเรืองและความสมบูรณ์พูนสุขมาสู่โลกมนุษย์ชั่วนิจนิรันดร์ จากประเทศสู่ประเทศ จากปากสู่ปาก จนกลาย เป็นกระแสโลกาภิวัตน์อันศักดิ์สิทธิ์และเชื่อมั่น  แต่หลังจากฟองสบู่เศรษฐกิจแตกที่ลาตินอเมริกาและประเทศไทย  ความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าแห่งความรุ่งเรืองก็ถูกท้าทาย  ข้อคำถามเกิดขึ้นอย่างเซ็งแซ่ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งโลกมิได้เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างสวยงามตามความเชื่อของเหล่าผู้ศรัทธาต่อ

เทพเจ้าองค์ใหม่ 

             โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุควิกฤตอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสังคม วิกฤตจากสงคราม

ก่อการร้าย  ภัยพิบัติจากธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อมถูกทำลายอย่างย่อยยับ  ประชากรโลกอดอยากและเต็มไปด้วยโรคร้ายใหม่ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา ประเทศศูนย์กลางโลกาภิวัตน์เป็นประเทศที่ประสบภาวะวิกฤตมากที่สุด  และทวี ความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ  พร้อมกับฉุดโลกทั้งโลกให้เหวี่ยงตามไปด้วยอย่างยากที่จะขัดขืนทัดทาน

 

โลกาภิวัตน์ความเชื่อหรือความจริง

             กลุ่มนักคิดโลกาภิวัตน์เชื่อว่า  โลกาภิวัตน์เป็นขั้นตอนหนึ่งของวิวัฒนาการอารยธรรมโลกที่มนุษย์ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงหรือทัดทานได้  นักคิดกลุ่มนี้ได้แก่ Alvin Toffler,  Peter  Drucker,  Alian  Touraine,  Manual  Castells, และ John  Naibitt  เป็นต้น  ซึ่งถูกจัดให้เป็นนักคิดกลุ่ม Neo Modernisation

             นักคิดกลุ่มนี้อธิบายว่า  กระบวนการโลกาภิวัตน์ได้ก่อให้เกิดอารยธรรมใหม่หลังยุคอุตสาหกรรม นั่นคือสังคมข่าวสารหรือสังคมความรู้  ซึ่งพลังแห่งข่าวสารสารสนเทศ  ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยประวัติศาสตร์ ทำให้โลกไร้พรมแดน  เป็นสังคมแห่งอารยะที่รุ่งโรจน์กว่าสังคมในอดีต  และจะเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

             แม้กระทั่ง Kofi  Annon  อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้กล่าวยอมรับว่า โลกาภิวัตน์เป็นสิ่งที่โลกยากจะหลีกเลี่ยง  การอภิปรายและถกเถียงเพื่อต่อต้านกระบวนการโลกาภิวัตน์  ก็เสมือนกับการอภิปรายถกเถียงเพื่อต่อต้านแรงโน้มถ่วงของโลก  ซึ่งถกเถียงกันจนตายก็ไม่มีทางต่อต้านได้สำเร็จ

             ความเชื่อเรื่องวิวัฒนาการของโลกยุคโลกาภิวัตน์มีรากฐานทางทฤษฎีมาจากลัทธิเสรีนิยมใหม่  ลัทธินี้กำเนิดและเติบโตมาจากมหาวิทยาลัยลอนดอนของอังกฤษ และมหาวิทยาลัยชิคาโกของสหรัฐอเมริกา โดยผู้นำทั้งสองประเทศนำมาปฏิบัติเรียกว่า "ลัทธิแธตเชอร์" ในอังกฤษ ( ค.ศ.1979-1990) และ "ลัทธิเรแกน" หรือ "เศรษฐกิจแบบเรแกน" (ค.ศ.1981-1988)  โดยหลังสงครามเย็นได้มีการจัดระเบียบโลกใหม่ตามลัทธิเสรีนิยมใหม่  เรียกว่า "ฉันทามติวอชิงตัน"  ซึ่งเป็นนโยบายที่สหรัฐอเมริกาผลักดันให้ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายปฏิบัติตาม  ทั้งการโน้มน้าวด้วยข้อมูลข่าวสาร   เช่นอบรมนักเศรษฐศาสตร์ในประเทศเหล่านี้ให้มีแนวคิดแบบเสรีนิยมใหม่หรือนีโอคลาสสิก เช่นการเปิดเสรีทางการเงิน การค้าผ่านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ เป็นต้น

 

ส่วนอีกด้านหนึ่งโลกาภิวัตน์เกิดจากการปฏิวัติใหม่ทางเทคโนโลยี และการสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีด้านอีเลกทรอนิกส์และนิวเคลียร์ฟิสิกส์  ที่ได้ก้าวข้ามความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สมัยเซอร์ไอแซก นิวตัน  สู่โลกของอีเลกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และก้าวเข้าสู่การสื่อสารในอวกาศ  ซึ่งอวกาศจะกลายเป็นศูนย์กลางของระบบสื่อสารดาวเทียม แสดงความคิดเห็น | ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน