พิมพ์หน้านี้
|
ผมได้เขียนเรื่องปราสาทพระวิหารเอาไว้ในโอเคเนชั่นตั้งแต่วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ยังไม่ล้าสมัยครับ อยากให้อ่านอีกครั้ง โดยไม่มีการแก้ไข เขียนตามอารมณ์ ความรู้สึกในวันนั้น ปราสาทเขาพระวิหาร : กัมพูชาที่ไว้ใจไม่ค่อยได้ อดีต : คนไทยที่อายุมากกว่า ๕๐ ปีขึ้นไปคงจำเหตุการณ์นี้ได้ดี เพราะขณะนั้นคงมีอายุประมาณ ๑๐ ปีซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่มีความจำแม่น ช่วงนั้นผมอยู่ชั้นประถมปีที่ ๔ มันเป็นเหตุการณ์ที่คนไทยทุกคนไม่อาจลืมได้กรณีพิพาทระหว่างไทยกับเขมรเรื่องการอ้างสิทธิครอบครองปราสาทเขาพระวิหาร หรือที่ชาวเขมรเรียกว่า เปรี๊ยะวิเฮียร์ (Prasat Preah Vihear) ที่มีความสูง ๖๕๗ เมตร ตั้งอยู่บริเวณผามออีแดง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ จ.ศรีสะเกษ ก่อนถึงวันที่ศาลโลกจะตัดสินว่าปราสาทเขาพระวิหารจะเป็นของไทยหรือเขมร ทุกคนในโรงเรียน(ทั่วประเทศ) ช่วยกันถือป้ายที่เขียนว่า เขาพระวิหารต้องเป็นของไทย ออกรณรงค์ไปตามตัวเมืองของทุกจังหวัดอย่างทุ่มเทกันสุดหัวใจ เพราะหัวหน้าคณะทนายฝ่ายไทยคือ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ที่ชาวอังกฤษและยุโรปรู้จักกันดี ส่วนหัวหน้าคณะทนายของเขมรเป็นทนายคนหนึ่งที่ไม่โด่งดังและไม่มีชื่อเสียง (A Cambodian Lawyer) ดังนั้น คนไทยทุกคนจึงมั่นใจว่า เราจะได้ครอบครองปราสาทเขาพระวิหาร อย่างแน่นอน ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ เป็นวันที่คนไทยทั้งประเทศโศกเศร้าที่สุด และคนไทยทุกคนจะไม่มีวันลืมวันนี้เป็นอันขาด เพราะเป็นวันที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice) กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ตัดสินว่า เขาพระวิหารอยู่ในดินแดนของเขมรและให้เขมรเป็นผู้ดูแล แต่ศาลไม่ได้มีคำตัดสินให้พื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารเป็นดินแดนของประเทศใด ผมจำได้ว่า วันนั้นผมกับเพื่อน ๆ น้ำตาคลอเบ้ากันทั้งโรงเรียน และเฝ้าถกเถียงกันตามประสาเด็ก ๆ ว่า เราแพ้ได้อย่างไร? ศาลโลกไม่ยุติธรรม!!! จากนั้น ไทยก็ยอมรับอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทเขาพระวิหารตลอดมา ปัจจุบัน : กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ในการประชุมครั้งที่ ๓๑ ของคณะกรรมการมรดกโลก หรือ WHC (World Heritage Committee)ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ที่เมือง Christchurch ประเทศนิวซีแลนด์ระหว่าง ๒๓ มิถุนายน -๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐ กัมพูชาได้ยื่นความจำนงขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารให้เป็น มรดกโลก ภูมิหลังที่ไม่นานมากนัก : มีนาคม ๒๕๔๗ ไทยกับกัมพูชาได้ทำความตกลงในหลักการพัฒนาร่วม โดยไทยจะสนับสนุนให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ในรูปแบบของการดำเนินการร่วมกัน เพื่อป้องกันมิให้มีปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียงที่เป็นของไทย มกราคม ๒๕๔๙ กัมพูชาได้ยื่นข้อเสนอฝ่ายเดียวขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่มีการหารือกับไทยและไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า กัมพูชาใช้ที่ตั้งแผนผังปราสาทและเขตอนุรักษ์บางส่วนล้ำเข้ามาในเขตไทย ซึ่งหาก WHC เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารก็จะทำให้เขตแดนของกัมพูชาได้รับการยอมรับในระดับสากลและจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่ออธิปไตยของไทยในแถบนี้ ฝ่ายไทยพยายามเชิญคณะกรรมการเขตแดนร่วมของกัมพูชามาหารือเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากฝ่ายกัมพูชา นอกจากนี้ กัมพูชายังกระจายข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้แก่คณะทูตจนทำให้หลายประเทศเกิดความสับสนว่า กัมพูชามีอำนาจอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารและพื้นที่ใกล้เคียงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงประเทศเดียว ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๐ ฝ่ายไทยได้หารือกับทุกหน่วยงานราชการเพื่อทบทวนการแสดงท่าทีครั้งสุดท้ายก่อนการประชุม WHC ที่จะมีขึ้นใน ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๐ ที่เมือง Christchurch ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ ไทยได้ขอให้ WHC เลื่อนการพิจารณากรณีนี้ออกไปก่อนเพื่อให้ไทยได้หารือกับฝ่ายกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชาแจ้งว่า สายเกินไปแล้วน้องไทยที่จะหยุดยั้งกระบวนการต่าง ๆ ที่ได้คืบหน้าไปมากแล้ว อีกทั้งยังยืนกรานว่า การจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกจะไม่ส่งผลกระทบเส้นเขตแดนของไทย และขอให้น้องไทยยอมไปก่อนแล้วค่อยมาทำความตกลงในรายละเอียดอื่น ๆ กันทีหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่น้องไทยไม่อาจยอมรับได้เพราะไม่มีอะไรจะมาเป็นหลักประกันว่า กัมพูชาจะหันมาร่วมมือกับน้องไทย ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ WHC เห็นชอบให้มีการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารอีกครั้งหนึ่งในการประชุม WHC ครั้งที่ ๓๒ ซึ่งจะจัดให้มีขึ้นที่เมือง Quebec ประเทศแคนาดากลางปี ๒๕๕๑ ในช่วงนี้เองที่ชุมชนชาวไทยในกัมพูชามีความหวาดกลัวว่า ชาวเขมรบางกลุ่มที่ได้รับข้อมูลไม่ถูกต้องอาจแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงจนถึงกับอาจมีการบุกเผาสถานเอกอัครราชทูตไทย/พนมเปญเหมือนกับเมื่อ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๖ หรือไม่ ดังนั้น ทางสถานทูตไทยจึงมีการเตรียมความพร้อมด้านการอพยพคนไทยในกัมพูชาที่มีจำนวนประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน หากเกิดกรณีรุนแรงขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการต่อต้านคนไทยในขั้นรุนแรง สถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชายังไม่สามารถไว้วางใจได้ เพราะการเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชาที่จะมีขึ้นใน กรกฎาคม ๒๕๕๑ ยังอยู่ห่างไกล อย่างไรก็ตาม ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง หากมีพรรคการเมืองใดฉวยโอกาสหาเสียงด้วยการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาโจมตีไทย ก็อาจทำให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายต่อชาวไทยในกัมพูชาได้ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างน้องไทยกับกัมพูชามันเปราะบางเหลือเกิน ป.ล. ประเทศเพื่อนบ้านของเราที่มีพรมแดนติดต่อกัน ถ้าเราบอกว่า บ้านพี่เมืองน้อง เขาก็จะถามทันทีเลยว่า ใครเป็นพี่? ใครเป็นน้อง? ยอมแล้วครับ ไทยขอเป็นน้องก็ได้ แต่อย่าเผาสถานทูตอีกนะ |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||