*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 192150
  • จำนวนผู้โหวต : 265
  • ส่ง msg :
  • โหวต 265 คน
วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม 2565
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 441 , 09:56:05 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

เหตุใดค่าโดยสารไปบางสนามบินจึงแพงนัก

เป็นที่น่ายินดีที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ที่ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ที่ผ่านมา

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ เพื่อรับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคง ๓ จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมทั้งเสริมความสะดวกด้านคมนาคมและกระตุ้นการท่องเที่ยว 

คนไทยหลายคนรวมทั้งผู้เขียนก็ดีใจว่าต่อไปนี้เมื่อไปเที่ยวเบตงก็ไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินหาดใหญ่ แล้วนั่งรถยนต์ต่อไปถึงเบตงให้เมื่อยตุ้มอีกแล้ว

เพราะการท่องเที่ยวไปเบตงในปัจจุบัน บริษัททัวร์ต่างๆ จัดทัวร์โดยการบินไป-กลับที่สนามบินหาดใหญ่ แล้วต่อรถทัวร์ไปเที่ยวเบตงกันอีกทอดหนึ่ง

บางทัวร์มีทางเลือกให้เดินทางแบบผสม คือไปเครื่องบินลงที่สนามบินหาดใหญ่แล้วกลับรถไฟ หรือไม่ก็ไปโดยรถไฟและกลับโดยเครื่องบินที่สนามบินหาดใหญ่

เมื่อมีเครื่องบินบินตรงไปลงที่สนามบินเบตง ก็น่าจะทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวที่เบตงสะดวกและรวดเร็วขึ้น จึงน่าจะมีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น

แต่ปรากฎว่าสายการบินนกแอร์ซึ่งเป็นสายการบินเดียวที่บินไปสนามบินเบตงต้องยกเลิกเที่ยวบินที่ประชาชนจองไว้ในวันที่ ๑๖ มีนาคม และวันที่ ๑๘ มีนาคม เหตุที่ต้องยกเลิกก็เพราะจำนวนผู้โดยสารที่จองไว้ไม่คุ้มกับการบิน 

ผู้เขียนพอจะเข้าใจว่าเหตุใดประชาขนจองตั๋วไปเบตงกันน้อยนัก ทั้งๆ ที่อยากไปเที่ยวเบตงกันมาก อาจไม่ถูกต้อง ๑๐๐% แต่เข้าใจว่าใกล้เคียง

สาเหตุสำคัญคือค่าโดยสารครับ เพราะค่าโดยสารจากสนามบินดอนเมืองไปสนามบินเบตงแพงพอสมควรครับ

อีกประการหนึ่ง คงวางแผนไม่ดีนัก เพราะหากได้ประสานงานกับบริษัททัวร์ที่จัดทัวร์เบตงอยู่เป็นประจำไว้ก่อนล่วงหน้า เหตุการณ์ทำนองนี้คงไม่เกิดขึ้นเพราะบริษัททัวร์ซื้อตั๋วได้ถูกกว่าประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว

กลับมาที่ค่าโดยสาร แม้ว่าค่าโดยสารของสายการบินโลวคอสท์ขึ้นอยู่กับวันและเวลาที่บินรวมทั้งการจองล่วงหน้าก็ตาม แต่เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ของนกแอร์ที่สนามบินดอนเมืองแล้ว ค่าโดยสารสนามบินดอนเมือง-สนามบินเบตงนั้น ราคาประมาณ ๓,๔๐๐ บาท (ในเว็บจองตั๋วออนไลน์ของนกแอร์ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ยังไม่ขึ้นรายการให้จองไปสนามบินเบตงครับ)

ลองมีสายการบินอื่นบินไปลงที่เบตงอีกซิครับ รับรองว่าค่าโดยสารจะถูกลงกว่านี้

เปรียบเทียบค่าโดยสารของสายการบินนกแอร์ที่บินไปที่สนามบินแพร่กับที่สนามบินน่านซึ่งอยู่ติดกันและมีระยะทางใกล้เคียงกัน แต่มีสายการบินให้บริการในจำนวนที่ไม่เท่ากันดูนะครับ 

 

บินไปสนามบินแพร่ซึ่งมีสายการบินเพียงสายเดียวคือนกแอร์และมีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานคร ๕๕๐ กิโลเมตร ค่าโดยสาร เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ราคาต่ำสุด-สูงสุดอยู่ที่ ๒,๐๔๙ - ๒,๔๖๙ บาท 

บินไปสนามบินน่านซึ่งระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานคร ๖๖๗ กิโลเมตร ค่าโดยสารของสายการบินหลายสาย เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ราคาต่ำสุด-สูงสุดอยู่ที่ ๑,๐๕๐ - ๑,๕๑๕.๒๖ บาท 

เห็นได้ว่าการเดินทางไปแพร่ซึ่งมีระยะทางน้อยกว่าน่าน ประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร แต่ค่าโดยสารเครื่องบินไปแพร่แพงกว่าไปน่านเกือบ ๑,๐๐๐ บาท

ที่ชุมพรบ้านเกิดของผู้เขียนนั้น ตอนที่มีสายการบินเดียวบินไปนั้น ค่าโดยสารแพงมาก แต่เมื่อมีสายการบินบริการเพิ่มขึ้น ค่าโดยสารจึงถูกลง 

หลายปีมาแล้วผู้เขียนอยากเดินทางไปเที่ยวที่น่าน แต่ตอนนั้นมีสายการบินสายเดียว จึงต้องรอ เมื่อมีสายการบินอื่นไปให้บริการ ค่าโดยสารถูกลง จึงได้เดินทางไปเที่ยว

ผู้เขียนไม่เข้าใจหรอกครับว่าเหตุใดสายการบินที่ให้บริการโดยไม่มีคู่แข่ง จึงคิดค่าโดยสารโดยคำนึงถึงต้นทุนไม่ได้ เพราะการบินโดยมีสายการบินเดียวและมีคู่แข็งอีกหลายสาย ค่าใช้จ่ายโดยรวมน่าจะเท่ากัน

เพราะสายการบินคิดหากำไรกันมากๆ จนผู้โดยสารหลายคนไม่อยากบินไปยังจังหวัดที่มีสายการบินบริการเพียงสายเดียว

คงต้องพึ่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย แล้วละครับ

ผู้เขียนทราบดีว่าสายการบินไม่ว่าสายการบินทั่วไปหรือสายการบินโลวคอสท์ที่ให้บริการภายในประเทศทุกสาย จะกำหนดราคาค่าโดยสารไม่เกินกรอบที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยกำหนดไว้

แต่การกำหนดค่าโดยสารในกรณีที่มีสายการบินเดียว สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ก็น่าจะลงมาดูในรายละเอียดต่างๆ บ้าง อย่าปล่อยให้ประชาชนเลือกที่จะไม่บินเลยครับ

อย่าให้ประชาชนผู้ที่ต้องการเดินทางไปและกลับจังหวัดที่มีสายการบินเดียว เช่น จังหวัดแพร่ข้างต้น เห็นว่าไม่เป็นธรรมเลยครับ

ผู้เขียนจึงเห็นว่าสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยน่าจะพิจารณาเรื่องที่สายการบินกำหนดค่าโดยสารเอง แม้ไม่เกินกรอบใหม่แต่ราคายังแพงกว่าต้นทุนมากบ้าง

หรือไม่ก็ช่วยเจรจาต้าอวยให้หน่อยเถิดครับ ใช้แนวปฏิบัติของคนจีนได้ไหม “ขายกำไรน้อยๆ แต่ขายเป็นจำนวนมาก ดีกว่าขายกำไรมากๆ แต่ขายได้น้อย”

ทีจัดโปรโมชั่นไปสนามบินใหญ่ๆ หลายแห่ง ในราคาเริ่มต้นเพียง ๖๙๙ บาท ยังทำได้ แถมยังให้เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ถึง ๑ ครั้ง ด้วย 

 

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ต้องคิดว่าการคิดราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรมถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัวด้วย ประชาชนจะได้ท่องเที่ยวมากขึ้น 

โดยเฉพาะจังหวัดที่มีสายการบินบริการเพียงสายเดียว ประชาชนก็จะได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดนั้นมากขึ้น เพราะค่าโดยสารไม่โหดนักเศรษฐกิจของจังหวัดนั้นก็ย่อมดีขึ้น

ผู้เขียนยังขอตั้งความหวังไว้กับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยอยู่นะครับ ช่วยกรุณาพิจารณาดำเนินการให้ “ประชาชนชื่นใจ” ด้วยเถิดครับ

ไหนๆ ก็เขียนถึงนกแอร์ ก็ขอบ่นในที่นี้ด้วยว่าการให้บริการของนกแอร์โดยเฉพาะสมาชิกของนกแอร์ไม่ประทับใจเลยครับ

ประการแรก การติดต่อนกแอร์ผ่านคอลเซ็นเตอร์นั้น ไม่สะดวกเป็นอย่างยิ่ง ท่านผู้อ่านลองทดลองหมุนหาคอลเซ็นเตอร์ของนกแอร์ที่ ๑๓๑๘ ดูเถิดครับ บางครั้งหมุนตลอดช่วงเช้ายังไม่รับสายเลยครับ

หากยังคิดที่จะให้บริการประชาชนอยู่ นกแอร์ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น สายการบินโลวคอสท์ ไม่ได้มีเพียงสายเดียวหรอกครับ เว้นแต่สายการบินนกแอร์บินไปสนามบินนั้นแต่เพียงผู้เดียวก็จำเป็น

ประการที่สอง ระบบการให้บริการสมาชิกควรทำให้ดีขึ้นไม่ไช่แย่ลง

เมื่อก่อนหากซื้อตั๋วแล้วลืมแจ้งหมายเลขสมาชิก NOK SKY เมื่อเช็คอินเครื่องจะแจ้งให้พนักงานทราบในทันทีว่าผู้โดยสารท่านนี้เป็นสมาชิก

ปัจจุบันทำเช่นนั้นไม่ได้อีกแล้ว ผู้เขียนบินไปหาดใหญ่เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ชื่อผู้เขียนก็ไม่ขึ้นในระบบว่าเป็นสมาชิก พนักงานเช็คอินขอให้ไปหาหมายเลขสมาชิกที่ห้องจำหน่ายตั๋ว

ได้หมายเลขสมาชิกแล้ว พนักงานห้องขายตั๋วแจ้งว่าไม่สามารถอัพเดทข้อมูลให้ได้ต้องโทรศัพท์ไปแจ้งคอลเซ็นเตอร์สถานเดียว ทำยังกับว่าติดต่อได้ง่ายอย่างนั่นแหละ

กลับมาที่พนักงานเช็คอิน ได้ลงหมายเลขสมาชิกในระบบให้ พร้อมแจ้งว่าระบบจะอัพเดทให้โดยอัตโนมัติในภายหลัง ไม่สามารถปรับให้ได้ในทันที

ก็คงมาถึงประการสุดท้ายว่า นอกจากพัฒนาระบบให้ดีขึ้นแล้ว ควรพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้รู้เรื่องราวของบริษัทให้มากกว่านี้ด้วย ผู้โดยสารเสียเงินแล้วอย่าให้ต้องปวดศีรษะมากนักเลย

พุธทรัพย์ มณีศรี


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 23/03/2022 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ถูกต้องที่สุดครับคุณอดุลย์ การสร้างสนามบินส่วนใหญ่มาจากนักการเมืองครับ แต่นักการเมืองของไทยแม้ว่ามีตัวอย่างติดคุกติดตะรางกันเยอะแล้ว แต่ก็ยังทำกัน ด้วยเหตุที่ว่าทำแล้วรวยเร็ว หวังว่าอาจสาวไม่ถึงตัวและกว่าจะตัดสินคดีก็ช้ามาก ลูกเมีย (สามี) เป็นสุขแล้ว แบบนี้หาความเจริญได้ยากครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 23/03/2022 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ถูกต้องที่สุดครับคุณอดุลย์ การสร้างสนามบินส่วนใหญ่มาจากนักการเมืองครับ แต่นักการเมืองของไทยแม้ว่ามีตัวอย่างติดคุกติดตะรางกันเยอะแล้ว แต่ก็ยังทำกัน ด้วยเหตุที่ว่าทำแล้วรวยเร็ว หวังว่าอาจสาวไม่ถึงตัวและกว่าจะตัดสินคดีก็ช้ามาก ลูกเมีย (สามี) เป็นสุขแล้ว แบบนี้หาความเจริญได้ยากครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อดุลย์ วันที่ : 23/03/2022 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องค่าโดยสารเครื่องบิน
ผมว่าเค้าคงไม่ได้คำนวณเฉพาะเรื่องของระยะทางแค่อย่างเดียว
คงต้องมีเรื่องของจำนวนผู้โดยสารมาเกี่ยวข้องด้วย
ถ้าผู้โดยสารมาก ก็ปรับลดลงได้
ผู้โดยสารน้อย ก็แพงขึ้น เพื่อความคุ้มทุนของสายการบิน

และถ้าผู้โดยสารน้อยลงมาอีกถึงระดับหนึ่ง
ก็ต้องเลิกกิจการครับ
ผู้โดยสารลำละ สิบ หรือ สิบห้าคน
จะทู่ซี้ให้บริการอยู่ได้ไงล่ะ
อิ อิ

ความคิดเห็นที่ 3 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ วันที่ : 23/03/2022 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

ครับ คุณพุธทรัพย์
ผมเคยอ่านเจอมาที่ไหนสักแห่ง เค้าเขียนไว้ว่า
มันเป็นหลักการสากล
ความคุ้มค่าในการสร้างสนามบิน
ในรัศมีระยะทาง 200 จากสนามบินที่มีอยู่แล้ว
ไม่ควรจะสร้างสนามบินเพิ่ม
ยกเว้นในบางแห่งที่ผู้โดยสารเดิมหนาแน่นมากเกินกำลัง
(เช่น สนามบินภูเก็ต ภายหลังมาสร้างสนามบินกระบี่แทน
ระยะทางภูเก็ต-กระบี่ ประมาณ 170 กม.)

ถ้าเรายึดหลักการแบบนี้
สนามบินหลายแห่งก็ไม่ควรสร้าง
เช่นที่คุณพุธทรัพย์ยกตัวอย่างมา
(แพร่-น่าน 117 กม. เท่านั้นเอง มีสนามบินแห่งเดียวก็พอแล้ว)

ผมเห็นในไลน์กลุ่มหลายแห่ง
มีหลายจังหวัดกระสันต์ที่อยากจะได้สนามบิน
(สุดท้ายก็ปล่อยร้าง เพราะไม่มีผู้โดยสาร เสียดายงบประมาณ)
เช่นสตูล, พัทลุง ฯลฯ
สตูล- (สนามบิน)หาดใหญ่ ประมาณ 100 กม.
พัทลุง-หาดใหญ่ ประมาณ 100 กม.
คิดดูว่าถ้าสร้างมาแล้ว ค่าโดยสารต้องแพงกว่า กรุงเทพ-หาดใหญ่ แน่ๆ เพราะผู้โดยสารน้อย
อีกทั้งไม่บินทุกวันอีก (ก็ผู้โดยสารน้อย จะให้บินทุกวันได้ไง)

ในขณะที่สนามบินหาดใหญ่มีเที่ยวบินเกือบทั้งวัน สะดวกกับผู้โดยสาร
คน (สตูล, พัทลุง) ก็จะแห่กันไปใช้บริการที่สนามบินหาดใหญ่
รับรองว่า สนามบินสตูล, พัทลุง (ถ้ามีการสร้าง) เจ๊งแน่ๆ

ผมว่าภาครัฐควรมีมาตรการสำหรับคนที่คิดโครงการก่อสร้างทิ้งๆขว้างๆกันแบบนี้
จับมาติดตะรางกันเสียบ้าง
เสียงบประมาณเป็นพันๆล้าน
เพื่อที่สุดท้ายกลับกลายเป็นสถานที่ให้วัวไปนอนเล่น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 22/03/2022 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณอดุลย์มากเลยครับ ที่จริงผมทราบเบื้องลึกเบื้องหลังสนามบินเบตงพอสมควร แต่ผมไม่ถนัดทางเทคนิคก็เลยไม่เขียน

เห็นด้วยกับคุณอดุลย์มากครับว่าสนามบินบางแห่งไม่คุ้มค่าในการใช้ อย่างไรก็ตาม จุดเน้นเรื่องนี้อยู่ที่การคิดค่าโดยสาร เพื่อนที่อยู่แพร่เพิ่งแจ้งผมว่าคนแพร่เขานั่งรถไปน่าน ๘๐ บาท เสียค่าโดยสารลดลงกว่า ๙๐๐ บาท นกแอร์ก็คงไม่ค่อยมีใครบิน

แพร่กับน่านก็ไม่น่าต้องสร้างถึง ๒ สนามบิน สร้างแค่หนึ่งเดียวอยู่ระหว่างกลางทางของ ๒ จังหวัด ก็น่าจะคุ้มกว่านะครับคุณอดุลย์

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ วันที่ : 22/03/2022 เวลา : 14.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

พูดถึงสนามบินเบตง
ความเห็นส่วนตัวนะครับ
ในฐานะที่บ้านเดิมผมอยู่จังหวัดยะลา
ผมว่าไฟลท์บินนี้(เบตง-กรุงเทพฯ/กรุงเทพฯ-เบตง)
มันไม่เวอร์ค
ไม่ทราบว่าก่อนที่จะสร้างเค้า(ใคร?)ศึกษาข้อมูลมายังไง

สุดท้ายก็คงจะปล่อยทิ้งร้าง
แบบเดียวกับสนามบินโคราชและสนามบินอื่นๆอีกหลายแห่งในบ้านเรา
น่าเสียดายงบประมาณเป็นอย่างยิ่ง

ที่ผมว่ามันไม่เวอร์คก็ด้วยเหตุผลว่า
ผู้โดยสารเส้นทางนี้
มีแค่สองกลุ่ม คือ
1. นักท่องเที่ยวที่เจาะจงไปเที่ยว -เฉพาะ- ที่อำเภอเบตงเท่านั้น
ย้ำว่าเฉพาะอำเภอเบตง เท่านั้น
2. คนอำเภอเบตง ที่จะเดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพ ฯ
ย้ำว่า เฉพาะคนอำเภอเบตง เท่านั้น

อันที่ผมย้ำนักย้ำหนาว่า
"เฉพาะคนเบตง / นักท่องเที่ยวเฉพาะที่จะไปเที่ยวเบตง"
ก็เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่
คือว่าเส้นทางเดินรถระหว่างอำเภอเบตงกับอำเภออื่นๆในจังหวัดยะลา
มันค่อนข้างไกลและคดเคี้ยว
แม้กระทั่งอำเภอที่อยู่ติดกันกับอำเภอเบตงนั่นก็คืออำเภอธารโต
ยังมีระยะห่างราวร้อยกิโลเมตร (และคดเคี้ยว)
ไม่ต้องพูดถึงอำเภออื่นๆ

ดังนั้น
คนจังหวัดยะลา (ยกเว้นชาวอำเภอเบตง)
ที่จะเดินทางโดยเครื่องบินไปยังกรุงเทพฯ
เค้าจะไปนั่งเครื่องบินที่สนามบินหาดใหญ่
ระยะทางยะลา-หาดใหญ่ ประมาณ 120 กม.
ค่าโดยสารก็ถูกกว่าแยะ (ราคาปกติ โลว์คอสต์ ราว พันหกร้อยถึงพันแปดร้อยบาท)

ในขณะที่ระยะทาง ยะลา-เบตง 140 กม. และหนทางคดเคี้ยว ทำให้เสียเวลาเดินทางนานขึ้นเยอะ
ค่าตั๋วเรือบินก็แพงอีกต่างหาก
(แต่ถึงแม้จะลดราคาค่าตั๋วให้เท่ากันหรือถูกกว่านิดหน่อย
คนยะลา (ต่างอำเภอ) ก็ไม่ยอมใช้บริการแน่ ๆ เชื่อผม)

ดังนั้น
สนามบินเบตงสร้างขึ้นมา (เฉพาะ) สำหรับคนอำเภอเบตง-(ประชากรราว หกหมื่นกว่าคน) และนักท่องเที่ยวที่จะไปเฉพาะเบตงเท่านั้น
แล้วจะหาผู้โดยสารจากไหนมากมายให้พอคุ้มสำหรับการบินแต่ละเที่ยว
ต่อให้พ้นยุคโควิดไปก็เถอะ
เอาเงินงบประมาณมาละลายน้ำแท้ๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน