puprasit
แนวคิดการเมืองไทย วิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตชาวบ้าน คนเมือง ภาษาถิ่น ในรูปบทความ เรียงความ บทกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/puprasit
วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม 2551
ย้อนนาทีนายตำรวจนำบุกด่านตำรวจล้อมทำเนียบ
Posted by ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู , ผู้อ่าน : 444 , 16:34:11 น.   | หมวดหมู่ : สัมภาษณ์  
พิมพ์หน้านี้


หลังฝุ่นจาง จากการบุกล้อมทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อศุกร์ ๒๐ มิถุนายนที่ผ่านมา ในจำนวน ๙ ทัพประชาชน ทัพที่นำโดย ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ประธานสมัชชาประชาชนภาคอีสาน เป็นทัพแรกบุกทะลวงยึดสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ประชิดทำเนียบได้

หากรีเพลย์บันทึกวีดีโอหรือดูภาพนิ่งหนังสือพิมพ์วันนั้นอย่างตั้งใจ จะเห็นกองหน้าอาสาเผชิญหัก ๓ ด่าน หลังเคลื่อนจากลานพระบรมรูปทรงม้าฯ มาตามถนนศรีอยุธยา เลี้ยวขวาเข้าถนนนครปฐม ข้างวัดเบญจบพิตรขนานคลองและถนนพระราม ๕ ต่างยุดยื้อ ดันดึงพอหอมปากหอมคอ ก่อนตำรวจปราบจลาจลจะถอยเปิดทาง

สังเกตในหมู่ชายฉกรรจ์กำยำ มีชายฉกรรจ์ร่างบางแกร่นสวมแว่นอยู่แถวแรก พยายามดันแผงกั้น ฝ่าโล่และปัดป้องคว้ายึดกระบองจากตำรวจ เมื่อได้สนทนากันจึงรู้ว่าเขาเป็นอดีตนายตำรวจ ทำให้อึ้ง สงสัย ชีวิตทำไมหักมุมกลายมาเป็นหัวหมู่ทะลวงด่านตำรวจเสียเอง จึงเริ่มยิงคำถามเปิดทางให้กระจ่าง

  “ผม พันตำรวจโทเมธี แก้วมนตรี ครับ”
ช่วยขยายกว่านี้สักหน่อยครับ ผมถามต่อ
  “เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น ๓๐ นักเรียนนายร้อยสามพราน รุ่น ๔๖ และลาออกราชการเมื่อปี ๒๕๔๘”
   ยิงคำถามอีกว่า มีปัญหาความผิดหรือขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาหรืออะไรกันแน่? อดีตนายตำรวจขยับแว่นเล็กน้อยให้เข้าที่ก่อนจะตอบอย่างไม่ลังเล
  “ผมเตรียมใจจะลาออกตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ต้องยอมรับกันตามจริง คนก็ย่อมมีกิเลส อยากเจริญก้าวหน้ามีตำแหน่งสูงขึ้น อยากเป็นใหญ่แล้วคิดว่าจะแก้ปัญหาประเทศชาติได้ แต่เมื่อทำงานมานาน ได้ติดตามผู้ใหญ่ ก็เห็นว่ายิ่งใหญ่ยิ่งแก้ไม่ได้ เพราะแทบทั้งนั้นอยากก้าวหน้าต้องเข้าหาคนช่วยสนับสนุน จึงเป็นหนี้บุญคุณกับคนนี้ เข้าหาคนโน้นก็เป็นหนี้บุญคุณกับคนโน้น ทำอะไรมีแต่ติดบุญคุณ จึงไม่มีทางจะทำภารกิจเพื่อชาติ สร้างความเป็นธรรมให้ประชาชนได้” 
พ.ต.ท.เมธี หยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นเดิมว่า

 “ยกตัวอย่าง ตอนผมเป็นสารวัตรปราบปราม คิดจะปรับปรุงระบบสายตรวจแบบใหม่ โดยไม่ต้องผ่านตู้แดง ๆ เกี่ยวข้องกับคนมีเงินอยากแสดงบารมีก็ให้ไปติดตู้แดงตรงนั้น ทั้งที่จุดนั้นไม่จำเป็น หรือเราอยากฝึกลูกน้องตามสะดวก คือใครพร้อมฝึกวันไหนก็มาฝึกได้ในห้าวันต้องว่างสักหนึ่งวัน แต่ระเบียบกำหนดเฉพาะวันพุธ เสนอนาย ๆ ว่าผิดระเบียบ ทั้งประเทศเป็นระบบเดียวกัน อีกอย่างสวมหมวกจราจร จำเป็นมั้ยต้องใส่เหมือนกันทั้งประเทศ อย่างนี้น่าจะให้เป็นกฎหมายท้องถิ่นจะดีกว่ามั้ย”
     พ.ต.ท.เมธี พูดไปถึงเรื่องโครงสร้างตำรวจว่า ก็แค่เพื่อเกลี่ยตำแหน่งเกลี่ยคนให้ลงตัวมากกว่า ไม่ใช่เป้าหมายเพื่อนำคนดีมาแก้ปัญหาให้ประชาชน เพื่อความสงบสุขของประชาชน

แปลกใจทำไมตำรวจจำนวนมากทนเรื่องพวกนี้ได้ แต่สารวัตรเมธี ทนไม่ได้ 
   “ตำรวจเก่งเรื่องการปรับตัว เราถูกฝึกมาในระบบการบังคับบัญชา ผมไม่มีอุปสรรคถูกนายลงโทษ แต่ความคิดเราไม่เห็นด้วยกับระบบที่ไม่สามารถแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ อย่างที่บอกผมเตรียมใจเตรียมตัวตั้งแต่ ๒๕๔๖ แต่ถึงอย่างนั้นก็อดเสียดายไม่ได้ เราเรียน ๖ ปี เตรียมทหาร ๒ ปี นายร้อยตำรวจ ๔ ปี พ่อแม่เราญาติเราจะไม่เสียใจหรือ เราก็ฝึกใจเตรียมตัว พอดีแฟนเป็นนักบัญชี ก็ไปลงเรียนบัญชีสองปีเพื่อจะได้ช่วยกัน”

   นายตำรวจหนุ่มใหญ่ ขยายถึงสาเหตุการตัดสินใจลาออกว่า ที่ผ่านมาได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการเมืองมาพอสมควร "ทักษิณ" เป็นตำรวจเคยเป็นศิษย์เก่าดีเด่นได้รับเกียรติบัตร เข้ามาเป็นนายกฯ บอกว่าจะไม่โกงเพราะรวยแล้ว บอกไม่มีอะไรที่ตำรวจทำไม่ได้ เราก็เฝ้าศึกษาดู กระทั่งเกิดเรื่องขายหุ้นชินคอร์ปฯ ๗ หมื่นกว่าล้านแล้วเลี่ยงภาษีนี่แหละ คุณเป็นนายกฯ เล่นแง่ไม่เสียภาษี อย่างนี้ภาพพจน์ตำรวจยิ่งเสียหาย จึงมาชุมนุมตั้งแต่ปรากฏการณ์สนธิเริ่มเมื่อ ๒๓ กันยายน และ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๘ ก็ลาออกหลังรับราชการรวม ๑๒ ปี

อย่างนี้เรียกกบฏต่อระบบนี่นา มันมีพัฒนาการอย่างไร?
    "พ่อผมเป็นครู แม่เป็นชาวนา คนอีสานปั้นข้าวเหนียวกระติบ พ่อแม่สอนอย่าหยิบข้าวตรงกลาง เอาสะดวก ต้องหยิบข้าวขอบกระติบที่แข็งด้วย คือสอนเรื่องไม่เห็นแก่ตัว ตอนมัธยมยังไม่สนใจการเมือง มาเตรียมทหารเกิดทำให้ร่วมเป็นแกนนำประท้วง เรื่องประกอบเลี้ยงไม่เป็นธรรม นักเรียน ๑ พันคนประกอบเลี้ยง ๓ มื้อ เสาร์อาทิตย์กลับ ๘๐๐ คน เหลือ ๒๐๐ คน แต่ตั้งเบิกเต็ม ๑,๐๐๐ คน คูน ๔๕ บาท คูน ๖ มื้อ คูณ ๘๐๐ คน เป็นเท่าไหร่ ขณะที่นายตำรวจ นายทหารรุ่นพี่ปี ๔ ระเบียบวินัยดีถูกคัดส่งมาเป็นคอมแมนด์ปกครองรุ่นน้อง ถ้าเป็นนายตำรวจก็ไม่เท่าไหร่ แต่เป็นนายทหารมาปกครอง เลิกงานกลับไปขับแท็กซี่หารายได้พิเศษกลางคืน พวกเราก็คิดกันทำไมไม่จัดสวัสดิการให้นายทหาร ขณะที่คนครัวมีรถเก๋งนั่ง คอยกินเปอร์เซ็นต์อาหาร" 

   “ตอนนั้นผมเรียนปี ๒ คุยกับเพื่อนปักษ์ใต้ เราปฏิวัติดีกว่าให้ผู้ใหญ่รู้ ก็มีทั้งเห็นด้วยกับความไม่ถูกต้อง บ้างก็เอออยากกินกับข้าวดี เอาด้วย ก็ได้พวกเหล่าตำรวจประมาณ ๒๐๐ จากทหาร ๑๐๐ กว่านาย เป็นครึ่งหนึ่งของชั้นเรียน ตอนเช้าพวกเรานั่งโต๊ะอาหาร ถูกสั่งรับประทาน แต่พวกเรานั่งนิ่ง นายทหารสั่งแบกโต๊ะวิ่งรอบสนามฟุตบอล  กลับมานั่ง ถูกสั่งให้กินก็ไม่กิน หัวหน้าชั้นจึงบอกพวกเราประท้วงการประกอบเลี้ยงไม่เป็นธรรม ผู้บังคับบัญชารับทราบ ต่อมาก็ปรับปรุงดีขึ้น ส่วนพอครัวลงโทษอย่างไรเราไม่ได้ตาม” 

    อดีตสารวัตร เล่าวีรกรรมอีกครั้งให้ฟัง ช่วงพ.ศ.๒๕๓๒-๒๕๓๓ เรียนอยู่ปี ๑ นายร้อยตำรวจสามพราน รวมหัวประท้วง “ระบบจวก” คือการลงโทษพร้อมกัน ใครทำผิดรับผิดทั้งหมด เราเห็นว่าระบบจวกไม่สามารถทำให้คนเป็นคนดีได้ และเสียเวลาอ่านหนังสือ เสียการนัดหมายเสียความเชื่อถือต่อคนที่เรานัดบ่อยๆ ก็มีการรวมตัวประท้วงระบบจวก ๗๐ เปอร์เซ็นต์เป็นปี ๑ ตามระบบอาวุโสไม่สามารถชักจูงรุ่นพี่ได้ พวกเรานัดแต่งชุดขาวครั้งสุดท้ายก้าวออกจากโรงเรียนเย็นวันศุกร์ และเมื่อพ้นออกมาก็เท่ากับหมดสิทธิ์เป็นตำรวจ เพราะขัดคำสั่งและขัดต่อระเบียบ แต่ปรากฏว่าทางโรงเรียนไม่เอาผิด ส่งจดหมายถึงพ่อแม่ ๆ ก็วิ่งตามหาลูกให้กลับมาเรียนต่อ แต่นั้นมาระบบจวกก็ลดลง สมเหตุสมผลขึ้น

เห็นชอบใส่เสื้อรูป เช กูวารา มากเลย
   “คือเชเป็นคนอาร์เจนตินาใช่มั้ยครับ เดินทางไปคิวบาและไปทุ่มเทการปฏิวัติที่คิวบา เขาเป็นแพทย์จิตใจดี เห็นคนอื่นถูกรังแกก็ช่วย ถ้าคนในวงการต่าง ๆ มีคนอย่างเชมากก็จะดี เพื่อน ๆ ในรุ่นตั้งฉายาให้ผมว่าสหายเช” 
ชีวิตงานตำรวจเริ่มอย่างไร?
  “เรียนจบนายร้อยตำรวจแล้ว ทุกคนจะได้รับแต่งตั้งเป็นรองสารวัตรประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อว่าเมื่อคำสั่งแต่งตั้งมาก็จะได้รับเบิกเงินเดือนค่าบ้านค่าที่พักได้เลย จากนั้นมาฝึกงาน รองสารวัตรสืบสวน สน.บางโพงพาง ๖ เดือน และเลือกบรรจุตามคะแนนไปลงรองสารวัตรสอบสวน สภอ.ร้อยเอ็ด ตอนนั้นมีตำแหน่งที่มุกดาหาร ศีรสะเกษ เลย ร้อยเอ็ด และหนองคาย จึงเลือกร้อยเอ็ดเพราะกลับบุรีรัมย์ได้สะดวกที่สุด จากนั้นปี ๒๕๓๙ ย้ายมาเป็นรองสารวัตรปราบปราม สภ.บุรีรัมย์ ก่อนจะลาออกตุลาคม ๒๕๔๘"

   ที่แท้เป็นคนดินแดนผู้มีบารมีเหนือพนมรุ้งนี่เอง จึงถามถึงผู้มีบารมีฯ ก็ได้คำตอบว่า
   "คนนี้เขาใช้จิตวิทยา กับคน ที่ยอมเป็นพวกเขาจะดูแลอย่างเต็มที่ และกำจัดคนที่ต่อต้านอย่างจริงจัง ย้ายคนออกพื้นที่แล้วเอาคนตัวเองมาแทน เรียกว่าใช้ทั้งพระเดชพระคุณ ส่วนคนคิดต่อต้านทำไม่จริงจังต่อเนื่อง ก็ทำอะไรพวกเขาไม่ได้"

 ถามว่าก่อนโดดมาแถวหน้าบุกทำเนียบ มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธมิตรโดยตรงตอนไหน
     “เริ่มจากผมรู้ข้อมูลทุจริตรัฐบาลทักษิณมาอย่างต่อเนื่อง ก็ขับรถพาครอบครัวมาเองตั้งแต่ปี ๔๘ สนามหลวง ลานพระรูป สวนลุม และก็รู้ว่าคนบุรีรัมย์ที่คิดเหมือนกัน ต่างคนต่างมา ๆ ก็เยอะ เสียค่าใช้จ่ายกันมาเอง สิ้นเปลือง เมื่อรู้จักกันก็กลับไปรวมกันหารือกัน และผมก็ร่วมเป็นตัวตั้งตัวตีคนหนึ่งในบุรีรัมย์ กับป้าสำเนียง(สุภัณภพ) คุณป๋อง เชษฐวุฒิ ชมพูพงษ์ ส่วนข้าราชการมีแต่ไม่กล้าเปิดตัว โดยเฉพาะนายแพทย์ พยาบาล จะมากที่สุด"

  ตบท้ายคำถามเกี่ยวกับเกร็ดกลยุทธ์การบุกทะลวงปิดล้อมทำเนียบวางแผนอย่างไร?

คำถามนี้ได้ช่วยกันตอบเริ่มที่ นางสำเนียง สุภัณภพ ประธานสมัชชาประชาชนบุรีรัมย์ บอกว่า ๑๙ มิถุนายน แกนนำสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย นัดประชุมด่วน จึงเสนอ พ.ต.ท.เมธี เพราะร่วมก่อตั้งมาแต่แรก และร่วมชุมนุมมาจนปัจจุบัน

“เชิญคุณเมธีไปประชุมด้วย มีเลขาสมัชชาบุรีรัมย์ คุณป๋อง เชษฐวุฒิ ชมพูพงษ์ และการ์ด ไปประชุมกับ หมอศุภผล เมธาวี คุณไชยวัฒน์ ก็ออกปากขอให้ช่วย คุณเมธีก็รับอาสานำหน้าขบวน จึงตกลงมอบให้คุณเมธีในฐานะเคยเป็นตำรวจ วางแผน ก็ตกลงกันถ้าดันไม่ได้ให้กระโดดเหยียบหัวเข่าข้ามรั้วไปเลย พวกเราระดมชายแข็งแรงอาสาออกหน้า เริ่มเคลื่อนออกจากลานพระรูปมาถึงวัดเบญจมบพิตร ตำรวจที่ด่านก็ทักพวกอาสาสมัครตัวล่ำๆ ว่าเป็นทหารเกณฑ์หนีมา บางคนรับว่าใช่ ว่าไม่ใช่ แต่ไม่ถามคุณเมธี”  

ป้าสำเนียง เล่าต่ออีกว่าจากนั้น สารวัตรเมธี กับอีกประมาณห้าสิบคนแรกกระโดดข้ามไปอยู่ฝั่งตำรวจ ทางเราฝั่งนี้จึงให้อาสาผู้หญิงเข้ากอดรัดตำรวจและดึงแผงกั้น เพราะเชื่อว่าตำรวจไม่กล้าทำรุนแรงผู้หญิง และเปิดทางได้แล้ว อาสาสมัครเยอะมากช่วยกันยกรถกรงขังเบี่ยงเปิดทางให้รถเวทีของไชยวัฒน์เข้ามาได้ จากคนสี่ห้าร้อยคนก็เข้ามาสมทบอีกเป็นหลายพันคน นับหมื่นคน มาจนถึงด่านกั้นที่สามเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เกิดชุลมุนอีกตำรวจไม่ยอม พ.ต.ท.เมธี พาดันเข้าไปเจอตำรวจฟาดกระบองใส่ ก็คว้ากระบองได้ตีใส่โล่โต้กลับบ้าง 

พ.ต.ท.เมธี เสริมว่า ตำรวจเองก็ต้านแรงดันไม่อยู่พากันล้มทั้งแถบ คนก็กรูกันเข้าไปเหยียบตำรวจหญิงทับแขนหักก็จุดนี้ จนตำรวจยอมให้ไป เมื่อเจอรถขวาง ๒๐๐ กว่าคนก็รุมยกเบี่ยงออก เรายึดได้ก็ขึ้นบนรถเวทีกับหมอศุภผล ประกาศให้พี่น้องทะลวงเข้าหากันให้ได้ ซีกขวามือจากแยกมิสกวัน เป็นพวกสหภาพแรงงาน ซ้ายมือ พล.ต.จำลอง นำทัพใหญ่มาจากนางเลิ้ง ต่อมา สมศักดิ์ โกศัยสุข กับทีมขึ้นมาควบคุมเวทีเอง นี่คือสมัชชาฯ วางแผนกันเองในรายละเอียด

"หลังจากบุกได้ ผมก็หมดแรง ต้องกลับไปนอนพักตั้งนาน ตื่นขึ้นเพลีย ปวดเมื่อยทั้งตัว" พ.ต.ท.เมธี เอ่ยปิดท้าย

แม้วันนี้ พันธมิตรฯ ต้องรื้อเวทีจากบริเวณทำเนียบรัฐบาล ตามคำสั่งศาลแพ่ง มาปักหลักที่สะพานมัฆวานฯ ถนนราชดำเนินนอกแล้วก็ตาม ชีวิตกบฎตำรวจผู้นี้จะจดจำวีรกรรมอีกครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ลืมเลือน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
เมธา วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 12.46 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

โหหห พ.ต.ท. จริงเหรอนี่
ความคิดเห็นที่ 5
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 09.06 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 4
piss_it วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 19.40 น.
http://www.oknation.net/blog/pissit
 แวะไปเยี่ยมกันได้ที่   http://www.tinhub.net/pisit/index.htm  

มาขายของโดยเฉพาะครับ

ถ้าว่าง เชิญไปอ่านบทสำราก เอ๊ย สัมภาษณ์ของกระผม
เกี่ยวกับซีไรท์ การเมือง และการอื่น ๆ
ที่นี่ กันได้นะครับ

http://www.oknation.net/blog/pissit/2008/07/12/entry-2/comment#read
ความคิดเห็นที่ 3
moodaengdee วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 09.51 น.
http://www.oknation.net/blog/moodaengdee

ตามเรื่องมาจาก กรุงเทพธุรกิจ ขอเป็นกำลังใจให้พี่เมธีครับ
ความคิดเห็นที่ 2
นายยั้งคิด วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 14.32 น.
http://www.oknation.net/blog/political79

อ่านเรื่องราวของสารวัตรแล้ว นึกถึงละครที.วี.สมัยนี้ ทำไมมีแต่เรื่องวนๆเวียนๆกันอยู่ในแบบเดิมๆ ทำไมไม่เอาเรื่องของสารวัตรแบบนี้ไปเป็นพล็อตเรื่องกันบ้าง เนื้อเรื่องจะเข้มมากเชียวละ สร้างเสร็จอาจจะโกอินเตอร์กันเลยก็ได้ ถ้าจะสร้างเป็นหนังใหญ่ก็ได้ หรือจะเสนอพลีอตไปให้บ.ภาพยนต์ต่างประเทศเขาอ่านก็อาจจะขอซื้อลิขสิทธิ์ก็ได้นะ.
ความคิดเห็นที่ 1
BaCon วันที่ : 09/07/2008 เวลา : 17.17 น.
http://www.oknation.net/blog/countonme

ขอบคุณที่แนะนำครับ ...
อีกหนึ่งความเป็นไทยแท้ ในมวลหมู่พันธมิตร +++

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หอยลึงค์ หอยจู่ ไซส์ยุโรป

ป้าดติโถ่ ไม่เคยพบเคยเห็น เพื่อนส่งมาให้ ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมละเอียดอะไร ใครรู้โปรดช่วยขยายก็จะดีครับ

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



จะมีรัฐประหารในปี2551 หรือไม่
มีแน่
2 คน
ไม่แน่
6 คน
ไม่มีแน่
1 คน

  โหวต 9 คน