• indyArt
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pui_city79@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-28
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 4569
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
ปล่อยใจให้เป็นอิสระ
คนเลวทรามคบหากันด้วยทรัพย์สิน วิญญูชนคบหากันด้วยคุณธรรม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/pui
วันพฤหัสบดี ที่ 22 มีนาคม 2550
3 ปี "ASTV" ทีวีที่ไม่เป็นกลางของ "สนธิ ลิ้มทองกุล"
Posted by indyArt , ผู้อ่าน : 279 , 16:21:33 น.  
พิมพ์หน้านี้


โดย ผู้จัดการออนไลน์9 มีนาคม 2550 12:21 น.
 
       หากนับรวมระยะเวลา 3 ปีในการก่อเกิดขึ้นมาของเอเอสทีวี(Astv) ช่วงระยะเวลาที่ว่านี้อาจจะดูน้อยเสียเหลือเกิน...
       
        โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับ "ประสบการณ์" ที่มากมายและหลากหลายรูปแบบที่คนในองค์กรนี้ต้องเจอะต้องเจอ
       
        ท่ามกลางเสียงของคนส่วนใหญ่ที่ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้อย่างอบอุ่นในแนวทาง ทว่าในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่ามีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกตรงกันข้าม ด้วยอารมณ์ที่แปลกแตกต่างกันไป
       
        หลายคนหมั่นไส้ หลายคนเคลือบแคลงสงสัย และบ่อยครั้งที่หลายคนมักจะหยิบยกเอาเรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์ขึ้นมาโจมตี
       
        จะว่าไปแล้ว มันมิใช่เรื่องยากเลยสักนิดหากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนโดยมองถึงเรื่องของผลกำไรจากเม็ดเงินโฆษณาที่จะเข้ามาเป็นที่ตั้งด้วยวิธีการเลือกที่จะไม่เป็นศัตรูกับทุกคน(ไม่ว่าจะดีหรือจะชั่ว), เลือกที่จะหลับตาต่อเรื่องเลวๆ ขณะเดียวกันก็ชวนเชื่อแต่เรื่องดีๆ ของทุกคน - ทุกองค์กรที่สามารถจะอวยผลประโยชน์มาให้
       
        แต่ทั้งๆ ที่เลือกเส้นทางนั้นได้ เคยสงสัยหรือไม่ว่าเพราะอะไรเอเอสทีวีกลับไม่เดินไปสู่จุดนั้น มิหนำซ้ำกลับนำพาตัวเองไปเดินอยู่บนส้นทางตรงกันข้ามซึ่งรู้ทั้งรู้ว่าง่ายและเสี่ยงเหลือเกินในการตกเป็นเป้าของการโจมตี เป็นเป้าของการตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่ารักชาติแบบจอมปลอม, เลือกเส้นทางที่ง่ายเหลือเกินต่อการสร้างศัตรู, เลือกเส้นทางที่ง่ายเหลือเกินที่คนจะเกิดความหมั่นไส้, หรือเลือกเส้นทางที่จะถูกต่อว่าต่อขานว่าสร้างความวุ่นวาย สร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมืองอย่างที่บางส่วนรู้สึกอยู่เช่นนี้
       
        ลองฟัง "สนธิ ลิ้มทองกุล" ผู้ให้กำเนิด "เอเอสทีวี" ขึ้นมาเปิดใจ โดยเจ้าตัวได้ยอมรับว่า แรกเริ่มเดิมทีของการทำเอเอสทีวีมิได้ต้องการจะให้มีแนวทางเช่นนี้แต่อย่างใด..."เอเอสทีวีเริ่มก่อตั้งขึ้นมาบนพื้นฐานของคนที่กล้าพูดความจริง สื่อมวลชนที่กล้าพูดความจริง ผมเป็นสื่อมวลชนมาตั้งแต่ผมอายุยังไม่ถึง 30 ปีแต่ทำอยู่ในอาชีพสื่อมวลชนทางด้านหนังสือพิมพ์มา 30 กว่าปีแล้ว"
       
       
        "การเข้ามาทำทางด้านโทรทัศน์นั้นตอนแรกก็ไม่คิดที่จะต้องออกมาต่อสู้อะไรมากมายนัก ตอนแรกผมคิดว่ามันจะเป็นการรายงานข่าวเพื่อให้ทันเหตุการณ์ อย่างรวดเร็ว ฉับไว แต่พอทำไปทำมาแล้วมันเป็นช่วงจังหวะที่ระบอบการปกครองในยุคทักษิณกำลังรุ่งเรือง ก็มีความรู้สึกว่ามันเป็นระบอบที่น่ากลัวมาก"
       
        "เราก็เลยคิดว่ามันไม่น่าจะมีทางอื่น เพราะว่าเราเองจะทำออกมาแล้วเอาไปเผยแพร่ในช่องอื่นมันก็คงทำไม่ได้ เราก็เลยตัดสินใจหาผู้ที่ซึ่งจะรับซื้อเนื้อหาที่เราทำซึ่งอยู่ต่างประเทศและเขาก็ขึ้นเนื้อหาดาวเทียมที่ต่างประเทศ ในช่วงนั้นคุณทักษิณมีความเกรงอกเกรงใจและกลัว ASTV เป็นอย่างมากเลยคิดจะหาวิธีการที่จะปิดมาตลอด ถึงขนาดที่ไปแจ้งความกันเลยทีเดียว แต่ว่าเราก็ได้รับความคุ้มครองจากศาลปกครองเป็นอย่างดี"
       
        ยืนยันไม่ใช่เรื่องสนุกหลังจากที่เอเอสทีวีเลือกที่จะเดินเส้นทางสายนี้
        "แต่ทางด้านคุณทักษิณยังแกล้งเราอยู่เลยทำให้เราถูกขัดขวางจากสื่อช่องอื่นๆ ก็เลยทำให้ ASTV กลายเป็นสื่อทางเลือกของประชาชน แต่เราก็ยังกัดฟันทนทำต่อไป ถึงแม้ว่าช่วงนั้นจะต้องเจอกับสภาวะเศรษฐกิจที่เลวร้าย และอันตรายต่างๆ ของพนักงานในบริษัท ช่วงนั้นมีพนักงานหลายคนที่ถูกทำร้ายถูกกลั่นแกล้ง และช่วงนั้นองค์กรของเราโดนกลั่นแกล้งมาโดยตลอด"
       
        "แต่ถึงอย่างไรเราก็ยังยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานแห่งความจริงและอยู่เคียงข้างกับประชาชน เพราะเรากล้าพูดในสิ่งที่ควรพูด นี่เป็นปรัชญาของพนักงานในองค์กรของเรา ASTV ก็กลายเป็นนักสู้เพื่อความเป็นธรรมและจะยืนหยัดที่จะรายงานความจริงต่อไป"
       
        เป็นทีวีที่อยู่ด้วยเมตตาและน้ำใจของประชาชนบางส่วนอย่างแท้จริง
        "ขณะนี้ ASTV ครบรอบ 3 ปีซึ่งก็ต้องถือว่าในช่วงหลัง ASTV เราประคองตัวอยู่ได้ด้วยเพราะความรักและความเมตตาจากประชาชนที่บริจาคเงินช่วยเหลือให้เรามาตลอดเวลาที่เราเดือดร้อน ซึ่งเงินก้อนนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่เรารู้สึกทราบซึ้งในน้ำใจและมีกำลังที่จะต่อสู้และทำงานต่อไป"
       
        "ใน 3 ปี ที่ผ่านมานั้นเราต้องเจอกับปัญหาอะไรเยอะมากแต่เราก็คิดได้ว่าถ้าเราพูดความจริงและสิ่งที่จะพูดนั้นเป็นจริงผมคิดว่าถ้าเราทำแบบนี้ต่อไปเราก็จะต้องอยู่คู่กับสังคมไทยต่อไปได้ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้มีที่ทำงานแบบสวยหรูหรือพนักงานของเราจะไม่ได้เงินเดือนเยอะเหมือนที่อื่น"

 
"สนธิ" ในรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ที่ออกอากาศผ่านช่อง 11 ได้เพียง 2 สัปดาห์ ตอนนี้มีให้ดูเพียงที่เดียวที่เอเอสทีวี
       "แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเรามีนอกเหนือจากสื่อมวลชนทั่วไปนั้นคือความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ความที่พวกเรารักชาติรักบ้านเมืองจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เราภูมิใจที่สุดแล้ว..."
       
        ขณะที่อีกหนึ่งผู้ที่อยู่คู่กับเอเอสทีวีมาโดยตลอดอย่าง "ประเมนทร์ ภักดิ์วาปี" ผู้อำนวยการสถานีเอเอสทีวีได้เปิดใจถึงการครบรอบ 3 ปีของเอเอสทีวีว่า..."สำหรับการครบรอบ 3 ปีนี้ เราได้มีการปรับเปลี่ยนมาตลอดตามสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งไม่เหมือนกับสื่ออื่นๆ ทั่วไปตรงที่จะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อธุรกิจ"
       
        "อย่างปีแรกที่เราเริ่มก่อตั้งขึ้นมานั้นเราจะเน้นในเรื่องความเป็นกลางมาโดย ตลอดแต่พอมาปีที่ 2 เราก็ได้มาเน้นเรื่องการตรวจสอบรัฐบาลเพราะเริ่มทำผิด พอมาปีที่ 3 นั้นเราก็ยิ่งเน้นที่จะทำการตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้นอีก ซึ่งตรวจสอบถึงขนาดที่เรียกว่าขับไล่กันเลยก็ว่าได้ก็ถือได้ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์การเมืองจนทำให้ในที่สุดเราคิดว่าเราคงเป็นกลางไม่ได้แล้ว ซึ่งแน่นอนที่ผ่านมาเราเห็นว่ารัฐบาลทำผิด เราต้องมุ่งเน้นที่จะตรวจสอบหาความจริงอย่างในปัจจุบัน"
       
        จุดมุ่งหมายก็คือการถ่วงดุลและตรวจสอบอำนาจของรัฐ ซึ่งหากใครที่ไม่ได้ทำความผิดมิได้มีนัยซ่อนเร้นในการใช้อำนาจของตนเองก็มิเห็นจะต้องกลัวอะไร..."สำหรับในปีที่ 4 นี้พอการที่เราไล่รัฐบาลยุคที่แล้วออกไปและก็มีรัฐบาลใหม่เข้ามาแทนนั้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาคุณสนธิ ได้มีนโยบายออกมาว่าเราทุกคนจะต้องเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลต่อไปให้ถึงที่สุด และขุดคุ้ยในเรื่องทุจริตเก่าๆ ของรัฐบาลในยุคที่ผ่านมาที่เราได้ทำอยู่แล้ว รวมไปถึงรัฐบาลในอนาคตด้วย"
       
        "คือเราจะทำตัวเหมือนการถ่วงดุลอำนาจของรัฐบาลหรือเราเรียกว่ายามเฝ้าแผ่นดินเหมือนในปัจจุบัน แต่การที่เราจะมาจับผิดรัฐบาลนั้นไม่ได้หมายถึงเราจะตรวจสอบแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เราจะต้องลงไปตรวจสอบอย่างเป็นจริงเป็นจังเรียกได้ว่าเป็นการหาหลักฐานเพื่อเอาผิดกับคนที่ทุจริต นั่นคือหน้าที่ของเรา ในก้าวของปีที่ 4 ต่อไป"
       
        อีกหนึ่งจุดมุ่งหมายคือการดึงประชาชนที่เห็นด้วยกับแนวทางที่ทำเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมแสดงความมั่นใจเดินมาถูกทางแล้ว..."อีกอย่างหนึ่ในปีที่ 4 นี้ เราจะเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นในการที่จะตรวจสอบ จากการที่มองนั้นจะเห็นได้ว่า 4 ปีที่ผ่านมาองค์กรของเรามีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ เพราะสิ่งที่เราทำนั้นประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำ เพราะเรากล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ"
       
        "ส่วนการที่เราอยู่ได้และก้าวมาถึงปีทื่ 4 นั้น ผมคิดว่าจุดแข็งของเรา คือการที่เราไม่ได้เอาข่าวที่เห็นมาเล่าแต่เราจะเอาข่าวที่เห็นนั้นมาคิดและวิเคราะห์หาความจริงและนำมาตีแผ่ให้กับประชาชนได้รับรู้ ซึ่งสื่อในปัจจุบันไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ สถานการณ์ต่างๆ ที่มันเปลี่ยนไปมันทำให้เราต้องเดินมาทางนี้"
       
        "การเปลี่ยนผังรายการของเรานั้น เราให้ 60 เปอร์เซ็นต์เป็นข่าวทั้งหมด ส่วนอีก 40 เปอร์เซ็นต์นั้นก็เป็นรายการเบาๆ ซึ่งคนดูก็โอเค แสดงให้เห็นว่าคนยังสนใจและชอบในข่าวที่เราทำ ทำให้เราคิดว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว เพราะตั้งแต่วันแรกที่เราเปิดทำการจนถึงทุกวันนี้มีคนสนใจที่จะติดจานดาวเทียมของเราเพิ่มมากขึ้นถึงขนาดที่เรียกได้ว่าเราสั่งทำจานดาวเทียมจากต่างประเทศไม่ทันเลยทีเดียว และรวมไปถึงเคเบิ้ลทีวีทั่วประเทศก็สนใจที่จะนำช่องของเราไปเผยแพร่ จากที่เราทำรีเสิร์จตอนนี้มีช่องที่สนใจ 100 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว"
       
        ถูกวิพากษ์วิจารณ์และหาเรื่องโจมตีมาโดยตลอดโดยเฉพาะเรื่องของผลประโยชน์ ทั้งๆ ที่ผ่านมาเอเอสทีวีไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ จากผู้มีอำนาจตามที่ถูกกล่าวอ้างเลยนอกเสียจากน้ำใจและเสียงจากประชาชน
        "ก่อนหน้านี้ทางเราจะโดนการปิดกั้นในเรื่องของสื่อเยอะมาก หลังจากที่เปลี่ยนรัฐบาลแล้วเราก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นจะเห็นได้ว่าเราเจอปัญหาต่างๆ จากรัฐบาลในยุคทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหาวิธีปิดช่องของเรา รวมไปถึงสื่อมวลชนด้วยกันเองนั้นก็ยังเขียนวิพากษ์วิจารณ์องค์กรของเราอีกจนบางครั้งเรารู้สึกอดน้อยใจไม่ได้เพราะขนาดสื่อด้วยกันเองยังทำร้ายกันเองมันก็รู้สึกท้อ"
       
        "แต่เราคิดว่าการทำในสิ่งที่ถูกต้องและยอมต่อสู้เพื่อประเทศแต่สื่อก็ยังมองว่าเราต้องทำเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างแน่นอน แต่เราก็ยังอยากที่จะถามกับเหมือนกันว่าจากที่เราทำงานหลายปีนั้นเราเคยได้อะไรจากรัฐบาลบ้าง คุณสนธิยังคงนโยบายและบอกเสมอว่าเราไม่ต้องไปกลัวอะไรทั้งนั้นตราบใดที่เราพูดความจริงและทำในสิ่งที่ถูกต้อง สักวันประชาชนก็คงจะต้องเข้าใจเรา"
       
        "และที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นคงจะเป็นเสียงของประชาชนที่โทรเข้ามาให้กำลังใจเราให้สู้ต่อไปมันก็เลยทำให้เราเป็นกำลังใจทำให้เรารู้สึกว่าเราจะท้อไม่ได้เพราะยังมีคนที่อยู่ข้างหลังบวกอีกทั้งคุณสนธิและเครือข่ายก็ยังพร้อมที่จะยืนอยู่แถวหน้าและสู้กับปัญหาอย่างไม่หยุดยั้ง"
       
        "หลังจากที่รัฐบาลในยุคที่ผ่านมาลาออกไปมันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะหยุดนิ่งในการที่จะตรวจสอบรัฐบาลลดน้อยลงไปเลย เพราะมันยังเป็นสิ่งที่เราได้ให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลทุกยุคต่อไป เพราะถ้าเราไม่ทำอย่างนั้นมันก็เหมือนเป็นว่าเรากลืนน้ำลายตัวเอง"
       
        "อีกเรื่องที่เราภูมิใจก็คือบุคคลากรของเราที่ได้ผ่านเหตุการณ์และปัญหาต่างๆ ร่วมกันมา อีกอย่างถ้าเทียบกับที่อื่นแล้วเรามีคนที่น้อยกว่าที่อื่นมากๆ แต่เราก็ยังสามารถทำข่าวตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง ซึ่งทำออกมาได้ขนาดนี้ผมว่ามันก็น่าภาคภูมิใจนะครับสำหรับคนในองค์กรของเรา..."
ที่มาโดย ผู้จัดการออนไลน์9 มีนาคม 2550 12:21 น.
ขอขอบคุณ www.manager.co.th

อยากเก็บไว้ในบล็อกเพื่อว่าหาอ่านไม่มีแล้ว

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28
โม้งหัวครก วันที่ : 13/02/2008 เวลา : 06.32 น.
http://www.oknation.net/blog/think49

ให้กำลังใจ เอเอสทีวี ครับ
..........ถูกคือถูก
..........ผิดคือผิด

สื่อต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด
ความคิดเห็นที่ 27
INDYLOVE วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 15.20 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

แวะเข้ามาเยี่ยม blog แล้วนะจ๊ะ...ปุ้ย...
แหมเรื่องนี้ยังไงก็ไม่เป็นกลางหรอก...
เพราะผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูกซิ
จะให้ผิดเป็นถูกแล้วถูกเป็นผิดไ้ปได้ยังไง
จะบิดเบือนกันไปถึงไหนล่ะเจ้าคะ..คุณขา
จน..เครียด..ไปหาอะไรกินดีกว่า...อิอิ
ความคิดเห็นที่ 26
indyArt วันที่ : 04/02/2008 เวลา : 10.37 น.
http://www.oknation.net/blog/pui
Pui_indyart_desinge

ขอบคุฯทุกท่านที่มาเยี่ยมที่บล็อกนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 25
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 21/05/2007 เวลา : 10.03 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ASTV ผมดูเฉพาะข่าวต่างประเทศที่เขาทำได้ไม่เลว
ส่วนรายการอื่น ๆ ผมขอไม่พูดดีกว่า ผมยังอยากเป็นเพื่อนกับคุณปุย
ความคิดเห็นที่ 24
pjeabja วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 16.22 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

แวะมาเยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 23
มะอึก วันที่ : 11/05/2007 เวลา : 07.33 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ข้อมูลมีให้ฟังให้พิจารณามากมาย
เลือกเสพ..เลือกเชื่อ
ความคิดเห็นที่ 22
Euclidian วันที่ : 10/05/2007 เวลา : 20.21 น.
http://www.oknation.net/blog/euclidian

ผมก็ขอไม่เป็นกลาง สมานฉันท์ เพื่ออะไร
ความคิดเห็นที่ 21
get_away วันที่ : 10/05/2007 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/get


หายไปไหนน้อ..

รอจนเฉาแล้ว..
ความคิดเห็นที่ 20
patijjachon วันที่ : 08/05/2007 เวลา : 23.23 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

เรื่องไม่มีเวลาเขียน blog ผมว่าไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องแปลก ...
ชีวิตเราไม่ยาวนัก ... อยากทำอะไร ที่ตัวเองมีความสุข ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ทำไปเลยครับ ...
ความคิดเห็นที่ 19
patijjachon วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 02.05 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

วันนี้ ผมแวะเข้ามาเยือน โดย (อาจจะ) ยังมิได้อ่านเรื่องราวที่คุณเขียน และแสดงความคิดเห็นใด ๆ ฝากไว้ (เหมือนทุก ๆ ครั้งที่เคยกระทำ)
เพียงอยากบอกว่า ผมขออนุญาตเก็บรูป/สัญลักษณ์ และวัน-เดือน-ปี-เวลา ที่คุณเข้ายังบ้าน “ปฏิจจชน” เป็นครั้งแรก เพื่อทำเป็นสมุด friendship ฉบับ oknation เก็บไว้เป็นที่ระลึก
และนี่ก็เป็นการทำจดหมายเวียน โดยใช้ copy และ paste กับเพื่อนสมาชิกเป็นครั้งแรกของผมเหมือนกัน
หากคุณจะย้อนกลับมาดูสมุด friendship ของผม ... เพื่อความง่ายในการค้นหา
คุณอยู่ลำดับที่ 59 ครับ

ด้วยความระลึกถึง
ปฏิจจชน

ความคิดเห็นที่ 18
mister_art วันที่ : 25/04/2007 เวลา : 17.12 น.
http://www.oknation.net/blog/art
ชีวิตคือการเดินทาง จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ความรักคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต

ถ้ามีแต่ตัวหนังสือก็อัพได้นี่ครับใช้ซาฟารีไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ารูปต้องใช้
เบราเซอร์ไฟร์ฟอกซ์ ไปโหลดมาได้ครับฟรี
ความคิดเห็นที่ 17
BlueHill วันที่ : 25/04/2007 เวลา : 17.05 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

เรื่องที่ฝากผมมาในบล็อก ผมได้ส่งต่อไปให้คนรักแมคอย่างมิสเตอร์อาร์ตช่วยตอบให้แล้วครับ ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกครับ

http://www.oknation.net/blog/art/2007/04/25/entry-5


ความคิดเห็นที่ 16
indyArt วันที่ : 25/04/2007 เวลา : 11.42 น.
http://www.oknation.net/blog/pui
Pui_indyart_desinge

ดีใจจังที่คุณจอมขวัญแวะมาเยี่ยมชม blog อันเงียบเหงาของหนูขอบคุณคะ
ความคิดเห็นที่ 15
จอมขวัญ วันที่ : 25/04/2007 เวลา : 11.21 น.
http://www.oknation.net/blog/jomquan

ASTV เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ต้องถกกันเรื่องของนิยาม "สื่อ"
ความคิดเห็นที่ 14
indyArt วันที่ : 23/04/2007 เวลา : 13.25 น.
http://www.oknation.net/blog/pui
Pui_indyart_desinge

ขอบคุณ คุณ Nity มากนะคะที่แวะมาเยี่ยมบ่อยๆ เพราะว่าไม่มีเวลาอัพ blog คะ ข้อมูลก็เลยเหมือนเดิม ถ้ามีเวลาจะอัพเรื่องราวดีดีมาฝากทุกคนนะคะ ขอบคุณทุกคนมากนะคะ
ความคิดเห็นที่ 13
Nity วันที่ : 13/04/2007 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

สาดน้ำวันสงกรานต์ ขอให้สนุกสุขใจ และสุขภาพแข็งแรง
ความคิดเห็นที่ 12
sirain_coolzii วันที่ : 12/04/2007 เวลา : 21.19 น.
http://www.oknation.net/blog/sirainlove

มาเยี่ยมครับ
อย่าลืมไปเยี่ยมนะ
ความคิดเห็นที่ 11
Nity วันที่ : 31/03/2007 เวลา : 15.39 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

แวะมาตามลิ้งคืโพสครับ
ความคิดเห็นที่ 10
MissBrightside วันที่ : 27/03/2007 เวลา : 23.45 น.
http://www.oknation.net/blog/nuthatai99
You are the habit I can't seem to kick

คิดเหมือนหลายๆ ท่านคะ คือ ไม่เป็นกลางแต่ถ้าเลือกข้างความถูกต้องก็ไม่เป็นไร

สมัยคุณทักษิณยังอยู่ มี่ความรู้สึกว่า astv ไม่ใช่ "สื่อมวลชน" ซะแล้ว แต่เป็นนักรณรงค์เคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มหนึ่งเพื่อต่อต้านรัฐบาลทักษิณที่มีสื่อเป็นของตัวเอง

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บล๊อกนะคะ ตกลงได้ฟังเพลงในบล๊อก miss brightside ได้ยังคะ
ความคิดเห็นที่ 9
sirain_coolzii วันที่ : 23/03/2007 เวลา : 16.37 น.
http://www.oknation.net/blog/sirainlove

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นครับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆจุ๊บๆ55
เดี่ยวจะเอามาลงอีกครับๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 8
เด็กชายม่อน วันที่ : 22/03/2007 เวลา : 21.07 น.
http://www.oknation.net/blog/hohmokland

ผมก็ไม่เป็นกลาง....
ความคิดเห็นที่ 7
Nity วันที่ : 22/03/2007 เวลา : 17.50 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

ถ้าเลือกความถูกต้องก็โอเคครับ
ความคิดเห็นที่ 6
Deebangkok วันที่ : 22/03/2007 เวลา : 16.40 น.
http://www.oknation.net/blog/deebangkok
DeeBangkok

อืม.....ดี
ความคิดเห็นที่ 5
indyArt วันที่ : 22/03/2007 เวลา : 16.35 น.
http://www.oknation.net/blog/pui
Pui_indyart_desinge

อยากให้อ่านบทความนี้ และทำความเข้าใจก่อนที่จะตัดสินความรู้สีกนะคะ และเราควรจะเลือกข้างให้ชัดเจน คือเลือกข้างที่ถูกต้อง และเป็นความจริง ASTV ทำหน้าที่ได้ดี การอยู่ตรงกลางไม่ใช่การเฉย แต่เราต้องตระหนักถึงความจริงและความถูกต้องด้วย การเฉยไม่ทำอะไรเลยเลวร้ายยิ่งกว่าการแสดงออกว่าเราต้องเลือกข้างซะอีก (คนดี)
ความคิดเห็นที่ 4
นายเฉินฉวน วันที่ : 22/03/2007 เวลา : 16.33 น.
http://www.oknation.net/blog/rickypong22
    <<เมื่อมั่งมีมากมายมิตรหมายมอง....... เมื่อมั่งหมองมิตรมองเหมือนหมูหมา>> <<เมื่อหมดมิตรหมางเมินมุ่งมองมา เมือมอดม้วยแม่หมูหมาไม่มามอง>>

ไม่เป็นกลางแต่กล้าพูดในสิ่งที่ถูกต้อง ก็พอรับได้
ความคิดเห็นที่ 3
Chaiyon วันที่ : 22/03/2007 เวลา : 16.33 น.
http://www.oknation.net/blog/Akemongkol

ผมว่า ASTV เมื่อวิพากวิจารณ์และเที่ยวตรวจสอบใครต่อใครได้ ก็พร้อมที่จะให้คนอื่นได้วิพากวิจารณ์และตรวจสอบ ASTV ได้ด้วยเหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 2
thesaint วันที่ : 22/03/2007 เวลา : 16.23 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


พวกเขา(ASTV) ชัดเจนอย่างยิ่งในการเลือกข้าง


ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/03/2007 เวลา : 16.22 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


ไม่เป็นกลางจริงๆครับ
แถมใครโต้แย้งก็ไม่ได้
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31