|

บ่ายโมงแล้ว ผมกับน้องกำลังตัดสินใจว่าเราจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาดี เลี้ยวซ้ายไปชะอำ เลี้ยงขวาไปพัทยา ผมอยากไปพัทยา เพราะคิดว่าใกล้กว่าชะอำ แต่น้องเลือกชะอำ เพราะไม่ชอบพัทยา
ไปทะเลหน้าหนาว มันดูมีเสน่ห์ดีนะ ปกติ ผมชอบทะเลที่มีหาดสวย น้ำใส ไร้ผู้คน (หรือผู้คนน้อยๆ) แต่ยามไม่ปกติ ผมชอบทะเลที่มีผู้คนเยอะๆ คนเยอะๆ ที่ชอบใส่ชุดว่ายน้ำ เดินไปเดินมา และอาจจะมีบางคนหันมาสบตาปิ๊งๆๆๆ ให้เรา เฮ้ยยยย ม่ายยยช่ายยยย (อันนั้นเป็นจิตสำนึกที่ซ่อนอยู่ลึกๆ) ความจริงแล้ว อยากเห็นพวกเขายิ้ม หัวเราะ สนุกสนาน มีความสุข ชื่นบาน อะไรแบบนี้มากกว่า (เป็นเหตุผลที่คลาสสิคดี แม้ว่าจะไม่จริงใจก็ตาม อิอิ)
ในที่สุด ผมก็ตามใจน้องชาย เรา(ผม น้อง และเพื่อนอีก 3 คน-เป็นเพื่อนใหม่สองคน) เลือกเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ชะอำ





ตลอดเส้นทาง เพื่อไม่ให้คนหนึ่งคนใดในรถหลับ เราก็จะหาเรื่องมาเล่า เรื่องผี เรื่องคนรัก เรื่องอาหาร เรื่องการงาน เรื่องเซ็ก ฯลฯ
พอเบื่อที่จะเล่า เราจึงสรรหาเกมมาเล่น เกมที่เล่นเป็นเกมธรรมดาๆ อย่างเกม ให้แต่ละคนผลัดกันตอบชื่อผลไม้มาคนละ 1 ชนิด ห้ามซ้ำกัน และต้องตอบภายใน 5 วินาที (แต่เราจะนับ 1-10 ด้วยอัตราความเร่งสูงสุด อิอิ) ใครตอบไม่ได้ ตอบไม่ทัน ตอบซ้ำ หรือตอบผิด จะเสียเงินหนึ่งบาท และคนๆ นั้นจะต้องตั้งโจทย์ใหม่มาถามเพื่อนๆ ดูเหมือนง่ายชิมะ แต่ขอบอก ตอนเล่นจริงน่ะ มันต้องใช้สมาธิอย่างแรงกล้า เพราะไอ้คนที่นับเวลา 1-10 น่ะ มันทำให้เราลุ้นระทึกจนขาดสมาธิไปอย่างไม่น่าเชื่อว่า หลังจากจบเกมนั้น เราได้เงินค่าส้มตำ 67 บาท นั่นหมายความว่า เราเล่นเกมนี้ทั้งหมด 67 ครั้ง โหๆ
อ้อ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างคำถามที่แนะนำให้เพื่อนนำไปเล่นกันนะครับ ให้บอกชื่อจังหวัดที่ไม่มีคำลงท้ายว่า บุรี ให้บอกชื่อหนังไทยที่เป็นหนังผี ให้บอกชื่อยี่ห้อรถมอเตอร์ไซค์ ให้บอกชื่อเดือนทั้ง 12 (ส่วนใหญ่ คนตอบจะไล่ชื่อเดือนตั้งแต่ มกราคม ไปถึงธันวาคม และคนที่ตั้งคำถามนี้ ก็มักจะแอบนับไว้ในใจแล้วว่า ใครจะเป็นคนพูดชื่อเดือนธันวาคมเป็นคนสุดท้าย นั่นหมายความว่า ไอ้คนต่อไป (ที่ไม่มีชื่อเดือนจะตอบ) จะต้องเสียเงิน ดังนั้น วิธีที่จะทำให้พลิกความคาดหมายในความเป็นไปได้ในข้อนี้ ไม่ให้เราตอบแบบไล่เดือน นั่นหมายความว่า คนที่ตอบคำถามในข้อนี้ อาจจะนึกไม่ทัน นึกไม่ออก ตอบซ้ำ และอาจจะเป็นผู้เสียเงินได้) ฯลฯ
ทริปนี้ เราใช้เวลาขับรถราวสองชั่วโมง ก็ถึงจุดหมาย ชะอำในวันนี้ ยังคงเหมือนในวันนั้น เก้าอี้ริมทะเลดูสะเปะสะปะ อาหารราคาแพงเกินเหตุ และคนขายอาหาร (ทั้งเด็กและผู้ใหญ่) ที่ชอบเซ้าซี้ให้เราซื้อของที่เขานำมาขาย ทั้งๆ ที่เราไม่อยากได้ ปกติผมจะเลี่ยงที่จะใช้บริการแบบนี้ เพราะไม่อยากถูกเอาเปรียบ และไม่อยากสนับสนุนให้ชายหาดกลายเป็นศูนย์การค้า ที่สำคัญ แรงงานเด็ก ที่ใช้จุดอ่อนของคนไทย (ความสงสาร ใจอ่อน รักเด็ก) ซื้อสินค้าที่พวกเขารับมาจากนายทุนอีกทีหนึ่ง (รัฐบาลไปอยู่ไหน เอ้า!!! ว่าที่สส.ท่านใด สนใจในปัญหาข้อนี้บ้าง เสนอนโยบายมาโดยด่วน)



แต่อ่ะนะ เพราะเรามีเพื่อนใหม่ไป 2 คน เราไม่รู้ว่าเขาลุยกับเราได้แค่ไหน เราจึงตัดสินใจเช่าโต๊ะเก้าอี้ที่ตั้งอยู่บนชายหาดเหล่านั้นอีกครั้ง พร้อมสั่งอาหารที่มีราคาสุดแสนจะโอเวอร์จากเจ้าของเก้าอี้นั้นด้วย แต่เดิม เราจะเช่าแค่เก้าอี้นั่ง แล้วเดินไปที่ 7-11 ซื้อของมานั่งกินกัน แต่คิดว่า ไหนๆ มาทะเลทั้งที เอ้า...ช่วยเขาสักหน่อย คนไทยด้วยกันนี่ครับ (แต่เขาไม่เห็นเราเป็นคนไทย) เลยสั่งทุกอย่างที่นั่น แม้แต่น้ำ ที่ขายเกินราคาอย่างน่าหมั้นไส้ แต่ไม่เป็นไร เราเลือกเองนี่นะ


นั่งกิน นั่งคุย นั่งหยอก กันไปเรื่อยๆ ทว่าตอนเก็บเงิน ราคาอาหารในเมนู กับราคาอาหารในบิลดั๊นไม่เหมือนกัน ในบิลมันแพงกว่า และที่น่าเจ็บใจ มันคิดค่าแก้วน้ำพลาสติกอีกด้วย แก้วบางๆ ใสๆ ราคาต้นทุนไม่ถึงบาท แต่มันคิดแก้วละสองบาท บ้าอิ๊บอ๋าย ทั้งๆ ที่สั่งอาหารจากมันกินแท้ๆ เหอๆ พอถามมันว่าแก้วนี่ไม่ฟรีเหรอ มันบอกว่า ราคาแค่นี้เอง (5 ใบ รวมเป็นเงิน 10 บาท) ผมก็ย้อนกลับไปว่า ก็ในเมื่อมันราคาแค่นี้เอง ทำไมถึงต้องเก็บเงินด้วย งงไหม... เออ...ปกติ เราไปกินอาหารที่ร้านไหน ไม่เห็นต้องซื้อแก้วนี่นา มันทำหน้ามึน ไม่ตอบ

เฮ้อ!!! ที่เครียดๆ อยู่เนี่ย มันไม่ใช่เรื่องของมูลค่า แก้วใบละ 100 บาทก็จ่ายได้ ถ้ามันเขียนราคาบอกไว้ แต่นี่ไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของการเอารัดเอาเปรียบ และแสวงหากำไรเกินควร ผมยังพูดกับน้องเลยว่า หากินอย่างนี้ไง พวกมันถึงไม่เจริญ บ่นอยู่ได้ว่าไม่ค่อยมีคนมาเที่ยว เหอๆ ก็เพราะมาเที่ยวแล้วมาเจอคนพรรค์นี้ไง คนที่กอบโกยโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่ช่างเถอะ ถือว่าทำบุญทำทานให้พวกเปรต พวกผีจรร่อนเร่ไปละกันและภาวนาว่าอย่าได้เจอะได้เจอกันอีก ทั้งชาตินี้และชาติไหน จ่ายเงินแล้วตรูกับมรึง...ขาดกัน
เมื่อจัดการกับพวกพรรค์นั้นจบแล้ว ผมก็ไม่ได้เก็บคนพรรค์นั้นไว้ในใจ ไม่มีประโยชน์อะไรจะไปนึกถึงมันอีก ผมจึงชวนเพื่อนพ้องน้องพี่ลงทะเล



ทะเลคลื่นแรง แต่ก็สนุก นานแล้วที่ผมไม่ได้ลงทะเล และเมื่อหย่อนตัวลงไปในมหาสมุทรแห่งนั้น ความรู้สึกของผมยังเหมือนเดิม นั่นก็คือ น้ำทะเลเค็มยังไง คนทำมาค้าขายบนชายหาดก็ยังคงเค็มอย่างนั้น ขากกกกกกกกกก ถุย!!!!

ขอโทษนะ น้ำทะเลเข้าปากจึงต้องขากถุย เหอๆ
|