พิมพ์หน้านี้
|
หลังฝุ่นจาง จากการบุกล้อมทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อศุกร์ ๒๐ มิถุนายนที่ผ่านมา ในจำนวน ๙ ทัพประชาชน ทัพที่นำโดย ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ประธานสมัชชาประชาชนภาคอีสาน เป็นทัพแรกบุกทะลวงยึดสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ประชิดทำเนียบได้ หากรีเพลย์บันทึกวีดีโอหรือดูภาพนิ่งหนังสือพิมพ์วันนั้นอย่างตั้งใจ จะเห็นกองหน้าอาสาเผชิญหัก ๓ ด่าน หลังเคลื่อนจากลานพระบรมรูปทรงม้าฯ มาตามถนนศรีอยุธยา เลี้ยวขวาเข้าถนนนครปฐม ข้างวัดเบญจบพิตรขนานคลองและถนนพระราม ๕ ต่างยุดยื้อ ดันดึงพอหอมปากหอมคอ ก่อนตำรวจปราบจลาจลจะถอยเปิดทาง สังเกตในหมู่ชายฉกรรจ์กำยำ มีชายฉกรรจ์ร่างบางแกร่นสวมแว่นอยู่แถวแรก พยายามดันแผงกั้น ฝ่าโล่และปัดป้องคว้ายึดกระบองจากตำรวจ เมื่อได้สนทนากันจึงรู้ว่าเขาเป็นอดีตนายตำรวจ ทำให้อึ้ง สงสัย ชีวิตทำไมหักมุมกลายมาเป็นหัวหมู่ทะลวงด่านตำรวจเสียเอง จึงเริ่มยิงคำถามเปิดทางให้กระจ่าง
ผม พันตำรวจโทเมธี แก้วมนตรี ครับ ยกตัวอย่าง ตอนผมเป็นสารวัตรปราบปราม คิดจะปรับปรุงระบบสายตรวจแบบใหม่ โดยไม่ต้องผ่านตู้แดง ๆ เกี่ยวข้องกับคนมีเงินอยากแสดงบารมีก็ให้ไปติดตู้แดงตรงนั้น ทั้งที่จุดนั้นไม่จำเป็น หรือเราอยากฝึกลูกน้องตามสะดวก คือใครพร้อมฝึกวันไหนก็มาฝึกได้ในห้าวันต้องว่างสักหนึ่งวัน แต่ระเบียบกำหนดเฉพาะวันพุธ เสนอนาย ๆ ว่าผิดระเบียบ ทั้งประเทศเป็นระบบเดียวกัน อีกอย่างสวมหมวกจราจร จำเป็นมั้ยต้องใส่เหมือนกันทั้งประเทศ อย่างนี้น่าจะให้เป็นกฎหมายท้องถิ่นจะดีกว่ามั้ย แปลกใจทำไมตำรวจจำนวนมากทนเรื่องพวกนี้ได้ แต่สารวัตรเมธี ทนไม่ได้ นายตำรวจหนุ่มใหญ่ ขยายถึงสาเหตุการตัดสินใจลาออกว่า ที่ผ่านมาได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการเมืองมาพอสมควร "ทักษิณ" เป็นตำรวจเคยเป็นศิษย์เก่าดีเด่นได้รับเกียรติบัตร เข้ามาเป็นนายกฯ บอกว่าจะไม่โกงเพราะรวยแล้ว บอกไม่มีอะไรที่ตำรวจทำไม่ได้ เราก็เฝ้าศึกษาดู กระทั่งเกิดเรื่องขายหุ้นชินคอร์ปฯ ๗ หมื่นกว่าล้านแล้วเลี่ยงภาษีนี่แหละ คุณเป็นนายกฯ เล่นแง่ไม่เสียภาษี อย่างนี้ภาพพจน์ตำรวจยิ่งเสียหาย จึงมาชุมนุมตั้งแต่ปรากฏการณ์สนธิเริ่มเมื่อ ๒๓ กันยายน และ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๘ ก็ลาออกหลังรับราชการรวม ๑๒ ปี อย่างนี้เรียกกบฏต่อระบบนี่นา มันมีพัฒนาการอย่างไร? ตอนนั้นผมเรียนปี ๒ คุยกับเพื่อนปักษ์ใต้ เราปฏิวัติดีกว่าให้ผู้ใหญ่รู้ ก็มีทั้งเห็นด้วยกับความไม่ถูกต้อง บ้างก็เอออยากกินกับข้าวดี เอาด้วย ก็ได้พวกเหล่าตำรวจประมาณ ๒๐๐ จากทหาร ๑๐๐ กว่านาย เป็นครึ่งหนึ่งของชั้นเรียน ตอนเช้าพวกเรานั่งโต๊ะอาหาร ถูกสั่งรับประทาน แต่พวกเรานั่งนิ่ง นายทหารสั่งแบกโต๊ะวิ่งรอบสนามฟุตบอล กลับมานั่ง ถูกสั่งให้กินก็ไม่กิน หัวหน้าชั้นจึงบอกพวกเราประท้วงการประกอบเลี้ยงไม่เป็นธรรม ผู้บังคับบัญชารับทราบ ต่อมาก็ปรับปรุงดีขึ้น ส่วนพอครัวลงโทษอย่างไรเราไม่ได้ตาม
อดีตสารวัตร เล่าวีรกรรมอีกครั้งให้ฟัง ช่วงพ.ศ.๒๕๓๒-๒๕๓๓ เรียนอยู่ปี ๑ นายร้อยตำรวจสามพราน รวมหัวประท้วง ระบบจวก คือการลงโทษพร้อมกัน ใครทำผิดรับผิดทั้งหมด เราเห็นว่าระบบจวกไม่สามารถทำให้คนเป็นคนดีได้ และเสียเวลาอ่านหนังสือ เสียการนัดหมายเสียความเชื่อถือต่อคนที่เรานัดบ่อยๆ ก็มีการรวมตัวประท้วงระบบจวก ๗๐ เปอร์เซ็นต์เป็นปี ๑ ตามระบบอาวุโสไม่สามารถชักจูงรุ่นพี่ได้ พวกเรานัดแต่งชุดขาวครั้งสุดท้ายก้าวออกจากโรงเรียนเย็นวันศุกร์ และเมื่อพ้นออกมาก็เท่ากับหมดสิทธิ์เป็นตำรวจ เพราะขัดคำสั่งและขัดต่อระเบียบ แต่ปรากฏว่าทางโรงเรียนไม่เอาผิด ส่งจดหมายถึงพ่อแม่ ๆ ก็วิ่งตามหาลูกให้กลับมาเรียนต่อ แต่นั้นมาระบบจวกก็ลดลง สมเหตุสมผลขึ้น เห็นชอบใส่เสื้อรูป เช กูวารา มากเลย ที่แท้เป็นคนดินแดนผู้มีบารมีเหนือพนมรุ้งนี่เอง จึงถามถึงผู้มีบารมีฯ ก็ได้คำตอบว่า ถามว่าก่อนโดดมาแถวหน้าบุกทำเนียบ มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธมิตรโดยตรงตอนไหน ตบท้ายคำถามเกี่ยวกับเกร็ดกลยุทธ์การบุกทะลวงปิดล้อมทำเนียบวางแผนอย่างไร? คำถามนี้ได้ช่วยกันตอบเริ่มที่ นางสำเนียง สุภัณภพ ประธานสมัชชาประชาชนบุรีรัมย์ บอกว่า ๑๙ มิถุนายน แกนนำสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย นัดประชุมด่วน จึงเสนอ พ.ต.ท.เมธี เพราะร่วมก่อตั้งมาแต่แรก และร่วมชุมนุมมาจนปัจจุบัน เชิญคุณเมธีไปประชุมด้วย มีเลขาสมัชชาบุรีรัมย์ คุณป๋อง เชษฐวุฒิ ชมพูพงษ์ และการ์ด ไปประชุมกับ หมอศุภผล เมธาวี คุณไชยวัฒน์ ก็ออกปากขอให้ช่วย คุณเมธีก็รับอาสานำหน้าขบวน จึงตกลงมอบให้คุณเมธีในฐานะเคยเป็นตำรวจ วางแผน ก็ตกลงกันถ้าดันไม่ได้ให้กระโดดเหยียบหัวเข่าข้ามรั้วไปเลย พวกเราระดมชายแข็งแรงอาสาออกหน้า เริ่มเคลื่อนออกจากลานพระรูปมาถึงวัดเบญจมบพิตร ตำรวจที่ด่านก็ทักพวกอาสาสมัครตัวล่ำๆ ว่าเป็นทหารเกณฑ์หนีมา บางคนรับว่าใช่ ว่าไม่ใช่ แต่ไม่ถามคุณเมธี ป้าสำเนียง เล่าต่ออีกว่าจากนั้น สารวัตรเมธี กับอีกประมาณห้าสิบคนแรกกระโดดข้ามไปอยู่ฝั่งตำรวจ ทางเราฝั่งนี้จึงให้อาสาผู้หญิงเข้ากอดรัดตำรวจและดึงแผงกั้น เพราะเชื่อว่าตำรวจไม่กล้าทำรุนแรงผู้หญิง และเปิดทางได้แล้ว อาสาสมัครเยอะมากช่วยกันยกรถกรงขังเบี่ยงเปิดทางให้รถเวทีของไชยวัฒน์เข้ามาได้ จากคนสี่ห้าร้อยคนก็เข้ามาสมทบอีกเป็นหลายพันคน นับหมื่นคน มาจนถึงด่านกั้นที่สามเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เกิดชุลมุนอีกตำรวจไม่ยอม พ.ต.ท.เมธี พาดันเข้าไปเจอตำรวจฟาดกระบองใส่ ก็คว้ากระบองได้ตีใส่โล่โต้กลับบ้าง
พ.ต.ท.เมธี เสริมว่า ตำรวจเองก็ต้านแรงดันไม่อยู่พากันล้มทั้งแถบ คนก็กรูกันเข้าไปเหยียบตำรวจหญิงทับแขนหักก็จุดนี้ จนตำรวจยอมให้ไป เมื่อเจอรถขวาง ๒๐๐ กว่าคนก็รุมยกเบี่ยงออก เรายึดได้ก็ขึ้นบนรถเวทีกับหมอศุภผล ประกาศให้พี่น้องทะลวงเข้าหากันให้ได้ ซีกขวามือจากแยกมิสกวัน เป็นพวกสหภาพแรงงาน ซ้ายมือ พล.ต.จำลอง นำทัพใหญ่มาจากนางเลิ้ง ต่อมา สมศักดิ์ โกศัยสุข กับทีมขึ้นมาควบคุมเวทีเอง นี่คือสมัชชาฯ วางแผนกันเองในรายละเอียด "หลังจากบุกได้ ผมก็หมดแรง ต้องกลับไปนอนพักตั้งนาน ตื่นขึ้นเพลีย ปวดเมื่อยทั้งตัว" พ.ต.ท.เมธี เอ่ยปิดท้าย แม้วันนี้ พันธมิตรฯ ต้องรื้อเวทีจากบริเวณทำเนียบรัฐบาล ตามคำสั่งศาลแพ่ง มาปักหลักที่สะพานมัฆวานฯ ถนนราชดำเนินนอกแล้วก็ตาม ชีวิตกบฎตำรวจผู้นี้จะจดจำวีรกรรมอีกครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ลืมเลือน |
| แนะนำหนังสือ | ||
หาหนังสือมีสาระ มาแนะนำ |
||
|
View All |
||
| หอยลึงค์ หอยจู่ ไซส์ยุโรป | ||
ป้าดติโถ่ ไม่เคยพบเคยเห็น เพื่อนส่งมาให้ ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมละเอียดอะไร ใครรู้โปรดช่วยขยายก็จะดีครับ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||