|
ขึ้น topic แบบนี้ จะมีใครคิดว่าวันนี้บล๊อคกระทิงกำลังพูดถึงการเมืองในเมืองไทยหรือเปล่า? เปล่าค่ะ เปล่าเลย กลัวค่ะ....ไม่กล้า เดี๋ยวจะโดนด่าหาว่าไม่รักชาติ ทั้งที่จริงแล้ว ฉันนี่...รักชาติยิ่งชีพนะขอบอก แต่ไอ้ที่ฉันจะพูดถึงในวันนี้มันเกี่ยวกับนโยบายทางการเมืองของพรรคการเมืองสเปนนี่แหละค่ะ ความที่เดือนหน้านี้ที่สเปนจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี เพื่อมาบริหารประเทศครั้งใหม่ ผู้ลงสมัครที่กำลังขับเขี่ยวกันอยู่บนสนามหาเสียงหลักๆ ก็มีอยู่สองท่าน
ท่านแรก ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน Jose Luis Rodriguez Zapatero สังกัดพรรคสังคมนิยม PSOE [ Partido Socialista Obrero Español]
 Photo from / www.elpais.com
ท่านที่สอง ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน Mariano Rajoy สังกัดพรรค PP [Partido Popular]
 Photo from / www.elperiodicoextremadura.com
จริงๆ แล้วที่สเปนจะมีพรรคการเมืองอื่นอีกนะค่ะแยกย่อยไปในแต่ละแคว้น อย่าง pais vasco ก็มีพรรคของเขาเอง แคว้น catalunña ก็มีพรรคของเขาเอง แต่ส่วนใหญ่แล้ว เป็นเหมือนกิ่งของพรรคใหญ่อย่าง PSOE และ PP แยกออกไปอีกทีนั่นแหละค่ะ แต่พรรคการเมืองหลักๆ ที่มักจะครองเสียงส่วนใหญ่เสมอจึงมีอยู่แค่ 2 พรรค
ในช่วงนี้...ใกล้การเลือกตั้งเข้ามาทุกวัน แต่ละพรรคต่างก็งัดนโยบายของตนออกมาโชว์กันสุดฤทธิ์ มีการเดินสายออกสื่อต่างๆ รวมทั้งเดินสายหาเสียงไปทั่วประเทศ และนอกประเทศ อ๊ะ...นี่ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ เพราะอย่างประเทศในแถบอเมริกาใต้นี่ มีคนสเปนไปทำมาหารับประทานอยู่แถบนั้นมิใช่น้อย เสียงหนึ่งเสียงมีความสำคัญเสมอ และเหล่านักการเมืองจะมองข้ามกันมิได้เด็ดๆ ไกลแค่ไหนก็เหมือนใกล้ค่ะ นั่งเครื่องบินไปปรู๊ดเดียวก็ถึง ไม่ต้องกระพือปีกบินไปเองสักหน่อยนิ๊ ตอนนี้พวกท่านๆ ทั้งหลายเลยทำงานหนักกันแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน น่าสงสารเนอะ พวกนักการเมืองเนี่ย เสาร์-อาทิตย์ก็ไม่มีกับใครเขา
ส่วนฉันเองช่วงนี้เลยสนุกกับการดูข่าวและดูรายการต่างๆ ที่เชิญท่านทั้งสองมารวมรายการมากๆ ถือว่าเป็นการฝึกภาษาค่ะ และแถมยังมีเรื่องมาเขียนลงบล๊อคอีกต่างหาก โอ้ย...2 เด้งเลยค่ะงานนี้
เมื่อประมาณกลางสัปดาห์ระหว่างที่นั่งดูข่าวตามปกติ ฉันก็ต้องกรีดร้อง เมื่อได้ยินคำให้สัมภาษณ์ของอีตา Mariano Rajoy ที่พูดถึงนโยบายหาเขาได้เป็นผู้นำ เกี่ยวกับ immigrants ในแผ่นดินสเปน รวมถึงคนต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศสเปนด้วย มาค่ะ มาดูกันว่าเขาว่าไว้ว่าอย่างไร
1. คนต่างชาติทุกคนต้องเรียนภาษาสเปน - อ๊ะ...แล้วมันแปลกตรงไหน ประเทศไหนใครๆ เขาก็เรียนกัน ยิ่งประเทศในยุโรปที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ยังไง...เมื่อมาถึงก็ต้องเรียนภาษาอยู่แล้ว แต่....มันแปลกสิค่ะ เพราะสเปนไม่มีกฏหมายบังคับว่าเมื่อคุณเดินทางเข้ามาแล้ว ต้องมาเรียนภาษาให้ครบตามจำนวนชั่วโมง อย่างที่ฝรั่งเศส ฮอลแลนด์ และเยอรมันทำ ฉันไม่แน่ใจนักว่าสเปนเป็นประเทศเดียวหรือเปล่าที่ไม่มีกฏนี้ เพราะอะไรนั่นหรือค่ะ เพราะ immigrants ส่วนใหญ่ แทบจะเรียกได้ว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนทั้งหมด ของ immigrants ที่นี่ เป็นคนจากประเทศแถบอเมริการใต้ ซึ่ง...คนเหล่านี้พูดภาษาสเปนอยู่แล้ว มาถึงแทบไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย มาถึงวันแรกสามารถออกหางานทำได้เลย ซึ่งต่างกับ immigrants จากยุโรปตะวันออก อาฟริกัน และแถบๆ เอเซียอย่างพวกเรา immigrants ในกลุ่มหลังทุกคนเมื่อมาถึงไปโรงเรียนกันหมดและค่ะ ไม่งั้นจะหางานทำได้อย่างไร ปากท้องมันบังคับให้ต้องไปเรียนอยู่แล้ว ถ้าอยากมีงานทำก็ต้องพูดภาษาสเปนให้ได้ การเรียนภาษาของที่ที่นี่มีทั้งแบบเรียนฟรีและเสียเงินค่ะ พวกโรงเรียนที่สอนฟรีส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอาฟริกาและยุโรปตะวันออกไปเรียน อันนี้ทางโรงเรียนจะไม่ขอเอกสารการพำนักอาศัยในสเปน มีพาสสปอร์ตเล่มเดียวต่อให้ไม่มีวีซ่าก็ไปสมัครเรียนได้ กลุ่มเอเซียและยุโรปตะวันออกที่มีใบอนุญาติพำนักอาศัย มักจะไปเรียนในโรงเรียนภาษาของรัฐบาล ซึ่งต้องเสียค่าเล่าเรียนแพงค่ะ อยู่ที่ราวๆ 100 ยูโร แพงนะ...สำหรับคนที่ยังไม่มีงานทำ แต่ก็มีโรงเรียนสอนภาษาของรัฐบาลอีกประเภทคล้ายๆ กับโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ โรงเรียนเหล่านี้มักจะมีคอร์สภาษาสเปนสำหรับคนต่างชาติเปิดสอนด้วย อันนี้..ค่าเรียนถูกค่ะ ที่ฉันเคยเรียน คอร์สล่ะ 12 ยูโรเอง แถมสอนดีอีกต่างหาก แล้วหากอีตา Rajoy แล้วแกบังคับออกเป็นกฏหมาย นั่นหมายถึงว่า immigrants ทุกคน ย้ำทุกคน รวมทั้งพวกจากแถบอเมริกาใต้ต้องกลับมาเรียนด้วยอย่างนั้นหรือ?
เฮ้ย...ปกติไอ้โรงเรียนสอนภาษาของรัฐอ่ะ ไม่ใช่ว่าไปสมัครแล้วจะได้เรียนทุกคน ลำพังแค่ต้องต่อสู้ช่วงชิงเก้าอี้กับเหล่าคนจีน พวกจากยุโรปตะวันออก เพื่อที่จะได้เรียนใน official school เนี่ย ก็เลือกตาแทบกระเด็นแล้ว ถ้าเพิ่มพวกอเมริกาใต้เข้ามาอีก คาดว่าจะต้องมีการไปบนบานศาลกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนกรอกชื่อลงไปในอินเตอร์เนต เพื่อให้โปรแกรมมันแรนดอมชื่อแน่ๆ ไอ้พวกโรงเรียนภาษาเอกชนน่ะ เขามีไว้สำหรับพวกนักเรียนต่างชาติมีเงินร่ำรวยมาเรียนกัน คอร์สล่ะ 1000 กว่ายูโรอับเนี่ย ถ้ามีเงินเยอะขนาดนั้น เขาคงไม่มาเป็น immigrants ในประเทศนี้หรอกเฟ้ย 2. immigrants ทุกคนต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของสเปน
- ถามหน่อย แล้วไอ้วัฒนธรรมที่ว่านั่นอ่ะ มันคืออะไร????? ทันทีที่นโยบายอันนี้หลุดพ้นปากของอีตา Rajoy ออกมา สำนักข่าวทุกสำนักทำงานหนักเลยค่ะ เพราะทุกคนต่างก็พยายามหาคำตอบให้ได้ว่า "แล้ววัฒนธรรมของสเปนที่ Rajoy พูดถึงนั้นคืออะไร" คนสเปนเองยังตอบข้อนี้ไม่ได้เลยขอบอก ถ้าถามทุกคนว่า "หากพูดว่าประเทศสเปน ทุกคนคิดถึงอะไร" อ๊ะ....คิดกันหน่อย คิดกันหน่อย ทุกคนคิดถึงอะไรค่ะ?
ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก
ฉันเชื่อว่าทุกคนพูดเหมือนกันว่า "สู้วัวกระทิง ระบำฟราเมงโก้ ข้าว Paella และทีม Real Madrid "
ดังนั้นหมายถึงว่า immigrants ทุกคนต้องไปเรียนเป็นนักสู้วัวกระทิง แล้วลงสนามสู้วัวกระทิงเป็นการทดสอบฝีมือ ถ้าถูกวัวควิดถือว่าแพ้ สอบตก ตายในหน้าทีไปตามระเบียบ
ไปเรียนเต้นฟราเมงโก้ แล้วขึ้นไปเต้นโชว์บนเวที ถ้าเต้นไม่สวย เต้นไม่ได้อารมณ์ สอบตก
หัดทำข้าวปาเอย่า ถ้าทำแล้วไม่อร่อย ข้าวเละ ไม่เป็นเม็ดสวย ถือว่า....สอบตก (ชิ๊ชะ อีตา Rajoy เดี๋ยวฉันจะให้แกหุงข้าวเหนียวดูบ้างจะทำได้ไหม)
ไปทำความรู้จักกับประวัติศาสตร์ของทีมเรียลมาดริด แล้วไปแข่งแฟนพันธุ์แท้ ถ้าไม่ผ่านเข้ารอบแฟนพันธุ์แท้แห่งปี ถือว่า.....สอบตก
อย่างนั้นใช่หรือไม่?????
ประสาทแล้ว นี่มันใช้ร่องไหนของสมองคิด
3. ผู้หญิงมุสลิมทุกคนห้ามคลุมผมในที่สาธารณะ รวมถึงในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย - นี่มันอยากให้เกิด จีฮัท นักใช่ไหมเนี่ย นี่มันความเชื่อ ความศรัทธาทางศาสนา จะเอามาออกเป็นกฏเป็นนโยบายเพื่อบังคับแบบนี้ไม่ได้ ทีรัฐบาลปัจจุบันของ Zapatero ผ่านกฏหมายให้เกย์แต่งงานไง อี Rajoy รีบวิ่งไปเลียวาติกันออกมาเต้นเป็นเจ้าเข้า หาว่าเป็นกฏหมายที่ขัดต่อความเชื่อทางศาสนาคาทอลิก การให้เกย์แต่งงานกันได้จะทำให้มวลมนุษย์ชาติสูญสิ้นไป เป็นการทำลายสถาบันครอบครัว (บ้าเหรอ เกย์มีมาตั้งสมัยดึกดำบรรพ์ไม่เห็นว่าจำนวนประชากรของโลกจะลดลงเลย) Rajoy ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างในสังคม บ้าสิ... อย่างที่บอก มุสลิมบางคนเขาถูกปลูกฝั่งมาแบบนี้ตั้งแต่เกิด มันเป็นความเชื่อ ความศรัทธาของชีวิตเขาไปแล้ว ไอ้ที่มันกำลังพยายามจะทำอยู่เนี่ย ตัวก่อให้เกิดความแตกแยกเลยจะบอกให้ 4. การออกวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าสเปน
- ฉันว่าข้อนี้ นี่โดนฉันและคนไทยทุกคนไปเต็มๆ อีตา Rajoy มันบอกว่า ถ้าพรรค PP ชนะ ต่อไป การจะออกวีซ่าให้ใครก็ตามที่จะเดินทางเข้าประเทศสเปนนั้น จะมีการ "ให้แต้ม" กับประเทศ อย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่เจริญแล้ว การเมืองมั่นคงในสายตาชาวโลก เศรษฐกิจเยี่ยม เอาไปเลยครับ 10 แต้มเต็ม แต่ถ้าเป็น คนเนปาล มาจากประเทศเล็กๆ อยู่ส่วนไหนของโลก คนสเปนบางคนยังตอบไมได้ ไม่ใช่แนวหน้าทางการค้าและธุรกิจของโลก ไม่เคยปรากฏบทบาทโดดเด่นในเวทีการค้าโลก เอาไป 1 คะแนนพอ เพราะถือว่า มีแนวโน้มจะเข้ามาเป็น immigrants ที่นี่ แม่งบ้า..........บ้าที่สุด
แล้วประเทศไทยของฉันล่ะ ประเทศเล็กๆ ในเอเซีย เศรษฐกิจกำลังเดินเป็นทากคลาน การเมืองก็โอนเอน หงิกหงอ ประเทศของฉันจะเหลือแต้มสักกี่แต้มกัน
ที่สำคัญ ใคร....ใครล่ะ ที่เป็นคนตัดสินให้แต้มประเทศเหล่านั้น ใครฟร่ะ???
ถ้าบอกว่า คนสเปนไง นักวิเคราะห์ นักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ของสเปนไง แล้วเอามาตรฐานตรงไหนล่ะฟร่ะ
นี่มันเอาปลายเล็บที่หัวแม่โป้งเท้าคิดแน่ๆ ไอ้บ้าเอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
มีเรื่องราวขำๆ เกี่ยวกับความรู้รอบตัวของคนสเปนมาให้ฮากันเล็กๆ เมื่ออาทิตย์ก่อนโน้น มีการจัดงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวโลกที่กรุงมาดริด ก็มีหลายๆ ประเทศมาเปิดบูทกัน ประเทศไทยเราก็มาค่ะ แต่ประเทศที่เด็ดสุดๆ คือ ประเทศภูฎาน งานนี้เขามาด้วย ทั้งๆ ที่ในหนึ่งปี เขารับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศแค่ 21000 คนเท่านั้น
บูทภูฎานคนตุงเลยค่ะ มุงกันสุดฤทธิ์ ทีนี้ก็มีนักข่าวไปถามเหล่าสแปนิชมุงเหล่านั้นว่า... "คุณรู้จักประเทศภูฎานไหม รู้ไหมว่าอยู่ตรงไหนของโลก"
พระเจ้า!!!!!!
หมายเลขหนึ่ง ตอบว่า "ไม่รู้สิ ชื่อนี้ไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ เลยเดินมาดู" ตึ๊งโป๊ะ!!!!! หมายเลขสอง เป็นคู่สามีภรรยาหน้าตาไฮโซสุดๆ ตอบมาด้วยเสียงดังฟังชัด ใบหน้ามั่นใจ "อาฟริกา" ตึ๊งโป๊ะ!!!!! หมายเลขสาม เป็นสาวสวยดูท่าทางจะรวยความรู้ ตอบว่า "ประเทศนี้มีด้วยเหรอ?" แน๊ะ...ดันมาย้อนถามนักข่าวอีก หมายเลขสี่เป็นหนุ่ม back pack ผมเดทร็อค ตอบว่า "เอเซีย แต่ผมไม่เคยไป" ดังนั้น อย่าบอกนะ อย่าบอก ว่าจะเอามนุษย์แบบคุณๆ 3 ท่าน แรกมาเป็นกรรมการให้แต้มประเทศ อย่านะ.....ขอร้องว่าอย่า!!!!
เมื่อกลางวัน ฉันดูข่าวภาคบ่าย เอาอีกแล้วค่ะ ตอนนี้กระแสการเมืองดุเดือดขนาดที่ว่า บิชอฟ คาทอลิกของสเปน ออกมาประกาศถือหาง Mariano Rajoy และพรรค PP ส่วนผู้นำสูงสุดของศาสนาอิสลาม (ฉันไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร) ก็ไม่ยอมแพ้ ออกมาประกาศเชียร์ Jose Luis Rodriguez Zapatero และพรรค PSOE เช่นกัน
ให้ตายเหอะ ฉันกลัวเกิดจีฮัทจริงๆ นะ
ไม่น่าเชื่อว่าการเมืองและศาสนามันมารวมกันได้ เพราะมันไม่ควรอย่างที่สุดที่จะมารวมกัน ขอพระเจ้าคุ้มครองทุกคน
โอมเพี้ยง!!!!!!!!
ปล.เพื่อมิให้ก่อให้เกิดความเข้าผิดคิดว่าฉันถือหาง PSOE ว่าทำไมถึงไม่พูดถึงนโยบาย ของฝั่งนี้บ้างล่ะ ทำไมพูดแต่ว่า PP ไม่ดี คือว่า...คือ นโยบายของฝั่งนี้เขาจะสืบสานงานที่ทำอยู่ตอนนี้ แล้วไปเพิ่มในส่วนของลดจำนวนคนว่างงาน เพิ่มรายได้ขั่นต่ำของประชากรทั้งประเทศ อ๊า...มันเป็นเรื่องทีดีใช่ไหมล่ะค่ะ ดังนั้น...พูดถึงมันก็ไม่ฮาอ่ะสิ
เพลงประกอบบล๊อคในวันนี้เป็นของศิลปินสาวติสต์สุดๆ ชื่อว่า Chambao เธอผู้หลงใหลในกลิ่นอายและวัฒนธรรมของประเทศโมร็อคโค จะเห็นว่าในบทเพลงของเธอมีภาษาอาราบิกอยู่ด้วย ฉันก็ชอบนะ เพลงนี้เพราะดี bg song / www.imeem.com
|