*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2016-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 176
  • จำนวนผู้ชม : 134513
  • จำนวนผู้โหวต : 256
  • ส่ง msg :
  • โหวต 256 คน
วันศุกร์ ที่ 3 มิถุนายน 2565
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 350 , 09:20:44 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

สมุนไพรไทย : ไม่ได้ใช้ประโยชน์แค่เป็นอาหาร ยาและเครื่องสำอางค์

ถูกต้องครับ ผู้เขียนกำลังเขียนถึงการนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ทางด้านอื่น นอกเหนือจากการใช้เป็นอาหาร ยาและเครื่องสำอางค์ ดังที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกัน

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่าในปัจจุบันคนไทยหลายต่อหลายคนได้ทิ้งยาจากสมุนไพรไทยซึ่งปู่ย่าตายายได้ใช้มานมนาน แล้วหันไปกินยานอกกันเป็นส่วนใหญ่

ผู้เขียนอยากเห็นคนไทยได้ใช้สมุนไพรไทยให้มากขึ้น เพราะเห็นว่านอกจากมีประโยชน์แล้ว ยังไม่ค่อยมีผลข้างเคียงอีกด้วย

แม้แต่หมอฝรั่งบางคนยังสนับสนุนให้ใช้สมุนไพร เพราะเห็นว่ายาเกือบทุกชนิดมีพิษและมีไว้เพื่อรักษาอาการ แต่ไม่ได้รักษาให้หายขาด ดูรายละเอียดข้อความข้างล่างนี้ซืครับ

 

ผู้เขียนอยากเห็นทางราชการโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขได้ให้การสนับสนุนสมุนไพรไทยให้มากขึ้นกว่านี้ การมีกรมการแพทย์แผนไทยและกรมการแพทย์ทางเลือกคงไม่พอหรอกครับ ยังต้องสนับสนุนให้มีแพทย์แผนไทยให้มากขึ้นด้วย

รวมทั้งส่งเสริมด้านการวิเคราะห์วิจัยการใช้สมุนไพรเพื่อใช้ให้เป็นยาและในด้านอื่นๆ ให้มากขึ้นด้วย

คณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยหลายแห่งของไทยก็ได้ให้ความสำคัญในการวิเคราะห์วิจัยการใช้สมุนไพรในด้านยามากแล้ว แต่อยากเห็นคณะเภสัชศาสตร์ได้เน้นให้ผู้ที่จะเป็นเภสัชกรได้ทราบคุณภาพและประสิทธิภาพของสมุนไพรไทยให้มากขึ้นด้วย

ที่สำคัญคือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ผู้อนุญาตให้ใช้ยาสมุนไพรก็โปรดพิจารณาเป็นพิเศษ และขอกรุณาอย่าใช้มาตรฐานเดียวกับยาฝรั่งเลยครับเพราะเป็นยาคนละชนิดกัน

ผู้เขียนไม่ทราบหรอกนะครับว่ามีนักวิชาการหรือนักวิจัยท่านใดได้วิเคราะห์วิจัยเพื่อนำสมุนไพรไทยมาใช้ประโยชน์ทางด้านอื่นนอกจากทางด้านอาหาร ยาและเครื่องสำอางค์มากน้อยเพียงใด

แต่ที่ผู้เขียนทราบอยู่รายหนึ่งก็คือผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐชยา คำรังษี (ดร. เอ้) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาชีววิทยา  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร. ธัญบุรี) ที่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้

ดร. ณัฐชยา จบการศึกษาปริญญาตรี วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (วท. บ.) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (สัตววิทยา) และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สัตววิทยา) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

ที่ทราบเพราะบริษัทที่ผู้เขียนเป็นที่ปรึกษา คือ บริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเคมีกำจัดแมลงทางด้านสาธารณสุข ต้องการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม  

จึงได้เชิญ ดร. ณัฐชยา ไปช่วยศึกษาโครงการความเป็นพิษของสารสังเคราะห์ต่อยุงลายและการต้านทาน (Toxicity of synthetical against Ae aegypti and resistance)

จึงได้ทราบว่า ดร. ณัฐชยา มีงานวิจัยที่ ประสบผลสำเร็จมาแล้ว และได้นำผลงานวิจัย คือ สูตรสารสกัดสมุนไพรจากสะค้านและพลูคาวเพื่อใช้ในการกำจัดลูกน้ำยุงลายและกรรมวิธีการผลิต ยื่นขอรับอนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา และได้รับอนุสิทธิบัตรแล้ว

 

นอกจากนั้น ดร. ณัฐชยา ได้นำผลการวิจัย เรื่อง “ความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดหยาบจากสะค้าน (Piper ribesioides) และมะแขว่น (Zanthoxylum limonella) ต่อศัตรูพืชเศรษฐกิจหนอนกระทู้หอม (Spodoptera exigua)” เสนอในงาน “The 10th International Exhibition of Inventions” วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๑ ณ เมืองฝอซาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และได้รับรางวัลเหรียญเงิน

 

รวมทั้ง ได้นำผลงานวิจัย คือ สูตรสารสกัดสมุนไพรจากสะค้านและพลูคาวเพื่อใช้ในการกำจัดลูกน้ำยุงลายและกรรมวิธีการผลิต ทั้งนี้ ได้นำผลการวิจัยนี้ไปนำเสนอในงาน Formulation of Piper ribesioides and Houttuynia cordata extracts against Aedes aegypti larvae ที่นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒  อีกด้วย

 

ในงานนี้ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเจนีวา ได้ไปเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ด้วย

 

ผลการประกวดก็ได้รับรางวัลเหรียญเงิน

 

กลับมาถึงเมืองไทยแล้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ยังได้แสดงความยินดีให้ด้วย

 

ดังนั้น เมื่อ ดร. ณัฐชยา ทราบว่าสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีโครงการนำผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์สู่บัญชีนวัตกรรมไทย : ด้านสิ่งแวดล้อม (Research Gap Fund) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ โดย สวทช. สนับสนุนงบประมาณให้ส่วนหนึ่ง

ดร. ณัฐชยา จึงได้ปรึกษากับคุณเกศกนก สอยโฮ้ ประธานกรรมการบริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด และคณะ ว่าสนใจในการเสนอโครงการ โดยได้ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาชีววิทยา  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร. ธัญบุรี) หรือไม่ เพราะบริษัทต้องออกเงินสบทบอีกส่วนหนึ่ง 

 

ดร. ณัฐชยา เห็นว่าโครงการที่ควรนำเสนอ สวทช. คือโครงการต้นแบบจากสารธรรมชาติเพื่อทดแทนการใช้ Temephos ในการควบคุมลูกน้ำยุงลายสำหรับพัฒนาในเชิงพาณิชย์ ต่อ สวทช.

โดยที่บริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด มีผลิตภัณฑ์ทรายอะเบท ซึ่งใช้ Temephos และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัททุกชนิดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและปลอดภัยทั้งผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม จึงยินดีเป็นส่วนร่วมในโครงการนี้

หลังจากคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกิจกรรมการสนับสนุนเพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ของ สวทช. ได้สอบถาม ดร. ณัฐชยา และบริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด ถึงความพร้อมและวิธีการในการดำเนินการแล้ว สวทช. จึงมีมติอนุมัติให้ดำเนินการตามโครงการที่นำเสนอได้

ในระหว่างที่ ดร. ณัฐชยา ได้ดำเนินการวิจัยอยู่นั้น สวทช. ก็ได้มอบหมายให้ Mr. Ketan Makwana, Chairman & Chief Disruptor Enterprise Lab จัดทำ Workshop ด้านกลยุทธการบริหารและการจัดการ รวมทั้งแผนการขายด้วย โดยมีบริษัทที่ได้รับคัดเลือกจาก สวทช. เข้าร่วม

 

แม้อยู่ในระหว่างการวิจัยนำสารธรรมชาติเพื่อทดแทนการใช้ Temephos ในการควบคุมลูกน้ำยุงลายสำหรับพัฒนาในเชิงพาณิชย์ของบริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด ดร. ณัฐชยา ยังได้ดำเนินการเรื่องอื่นด้วย โดยเห็นว่าสมุนไพรไทยประกอบด้วยสารพฤกษเคมี (Phytochemical) หลายชนิด ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาพัฒนาเป็นสารกำจัดศัตรูพืช Spodoptera species ซึ่งเข้าทำลายผัก ผลไม้ และไม้ดอกไม้ประดับเศรษฐกิจ เช่น หัวไชเท้า หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศและกล้วยไม้ เป็นต้น 

โดยในงานวิจัยในครั้งนี้ได้พัฒนาประสิทธิภาพของสมุนไพรไทยเพื่อเป็นนวัตกรรมต้นแบบในการควบคุมแมลงศัตรูพืชดังกล่าว ภายใต้ชื่อผลงาน "SPODOPTERCIDE"

ทั้งนี้ ได้ส่งผลงานเข้าร่วมการแข่งขันในงาน 2022 Shanghai International Invention and Innovation Exhibition ที่นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน และได้รับรางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal)

เสียดายที่ไม่มีภาพเพราะส่งเข้าประกวดออนไลน์ มีแต่ภาพมหาวิทยาลัยที่ได้แสดงความยินดี

 

ในงาน "การประชุมวิชาการระดับนานาชาติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ครั้งที่ ๑๑ และการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมราชมงคล ครั้งที่ ๔ ที่พัทยา ระหว่างวันที่ ๑๘ - ๒๐ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ดร. ณัฐชยา ได้นำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ "PIPERICIDE" เข้าร่วมงานด้วย ซึ่งผลการทดลองเบื้องต้นพบว่าสารธรรมชาติมีประสิทธิภาพในการฆ่ายุงลายไม่ด้อยไปกว่าสารเคมีที่เคยใช้อยู่

 

คุณเกศกนก สอยโฮ้ ประธานกรรมการบริหารบริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด และคณะ ก็ได้ไปชมผลงานวิจัยที่บริษัทมีส่วนร่วมรวมทั้งผลงานอื่นๆ อีกด้วย

 

ผลการประกวดปรากฎว่าผลิตภัณฑ์ต้นแบบ "PIPERICIDE" ยังได้รับรางวัลระดับเกียรติคุณ และรางวัลเหรียญทอง ในงานการประชุมวิชาการดังกล่าวข้างต้น

 

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลงานวิจัยของ ดร. ณัฐชยา ในการนำสารธรรมชาติเพื่อทดแทนการใช้ Temephos ในการควบคุมลูกน้ำยุงลายสำหรับพัฒนาในเชิงพาณิชย์ของบริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด นั้น ประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน

ผลงานของ ดร. ณัฐชยา เกี่ยวกับสมุนไพรไทยยังมีอีกมาก ซึ่งผู้เขียนขอแสดงความชื่นชมไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ผู้เขียนทราบเรื่องราวของนักวิจัยสมุนไพรเพื่อใช้ด้านอื่นเพียงหนึ่งเดียว แต่ผู้เขียนมีความเชื่อมั่นว่ายังมีนักวิจัยจำนวนมากที่ช่วยกันวิจัยและพัฒนาให้สมุนไพรของไทยสามารถนำมาใช้ทดแทนสารเคมีต่างๆ ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

ทำให้นอกจากประหยัดเงินตราต่างประเทศแล้ว ยังช่วยให้สิ่งแวดล้อมของประเทศไทยดีขึ้นอีกด้วย

จึงอยากเห็นทุกคนทุกฝ่ายได้ช่วยกันส่งเสริม สนับสนุนและให้กำลังใจนักวิจัยที่ได้นำสมุนไพรไทยมาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น นอกเหนือจากใช้เป็นอาหาร ยาและเครื่องสำอางค์ดังในปัจจุบันนี้

พุธทรัพย์ มณีศรี


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน